เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 ผู้เฒ่าเช่นข้าเรียกว่าความรอบคอบ (ฟรี)

บทที่ 100 ผู้เฒ่าเช่นข้าเรียกว่าความรอบคอบ (ฟรี)

บทที่ 100 ผู้เฒ่าเช่นข้าเรียกว่าความรอบคอบ (ฟรี)


หลี่เหยี่ยนโม่พอใจกับการจัดตารางการแข่งขันนี้มาก

งานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนครั้งนี้คึกคักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ถึงขนาดมีผู้บำเพ็ญเพียรจากนอกแคว้นเข้ามาร่วมสนุกด้วย

งานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนในอดีตมีรางวัลให้เฉพาะสามอันดับแรกของแต่ละกลุ่มเท่านั้น ไม่มีรางวัลสำหรับการเข้าร่วม

ด้วยวิถีปฏิบัติของสำนักเต๋า อย่างมากก็เตรียมของรางวัลสำหรับสามอันดับแรก คงไม่ยินดีที่จะสิ้นเปลืองทรัพยากรจัดเตรียมรางวัลเข้าร่วมให้กับผู้บำเพ็ญเพียรระดับกลั่นลมปราณเหล่านั้น สุดท้ายคนที่ต้องควักเนื้อจ่ายก็คงเป็นสำนักเขาชิงซานเอง

และสำนักเขาชิงซานเป็นเพียงสำนักในอาณัติของสำนักไท่ซูของเขา เรื่องควักเนื้อจ่ายเงินจะปล่อยให้สำนักเขาชิงซานทำได้อย่างไร

ค่าใช้จ่ายในการสร้างเกาะลอยฟ้า ค่ารับรองผู้เข้าแข่งขันงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียน บวกกับค่ารางวัลเข้าร่วม รอบนี้ขาดทุนย่อยยับแน่นอน!

ทว่าหลี่เหยี่ยนโม่ก็มาติดขัดเรื่องการแบ่งกลุ่มอีกครั้ง

ระดับบำเพ็ญเพียรกลั่นลมปราณขั้นสิบเอ็ด สร้างรากฐานขั้นหนึ่งครึ่งของเขา สรุปแล้วนับเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับกลั่นลมปราณ? หรือระดับสร้างรากฐานกันแน่?

หลี่เหยี่ยนโม่คิดไปคิดมา ก็เลยสมัครไปทั้งสองกลุ่ม ถ้าเจอผู้บำเพ็ญเพียรระดับกลั่นลมปราณก็ใช้พลังระดับกลั่นลมปราณ ถ้าเจอผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานก็ใช้พลังระดับสร้างรากฐาน

บนเวที เหล่าผู้อาวุโสสำนักเขาชิงซานกำลังช่วยเหมยไฉเซาตรวจนับของรางวัลที่สำนักเต๋านำมาต่อหน้าหงซาง ทูตแห่งสำนักเต๋า

นับไปนับมา จู่ๆ ผู้อาวุโสใหญ่หลินเทียนก็ร้องโวยวายว่ามีแมลง แล้วหยิบม้วนคัมภีร์วิชาศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสิบสองอิทธิฤทธิ์แห่งดิน 'เรียกเมฆา' ออกมากาง ผู้อาวุโสคนอื่นรีบกรูกันเข้ามาเบิกตาโพลงกวาดสายตาไปมา ผ่านไปครู่หนึ่งผู้อาวุโสทุกคนก็แยกย้ายกันไปด้วยท่าทางขึงขัง

หงซางหางตากระตุกถี่ “ทุกท่าน นี่คือรางวัลสำหรับงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนในครั้งนี้”

“พวกเรารู้อยู่แล้ว! ท่านทูต ข้าเพียงแค่กังวลว่าจะมีคนชั่วช้าคิดขโมยรางวัลงานประลองครั้งนี้เท่านั้น!”

หลินเทียนยัดม้วนคัมภีร์เข้าถุงสมบัติด้วยสีหน้าเที่ยงธรรม ผู้อาวุโสคนอื่นก็พากันพยักหน้าเห็นด้วย แล้วหยิบม้วนคัมภีร์วิชาศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ออกมาเปิดดูอย่างหน้าด้านๆ ผู้อาวุโสสามที่เป็นผู้ฝึกกระบี่ถึงกับชักกระบี่ออกมาร่ายรำเพลงดาบภูตสามสะบั้นขั้นปฐพีอย่างโจ่งแจ้ง

เจตนาเดิมของสำนักเต๋าในการจัดงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนคือเพื่อกระตุ้นการพัฒนาของสำนัก ดังนั้นวิชาศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นรางวัลจึงสามารถให้สำนักอ่านซ้ำเพื่อเป็นรากฐานได้

ขณะนั้นเหมยไฉเซาที่กำลังดูวิชาหว่านถั่วเป็นกองทัพก็เอ่ยขึ้น คิ้วขมวดมุ่น ตวาดเสียงต่ำ

“ดูสารรูปพวกเจ้าสิ! ท่านทูต โปรดวางใจ ข้าจะสั่งสอนไอ้พวกสวะนี่เดี๋ยวนี้!”

หงซางเอนศีรษะไปด้านหลังเล็กน้อย นางอยากจะเชื่อเหมยไฉเซา แต่ดูเหมือนเหมยไฉเซานี่แหละจะเป็นคนที่พึ่งพาไม่ได้ที่สุดในกลุ่มนี้

ความจริงพิสูจน์แล้วว่าสัญชาตญาณของหงซางไม่ผิด เหมยไฉเซาเขกหัวผู้อาวุโสทุกคนคนละที แล้วตะโกนด่า

“พวกเจ้าเนี่ยนะ! ไม่รู้หรือว่าจำดีสู้จดไม่ได้! ท่องจำไปจะมีประโยชน์อันใด ไปคัดลอกวิชาศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้มาให้หมด! พวกเจ้าไม่เคยคิดบ้างหรือว่าหากมีคนชั่วขโมยต้นฉบับไปจะทำอย่างไร!”

พูดจบเหมยไฉเซาก็ยัดม้วนคัมภีร์หว่านถั่วเป็นกองทัพเข้าแขนเสื้อ หันไปประสานมือคารวะหงซาง

“ท่านทูต ท่านเห็นว่าที่ข้าพูดถูกต้องหรือไม่?”

หงซางสูดหายใจเข้าลึก ฝืนยิ้มแห้งๆ

“บรรพชนเหมยช่างรอบคอบยิ่งนัก เพียงแต่ข้าไม่คิดว่าในแคว้นเฉียนจะมีใครสามารถขโมยของเหล่านี้ไปจากมือบรรพชนระดับผสานกายอย่างท่านได้”

“เอ๊ะ โลกหล้านี้กว้างใหญ่ เรื่องประหลาดมีมากมาย”

เอาเถอะ เจ้าพวกนี้ตั้งใจจะสับเปลี่ยนต้นฉบับจริงๆ สินะ

นึกถึงคำกำชับของหงเสีย หงซางก็ได้แต่แสร้งทำหน้าเข้าใจ และทำเป็นมองไม่เห็นพฤติกรรมหน้าด้านๆ ของผู้อาวุโสสำนักเขาชิงซานที่คัดลอกเนื้อหาวิชาศักดิ์สิทธิ์กันอย่างเอิกเกริก

ทันใดนั้นหลิ่วอู่ชางที่ยืนไพล่หลังอยู่ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดูแก่ลงไปถนัดตา เสียงถอนหายใจนี้ทำเอาหงซางสะดุ้งโหยง

“ท่านเจ้าสำนักหลิ่ว ท่านเป็นอะไรไปอีกเล่า?”

“ไม่มีอะไร เพียงแต่ดูเหมือนสำนักเต๋าจะไม่ได้เตรียมรางวัลเข้าร่วมไว้ พอคิดว่าสำนักเขาชิงซานต้องเตรียมรางวัลเข้าร่วมจำนวนมากขนาดนี้ ข้าก็รู้สึกเหนื่อยใจ หากเตรียมของราคาถูกเกินไป ก็จะเสียหน้างานประลองยุทธ์แคว้นเฉียน และเสียหน้าสำนักเต๋า ดีไม่ดีปีหน้าอาจไม่มีคนมาร่วมงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนมากขนาดนี้อีก ช่างเถิด ต่อให้ต้องควักเนื้อสำนักเขาชิงซานจนหมดตัว พวกเราสำนักเขาชิงซานก็จะไม่มีวันยอมให้ใครมาดูแคลนงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนที่สำนักเต๋าเป็นผู้จัด เพียงแต่... เฮ้อ ไม่รู้ว่าสำนักเขาชิงซานจะอยู่รอดไปถึงงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนครั้งหน้าหรือไม่...”

ใบหน้าของหงซางค่อยๆ ดำคล้ำลง โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่หลิ่วอู่ชางทำท่าถูนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ส่งสัญญาณมาทางนางอย่างไม่ปิดบัง

“ท่านเจ้าสำนักหลิ่วกล่าวล้อเล่นแล้ว งานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนเป็นมติร่วมกันของพันธมิตรล้านสำนัก ย่อมไม่ปล่อยให้สำนักเขาชิงซานแบกรับค่าใช้จ่ายเพียงลำพัง เพียงแต่งานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ ทั้งขนาดและรูปแบบการแข่งขัน เอาอย่างนี้เถิด เมื่องานประลองจบลง รบกวนทุกท่านจัดทำบัญชีที่ละเอียดและไม่มีข้อผิดพลาด ทางสำนักเต๋าจะตรวจสอบ และจะเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมถึงค่าก่อสร้างเกาะลอยฟ้านี้ให้ในภายหลัง”

หงซางเน้นเสียงหนักแน่นตรงคำว่า 'ไม่มีข้อผิดพลาด' และ 'ตรวจสอบ'

จากพฤติกรรมของสำนักเขาชิงซานในขณะนี้ นางมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าเหล่าผู้อาวุโสพวกนี้จะต้องตกแต่งบัญชีและกินส่วนต่างแน่นอน

“เช่นนั้นต้องรบกวนท่านทูตแล้ว ข้าขอเป็นตัวแทนศิษย์สำนักเขาชิงซานทุกคนขอบคุณสำนักเต๋า”

หลิ่วอู่ชางก้มกายคารวะ

หงซางชะงัก ไม่เข้าใจความหมาย ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าอึกทึกก็ดังขึ้น

ผู้บำเพ็ญเพียรสวมชุดสำนักเขาชิงซานกลุ่มใหญ่หลั่งไหลออกมา ระดับบำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่อยู่ที่กลั่นลมปราณขั้นหนึ่งหรือสอง และมีช่วงอายุที่แตกต่างกันมาก

เด็กสุดเพียงสิบเอ็ดสิบสองปี แก่สุดปาเข้าไปห้าสิบกว่าปี ผมสองสีดอกเลา จำนวนคนมากมายมหาศาลบดบังตระกูลขุนนางและสำนักอื่นๆ จนมิด

“อ่า ฮะฮะฮะ ไม่ปิดบังท่านทูต ปีนี้สำนักเขาชิงซานดวงขึ้น รับศิษย์ที่มีพรสวรรค์ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว”

หลิ่วอู่ชางหัวเราะร่า แต่สีหน้าของหงซางกลับดำคล้ำราวกับก้นหม้อ นางเข้าใจแล้วว่าเหตุใดสำนักเขาชิงซานจึงยืนกรานจะใช้ระบบคะแนนสะสม

คนจำนวนมากขนาดนี้ ลำพังแค่คะแนนการมีส่วนร่วมก็สามารถบดขยี้สำนักและตระกูลขุนนางอื่นๆ ได้แล้ว หากนับรวมรางวัลเข้าร่วมเข้าไปด้วย งานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนรอบนี้สำนักเขาชิงซานกำไรเละเทะแน่นอน

หากวัดกันที่ทรัพยากรพื้นฐาน ถึงขั้นไปตั้งตัวเป็นสำนักระดับหนึ่งในแดนกลางได้เลยด้วยซ้ำ

แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว หงซางก็ไม่อาจคืนคำ ท่าทางแขวนคอร้องโหยหวนของเหมยไฉเซาและหลิ่วอู่ชางยังติดตาเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน นางไม่จำเป็นต้องหาเรื่องใส่ตัวเพราะทรัพยากรเพียงเล็กน้อย

อย่างไรเสียสำหรับสำนักเต๋า งานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนครั้งนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ ให้สำนักเขาชิงซานได้กำไรเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร

หงซางได้แต่ปลอบใจตัวเองเช่นนี้

ท่ามกลางฝูงชน ชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าเคลื่อนไหวไปตามกระแสคน ดวงตาภายใต้ผ้าคลุมแดงก่ำด้วยเส้นเลือดและความเคียดแค้น

“สำนักเขาชิงซาน... คอยดูเถอะ ข้าจะป่วนงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนของพวกเจ้าให้พังพินาศ!”

พูดจบชายหนุ่มก็กัดกินกล้วยในมือทั้งเปลือกด้วยความดุร้าย กินเสร็จก็ชูมือขวาขึ้นสูง

เขาต้องการพลัง เขาต้องการพลังเพื่อแก้แค้น! ดังนั้นต้องกินให้เต็มคราบ กินผลวิญญาณของสำนักเขาชิงซานให้หมดเกลี้ยง แล้วใช้พลังนี้ตบหน้าสำนักเขาชิงซานให้หัน!

พอนึกถึงสีหน้าตกตะลึงของเหล่าผู้อาวุโสสำนักเขาชิงซาน เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมาเบาๆ

“ข้าเอาผลไม้เพิ่มอีก!”

นกวิญญาณที่บินอยู่บนท้องฟ้ารีบโฉบลงมา ทิ้งทุเรียนลูกหนึ่งลงมาให้ชายหนุ่ม

“......”

ทำไมพวกเจ้าถึงปลูกทุเรียนด้วย...

......

แนะนำนิยาย!

สำนักข้าสามารถอัปเกรดได้ไม่สิ้นสุด

(สถานะ: ชนต้นฉบับ)

เหวินผิงได้เกิดใหม่เป็นบุตรชายของเจ้าสำนักอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง เดิมทีเขาคิดว่ามีที่พึ่งอันแข็งแกร่ง ชีวิตนี้คงจะสุขสบายไร้กังวล แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อสำนักตกต่ำและเสื่อมถอยลง หลังจากที่ส่งศิษย์สิบคนสุดท้ายออกจากสำนัก เหลือเพียงชายชราหูหนวกกับสุนัขชื่อฮาฮา เหวินผิงก็ค้นพบว่า อาคารในสำนักของเขาสามารถอัพเกรดได้!

อัพเกรดห้องโถงหลัก!

อัพเกรดหอพำนัก!

แม้แต่ห้องครัวก็ยังอัพเกรดได้!

สุดยอดสำนักกำลังจะผงาดขึ้นดุจดวงอาทิตย์...

ยินดีต้อนรับสู่สำนักของข้า!

ที่นี่รับศิษย์เฉพาะอัจฉริยะ ทว่าแม้จะเป็นอัจฉริยะหรือผู้ที่แข็งแกร่งสักเพียงใด หากต้องการจะเข้าร่วมสำนัก เจ้าจะต้องจ่ายเงิน

ไม่มีอะไรฟรีในโลก!

นอกจากนั้นแล้ว เจ้าสำนักของที่นี่ยังมีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น!

คลิกอ่านที่นี่

จบบทที่ บทที่ 100 ผู้เฒ่าเช่นข้าเรียกว่าความรอบคอบ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว