เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 110 กรมโยธาธิการในตำนาน (ฟรี)

บทที่ 110 กรมโยธาธิการในตำนาน (ฟรี)

บทที่ 110 กรมโยธาธิการในตำนาน (ฟรี)


ดวงตาของหลี่เหยี่ยนโม่เปล่งประกายเจิดจ้า แน่นอนว่าเขาไม่ได้สนใจช่องทางผิดกฎหมายแม้แต่น้อย สิ่งที่หลี่เหยี่ยนโม่สนใจคือคำว่า ‘ค่าใช้จ่ายสูงลิบลิ่ว’ จากปากของเหมยไฉเซาต่างหาก

“ที่ว่าค่าใช้จ่ายสูงนั้น สูงอย่างไร?”

เหมยไฉเซาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “แม้แต่สมบัติวิเศษระดับต่ำที่สุดก็ยังต้องใช้แบบแปลน หากเจ้าไม่มีแบบแปลน ก็ต้องจ้างวานให้นักหลอมศาสตราเป็นผู้ออกแบบเอง เจ้าก็รู้ดี ค่าออกแบบย่อมขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของนักหลอมศาสตรา”

“ประการต่อมาคือสมบัติวิเศษจากฟ้าดินชนิดต่าง ๆ ยิ่งสมบัติวิเศษระดับสูงเท่าใด ก็ยิ่งต้องใช้สมบัติวิเศษจากฟ้าดินมากเท่านั้น ทั้งหมดนี้ผู้บำเพ็ญเพียรต้องเป็นผู้จัดหาเอง และโดยทั่วไปต้องเตรียมวัตถุดิบสำรองไว้สองถึงสามชุด ยิ่งสมบัติวิเศษระดับสูง ความยากในการหลอมสร้างก็ยิ่งสูงตาม แม้แต่นักหลอมศาสตราระดับฟ้าก็ยังไม่มั่นใจว่าจะหลอมสมบัติวิเศษขั้นฟ้าสำเร็จในครั้งเดียว ต่อให้เป็นสมบัติวิเศษขั้นปฐพีระดับสูงสุดก็ยังมีโอกาสผิดพลาดได้”

“สุดท้ายคือค่าจ้างลงมือของนักหลอมศาสตรา ก็เหมือนกับค่าออกแบบ ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของนักหลอมศาสตราล้วน ๆ”

ดวงตาของหลี่เหยี่ยนโม่สว่างไสวขึ้นเรื่อย ๆ แผนการล้มละลายอันยอดเยี่ยมผุดขึ้นในใจ

“เช่นนั้น... เราจะปั้นนักหลอมศาสตราในสังกัดของตัวเองไม่ได้หรือ?”

เหมยไฉเซาเกาศีรษะ “พวกสำนักระดับสุดยอดหรือสำนักชั้นนำย่อมทำเช่นนั้น แต่ก็มีเพียงพวกเขาที่มีทรัพยากรมากมายขนาดนั้น นักหลอมศาสตราคนหนึ่งเผาผลาญเงินทองรวดเร็วยิ่งกว่าพริบตาเสียอีก พวกนักหลอมศาสตราเองก็ฉลาด รวมกลุ่มกันก่อตั้งสมาคมนักหลอมศาสตราขึ้นมา พวกเขาจะออกใบรับรองต่าง ๆ เพื่อยกระดับชื่อเสียงของนักหลอมศาสตรา สำนักเต๋าก็ยอมรับพฤติกรรมเช่นนี้โดยดุษณี ดังนั้นสำนักในแดนกลางส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะไปเช่านักหลอมศาสตราจากสมาคมนักหลอมศาสตราแทน”

พูดถึงตรงนี้ เหมยไฉเซาก็บ่นอุบอิบออกมา

“ตอนที่ข้ายังไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ เคยคิดจะเช่านักหลอมศาสตราสักคนมาประดับบารมีสำนักเขาชิงซาน ผลปรากฏว่าแม้แต่นักหลอมศาสตราที่ค่าตัวถูกที่สุดในสมาคมนักหลอมศาสตรา เบี้ยหวัดรายเดือนเพียงเดือนเดียวก็ปาเข้าไปเท่ากับรายได้รวมสองปีของสำนักเขาชิงซานแล้ว นี่ขนาดยังไม่รวมค่าลงมือหลอมศาสตรานะ หากลงมือหลอมก็ต้องคิดราคาแยกต่างหากอีก”

“พอสืบราคาเสร็จ ข้าถึงได้ซาบซึ้งถึงคำว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ”

ยิ่งฟัง ดวงตาของหลี่เหยี่ยนโม่ก็ยิ่งสว่างไสว ฟังจนจบ ประกายแสงในดวงตาของหลี่เหยี่ยนโม่แทบจะจับต้องได้

นี่มันหลุมดำสำหรับเผาผลาญเงินชั้นยอดเลยนี่นา!

“น้องชายหลี่ หรือว่าเจ้าจะ... ไปเช่านักหลอมศาสตราจากสมาคมนักหลอมศาสตรา?”

เหมยไฉเซาสมกับเป็นคนเจนโลก มองออกถึงความคิดของหลี่เหยี่ยนโม่ได้ทันที แต่หลี่เหยี่ยนโม่รีบปฏิเสธทันควัน

“ไม่ ข้าแค่สงสัยเฉย ๆ”

ราชวงศ์ต้าอวี่กับสำนักเต๋าคือเศรษฐีหน้าใหญ่สองราย

หากเขาทำให้ราชวงศ์ต้าอวี่และสำนักเต๋ารู้ตัวว่าเขาต้องการพัฒนากิจการด้านนักหลอมศาสตรา สำนักเต๋าอาจจะยังไม่เคลื่อนไหวทันที แต่ราชวงศ์ต้าอวี่จะต้องยัดเยียดนักหลอมศาสตรามาให้ในราคาทุนที่ถูกแสนถูกอย่างแน่นอน!

พึงรู้ไว้ว่า สิ่งที่ราชวงศ์ต้าอวี่มีมากที่สุดก็คือร่างแฝง ด้วยนิสัยของราชวงศ์ต้าอวี่ เกรงว่านักหลอมศาสตราจำนวนไม่น้อยในสมาคมนักหลอมศาสตราคงเป็นร่างแฝงของผู้บำเพ็ญเพียรจากราชวงศ์ต้าอวี่เป็นแน่

เพื่อป้องกันไม่ให้แผนการล้มละลายนี้แท้งก่อนกำหนด หลี่เหยี่ยนโม่ตัดสินใจที่จะอดทนรอไปก่อน

แต่เพื่อให้แผนการล้มละลายด้วยนักหลอมศาสตราดำเนินไปอย่างราบรื่น เขาจำเป็นต้องได้รับข้อมูลเกี่ยวกับนักหลอมศาสตราให้มากขึ้น และต้องไม่ถามจากคนเดิมซ้ำ ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายคาดเดาจุดประสงค์ได้

‘NPC’ คนที่สองที่สามารถให้ข้อมูลได้และหลี่เหยี่ยนโม่เลือกที่จะไปหาก็คือมือปราบควบตำแหน่งคุณชายฮวา เหลิ่งหนิงซวง

เขาต้องการใช้เหลิ่งหนิงซวงเพื่อคัดกรองร่างแฝงในหมู่นักหลอมศาสตราออกไป

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะใช้ร่างแฝงคุณชายฮวาบ่อยเกินไปจนสถิติการทำงานของร่างมือปราบต่ำเตี้ยเรี่ยดินหรือไม่ ช่วงนี้เหลิ่งหนิงซวงจึงใช้ร่างมือปราบตลอดเวลา

ตอนที่หลี่เหยี่ยนโม่ไปพบเหลิ่งหนิงซวง นางกำลังชี้นิ้วสั่งสอนชายหนุ่มแต่งกายหรูหราผู้หนึ่งอยู่ ชายหนุ่มผู้นั้นก็ได้แต่รับคำส่งเดชอย่างจนใจ

หลี่เหยี่ยนโม่รู้สึกคุ้นเสียงชายหนุ่มผู้นั้นพิกล กำลังจะเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ชายหนุ่มผู้นั้นก็หันมาเห็นเขาเสียก่อน โบกไม้โบกมือให้หลี่เหยี่ยนโม่ด้วยรอยยิ้มตาหยี หยกประดับที่เอวกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง

“อ้าว พี่ชายหลี่ ไม่เจอกันนาน”

หลี่เหยี่ยนโม่ตกใจ ตะโกนชื่ออีกฝ่ายออกมา

“เป็นเจ้า! จีปา!”

หางตาของจีฟา (จีปา) กระตุกวูบ

“พี่ชายหลี่ แนะนำตัวตอนนี้อาจจะช้าไปหน่อย ข้าชื่อจีฟา เป็นโอรสองค์ที่แปดของจักรพรรดิอวี่องค์ปัจจุบัน หรือก็คือองค์ชายแปด พี่ชายหลี่ ไม่ต้องเกร็งกับฐานะของข้า เรียกข้าว่าจีฟาก็พอ แต่ถ้ามีคนนอกอยู่ด้วย ทางที่ดีเรียกข้าว่าคุณชายฟาก็แล้วกัน จะได้ไม่เกิดความวุ่นวาย”

“ข้าเข้าใจแล้ว องค์ชายแปดจีปา”

เหลิ่งหนิงซวงกลั้นหัวเราะไม่ไหว หลุดขำออกมาพรืดใหญ่ แล้วแสร้งทำเป็นประสานมือคารวะ

“ถวายบังคมองค์ชายแปดจีปา”

จีฟายกนิ้วขึ้น คล้ายอยากจะแก้คำเรียก แต่กลั้นอยู่ครึ่งค่อนวัน สุดท้ายก็ก้มหน้าลงอย่างหมดแรง

“พวกเจ้าเรียกข้าว่าจีปาเถอะ อย่างไรเสียเสด็จพ่อก็จำชื่อข้าไม่ได้อยู่ดี”

บ่นพึมพำอย่างน้อยใจอยู่สองสามประโยค จีฟาก็กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง

“พี่ชายหลี่ ท่านมาหามือปราบเหลิ่งสินะ ไม่ทราบว่าข้าขอร่วมวงสนทนาด้วยได้หรือไม่?”

“เอ่อ...”

หลี่เหยี่ยนโม่หันไปมองเหลิ่งหนิงซวง ฝ่ายหลังเพียงแค่โบกมือ “เขาแค่ถามไปตามมารยาทเท่านั้นแหละ ต่อให้เจ้าบอกว่าไม่ได้ เขาก็จะแอบฟังอยู่ดี”

“เช่นนั้นก็ได้ พวกเราไปที่หอเทียมฟ้ากันก่อนเถอะ”

ทั้งสามคนมาถึงห้องรับรองส่วนตัวในหอเทียมฟ้าอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด เหลิ่งหนิงซวงจึงเปลี่ยนมาใช้ร่างแฝงคุณชายฮวา แล้วสั่งของว่างมากินเล่น

หลังจากคุยสัพเพเหระกันครู่หนึ่ง หลี่เหยี่ยนโม่ก็เอ่ยถึงจุดประสงค์ของการมาเยือน

“ความจริงช่วงนี้ข้าได้ยินมาว่าในสำนักเต๋ามีสมาคมนักหลอมศาสตราอยู่ พวกเขาดูเหมือนจะควบคุมทรัพยากรนักหลอมศาสตราไว้อย่างเข้มงวด ข้าเลยสงสัยว่า... ราชวงศ์ต้าอวี่คงไม่ได้ส่งร่างแฝงเข้าไปแทรกซึมจำนวนมากหรอกกระมัง”

เหลิ่งหนิงซวงกะพริบตา กลืนขนมลงคอ

“เรื่องนี้ไม่มีหรอก”

“จริงหรือเท็จ?” หลี่เหยี่ยนโม่ทำหน้าไม่เชื่อ

จีฟาหมุนถ้วยชาในมือ แกว่งไปมา กล่าวอย่างสบายอารมณ์

“ย่อมเป็นเรื่องจริง เพราะสมาคมนักหลอมศาสตรานั่น เดิมทีก็เป็นพวกตาแก่ในกรมโยธาธิการสร้างขึ้นมาสนองกิเลสตัวเองทั้งนั้น แต่ที่มีขนาดและอิทธิพลอย่างทุกวันนี้ ก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ที่ไม่ได้ตั้งใจ ความดีความชอบลบล้างความผิดไปได้”

“แค่ก...”

หลี่เหยี่ยนโม่สำลักน้ำชาจนแทบพุ่ง

เขายังประเมินความสามารถในการหาทำเรื่องของราชวงศ์ต้าอวี่ต่ำเกินไป

“หมายความว่าอย่างไร?”

จีฟากระแอมให้คอโล่ง แล้วเริ่มเล่าประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของสมาคมนักหลอมศาสตราอย่างสบายอารมณ์

“กรมโยธาธิการรับผิดชอบด้านการหลอมสร้างศาสตรา ผลิตสมบัติวิเศษต่าง ๆ ราชวงศ์ต้าอวี่ถือคติว่าไม่ว่าเรื่องใดต้องก้าวทันยุคสมัย แสวงหาความก้าวหน้า ดังนั้นกรมโยธาธิการจึงส่งเสริมการหลอมสร้างศาสตราอย่างอิสระ ไม่ว่าจะหลุดโลกแค่ไหน ขอแค่หลอมออกมาได้ก่อนเป็นพอ”

“แรกเริ่มพวกเขาก็ยังค่อนข้างระมัดระวัง หลอมสร้างสมบัติวิเศษอย่างว่านอนสอนง่าย แข่งขันกับสำนักเต๋าและสำนักต่าง ๆ เลียนแบบอาวุธเซียนเหล่านั้น จนกระทั่งจักรพรรดิอวี่ในยุคนั้นเกิดนึกสนุก อนุมัติข้อเสนอของคนผู้หนึ่งที่ต้องการหลอมสร้างสมบัติวิเศษที่สามารถหลอมสร้างตัวเองได้ กรมโยธาธิการก็เริ่มหลุดการควบคุม”

“แม้พวกเขาจะสร้างสมบัติวิเศษที่หลอมสร้างตัวเองไม่ได้ แต่กลับสร้างสมบัติวิเศษที่สามารถผลิตแบบแปลนตามความต้องการของผู้ใช้ได้”

“นับแต่นั้นมา กรมโยธาธิการก็เตลิดเปิดเปิงไปกับนวัตกรรม กลางวันอู้งาน กลางคืนอ้างว่าแสวงหาขีดจำกัดแห่งแนวคิดสมบัติวิเศษ ผลิตสมบัติวิเศษแปลกประหลาดพิสดารออกมาไม่หยุดหย่อน และสมบัติวิเศษที่ออกแบบแปลนเองได้ชิ้นนั้น ในกระบวนการนี้ก็ได้ถือกำเนิดจิตวิญญาณขึ้นมา ร่วมมือกับพวกคนบ้าเหล่านั้นทดสอบขีดจำกัดการใช้งานของสมบัติวิเศษอย่างบ้าคลั่งยิ่งขึ้น”

“จักรพรรดิอวี่ในยุคนั้นยังไม่ตระหนักถึงความเลวร้าย คิดเพียงว่าราชวงศ์ต้าอวี่เหนือกว่าสำนักต่าง ๆ ในการแข่งขันด้านสมบัติวิเศษ จนกระทั่งเกิดมหาศึกครั้งหนึ่ง จักรพรรดิอวี่องค์นั้นถึงได้รู้ซึ้งว่าตนเองทำผิดพลาดมหันต์เพียงใด”

“ปีนั้นหุบเหวหมื่นอสูรเกิดความเคลื่อนไหว สำนักโบราณร่วมมือกับเผ่าพันธุ์อสูรบุกโจมตีภูเขาหมื่นอสูร มหาศึกครั้งนั้น ราชวงศ์ต้าอวี่ต้องชนะสถานเดียว และต้องชนะอย่างงดงามด้วย จึงจะข่มขวัญสำนักโบราณเหล่านั้นได้ ประจวบเหมาะกับสมบัติวิเศษขั้นฟ้าทระดับกลางของแม่ทัพใหญ่ท่านหนึ่งถูกทำลาย จักรพรรดิอวี่จึงสั่งให้กรมโยธาธิการซ่อมแซมสมบัติวิเศษชิ้นนั้นให้เร็วที่สุด”

จีฟาหยุดเล่าไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อช้า ๆ

“จากนั้นพวกเขาก็ส่งไม้ปั๊มส้วมขั้นฟ้าทระดับสูงที่ดัดแปลงมาจากสมบัติวิเศษของแม่ทัพใหญ่ท่านนั้นไปให้ ไม้ปั๊มส้วมอันนั้นแข็งแกร่งทนทานอย่างยิ่ง เป็นศาสตราเทพสำหรับการต่อสู้ระยะประชิดที่ทรงพลัง และเมื่อโจมตีถูกศัตรู จะสามารถดูดซับพลังปราณของอีกฝ่าย เปลี่ยนเป็นพลังโจมตีระยะไกลที่รุนแรง สามารถเล็งเป้าสังหารเดี่ยว หรือระเบิดทำลายล้างเป็นวงกว้างก็ได้ ผู้ที่โดนเข้าไปไม่ว่าจะเป็นจิตใจหรือร่างกายล้วนได้รับความเสียหายถึงตาย เป็นที่หวาดผวาไปทั่วหล้า”

“ท่านแม่ทัพใหญ่ถือไม้ปั๊มส้วมบุกตะลุยเจ็ดเข้าเจ็ดออกในหุบเหวหมื่นอสูร ไร้ผู้ต่อกร ไร้ผู้กล้าขวางทาง เพียงแต่หลังจากนั้นจิตใจของท่านแม่ทัพใหญ่ท่านนั้นก็เกิดปัญหาบางอย่าง ถือไม้ปั๊มส้วมอันนั้นไม่ยอมปล่อย ทั้งยังเที่ยวป่าวประกาศไปทั่วว่านี่คือสหายคู่ใจของเขา”

“เมื่อทราบเรื่องนี้ จักรพรรดิอวี่พิโรธหนัก เปิดคลังสมบัติของกรมโยธาธิการ แล้วพบว่าข้างในเต็มไปด้วยอุปกรณ์การเกษตรขั้นฟ้าที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงกองเป็นภูเขาเลากา”

“กรมโยธาธิการถึงกับใช้ค่ายกลกระบี่สังหารเซียนในตำนานเป็นต้นแบบ สร้างค่ายกลใหญ่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า โดยใช้ไม้ปั๊มส้วมขั้นฟ้าเป็นแกนกลาง”

“สามารถดูดซับพลังปราณของผู้โชคร้ายที่หลงเข้าไปในค่ายกลได้อย่างต่อเนื่อง แล้วเปลี่ยนเป็นพลังโจมตีระยะไกลระดมยิงอย่างไม่หยุดหย่อน”

..........

แนะนำนิยาย!

เจ้าพ่อวรรณกรรมแห่งโตเกียว

(สถานะ: จบแล้ว)

ชายหนุ่มข้ามเวลามายังโตเกียวในปี 1994 แห่งโลกคู่ขนาน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฟองสบู่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นเพิ่งพังทลาย สังคมเต็มไปด้วย "คนยากจนในสังคมที่อิ่มท้อง" ผู้ซึ่งมีอาหารพอกินแต่ไม่สามารถใช้จ่ายได้มากกว่านั้น ฟูจิวาระ เคย์ก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น

เพื่อแก้ปัญหาความยากลำบากในขณะนั้น ฟูจิวาระ เคย์ที่กำลังจะจบการศึกษาได้เผชิญหน้ากับสองทางเลือก

หนึ่งคือการเปิดตัวในฐานะนักเขียนนวนิยายสืบสวน และสองคือการเข้าสู่วงการโทรทัศน์เพื่อผลิตรายการ

และตัวเลือกของฟูจิวาระ เคย์คือ

มีเพียงเด็กน้อยเท่านั้นที่เลือก ผู้ใหญ่ต้องการทั้งหมด!

ทุกอย่างจึงเริ่มต้นจาก "พระอาทิตย์เที่ยงคืน"!

คลิกอ่านที่นี่

จบบทที่ บทที่ 110 กรมโยธาธิการในตำนาน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว