- หน้าแรก
- สำนักนี้ไม่รับอัจฉริยะ แต่พอออกจากสำนักไปเหตุใดล้วนกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่กันหมด
- บทที่ 100 ผู้เฒ่าเช่นข้าเรียกว่าความรอบคอบ (ฟรี)
บทที่ 100 ผู้เฒ่าเช่นข้าเรียกว่าความรอบคอบ (ฟรี)
บทที่ 100 ผู้เฒ่าเช่นข้าเรียกว่าความรอบคอบ (ฟรี)
หลี่เหยี่ยนโม่พอใจกับการจัดตารางการแข่งขันนี้มาก
งานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนครั้งนี้คึกคักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ถึงขนาดมีผู้บำเพ็ญเพียรจากนอกแคว้นเข้ามาร่วมสนุกด้วย
งานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนในอดีตมีรางวัลให้เฉพาะสามอันดับแรกของแต่ละกลุ่มเท่านั้น ไม่มีรางวัลสำหรับการเข้าร่วม
ด้วยวิถีปฏิบัติของสำนักเต๋า อย่างมากก็เตรียมของรางวัลสำหรับสามอันดับแรก คงไม่ยินดีที่จะสิ้นเปลืองทรัพยากรจัดเตรียมรางวัลเข้าร่วมให้กับผู้บำเพ็ญเพียรระดับกลั่นลมปราณเหล่านั้น สุดท้ายคนที่ต้องควักเนื้อจ่ายก็คงเป็นสำนักเขาชิงซานเอง
และสำนักเขาชิงซานเป็นเพียงสำนักในอาณัติของสำนักไท่ซูของเขา เรื่องควักเนื้อจ่ายเงินจะปล่อยให้สำนักเขาชิงซานทำได้อย่างไร
ค่าใช้จ่ายในการสร้างเกาะลอยฟ้า ค่ารับรองผู้เข้าแข่งขันงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียน บวกกับค่ารางวัลเข้าร่วม รอบนี้ขาดทุนย่อยยับแน่นอน!
ทว่าหลี่เหยี่ยนโม่ก็มาติดขัดเรื่องการแบ่งกลุ่มอีกครั้ง
ระดับบำเพ็ญเพียรกลั่นลมปราณขั้นสิบเอ็ด สร้างรากฐานขั้นหนึ่งครึ่งของเขา สรุปแล้วนับเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับกลั่นลมปราณ? หรือระดับสร้างรากฐานกันแน่?
หลี่เหยี่ยนโม่คิดไปคิดมา ก็เลยสมัครไปทั้งสองกลุ่ม ถ้าเจอผู้บำเพ็ญเพียรระดับกลั่นลมปราณก็ใช้พลังระดับกลั่นลมปราณ ถ้าเจอผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานก็ใช้พลังระดับสร้างรากฐาน
บนเวที เหล่าผู้อาวุโสสำนักเขาชิงซานกำลังช่วยเหมยไฉเซาตรวจนับของรางวัลที่สำนักเต๋านำมาต่อหน้าหงซาง ทูตแห่งสำนักเต๋า
นับไปนับมา จู่ๆ ผู้อาวุโสใหญ่หลินเทียนก็ร้องโวยวายว่ามีแมลง แล้วหยิบม้วนคัมภีร์วิชาศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสิบสองอิทธิฤทธิ์แห่งดิน 'เรียกเมฆา' ออกมากาง ผู้อาวุโสคนอื่นรีบกรูกันเข้ามาเบิกตาโพลงกวาดสายตาไปมา ผ่านไปครู่หนึ่งผู้อาวุโสทุกคนก็แยกย้ายกันไปด้วยท่าทางขึงขัง
หงซางหางตากระตุกถี่ “ทุกท่าน นี่คือรางวัลสำหรับงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนในครั้งนี้”
“พวกเรารู้อยู่แล้ว! ท่านทูต ข้าเพียงแค่กังวลว่าจะมีคนชั่วช้าคิดขโมยรางวัลงานประลองครั้งนี้เท่านั้น!”
หลินเทียนยัดม้วนคัมภีร์เข้าถุงสมบัติด้วยสีหน้าเที่ยงธรรม ผู้อาวุโสคนอื่นก็พากันพยักหน้าเห็นด้วย แล้วหยิบม้วนคัมภีร์วิชาศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ออกมาเปิดดูอย่างหน้าด้านๆ ผู้อาวุโสสามที่เป็นผู้ฝึกกระบี่ถึงกับชักกระบี่ออกมาร่ายรำเพลงดาบภูตสามสะบั้นขั้นปฐพีอย่างโจ่งแจ้ง
เจตนาเดิมของสำนักเต๋าในการจัดงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนคือเพื่อกระตุ้นการพัฒนาของสำนัก ดังนั้นวิชาศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นรางวัลจึงสามารถให้สำนักอ่านซ้ำเพื่อเป็นรากฐานได้
ขณะนั้นเหมยไฉเซาที่กำลังดูวิชาหว่านถั่วเป็นกองทัพก็เอ่ยขึ้น คิ้วขมวดมุ่น ตวาดเสียงต่ำ
“ดูสารรูปพวกเจ้าสิ! ท่านทูต โปรดวางใจ ข้าจะสั่งสอนไอ้พวกสวะนี่เดี๋ยวนี้!”
หงซางเอนศีรษะไปด้านหลังเล็กน้อย นางอยากจะเชื่อเหมยไฉเซา แต่ดูเหมือนเหมยไฉเซานี่แหละจะเป็นคนที่พึ่งพาไม่ได้ที่สุดในกลุ่มนี้
ความจริงพิสูจน์แล้วว่าสัญชาตญาณของหงซางไม่ผิด เหมยไฉเซาเขกหัวผู้อาวุโสทุกคนคนละที แล้วตะโกนด่า
“พวกเจ้าเนี่ยนะ! ไม่รู้หรือว่าจำดีสู้จดไม่ได้! ท่องจำไปจะมีประโยชน์อันใด ไปคัดลอกวิชาศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้มาให้หมด! พวกเจ้าไม่เคยคิดบ้างหรือว่าหากมีคนชั่วขโมยต้นฉบับไปจะทำอย่างไร!”
พูดจบเหมยไฉเซาก็ยัดม้วนคัมภีร์หว่านถั่วเป็นกองทัพเข้าแขนเสื้อ หันไปประสานมือคารวะหงซาง
“ท่านทูต ท่านเห็นว่าที่ข้าพูดถูกต้องหรือไม่?”
หงซางสูดหายใจเข้าลึก ฝืนยิ้มแห้งๆ
“บรรพชนเหมยช่างรอบคอบยิ่งนัก เพียงแต่ข้าไม่คิดว่าในแคว้นเฉียนจะมีใครสามารถขโมยของเหล่านี้ไปจากมือบรรพชนระดับผสานกายอย่างท่านได้”
“เอ๊ะ โลกหล้านี้กว้างใหญ่ เรื่องประหลาดมีมากมาย”
เอาเถอะ เจ้าพวกนี้ตั้งใจจะสับเปลี่ยนต้นฉบับจริงๆ สินะ
นึกถึงคำกำชับของหงเสีย หงซางก็ได้แต่แสร้งทำหน้าเข้าใจ และทำเป็นมองไม่เห็นพฤติกรรมหน้าด้านๆ ของผู้อาวุโสสำนักเขาชิงซานที่คัดลอกเนื้อหาวิชาศักดิ์สิทธิ์กันอย่างเอิกเกริก
ทันใดนั้นหลิ่วอู่ชางที่ยืนไพล่หลังอยู่ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดูแก่ลงไปถนัดตา เสียงถอนหายใจนี้ทำเอาหงซางสะดุ้งโหยง
“ท่านเจ้าสำนักหลิ่ว ท่านเป็นอะไรไปอีกเล่า?”
“ไม่มีอะไร เพียงแต่ดูเหมือนสำนักเต๋าจะไม่ได้เตรียมรางวัลเข้าร่วมไว้ พอคิดว่าสำนักเขาชิงซานต้องเตรียมรางวัลเข้าร่วมจำนวนมากขนาดนี้ ข้าก็รู้สึกเหนื่อยใจ หากเตรียมของราคาถูกเกินไป ก็จะเสียหน้างานประลองยุทธ์แคว้นเฉียน และเสียหน้าสำนักเต๋า ดีไม่ดีปีหน้าอาจไม่มีคนมาร่วมงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนมากขนาดนี้อีก ช่างเถิด ต่อให้ต้องควักเนื้อสำนักเขาชิงซานจนหมดตัว พวกเราสำนักเขาชิงซานก็จะไม่มีวันยอมให้ใครมาดูแคลนงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนที่สำนักเต๋าเป็นผู้จัด เพียงแต่... เฮ้อ ไม่รู้ว่าสำนักเขาชิงซานจะอยู่รอดไปถึงงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนครั้งหน้าหรือไม่...”
ใบหน้าของหงซางค่อยๆ ดำคล้ำลง โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่หลิ่วอู่ชางทำท่าถูนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ส่งสัญญาณมาทางนางอย่างไม่ปิดบัง
“ท่านเจ้าสำนักหลิ่วกล่าวล้อเล่นแล้ว งานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนเป็นมติร่วมกันของพันธมิตรล้านสำนัก ย่อมไม่ปล่อยให้สำนักเขาชิงซานแบกรับค่าใช้จ่ายเพียงลำพัง เพียงแต่งานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ ทั้งขนาดและรูปแบบการแข่งขัน เอาอย่างนี้เถิด เมื่องานประลองจบลง รบกวนทุกท่านจัดทำบัญชีที่ละเอียดและไม่มีข้อผิดพลาด ทางสำนักเต๋าจะตรวจสอบ และจะเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมถึงค่าก่อสร้างเกาะลอยฟ้านี้ให้ในภายหลัง”
หงซางเน้นเสียงหนักแน่นตรงคำว่า 'ไม่มีข้อผิดพลาด' และ 'ตรวจสอบ'
จากพฤติกรรมของสำนักเขาชิงซานในขณะนี้ นางมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าเหล่าผู้อาวุโสพวกนี้จะต้องตกแต่งบัญชีและกินส่วนต่างแน่นอน
“เช่นนั้นต้องรบกวนท่านทูตแล้ว ข้าขอเป็นตัวแทนศิษย์สำนักเขาชิงซานทุกคนขอบคุณสำนักเต๋า”
หลิ่วอู่ชางก้มกายคารวะ
หงซางชะงัก ไม่เข้าใจความหมาย ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าอึกทึกก็ดังขึ้น
ผู้บำเพ็ญเพียรสวมชุดสำนักเขาชิงซานกลุ่มใหญ่หลั่งไหลออกมา ระดับบำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่อยู่ที่กลั่นลมปราณขั้นหนึ่งหรือสอง และมีช่วงอายุที่แตกต่างกันมาก
เด็กสุดเพียงสิบเอ็ดสิบสองปี แก่สุดปาเข้าไปห้าสิบกว่าปี ผมสองสีดอกเลา จำนวนคนมากมายมหาศาลบดบังตระกูลขุนนางและสำนักอื่นๆ จนมิด
“อ่า ฮะฮะฮะ ไม่ปิดบังท่านทูต ปีนี้สำนักเขาชิงซานดวงขึ้น รับศิษย์ที่มีพรสวรรค์ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว”
หลิ่วอู่ชางหัวเราะร่า แต่สีหน้าของหงซางกลับดำคล้ำราวกับก้นหม้อ นางเข้าใจแล้วว่าเหตุใดสำนักเขาชิงซานจึงยืนกรานจะใช้ระบบคะแนนสะสม
คนจำนวนมากขนาดนี้ ลำพังแค่คะแนนการมีส่วนร่วมก็สามารถบดขยี้สำนักและตระกูลขุนนางอื่นๆ ได้แล้ว หากนับรวมรางวัลเข้าร่วมเข้าไปด้วย งานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนรอบนี้สำนักเขาชิงซานกำไรเละเทะแน่นอน
หากวัดกันที่ทรัพยากรพื้นฐาน ถึงขั้นไปตั้งตัวเป็นสำนักระดับหนึ่งในแดนกลางได้เลยด้วยซ้ำ
แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว หงซางก็ไม่อาจคืนคำ ท่าทางแขวนคอร้องโหยหวนของเหมยไฉเซาและหลิ่วอู่ชางยังติดตาเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน นางไม่จำเป็นต้องหาเรื่องใส่ตัวเพราะทรัพยากรเพียงเล็กน้อย
อย่างไรเสียสำหรับสำนักเต๋า งานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนครั้งนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ ให้สำนักเขาชิงซานได้กำไรเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร
หงซางได้แต่ปลอบใจตัวเองเช่นนี้
ท่ามกลางฝูงชน ชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าเคลื่อนไหวไปตามกระแสคน ดวงตาภายใต้ผ้าคลุมแดงก่ำด้วยเส้นเลือดและความเคียดแค้น
“สำนักเขาชิงซาน... คอยดูเถอะ ข้าจะป่วนงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียนของพวกเจ้าให้พังพินาศ!”
พูดจบชายหนุ่มก็กัดกินกล้วยในมือทั้งเปลือกด้วยความดุร้าย กินเสร็จก็ชูมือขวาขึ้นสูง
เขาต้องการพลัง เขาต้องการพลังเพื่อแก้แค้น! ดังนั้นต้องกินให้เต็มคราบ กินผลวิญญาณของสำนักเขาชิงซานให้หมดเกลี้ยง แล้วใช้พลังนี้ตบหน้าสำนักเขาชิงซานให้หัน!
พอนึกถึงสีหน้าตกตะลึงของเหล่าผู้อาวุโสสำนักเขาชิงซาน เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมาเบาๆ
“ข้าเอาผลไม้เพิ่มอีก!”
นกวิญญาณที่บินอยู่บนท้องฟ้ารีบโฉบลงมา ทิ้งทุเรียนลูกหนึ่งลงมาให้ชายหนุ่ม
“......”
ทำไมพวกเจ้าถึงปลูกทุเรียนด้วย...
......
แนะนำนิยาย!
สำนักข้าสามารถอัปเกรดได้ไม่สิ้นสุด
(สถานะ: ชนต้นฉบับ)
เหวินผิงได้เกิดใหม่เป็นบุตรชายของเจ้าสำนักอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง เดิมทีเขาคิดว่ามีที่พึ่งอันแข็งแกร่ง ชีวิตนี้คงจะสุขสบายไร้กังวล แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อสำนักตกต่ำและเสื่อมถอยลง หลังจากที่ส่งศิษย์สิบคนสุดท้ายออกจากสำนัก เหลือเพียงชายชราหูหนวกกับสุนัขชื่อฮาฮา เหวินผิงก็ค้นพบว่า อาคารในสำนักของเขาสามารถอัพเกรดได้!
อัพเกรดห้องโถงหลัก!
อัพเกรดหอพำนัก!
แม้แต่ห้องครัวก็ยังอัพเกรดได้!
สุดยอดสำนักกำลังจะผงาดขึ้นดุจดวงอาทิตย์...
ยินดีต้อนรับสู่สำนักของข้า!
ที่นี่รับศิษย์เฉพาะอัจฉริยะ ทว่าแม้จะเป็นอัจฉริยะหรือผู้ที่แข็งแกร่งสักเพียงใด หากต้องการจะเข้าร่วมสำนัก เจ้าจะต้องจ่ายเงิน
ไม่มีอะไรฟรีในโลก!
นอกจากนั้นแล้ว เจ้าสำนักของที่นี่ยังมีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น!