- หน้าแรก
- สำนักนี้ไม่รับอัจฉริยะ แต่พอออกจากสำนักไปเหตุใดล้วนกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่กันหมด
- บทที่ 120 อย่าถาม ถามไปก็คือการโจมตีทางจิต (ฟรี)
บทที่ 120 อย่าถาม ถามไปก็คือการโจมตีทางจิต (ฟรี)
บทที่ 120 อย่าถาม ถามไปก็คือการโจมตีทางจิต (ฟรี)
คำว่า ‘หุบเขาหมื่นมาร’ สามคำนี้หนักอึ้งดั่งขุนเขา กดทับจนทุกคนหายใจไม่ออก แม้แต่ชายชราแขนลายสักผู้หยิ่งผยองยังสีหน้าเคร่งเครียด เถี่ยเสี่ยวเหยียนถึงกับเซถอยหลัง ตกอยู่ในความหวั่นไหวและสิ้นหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หุบเขาหมื่นมารคือสำนักอันดับหนึ่งฝ่ายอธรรมแห่งแคว้นจิง สำนักในแคว้นเฉียนพัฒนามาจนป่านนี้เพิ่งมีขอบเขตผสานกายแค่สามคน แถมตอนนี้สองคนยังนอนคุกอยู่
ส่วนเจ็ดราชันย์สวรรค์แห่งหุบเขาหมื่นมารล้วนเป็นขอบเขตผสานกายรุ่นเก๋า รากฐานน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
หุบเขาหมื่นมารที่น่ากลัวปานนั้นคิดจะลงมือกับสมาคมการค้าเถี่ยซินเล็กๆ ของพวกเขาเชียวหรือ?!
ทันใดนั้นเสียงตวาดเบาๆ ก็ดังขึ้นราวกับแสงสว่างที่ฉีกกระชากความมืดมิด
“หุบเขาหมื่นมารแล้วอย่างไร!?”
เสียงของหลี่เหยี่ยนโม่หนักแน่นทรงพลัง สายฟ้าแลบแปลบปลาบ จ้าวปินที่เมื่อครู่ยังวางก้ามใหญ่โตถูกซัดร่วงทันที ร้องโหยหวนขณะร่วงหล่น
“ทำไมเจ้าถึงมีพลังจิตแข็งแกร่งขนาดนี้! ข้าไม่ยอม!”
สมาชิกพรรคเมฆาทมิฬที่เหลือแตกฮือ วิ่งหนีตายไปคนละทิศละทาง
“คิดหนี!?”
ชายชราแขนลายสักที่เดิมทีจิตใจห่อเหี่ยว ถูกเสียงตะโกนของหลี่เหยี่ยนโม่ปลุกเร้าจนเลือดลมสูบฉีด หัวเราะลั่นไล่ตามไปทันที ทำให้พวกพรรคเมฆาทมิฬยิ่งหนีเร็วขึ้นไปอีก
หลี่เหยี่ยนโม่รีบยื่นมือไปขวางชายชราแขนลายสักตัวบางร่างกรอบไว้
“ท่านปรมาจารย์ อย่าไล่ตามจนจนตรอก ระวังจะหลงกลพวกมัน”
พอหลี่เหยี่ยนโม่พูดเช่นนี้ ชายชราแขนลายสักก็รู้สึกว่ามีเหตุผล ลูบเคราแค่นเสียง
“หึ... มีเหตุผล ข้าเองก็คร้านจะสังหารพวกปลาซิวปลาสร้อย รอข้ารักษาอาการบาดเจ็บหายดี จะไปเอาหัวหน้าใหญ่ของพวกมันมาเซ่นสังเวยด้วยตัวเอง!”
หลี่เหยี่ยนโม่เหงื่อตก
เบื้องหลังพรรคเมฆาทมิฬคือกองทัพ และเบื้องหลังกองทัพก็คือจักรพรรดิอวี่พระองค์นั้น
สมแล้วที่เป็นชายผู้สวมเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียว พูดจาห้าวหาญนัก
พอบินกลับมาที่ดาดฟ้าเรือ ทั้งสองก็ถูกผู้บำเพ็ญเพียรแคว้นเฉียนรุมล้อม ต่างคนต่างแย่งกันแสดงความชื่นชม ชายชราแขนลายสักประสานมือคารวะ
“คุณชายหลี่ ข้าแซ่ฮวา นามว่าฮวาโหย่วเฉวียน ครั้งนี้ขอบคุณคุณชายหลี่ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือด้วยคุณธรรม!”
“มิเป็นไร ทุกคนล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรแคว้นเฉียน ออกจากบ้านมาก็ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน” หลี่เหยี่ยนโม่ยิ้มบาง แต่หางตาเหลือบไปเห็นซ่งอวิ๋นนอกวงล้อม
เวลานี้ซ่งอวิ๋นกำลังโบกไม้โบกมือส่งสัญญาณกับลูกน้องไม่หยุด
ความหมายคร่าวๆ คือ อาศัยจังหวะถามไถ่อาการบาดเจ็บของฮวาโหย่วเฉวียน เพื่อตรวจสอบลายสักอสูรบนตัวเขา
บ้าจริง ข้าดันดูรู้เรื่องซะงั้น!
หลี่เหยี่ยนโม่สูดหายใจลึก ปั้นรอยยิ้มที่เป็นทางการที่สุด “ท่านผู้เฒ่าฮวา อาการบาดเจ็บของท่านเป็นอย่างไรบ้าง? ข้าดูเหมือนลายสักอสูรบนตัวท่านจะผิดปกติไปหน่อยนะ?”
ได้ยินดังนั้น ฮวาโหย่วเฉวียนก็กอดอกถอนหายใจ
“คุณชายหลี่อาจไม่ทราบ วิชาสักยันต์ของข้านี้มีที่มาที่ไปยิ่งใหญ่ มาจากเผ่าคนเถื่อนยุคบรรพกาล! เมื่อครู่ท่านก็เห็นแล้ว ข้าเป็นเพียงขอบเขตสร้างรากฐาน แต่อาศัยลายสักอสูรนี้สามารถต่อกรกับผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแกนทองคำของพรรคเมฆาทมิฬได้โดยไม่เพลี่ยงพล้ำ!”
ผู้บำเพ็ญเพียรรอบข้างต่างพยักหน้า ชื่นชมกันยกใหญ่
“ใช่แล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแกนทองคำผู้นั้นไม่กล้าปะทะกับท่านผู้เฒ่าฮวาตรงๆ เลย”
“อานุภาพของปรมาจารย์อักขระ สมคำร่ำลือจริงๆ!”
หลี่เหยี่ยนโม่รู้สึกซับซ้อนในใจ แต่ก็ยังอดทนเออออห่อหมกไปสองสามประโยค ก่อนจะหยั่งเชิงถาม
“ท่านผู้เฒ่าฮวา หรือว่า... มรดกเผ่าคนเถื่อนนี้แข็งแกร่งเกินไป จึงเกิดอาการเช่นเมื่อครู่?”
ฮวาโหย่วเฉวียนถอนหายใจ “ถูกต้อง สมัยหนุ่มๆ ข้าบังเอิญพบซากโบราณสถานเผ่าคนเถื่อน ลายสักอสูรนี้ก็ได้มาจากการทำความเข้าใจภาพฝาผนังของเผ่าคนเถื่อน หากข้าทำลายสักอสูรนี้ให้สมบูรณ์ ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแกนทองคำผู้นั้นจะมีโอกาสถ่วงเวลาได้รึ!”
หลี่เหยี่ยนโม่เหลือบตามอง เงาร่างลับๆ ล่อๆ หลายสายปีนขึ้นมาบนเรือเหาะ หัวหน้ากลุ่มก็คือจ้าวปิน ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแกนทองคำจอมเจ้าเล่ห์ในปากของฮวาโหย่วเฉวียนนั่นเอง
จ้าวปินสังเกตเห็นสายตาของหลี่เหยี่ยนโม่ทันที รีบโบกไม้โบกมือส่งสัญญาณกับลูกน้อง
“...”
“ยังไม่สมบูรณ์... หรือว่า แคว้นจิงมีวิธีทำให้ลายสักอสูรของท่านผู้เฒ่าฮวาสมบูรณ์?” หลี่เหยี่ยนโม่ร้องอุทาน
“ถูกต้องแล้ว! วันงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียน ข้าได้รับข่าวจากหอคอยอักขระว่า ในงานประมูลที่แคว้นจิงจะมีภาพรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์แห่งอสูรของเผ่าคนเถื่อนปรากฏขึ้น!”
ดวงตาของฮวาโหย่วเฉวียนฉายประกายเจิดจ้า
“หากได้ภาพรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์เผ่าคนเถื่อนมา ข้าก็มั่นใจว่าจะทำลายสักอสูรให้สมบูรณ์ กลายเป็นปรมาจารย์อักขระขั้นลึกลับระดับกลาง ถึงตอนนั้นต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแกนทองคำระยะต้น ข้าก็มั่นใจว่าจะทำให้พวกมันมาแล้วไม่ได้กลับไป!”
คำพูดอันมั่นใจของฮวาโหย่วเฉวียนทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรบนเรือฮึกเหิม ต่างพากันส่งเสียงเชียร์แสดงความยินดี
เถี่ยเสี่ยวเหยียนเองก็หน้าแดงระเรื่อ แต่ต่างจากคนอื่นที่เยินยอฮวาโหย่วเฉวียน เถี่ยเสี่ยวเหยียนกลับแสดงความขอบคุณหลี่เหยี่ยนโม่ด้วยท่าทีเอียงอาย แววตาคู่สวยฉายแววคลุมเครือที่อธิบายไม่ถูก ทำเอาหลี่เหยี่ยนโม่หนังศีรษะชาหนึบ ต้องรีบขอตัวโดยอ้างว่าลมปราณไม่คงที่
พอกลับถึงห้องพัก หลี่เหยี่ยนโม่ตั้งใจจะพักผ่อนให้เต็มที่ แต่ยังไม่ทันได้ล้มตัวลงนอน ประตูก็ถูกเคาะอีกครั้ง เปิดออกดูก็พบซ่งอวิ๋น จ้าวปิน และพรรคพวกยืนอยู่หน้าประตู
“...”
หลี่เหยี่ยนโม่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา เปิดประตูให้ซ่งอวิ๋น จ้าวปิน และคนอื่นๆ เข้ามา
ท่ามกลางเสียงขออภัยที่ดังขึ้นไม่ขาดสาย ห้องพักที่เดิมทีกว้างขวางของหลี่เหยี่ยนโม่ก็อัดแน่นไปด้วยชายฉกรรจ์ร่างกำยำ หลี่เหยี่ยนโม่ที่ถูกแขนล่ำบึ้กเบียดจนหน้าเบี้ยว มุมปากกระตุกยิกๆ
“...ทุกท่าน ไม่รู้สึกว่ามันเบียดกันไปหน่อยหรือ”
“อ้อ... เสียมารยาทแล้ว”
ซ่งอวิ๋นเพิ่งนึกขึ้นได้ ตบมือแปะหนึ่งที เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรก็หดตัวเล็กลงทันตาเห็น กลายเป็นขนาดเท่าหัวแม่มือในพริบตา
มองดูผู้บำเพ็ญเพียรกล้ามโตที่บินว่อนไปมาราวกับภูตจิ๋ว หลี่เหยี่ยนโม่ฝืนใจยอมรับภาพตรงหน้า ถามด้วยความด้านชา
“สรุปว่ามรดกเผ่าคนเถื่อนในปากท่านผู้เฒ่าฮวา... คงไม่ใช่ฝีมือราชวงศ์ต้าอวี่อีกหรอกนะ?”
“อันนี้ไม่ใช่ ในโลกนี้มีเผ่าคนเถื่อนอยู่จริง และมีภาพรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์เผ่าคนเถื่อนอยู่จริง ราชวงศ์ต้าอวี่เคารพประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม”
ซ่งอวิ๋นเท้าเอว “ภาพรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์เผ่าคนเถื่อนสามารถมอบพลังให้ผู้ใช้ได้จริง แต่เป็นคนละเรื่องกับสมบัติวิเศษลายสักที่ปรมาจารย์อักขระวาดขึ้น ภาพรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์แห่งอสูรนั่นเกรงว่าจะถูกใครบางคนวางลูกไม้ไว้”
“เรื่องที่ฮวาโหย่วเฉวียนรู้ข่าวการประมูลภาพรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์แห่งอสูรที่แคว้นจิงในวันงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียน ก็น่าจะเป็นฝีมือของใครบางคนที่จงใจชักนำ”
“ไว้ค่อยสืบดูอีกที”
เห็นผู้บำเพ็ญเพียรแห่งต้าอวี่ตรงหน้าถกเถียงกันไปมา หลี่เหยี่ยนโม่ก็อดบ่นไม่ได้
“แทรกแซงโดยตรงในนามราชวงศ์ต้าอวี่ไม่ได้หรือ?”
“เรื่องนี้... พูดไปก็ยาว ฮวาโหย่วเฉวียนผู้นี้พรสวรรค์ธรรมดา ฝีมือในฐานะปรมาจารย์อักขระก็แค่ชั้นสาม ไม่น่าจะมีค่าพอให้ใครบางคน หรือองค์กรบางแห่งจงใจชักจูง ดังนั้นฮวาโหย่วเฉวียนย่อมเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่ง หรืออาจจะเป็นแค่หมากที่วางทิ้งไว้เฉยๆ หากแทรกแซงในนามราชวงศ์ต้าอวี่ อีกฝ่ายจะต้องหลบหนีเข้าสู่เงามืด ยากจะลากตัวออกมา”
หลี่เหยี่ยนโม่กระจ่างแจ้ง รู้สึกว่าตนเองคิดน้อยไปจริงๆ ขณะกำลังจะถามต่อ ประตูก็ถูกเคาะอีกครั้ง เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรกล้ามโตที่บินว่อนไปมาเหมือนภูตจิ๋วรีบ ‘ฟิ้ว’ ไปหลบหลังหลี่เหยี่ยนโม่ทันที เกาะติดเสื้อด้านหลังของหลี่เหยี่ยนโม่ราวกับแมลงวัน
“คุณชายหลี่ รบกวนหน่อย...”
ไม่รอให้หลี่เหยี่ยนโม่ตอบรับ เถี่ยเสี่ยวเหยียนก็ผลักประตูเข้ามาแล้ว
.......
แนะนำนิยาย!
สำนักข้าสามารถอัปเกรดได้ไม่สิ้นสุด
(สถานะ: ชนต้นฉบับ)
เหวินผิงได้เกิดใหม่เป็นบุตรชายของเจ้าสำนักอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง เดิมทีเขาคิดว่ามีที่พึ่งอันแข็งแกร่ง ชีวิตนี้คงจะสุขสบายไร้กังวล แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อสำนักตกต่ำและเสื่อมถอยลง หลังจากที่ส่งศิษย์สิบคนสุดท้ายออกจากสำนัก เหลือเพียงชายชราหูหนวกกับสุนัขชื่อฮาฮา เหวินผิงก็ค้นพบว่า อาคารในสำนักของเขาสามารถอัพเกรดได้!
อัพเกรดห้องโถงหลัก!
อัพเกรดหอพำนัก!
แม้แต่ห้องครัวก็ยังอัพเกรดได้!
สุดยอดสำนักกำลังจะผงาดขึ้นดุจดวงอาทิตย์...
ยินดีต้อนรับสู่สำนักของข้า!
ที่นี่รับศิษย์เฉพาะอัจฉริยะ ทว่าแม้จะเป็นอัจฉริยะหรือผู้ที่แข็งแกร่งสักเพียงใด หากต้องการจะเข้าร่วมสำนัก เจ้าจะต้องจ่ายเงิน
ไม่มีอะไรฟรีในโลก!
นอกจากนั้นแล้ว เจ้าสำนักของที่นี่ยังมีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น!