เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 105 ฟ้ากำลังจะเปลี่ยนสี (ฟรี)

บทที่ 105 ฟ้ากำลังจะเปลี่ยนสี (ฟรี)

บทที่ 105 ฟ้ากำลังจะเปลี่ยนสี (ฟรี)


การประลองยุทธ์แคว้นเฉียนยังคงดำเนินต่อไป การต่อสู้ในกลุ่มขอบเขตแกนทองและขอบเขตทารกวิญญาณนั้นดุเดือดตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก

ทว่ากลับไม่มีคู่ใดที่สามารถดึงดูดความสนใจจากหงซาง ทูตแห่งเต๋าได้เลย มีเพียงยามที่นางทอดตามองเฉิงเยว่เจี๋ยเท่านั้นที่หงซางพยักหน้าเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด แต่นี่ก็มิใช่เรื่องแปลกอันใด

ตลอดทั้งการประลองยุทธ์แคว้นเฉียน กลุ่มขอบเขตแกนทองและขอบเขตทารกวิญญาณล้วนเป็นผู้อาวุโสและเจ้าสำนักทั้งสิ้น มีเพียงเฉิงเยว่เจี๋ยผู้เดียวที่เข้าร่วมการประลองกลุ่มขอบเขตแกนทองในฐานะศิษย์

หากนับรวมเถาหู่ที่กลั้นแกนทองไปลงแข่งกลุ่มขอบเขตสร้างรากฐานด้วยแล้ว คนรุ่นใหม่ทั้งแคว้นเฉียนก็มีผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแกนทองเพียงสองคนเท่านั้น

ดูไปดูมา ก็มีเพียงเหมียวเชี่ยนเชี่ยนที่ได้รับการสืบทอดแปดทิศเท่านั้นที่ทำให้หงซางลงมือด้วยตนเอง

ประกอบกับยามที่หงซางเอ่ยถึงการสืบทอดแปดทิศมิได้ลดเสียงลงแต่อย่างใด ตระกูลขุนนางและสำนักต่าง ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนได้ยินคำบรรยายเกี่ยวกับอานุภาพของการสืบทอดแปดทิศจากปากหงซางอย่างชัดเจน

การประลองยุทธ์แคว้นเฉียนยังไม่ทันจบสิ้น พวกเขาก็พากันหน้าด้านเข้าไปห้อมล้อมเหมียวอูเจียง เรียกขาน ‘ท่านผู้นำตระกูลเหมียว’ คำแล้วคำเล่าอย่างสนิทสนม ของกำนัลล้ำค่าที่เดิมทีเตรียมไว้ให้สำนักเขาชิงซานก็ถูกยัดใส่มือเหมียวอูเจียงจนหมด

แม้สำนักเขาชิงซานจะได้รับทรัพยากรจำนวนมหาศาล แต่ทรัพยากรมากเพียงใดก็มิอาจเทียบได้กับการสืบทอดแปดทิศที่ทำให้แม้แต่ทูตแห่งเต๋ายังต้องหวั่นไหว

และการชื่นชมที่สำนักเต๋ามีต่อเหมียวเชี่ยนเชี่ยนย่อมไม่หยุดอยู่แค่โอสถวิญญาณเพียงเม็ดเดียวเป็นแน่ การผงาดขึ้นของตระกูลเหมียวเป็นสิ่งที่ไม่มีผู้ใดขวางกั้นได้อีกแล้ว!

ท้องฟ้าของแคว้นเฉียน กำลังจะเปลี่ยนสีแล้ว!

เหมียวอูเจียงที่ถูกห้อมล้อมดุจดวงดาวโอบล้อมจันทร์รู้สึกราวกับตัวลอยขึ้นฟ้า ประสานมือคารวะ แสร้งทำเป็นถ่อมตน แต่กลับเชิดหน้ามองคนด้วยรูจมูก ในใจเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใสและซาบซึ้งต่อหอเทียมฟ้า

หากมิใช่เพราะหอเทียมฟ้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือ ตระกูลเหมียวของเขาคงมีจุดจบไม่ต่างจากสำนักฉงซานเป็นแน่

เหมียวอูเจียงยิ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะเป็นสมุนผู้ซื่อสัตย์ของหอเทียมฟ้าให้หนักแน่นยิ่งขึ้น

พึงรู้ไว้ว่า การสืบทอดแปดทิศที่ทูตแห่งเต๋ากล่าวว่าเมื่อสำเร็จขั้นสูงแล้วจะไร้เทียมทานในหมู่ผู้ต่ำกว่าระดับเซียนนั้น เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของหอเทียมฟ้าเท่านั้น!

การประลองยุทธ์แคว้นเฉียนจบลงอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร สำนักเขาชิงซานคว้าตำแหน่งชนะเลิศด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างอย่างขาดลอย กวาดรางวัลส่วนใหญ่ไปครอง

พอคิดว่าภายหลังสำนักเต๋าต้องมาตามจ่ายรางวัลส่วนนี้ หงซางก็รู้สึกจุกแน่นหน้าอกขึ้นมาทันที โชคยังดีที่ค้นพบต้นกล้าชั้นดีที่ได้รับการสืบทอดแปดทิศและมีศักยภาพไม่ธรรมดา

เพื่อแสดงให้ตระกูลขุนนางและสำนักต่าง ๆ ในที่นั้นเห็นว่านางในฐานะทูตแห่งเต๋าให้ความสำคัญกับเหมียวเชี่ยนเชี่ยนเพียงใด หงซางถึงกับลงมามอบรางวัลให้แก่สามอันดับแรกของกลุ่มขอบเขตสร้างรากฐานด้วยตัวเอง แต่ผู้ที่ขึ้นเวทีมีเพียงเหมียวเชี่ยนเชี่ยนคนเดียวเท่านั้น

เถาหู่ถูกบังคับให้เรียนรู้วิชาสายฟ้า พลังปราณเบญจพิษในร่างถูกชำระล้างจนสะอาดเอี่ยมอ่อง ป่านนี้ยังไม่ฟื้น

ส่วนหลี่เหยี่ยนโม่เพื่อไปขบคิดกระบวนท่าไม้ตาย ‘ชักชวนให้ศึกษา’ จึงลงจากเกาะลอยฟ้าไปก่อนแล้ว กระนั้นหงซางก็สนใจเพียงแค่เหมียวเชี่ยนเชี่ยนอยู่แล้ว

“เหมียวเชี่ยนเชี่ยน เจ้าได้รับการสืบทอดแปดทิศ อนาคตไร้ขีดจำกัด ในแคว้นเฉียนไม่มีผู้ใดสามารถสั่งสอนเจ้าได้ ไม่ทราบว่าเจ้าสมัครใจจะติดตามข้าไปยังนิกายมารเสียงสวรรค์หรือไม่ ข้ารับรองว่าภายในห้าร้อยปีเจ้าจะทะลวงผ่านสู่ขอบเขตผสานกาย อาศัยการสืบทอดแปดทิศ ต่อให้เป็นขอบเขตข้ามด่านเคราะห์ระยะต้น เจ้าก็พอมีกำลังที่จะต่อกรได้!”

เสียงของหงซางกังวานหนักแน่น ทุกคนในการประลองยุทธ์แคว้นเฉียนล้วนได้ยินชัดเจน ต่างพากันสูดลมหายใจเข้าด้วยความตื่นตะลึง แม้แต่เหมยไฉเซายังเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

ต่อให้เป็นสำนักระดับสุดยอดเหล่านั้นก็ยังไม่กล้าให้คำมั่นสัญญากับใครง่าย ๆ ว่าจะสามารถทะลวงผ่านสู่ขอบเขตผสานกายได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทะลวงผ่านภายในห้าร้อยปี

พึงรู้ไว้ว่า ผู้บำเพ็ญเพียรเมื่อถึงขอบเขตทารกวิญญาณ อายุขัยล้วนเริ่มต้นที่พันปี ถึงขอบเขตทารกวิญญาณระยะกลางอายุขัยก็ปาเข้าไปสองพันปีแล้ว ห้าร้อยปีนับว่าไม่นานจริง ๆ เผลอ ๆ อาจจะสั้นไปด้วยซ้ำ

หงซางเองก็รู้สึกว่าความฝันที่นางวาดให้เห็นนี้ช่างหอมหวานยิ่งนัก แม้แต่ตัวนางเองกว่าจะทะลวงผ่านสู่ขอบเขตผสานกายได้ก็ปาเข้าไปพันกว่าปีแล้ว

แต่ที่เหนือความคาดหมายของนางคือ เหมียวเชี่ยนเชี่ยนเพียงแค่เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ แต่ไม่นานก็สงบลง

“ขอบพระคุณใต้เท้าทูตแห่งเต๋าที่ให้ความสำคัญ”

แม้จะกล่าวขอบคุณ แต่ทุกคนล้วนฟังออกถึงการปฏิเสธอย่างนุ่มนวลในวาจาของเหมียวเชี่ยนเชี่ยน ผู้คนด้านล่างเวทีส่งเสียงฮือฮา หงซางเองก็มีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

แต่หงซางก็มิใช่คนโง่เขลา ไม่นานก็ฉุกคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่าง

แคว้นเฉียนเป็นเพียงแคว้นเล็ก ๆ ไม่มีผู้บำเพ็ญเพียรคนใดสามารถปฏิเสธคำเชิญจากสำนักระดับสุดยอดได้ เว้นเสียแต่ว่าอีกฝ่ายจะมีลู่ทางอื่นอยู่แล้ว

และการสืบทอดแปดทิศบนตัวเหมียวเชี่ยนเชี่ยนก็คือหนึ่งในหลักฐาน

ในแคว้นเฉียนแห่งนี้ มีสถานที่เช่นนั้นอยู่จริง ๆ

หอเทียมฟ้า!

หงซางเข้าใจแจ่มแจ้งทันที ความขุ่นข้องหมองใจเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง ไพล่มือไว้ด้านหลังแล้วพยักหน้าเบา ๆ

“นิกายมารเสียงสวรรค์เปิดประตอต้อนรับเจ้าเสมอ”

เหมียวเชี่ยนเชี่ยนพยักหน้า แล้วกล่าวขอบคุณอีกครั้ง

การประลองยุทธ์แคว้นเฉียนจบลงอย่างยิ่งใหญ่ แต่หงซางมิได้จากไปในทันที นางใช้วิชาศักดิ์สิทธิ์เคลื่อนย้ายมายังเรือเหาะของตระกูลเหมียว สองพ่อลูกตระกูลเหมียวมิได้แปลกใจ ประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมตามมารยาท ไม่มีท่าทีหยิ่งยโส แต่ก็ไม่ถ่อมตนจนต่ำต้อย

“สิ่งที่ตระกูลเหมียวมุ่งหวัง เกรงว่าจะมิใช่เพียงตำแหน่งสำนักกระมัง?”

หงซางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ว่าจะเป็นสำนักหรือราชวงศ์ต้าอวี่ต่างควบคุมทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรและเคล็ดวิชาต่าง ๆ ไว้อย่างเข้มงวด

ดังนั้นตระกูลขุนนางที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองขั้วอำนาจจึงทำได้เพียงเร่งผลิตทายาทราวกับการเสี่ยงโชค ให้กำเนิดบุตรหลานที่มีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียร แล้วส่งเข้าสู่สำนัก เพื่อสร้างขุมกำลังผู้บำเพ็ญเพียรที่เป็นของตนเองโดยตรง

สำนักเต๋ามองออกถึงความคิดของตระกูลขุนนาง แต่ไม่เคยแสดงท่าทีใด ๆ หนึ่งคือไม่อยากสร้างความขัดแย้งกับราชวงศ์ต้าอวี่จนเกินไป สองคือต้องการเลี้ยงไข้ตระกูลขุนนางไว้ ของที่ได้มาไม่ง่ายดายนักจึงจะมีแรงดึงดูดใจที่สุด พวกเขาต้องการให้ตระกูลขุนนางเป็นฝ่ายเข้าหาสำนักเอง เช่นนี้ต่อให้ราชวงศ์ต้าอวี่อยากจะหาเรื่อง พวกเขาก็สามารถอ้างได้ว่าเป็นตระกูลขุนนางที่มาเกาะแกะเอง

ราชวงศ์ต้าอวี่ไม่มีทางยอมอ่อนข้อ กลับเป็นฝ่ายสำนักเต๋าที่ยังพอมีความหวังริบหรี่ ดังนั้นสำนักจำนวนไม่น้อยจึงตั้งตารอที่จะแย่งชิงตำแหน่งสำนักมาให้ได้

ในแคว้นขนาดกลางบางแห่ง ถึงกับมีตระกูลขุนนางบางตระกูลใช้วิธีส่งลูกหลานที่มีความสามารถขึ้นสู่ตำแหน่งสูงเพื่อแทรกซึมและควบคุมสำนักนั้น ๆ

นี่ก็เป็นวิธีการที่สำนักเต๋ายอมรับโดยดุษณีเช่นกัน

แต่สิ่งที่ตระกูลเหมียวต้องการ มิได้เรียบง่ายเพียงนั้น

“ตำแหน่งจ้าวแคว้นเฉียน”

เหมียวอูเจียงกล่าวประโยคที่เคยพูดกับหลิวอู่ชางและอู๋ลั่งให้หงซางฟังอีกครั้ง พร้อมทั้งแสดงหยกประดับให้หงซางดู

ดวงตาของหงซางพลันส่องประกายเจิดจ้า วางป้ายโองการแห่งเต๋าลงในมือของเหมียวอูเจียงทันที

“หากพวกเจ้ามีเรื่องอันใด สามารถใช้ป้ายโองการแห่งเต๋านี้แจ้งข่าวแก่ข้าได้”

พูดจบหงซางก็หันกายจากไป

ในเมืองรื่อเซิงยังมีโม่จ่านเซียนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ หากติดต่อกับตระกูลเหมียวนานเกินไป เกรงว่าจะถูกโม่จ่านเซียนสงสัยเอาได้

มองดูป้ายโองการแห่งเต๋าในมือ เหมียวอูเจียงกลับไม่มีความรู้สึกตัวลอยเหมือนก่อนหน้านี้ กลับรู้สึกมั่นคงและมั่นใจอย่างยิ่ง

“เชี่ยนเชี่ยน เจ้าต้องจำไว้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ล้วนเป็นสิ่งที่หอเทียมฟ้ามอบให้แก่เรา หากหอเทียมฟ้าต้องการเรา ไม่ว่าจะบุกน้ำลุยไฟ เราต้องรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ช่วยเหลือหอเทียมฟ้า!”

“ท่านพ่อ ข้าเข้าใจ ลูกตั้งใจจะกลับไปบำเพ็ญเพียรต่อที่หอเทียมฟ้าเดี๋ยวนี้ ต้องขอลาตรงนี้เลย”

“ดี!”

เห็นบุตรสาวไม่เย่อหยิ่งจองหอง มุ่งมั่นแต่การบำเพ็ญเพียร เหมียวอูเจียงก็พึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง

พยักหน้าหนึ่งครั้ง เหมียวเชี่ยนเชี่ยนก็ผละออกจากเรือเหาะ เหาะเหินเดินอากาศ ทว่ามิได้มุ่งหน้าไปยังเมืองรื่อเซิงในทันที แต่ร่อนลงที่ตำบลลั่วหยางก่อน เดินหาอยู่รอบหนึ่งจึงพบหลี่เหยี่ยนโม่ที่กำลังพูดคุยหัวเราะอยู่กับเหลิ่งหนิงซวงในคราบคุณชายฮวาที่หน้าทางขึ้นเขาสำนักเขาชิงซาน

เห็นเหมียวเชี่ยนเชี่ยนจ้องมองมาเขม็ง หลี่เหยี่ยนโม่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย นึกว่าดรุณีน้อยผู้มีท่าทีข่มขวัญผู้นี้จะมาพูดจาเหน็บแนมอะไรอีก แต่คาดไม่ถึงว่าเหมียวเชี่ยนเชี่ยนเพียงแค่สะบัดมือ โยนถุงสมบัติใบหนึ่งมาทางหลี่เหยี่ยนโม่

หลี่เหยี่ยนโม่แปลกใจ แต่ก็รับถุงสมบัติไว้ก่อน

“คุณหนูเหมียว นี่หมายความว่าอย่างไร?”

“ข้ามิได้มาขอบคุณเจ้า นั่นคือของรางวัลสำหรับอันดับสองของกลุ่มขอบเขตสร้างรากฐาน”

เหมียวเชี่ยนเชี่ยนลดมือขวาลง กล่าวเสียงเรียบ “ข้าไม่รู้ว่าเจ้ามีความสัมพันธ์อันใดกับสำนักเขาชิงซาน แต่ก่อนหน้านี้ที่หน้าศิลาบรรลุธรรม เป็นข้าเองที่มองคนผิดไป”

พูดจบเหมียวเชี่ยนเชี่ยนก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

.........

แนะนำนิยาย!

ผู้อัญเชิญสายล้มละลาย

"คุณเจียงเฉิน ในฐานะผู้อัญเชิญระดับ S ที่อายุน้อยที่สุดของสหพันธรัฐ มีเคล็ดลับอะไรที่สามารถถ่ายทอดให้ผู้อัญเชิญคนอื่น ๆ ได้ไหม?"

เจียงเฉินหรี่ตามอง ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ "อืม... พยายามทำสัญญากับอสูรให้น้อยหน่อยล่ะกัน~"

ผู้สัมภาษณ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย "หมายความว่าคุณแนะนำให้พวกเขาทุ่มทรัพยากรทั้งหมดให้กับอสูรตัวเดียว เพื่อฝึกฝนให้เชี่ยวชาญงั้นหรือ?"

เจียงเฉินหัวเราะเบา ๆ พร้อมส่ายหน้า

"ไม่หรอก เพราะถ้าทำสัญญากับอสูรมากเกินไป มันจะล้มละลายเอาง่าย ๆ"

"คุณช่างล้อเล่นเก่งจริง ๆ" ผู้สัมภาษณ์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

เจียงเฉินไม่ตอบกลับ เพียงแค่หันไปมองฝูงอสูรของตัวเองที่กำลังหิวโหยและจ้องมองอาหารด้วยสายตาเป็นประกาย พลันตกอยู่ในภวังค์ความคิด

ก็เป็นผู้อัญเชิญระดับ S เหมือนกันแท้ ๆ... แต่ทำไมยิ่งแข็งแกร่งขึ้น เขากลับยิ่งจนลงเรื่อย ๆ กันนะ...

ภาพของอสูรที่ล้อมรอบด้วยความหิวโหยนั้น ช่างเป็นภาพที่สะท้อนถึงชีวิตผู้อัญเชิญได้อย่างชัดเจน ความแข็งแกร่งที่แลกมาด้วยความสิ้นเปลือง ทรัพยากรที่ร่อยหรอไปกับการเลี้ยงดูพวกมันไม่รู้จบ...

>คลิกอ่านที่นี่<

จบบทที่ บทที่ 105 ฟ้ากำลังจะเปลี่ยนสี (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว