เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 350 - เสี่ยวเฮยสำแดงเดช แบ่งปันของโจรหลังสมรภูมิ

บทที่ 350 - เสี่ยวเฮยสำแดงเดช แบ่งปันของโจรหลังสมรภูมิ

บทที่ 350 - เสี่ยวเฮยสำแดงเดช แบ่งปันของโจรหลังสมรภูมิ


บทที่ 350 - เสี่ยวเฮยสำแดงเดช แบ่งปันของโจรหลังสมรภูมิ

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

“[โล่เต่าทมิฬ]!”

อักขระบนกระดองเต่าของเสี่ยวเฮยขยับเขยื้อน ลวดลายที่สลับซับซ้อนส่องประกายสีทองจางๆ ก่อเกิดเป็นม่านแสงห่อหุ้มรอบกายมัน

จากนั้นมันก็หดหัวและแขนขาทั้งสี่เข้าไปในกระดอง พุ่งเข้าปะทะกับลูกบอลทองคำที่พุ่งเข้ามา

ตูม!

ลูกบอลทองคำกระแทกเข้ากับ 'โล่เต่าทมิฬ' ของเสี่ยวเฮย แรงปะทะอันมหาศาลทำให้เกิดคลื่นยักษ์นับพันชั้น ก่อเกิดเป็นเขตสุญญากาศกลางทะเลรัศมีร้อยจั้งในทันที

คลื่นยักษ์ที่เกิดขึ้นซัดสาดเรือสินค้า 'หมื่นสมบัติ' ที่อยู่ห่างออกไปนับพันจั้งจนเกือบพลิกคว่ำ เหล่าผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานทุกคนต่างต้องรีบโคจรพลังเวทเพื่อประคองเรือ 'หมื่นสมบัติ' เอาไว้

ลูกบอลทองคำหยุดนิ่งอยู่สามอึดใจ ก่อนจะทำลาย 'โล่เต่าทมิฬ' จนแตกสลาย แล้วกระแทกเข้ากับกระดองเต่าโดยตรง อักขระแต่ละตัวราวกับมีชีวิต ก่อเกิดเป็นม่านพลังสกัดกั้นทีละชั้น สลายพลังโจมตีของลูกบอลทองคำ

แม้จะเป็นเช่นนั้น เมื่อลูกบอลทองคำกระแทกเข้ากับกระดองเต่าของเสี่ยวเฮย ก็ยังทิ้งรอยประทับวงกลมสีขาวไว้ ดูเหมือนว่าจะยุบเข้าไปหนึ่งส่วน

“แรงเยอะกว่าไอ้วัวป่านั่นอีก!”

แม้กระดองเต่าจะต้านทานการโจมตีของลูกบอลทองคำไว้ได้ แต่แรงกระแทกเช่นนี้ กลับทำให้เครื่องในของเสี่ยวเฮยได้รับการกระทบกระเทือนเสียหายอย่างหนัก

อสูรทะเลที่ใกล้จะทะลวงสู่ระดับสามตอนกลาง แถมยังเป็นสายเลือดระดับสี่ชั้นสูง อิทธิฤทธิ์ทลายภูผาสายทองกงเจินที่ปลุกขึ้นมาได้ พลังโจมตีของมันแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้

เสี่ยวเฮยฝืนทนความเจ็บปวดภายใน แก่นอสูรแผ่พลังหยวนอันลึกล้ำออกมา ซ่อมแซมเครื่องในที่เคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง

ในขณะนั้นเอง ลูกบอลทองคำที่กระแทกกระดองเต่า ก็ส่งเสี่ยวเฮยกระเด็นดิ่งลงสู่ก้นทะเลลึกร้อยจั้ง

ลูกบอลทองคำหมุนกลับทิศทาง แล้วระเบิดออกทันที ลำแสงสีทองสามสายพุ่งเข้าใส่เสี่ยวเฮย

นี่คือกระบวนท่าโจมตีที่รุนแรงที่สุดของ [เกราะทองกงเจินหนา·ทลายภูผา] ที่จระเข้ทองคำธาตุวารีบรรลุ ลำแสงสีทองสามสายที่พุ่งออกมานั้น คือเกล็ดโลหิตที่มันบ่มเพาะขึ้นมา

ภายในอัดแน่นไปด้วยอานุภาพอันทรงพลัง หากผู้ฝึกตนคนใดได้ไปอย่างสมบูรณ์ สามารถนำไปหลอมเป็นสมบัติวิเศษสายป้องกันได้เลย

เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!

ลำแสงสีทองสามสายพุ่งกระแทกกระดองเต่าของเสี่ยวเฮย ทะลุจมเข้าไปในกระดองเต่าลึกสามนิ้ว เผยให้เห็นรูปร่างดั้งเดิมของเกล็ดทั้งสาม

เกล็ดโลหิตรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนขนาดเจ็ดฉื่อสามชิ้น ปักคาอยู่บนกระดองเต่าของเสี่ยวเฮย

“ทำไมมันไม่ทะลวงขั้น”

เสี่ยวเฮยสัมผัสได้ถึงพลังโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวของจระเข้ทองคำธาตุวารี และกลิ่นอายอันหนาแน่นของมัน มันสามารถทะลวงสู่ระดับสามตอนกลางได้แล้วแท้ๆ

แต่จระเข้ทองคำธาตุวารีกลับยังคงอยู่ในระดับสามตอนต้น

ในยามนี้ เฉินเจียงเหอรู้สึกได้ว่าผนึกจิตวิญญาณบนแท่นวิญญาณส่องสว่างวาบ เขาไม่รู้ว่าเสี่ยวเฮยที่กำลังต่อสู้กับจระเข้ทองคำธาตุวารีอยู่ใต้ทะเลลึกเป็นอย่างไรบ้าง

ในใจพลันร้อนรนกังวล

แต่เขาก็ไม่กล้าส่งเสียงผ่านจิตไป กลัวว่าจะทำให้เสี่ยวเฮยเสียสมาธิ

ตูม!

ทันใดนั้น ผิวน้ำทะเลที่คลั่งคลั่งอยู่ไกลออกไปก็พลันเกิดเสามังกรวารีเก้าสายพุ่งทะยานขึ้นมา ดันร่างของจระเข้ทองคำธาตุวารีให้ลอยขึ้นเหนือผิวน้ำ

จากนั้นก็เห็นเต่ายักษ์ตัวหนึ่งบินตามออกมา แขนขาทั้งสี่ยืดออก กอดรัดจระเข้ทองคำธาตุวารีไว้แน่น หัวเต่าขนาดมหึมากับหัวจระเข้ทองคำธาตุวารีกัดฟัดกันนัวเนีย

เสามังกรวารีเก้าสายขนาดหลายสิบจั้งโอบล้อมพวกมันไว้ ยิงใบมีดวารีออกมานับไม่ถ้วน ทิ้งไว้เพียงรอยประทับสีขาวบนร่างเนื้อของจระเข้ทองคำธาตุวารี

ไม่สามารถทะลวงผ่านเกล็ดของจระเข้ทองคำธาตุวารีเข้าไปได้

เฉินเจียงเหอเห็นฉากนี้ ในใจก็ตกตะลึงกับความแข็งแกร่งของอสูรทะเลระดับสามตัวนี้ เสามังกรวารีเก้าสายคืออาคมลับโจมตี [หนามวารีทมิฬ] ของเสี่ยวเฮย ตอนที่สู้กับชิงหลีหยางก็เคยใช้มาแล้ว

อาคมลับที่สามารถสังหารผู้ฝึกตนขั้นก่อเกิดแก่นแท้ได้ กลับไม่สามารถทะลวงเกล็ดของจระเข้ทองคำธาตุวารีได้ นี่แสดงให้เห็นว่าจระเข้ทองคำธาตุวารีตัวนี้มันน่ากลัวเพียงใด

“เสี่ยวเฮยบาดเจ็บ”

เฉินเจียงเหอเห็นเกล็ดโลหิตรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสีแดงสามชิ้นบนกระดองเต่าของเสี่ยวเฮย นี่คือเกล็ดที่ปักคาอยู่ในกระดองเต่าของเสี่ยวเฮยโดยตรง

“เสี่ยวเฮยมีเรื่องกังวลรึ”

เฉินเจียงเหอเห็นเสี่ยวเฮยใช้เพียงร่างกายเข้าต่อสู้กับจระเข้ทองคำธาตุวารี ไม่ได้ใช้อาคมลับต่อสู้ต่างๆ เลย

นี่ทำให้เฉินเจียงเหอสงสัยอย่างมาก

ตามหลักแล้ว ใน [เคล็ดวิชาอสูรหกเปลี่ยน] นั้นมีอาคมลับจ้าวอสูรอยู่มากมาย โดยเฉพาะอาคมลับต่อสู้ ยิ่งมีอยู่ไม่น้อย

เสี่ยวเฮยก็เคยบอกเขาก่อนหน้านี้ว่า อาคมลับต่อสู้ที่แข็งแกร่งบางอย่าง ยังมีอานุภาพเหนือกว่าอิทธิฤทธิ์เสียอีก

โฮก!

จระเข้ทองคำธาตุวารีอ้าปากกว้าง กัดขย้ำลงบนกระดองเต่าของเสี่ยวเฮย ทิ้งไว้เพียงรอยเขี้ยวแหลมคม

จระเข้ทองคำธาตุวารีตัวนี้ แข็งแกร่งกว่าอสรพิษยักษ์เกล็ดทมิฬไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสองระดับ

อสูรทะเลที่สามารถทะลวงสู่ระดับสามตอนกลางได้ทุกเมื่อ พลังของมันแข็งแกร่งเกินจินตนาการ

ในทางกลับกัน ฟันเขี้ยวของเสี่ยวเฮย กลับไม่สามารถทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้บนลำคอของจระเข้ทองคำธาตุวารีได้เลย

“ตรงนี้สินะ”

เสี่ยวเฮยฝืนทนความเจ็บปวดมหาศาลที่ส่งมาจากกระดองเต่า แขนขาทั้งสี่ขยับเลื่อนลงมา ไถลไปอยู่ตรงหน้าท้องของจระเข้ทองคำธาตุวารี

“ลมหายใจอัสนีอัคคี!”

ฟู่~

เสี่ยวเฮยอ้าปากกว้าง เปิดถุงสมบัติ ไอเพลิงของเพลิงอัสนีม่วงสะท้านฟ้าถูกปลดปล่อยออกมาในทันที ชั่วพริบตามันก็หลอมละลายเกล็ดของจระเข้ทองคำธาตุวารี ร่างเนื้อกลายเป็นไอสีขาวลอยหายไป

โฮก~ อู~~

จระเข้ทองคำธาตุวารีกรีดร้องอย่างเจ็บปวด หน้าท้องของมันปรากฏรูโหว่ขนาดหนึ่งจั้ง และไอเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวนั่นยังคงขยายวงกว้างออกไป

ในวินาทีนี้ แม้แต่แก่นอสูรของจระเข้ทองคำธาตุวารีก็ยังเผยออกมาให้เห็น

“ถึงตาเต่าท่านผู้นี้ร่ายอาคมบ้างแล้ว!”

ทันทีที่เสี่ยวเฮยเห็นแก่นอสูร มันก็รีบใช้อาคมลับจ้าวอสูร '[เต่าทมิฬกลืนกินพลังหยวน]' ทันที มันอ้าปากกว้าง พลังกลืนกินอันน่าสะพรึงกลัวพลันปรากฏ แรงดูดมหาศาลราวกับพายุหมุน ไม่เพียงแต่แก่นอสูรของจระเข้ทองคำธาตุวารีเท่านั้น แม้แต่ร่างเนื้อของมันก็ถูกเสี่ยวเฮยดูดเข้าไปในปาก

อู อู~

จระเข้ทองคำธาตุวารีเบิกตากว้าง เลือดในตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

หากไม่ใช่เพราะอสูรเฒ่าธารทมิฬ มันก็เป็นอสูรทะเลระดับสามตอนกลางไปแล้ว การรับมือเต่าทิพย์ที่เพิ่งทะลวงสู่ระดับสามตอนต้นตัวหนึ่ง ย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย

ไม่นึกว่าพลังป้องกันของเต่าทิพย์ตัวนี้จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ไม่ด้อยไปกว่าตนเองเลย แถมยังมีอิทธิฤทธิ์ที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนั้น

เกล็ดที่แม้แต่ปรมาจารย์ขั้นก่อเกิดแก่นแท้ตอนกลางยังยากจะทำลาย กลับถูกลมหายใจเพียงครั้งเดียวทำลายลงได้อย่างง่ายดาย

มันพยายามใช้จิตวิญญาณควบคุมแก่นอสูรเพื่อร่ายอาคม

แต่กลับพบว่าแก่นอสูรราวกับกลายเป็นของผู้อื่น ไม่ยอมอยู่ใต้การควบคุมของมันเลย

เสี่ยวเฮยใช้แขนขาทั้งสี่ดึงรั้งจระเข้ทองคำธาตุวารีลงไปใต้ทะเล ขณะเดียวกันก็โคจร [เคล็ดวิชาอสูรหกเปลี่ยน] ย่อยสลายแก่นอสูรของจระเข้ทองคำธาตุวารี

“ไอ้เฒ่าคลื่นสมุทร ข้าผู้นี้กับเจ้าไม่ขออยู่ร่วมโลก!”

ทันใดนั้น อสูรเฒ่าธารทมิฬก็ตะโกนอย่างกราดเกรี้ยว มือประสานอิน มือยักษ์ข้างหนึ่งยื่นออกมาจากเมฆสีทอง ตบเข้าใส่ปรมาจารย์อวิ๋นหลง

ส่งเขากระเด็นไปไกลร้อยจั้ง

กระบี่แสงทองคำฟาดใส่พัดเพลิงแท้สามผลาญจนกระเด็น

จากนั้น อสูรเฒ่าธารทมิฬก็กลายร่างเป็นเมฆสีทอง หนีไปไกล โดยไม่สนใจลูกศิษย์ที่เหลืออีกหนึ่งคนเลยแม้แต่น้อย

“ท่านอาวุโสฉู่ เก็บถุงเก็บของ”

เฉินเจียงเหอรีบส่งเสียงเตือน

แก่นอสูรของจระเข้ทองคำธาตุวารีถูกเสี่ยวเฮยกลืนกินไปแล้ว ชะตากรรมของมันถูกกำหนดแล้ว นี่คือเหตุผลหลักที่อสูรเฒ่าธารทมิฬหนีไป

ยอดฝีมือขั้นก่อเกิดแก่นแท้ตอนกลางคิดจะหนี พวกเขาที่เป็นเพียงขั้นก่อเกิดแก่นแท้ตอนต้นไม่มีทางรั้งอยู่

ในเมื่อไล่ตามไม่ทัน ก็จงสังหารโจรปล้นชิงที่เหลือให้หมด แล้วถือโอกาสเก็บถุงเก็บของมาด้วย

แม้ว่าในถุงเก็บของของโจรปล้นชิงจะไม่มีของดีอะไร

เพราะถ้ามีของดี ก็คงไม่มาเป็นโจรปล้นชิง โดยทั่วไปแล้ว เมื่อโจรปล้นชิงได้ของทิพย์ระดับสามที่ดูดซับได้มา ก็มักจะดูดซับย่อยสลายทันที เมื่อไม่มีทรัพยากรแล้ว ถึงจะเลือกออกปล้นอีกครั้ง

“ศิษย์น้อง เจ้าไปช่วยหลานอี๋พวกเขา ข้าจะไปช่วยศิษย์น้องอวิ๋นซิน”

ฉู่หยุนเทียนจิตใจไหววูบ เขารวบเอาถุงเก็บของและสมบัติวิเศษของโจรปล้นชิงสองคนที่ตายไป

สำหรับการกระทำของฉู่หยุนเทียน ปรมาจารย์หลาน ปรมาจารย์ชิงมู่ และปรมาจารย์ฟางหยวน ต่างก็ไม่มีความเห็นใดๆ

ส่วนปรมาจารย์ทั้งสองคนนั้น ในแววตากลับฉายความไม่พอใจ

ในมุมมองของพวกเขา แม้ฉู่หยุนเทียนจะเป็นปรมาจารย์สี่ลายแก่นแท้จริง แต่ก็เป็นเพียงขั้นก่อเกิดแก่นแท้ตอนต้น เหตุใดจึงมีสิทธิ์เก็บของที่ยึดมาได้ของทุกคนไป

ต้องรู้ว่า หนึ่งในสองโจรปล้นชิงที่ตายไป พวกเขาทั้งสองก็ออกแรงด้วย

ดังนั้น ของในถุงเก็บของย่อมต้องมีส่วนแบ่งของพวกเขาด้วย

แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้

เมื่อได้ปรมาจารย์อวิ๋นหลงเข้าไปสมทบ โจรปล้นชิงคนที่เหลือก็ไม่มีแรงต้านทานใดๆ อีก

คนเดียวต้องสู้กับยอดฝีมือระดับเดียวกันถึงหกคน เขาก็ไม่ใช่ปรมาจารย์ขั้นก่อเกิดแก่นแท้ตอนกลางเสียหน่อย

“สหายยุทธ์ทุกท่าน ข้ารู้ว่าวันนี้คงหนีไม่พ้นความตาย แต่นี่ล้วนเป็นแผนของไอ้เฒ่าคลื่นสมุทร...”

ยังไม่ทันพูดจบ หัวก็หลุดจากบ่า

ปรมาจารย์อวิ๋นหลงเก็บสมบัติวิเศษและถุงเก็บของไป

ตั้งแต่ตอนที่อสูรเฒ่าธารทมิฬตะโกนด่าปรมาจารย์คลื่นสมุทร พวกเขาก็เดาได้แล้วว่านี่คือฝีมือของปรมาจารย์คลื่นสมุทร

น่าจะมุ่งเป้ามาที่ฉู่หยุนเทียน

ปรมาจารย์หลอมสมบัติในแคว้นเทียนหนานได้รับความเคารพอย่างสูง ในทะเลดาวดาราก็ย่อมไม่ต่างกัน เห็นได้ชัดว่า นี่คือการต้องการกักขังฉู่หยุนเทียน กดขี่เขาให้เป็นทาส เป็นเครื่องมือหลอมสมบัติของนครเซียนคลื่นสมุทร

“ไอ้เต่าชั่วทำข้าพินาศ ไอ้เต่าชั่วทำข้าพินาศ~”

ไหทองคำของปรมาจารย์เหยียนฝูถูกพัดเพลิงแท้สามผลาญของฉู่หยุนเทียนข่มไว้ ไม่สามารถแสดงอานุภาพได้แม้แต่น้อย

เซียนหญิงอวิ๋นซินและลู่ชิงเฟิงย่อมฉวยโอกาสนี้ โจมตีใส่ปรมาจารย์เหยียนฝูอย่างบ้าคลั่ง

“เต่าชั่ว เต่าอสูรร้าย เต่าโจร...”

ปรมาจารย์เหยียนฝูสบถด่าไม่หยุด

เขาไม่นึกว่าบนเรือ 'หมื่นสมบัติ' ลำเล็กๆ นี้ จะมีปรมาจารย์ขั้นก่อเกิดแก่นแท้อยู่ถึงเก้าคน

แต่ต่อให้มีปรมาจารย์ขั้นก่อเกิดแก่นแท้เก้าคน ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแผนการของพวกเขาเลย เพียงแค่ยุ่งยากขึ้นอีกหน่อยเท่านั้น

แต่การปรากฏตัวของเสี่ยวเฮย กลับทำลายแผนการทั้งหมด

อสรพิษยักษ์เกล็ดทมิฬสามารถตรึงกำลังปรมาจารย์ขั้นก่อเกิดแก่นแท้สองคนไว้ได้ หรืออาจจะค่อยๆ ฆ่าพวกมันได้ในที่สุด แต่กลับถูกเสี่ยวเฮยกลืนกินไป

จระเข้ทองคำธาตุวารียิ่งแข็งแกร่ง ลู่ชิงเฟิงตกเป็นรองอย่างสมบูรณ์ เพียงแค่พลาดนิดเดียวก็จะถูกมันกลืนกิน

ขอเพียงจระเข้ทองคำธาตุวารีรู้ตัว มันสามารถตรึงกำลังปรมาจารย์ขั้นก่อเกิดแก่นแท้สามคนได้เลย แต่สติปัญญาของมันต่ำเกินไป ถูกลู่ชิงเฟิงปั่นหัวเล่น

สุดท้ายก็ถูกเสี่ยวเฮยกลืนกินไปอีก

ทันใดนั้น!

พรวด~

ร่างมหึมาของเสี่ยวเฮยพุ่งขึ้นจากผิวน้ำ มันกลืนกินปรมาจารย์เหยียนฝูที่กำลังถือกระบี่บินสมบัติวิเศษเข้าไปในคำเดียว แล้วดำดิ่งกลับลงไปในทะเล

แครก~

กระบี่บินสมบัติวิเศษโจมตีฟันเขี้ยวของเสี่ยวเฮย แต่เสี่ยวเฮยกลับพ่นไอเพลิงของเพลิงอัสนีม่วงสะท้านฟ้าออกมาโดยตรง หลอมละลายทุกสิ่งที่อยู่ในปากให้กลายเป็นพลังปราณบริสุทธิ์ หลอมรวมเข้ากับร่างเนื้อ

เซียนหญิงอวิ๋นซินและลู่ชิงเฟิงร่างหยุดชะงัก หันหลังกลับโดยไม่รู้ตัวแล้วหนีทันที กลัวว่าจะถูกเสี่ยวเฮยกลืนเข้าไปอีกคน

“ไป!”

ฉู่หยุนเทียนรีบบินกลับขึ้นไปบนเรือสมบัติ

เขาแผ่จิตวิญญาณคลุมเรือสมบัติ พบว่าผู้ดูแลเรือตายไปแล้ว จึงพูดกับผู้ช่วยที่เหลืออีกสองคนด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “รีบออกจากที่นี่เร็ว”

“ขอรับ ขอรับ...”

ผู้ช่วยทั้งสองรีบจัดแจงให้ผู้ฝึกตนบังคับเรือสมบัติ ตามแผนที่เดินเรือบนเรือ มุ่งหน้าไปยังนครเซียนทะเลชาดอย่างรวดเร็ว

เฉินเจียงเหอเห็นเรือสมบัติเริ่มเคลื่อนที่ ก็รีบส่งเสียงถึงเสี่ยวเฮย “เรือออกแล้ว รีบกลับมาเร็ว”

“ไอ้สัตว์สองขาขั้นก่อเกิดแก่นแท้พวกนั้นใช้จิตวิญญาณคลุมเรือไว้หมด ข้ากลับไปไม่ได้ ท่านวางใจเถอะ ข้าตามอยู่ข้างหลังนี่ไง!”

“เจ้าบาดเจ็บรึ”

“เจ็บเล็กน้อย เดี๋ยวก็หายแล้ว”

“เจ้ามีอาคมลับต่อสู้ตั้งเยอะไม่ใช่รึ จระเข้ทองคำธาตุวารีตัวนั้นไม่น่าจะทำร้ายเจ้าได้ ทำไมเจ้าถึง...”

“ก็เคยบอกท่านแล้วไง ว่าอาคมลับต่อสู้ที่แข็งแกร่งบางอย่าง มันต้องให้ท่านจ่ายค่าตอบแทนด้วย”

“ถ้าเจออันตรายจริงๆ ต่อให้ต้องให้ข้าจ่ายค่าตอบแทน เจ้าก็ห้ามปล่อยให้ตัวเองเจ็บตัวเด็ดขาด เจ้าสำคัญที่สุดสำหรับข้า”

“ไอ้สัตว์สองขา... นายท่าน ข้า... ไอ้จระเข้ทองคำธาตุวารีตัวนั้นมันทำอะไรข้าไม่ได้หรอก ท่านดูสิ ต่อให้ข้าไม่ใช้อาคมลับต่อสู้ มันก็ถูกข้ากลืนกินอยู่ดี”

“...”

แม้เสี่ยวเฮยจะไม่ได้พูดชัดเจน แต่เฉินเจียงเหอก็พอจะเดาได้ว่า อาคมลับต่อสู้ใน [เคล็ดวิชาอสูรหกเปลี่ยน] น่าจะต้องสูญเสียอายุขัย

อายุขัยของเขากับเสี่ยวเฮยแลกเปลี่ยนกันได้ หากเสี่ยวเฮยใช้อาคมลับต่อสู้ คนที่เสียอายุขัยก็คือเขา

ตอนนี้เฉินเจียงเหอมีอายุขัยหนึ่งพันสี่ร้อยเก้าสิบแปดปี

ขอเพียงเสี่ยวเฮยตกอยู่ในอันตราย เขาก็ไม่เสียดายอายุขัยของตนเอง ต่อให้ต้องเสียไปสิบปีแปดปีแล้วจะเป็นอะไร

ขอเพียงไม่ให้เสี่ยวเฮยตกอยู่ในอันตรายก็พอ

ตอนที่เสี่ยวเฮยต่อสู้กับจระเข้ทองคำธาตุวารี เฉินเจียงเหอในฐานะผู้สังเกตการณ์ สัมผัสได้ลึกซึ้งถึงความน่ากลัวของจระเข้ทองคำธาตุวารี

เสี่ยวเฮยที่ไม่ยอมใช้อาคมลับต่อสู้ ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของจระเข้ทองคำธาตุวารีได้เลย

โชคดีที่มีเพลิงอัสนีม่วงสะท้านฟ้า สามารถใช้ 'ลมหายใจอัสนีอัคคี' ได้

แน่นอน นี่ก็เป็นเพราะเสี่ยวเฮยยอมเสี่ยงบาดเจ็บ ถึงได้หาโอกาสใช้ 'ลมหายใจอัสนีอัคคี' ได้

'ลมหายใจอัสนีอัคคี' นั้นแข็งแกร่งก็จริง แต่ก็มีจุดอ่อนร้ายแรง นั่นคือมันสามารถปล่อยได้ไกลเพียงหนึ่งจั้งเท่านั้น

ใครมันจะยอมให้เจ้าเข้าใกล้หนึ่งจั้ง

ใครมันจะให้เวลาเจ้าใช้ 'ลมหายใจอัสนีอัคคี'

“สหายยุทธ์ฉู่ และสหายยุทธ์ท่านนี้ พวกท่านควรจะนำถุงเก็บของของโจรปล้นชิงออกมาได้แล้ว พวกเรา...”

ปรมาจารย์ผู้นั้นยังพูดไม่ทันจบ

ลู่ชิงเฟิง ปรมาจารย์อวิ๋นหลง ปรมาจารย์หลาน เซียนหญิงอวิ๋นซิน ปรมาจารย์ชิงมู่ และปรมาจารย์ฟางหยวน ก็เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าฉู่หยุนเทียน

“พี่ฉู่”

“ศิษย์พี่...”

เมื่อเห็นฉากนี้ ปรมาจารย์ผู้นั้นก็หุบปากฉับทันที ในแววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

เห็นได้ชัดว่าเขาไม่นึกว่า ปรมาจารย์ขั้นก่อเกิดแก่นแท้สี่คนที่ปรากฏตัวทีหลัง จะเป็นศิษย์น้องของฉู่หยุนเทียน

อีกฝ่ายมีปรมาจารย์ขั้นก่อเกิดแก่นแท้ถึงเจ็ดคน ส่วนพวกเขา

มีเพียงสองคน จากการต่อสู้ครั้งนี้ พวกเขาสองคนยังเป็นกลุ่มที่พลังต่อสู้ต่ำเตี้ยที่สุดอีกด้วย

ส่วนฉู่หยุนเทียนคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด

พวกเขาไปทวงถุงเก็บของจากฉู่หยุนเทียน นั่นมันต่างอะไรกับการหาที่ตาย

ทันใดนั้น ปรมาจารย์ทั้งสองก็โค้งคำนับให้ฉู่หยุนเทียน ถือเป็นการขอโทษสำหรับคำพูดวู่วามเมื่อครู่

แล้วก็ล่าถอยจากไปอย่างเงียบๆ

“สหายยุทธ์เฉิน ไปที่ห้องข้าเถอะ”

“ได้”

เฉินเจียงเหอพยักหน้า เดินตามฉู่หยุนเทียนและคนอื่นๆ ขึ้นไปยังชั้นบนสุดของเรือสมบัติ

หลังจากที่ฉู่หยุนเทียนจากไป เหล่าผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานก็เริ่มซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์กัน

“ท่านอาวุโสฉู่ผู้นี้ไม่ใช่ผู้ฝึกตนอิสระ ปรมาจารย์ขั้นก่อเกิดแก่นแท้ทั้งห้าคนนั้นเป็นศิษย์น้องของเขาทั้งหมด”

“ปรมาจารย์คลื่นสมุทรคิดจะกดขี่ท่านอาวุโสฉู่ กักขังเขาไว้ที่นครเซียนคลื่นสมุทรชั่วนิรันดร์ แถมยังร่วมมือกับโจรปล้นชิงเกาะธารทมิฬอีก คราวนี้ถือว่ายกหินทุบเท้าตัวเองแท้ๆ”

“อสูรเฒ่าธารทมิฬมีพลังขั้นก่อเกิดแก่นแท้ตอนกลาง ลูกศิษย์ทั้งสามของมันก็เป็นขั้นก่อเกิดแก่นแท้ตอนต้น ยังมีปรมาจารย์เหยียนฝูที่มาทีหลังอีก”

“สหายยุทธ์อย่าลืมสิ ยังมีอสูรทะเลระดับสามอีกสองตัว”

“ใช่แล้ว เพื่อที่จะกดขี่ท่านอาวุโสฉู่ ถึงกับต้องระดมพลขั้นก่อเกิดแก่นแท้ตอนกลางหนึ่งคน ตอนต้นสี่คน และอสูรทะเลระดับสามอีกสองตัว”

“แล้วอย่างไรเล่า นอกจากอสูรเฒ่าธารทมิฬที่หนีไปได้ ที่เหลือก็ตายอยู่ที่นี่หมด”

“ต้องขอบคุณเต่าอสูรร้ายใต้ทะเลลึกตัวนั้นจริงๆ ไม่อย่างนั้นท่านอาวุโสฉู่ถูกกดขี่ พวกเราก็ต้องถูกฆ่าปิดปากตามไปด้วย”

“ถูกต้อง เต่าอสูรร้ายใต้ทะเลลึกตัวนั้นแข็งแกร่งเกินไป ลำพังแค่พลังกายเนื้อ ก็กลืนกินอสูรทะเลระดับสามไปถึงสองตัว”

“ปรมาจารย์เหยียนฝูคนนั้น ต่อหน้ามันยังไม่มีแรงต้านทานเลย”

“...”

ห้องพักบนชั้นบนสุดของเรือสมบัติ ดีกว่าห้องพักห้าคนนั่นมากจริงๆ ต่อให้พวกเขาทั้งแปดคนอยู่ที่นี่ก็ไม่รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย

“ศิษย์พี่ เต่าอสูรร้ายใต้ทะเลลึกตัวนั้นมันน่ากลัวเกินไป โชคดีที่มันกินแต่สัตว์อสูร ไม่อย่างนั้นพวกเราคงแย่แน่”

ปรมาจารย์อวิ๋นหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ปรมาจารย์ท่านอื่นๆ ก็เผยสีหน้าหวาดผวาเช่นกัน

แต่เซียนหญิงอวิ๋นซิน ปรมาจารย์ฟางหยวน และลู่ชิงเฟิง ต่างก็เหลือบมองไปทางเฉินเจียงเหออย่างรู้กัน

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาทั้งสาม เฉินเจียงเหอก็รู้ได้ในทันทีว่า เซียนหญิงอวิ๋นซินย่อมต้องรู้ว่าเสี่ยวเฮยคือสัตว์ทิพย์ของเขา

ส่วนลู่ชิงเฟิง ก็น่าจะกำลังสงสัย

เพราะเซียนหญิงอวิ๋นซินบอกให้ลู่ชิงเฟิงกลับมาที่เรือสมบัติพร้อมกัน เพื่อรับมือปรมาจารย์เหยียนฝูที่ยังไม่ปรากฏตัว

และในตอนนั้น เสี่ยวเฮยก็เข้ารับช่วงต่อจากเขาพอดี เข้าต่อสู้กับจระเข้ทองคำธาตุวารี

นี่มันหมายความว่าอะไร

ลู่ชิงเฟิงไม่ใช่คนโง่ ย่อมต้องมองเห็นความผิดปกติในเรื่องนี้

แต่เฉินเจียงเหอไม่รู้ว่าปรมาจารย์ฟางหยวนมองออกได้อย่างไร เสี่ยวเฮยแสดงตัวเป็นอสูรร้ายชัดเจน

ไอสังหารอสูรอันน่าสะพรึงกลัวนั่น ไม่ใช่สิ่งที่สัตว์ทิพย์จะครอบครองได้เลย

นี่คืออาคมลับสายสังหารที่เสี่ยวเฮยบ่มเพาะ มันสามารถควบแน่นไอสังหารเพื่อขัดเกลาร่างกายได้ จึงได้ปลดปล่อยไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นออกมา

“ใช่แล้ว ต้องขอบคุณเต่าอสูรร้ายใต้ทะเลลึกตัวนั้น แต่ปรมาจารย์คลื่นสมุทรแห่งนครเซียนคลื่นสมุทรวางแผนชั่วร้ายต่อพี่ฉู่ คิดจะกักขังพี่ฉู่ ช่างน่ารังเกียจนัก สมควรตายจริงๆ”

ลู่ชิงเฟิงรีบเปลี่ยนเรื่อง

เขามั่นใจว่า 'เต่าอสูรร้ายใต้ทะเลลึก' ตัวนั้นก็คือสัตว์ทิพย์ของเฉินเจียงเหอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใด มันถึงได้มีไอสังหารอสูรได้

อย่างไรก็ตาม เขารู้เพียงจุดเดียวก็พอ พลังของเฉินเจียงเหอ น่ากลัวกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก

ไม่ใช่แค่มีหนูขาวระดับสามกับหุ่นเชิดศพสองร่าง แต่ยังมีเต่าทมิฬระดับสามที่น่าสะพรึงกลัวอีกหนึ่งตัว

พูดอีกอย่างก็คือ ถ้าเฉินเจียงเหอต้องการ เขาสามารถต่อสู้กับปรมาจารย์ขั้นก่อเกิดแก่นแท้ทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ได้เพียงลำพัง

และมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นฝ่ายชนะ

หลักๆ ก็เพราะเต่าทมิฬตัวนั้นมันน่ากลัวเกินไป พลังป้องกันไร้เทียมทาน พวกเขาไม่สามารถทำลายกระดองเต่าได้ และขอเพียงโดนมันเข้าใกล้ตัว นั่นก็หมายถึงความตาย

ลู่ชิงเฟิงตั้งใจจะผูกมิตรกับเฉินเจียงเหอ ในเมื่อเฉินเจียงเหอไม่ต้องการเปิดโปงการมีอยู่ของเต่าทมิฬตัวนั้น เขาก็ย่อมต้องช่วยเปลี่ยนเป้าหมายของทุกคน

“ไอ้เฒ่าคลื่นสมุทรเลวชาติ ศิษย์พี่ฉู่ช่วยมันหลอมสมบัติวิเศษถึงสองชิ้น มันไม่รู้จักสำนึกบุญคุณไม่ว่า ยังคิดจะกดขี่ศิษย์พี่ฉู่ให้เป็นทาสอีก คนคุณธรรมต่ำทรามเช่นนี้ ไม่ช้าก็เร็วต้องให้มันชดใช้”

ปรมาจารย์หลานใบหน้าเย็นชา ในดวงตาฉายประกายสังหาร

คนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดของปรมาจารย์หลาน

ปรมาจารย์คลื่นสมุทรวางแผนชั่วต่อฉู่หยุนเทียน หมายจะสังหารพวกเขาทุกคนให้ตายในทะเล นี่คือหนี้แค้นที่ไม่อาจให้อภัยได้

หนี้กรรมนี้จะต้องสะสาง

แต่ไม่ใช่ตอนนี้

อีกฝ่ายคือขั้นก่อเกิดแก่นแท้ตอนกลาง เป็นเจ้าเมืองของนครเซียน แถมยังเป็นผู้อาวุโสในสมาคมการค้าสี่ทะเล ไม่ใช่คนที่พวกเขาในตอนนี้จะรับมือได้

ต่อให้คิดจะลงมือ ก็ต้องรอให้มีใครสักคนในกลุ่มพวกเขาทะลวงสู่ขั้นก่อเกิดแก่นแท้ตอนกลางได้เสียก่อน

“ปรมาจารย์คลื่นสมุทรเป็นเพียงร่างชราที่ใกล้ตาย วาสนาทะลวงขั้นในชาตินี้หมดสิ้นแล้ว รอให้ข้าบ่มเพ็ญเพียรจนถึงขั้นก่อเกิดแก่นแท้ตอนกลางเมื่อไหร่ ข้าจะไปทวงถามความเป็นธรรมถึงหน้าประตูแน่”

ฉู่หยุนเทียนกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

นิสัยเขาซื่อสัตย์ แต่ถูกวางแผนชั่วร้ายถึงขนาดนี้ ในใจก็ย่อมอัดแน่นไปด้วยไฟโทสะ

เขาปฏิบัติต่อปรมาจารย์คลื่นสมุทรไม่น้อยเลย สมบัติวิเศษที่หลอมให้ ก็ทำอย่างสุดความสามารถ อานุภาพเหนือกว่าไข่มุกสะกดสมุทรที่คนอื่นหลอมให้มากนัก

ผ่านไปหลายอึดใจ ฉู่หยุนเทียนก็สงบไฟโทสะในใจลง เขามองไปยังปรมาจารย์อวิ๋นหลงแล้วกล่าว “ศิษย์น้อง เอาสมบัติวิเศษกับถุงเก็บของของโจรปล้นชิงนั่นออกมา”

ฉู่หยุนเทียนพูดจบ ก็หยิบถุงเก็บของและสมบัติวิเศษสองชิ้นที่ตนเองเก็บมาได้ออกมาด้วย

สมบัติวิเศษและถุงเก็บของของโจรปล้นชิงขั้นก่อเกิดแก่นแท้ตอนต้นสามคนถูกวางไว้เบื้องหน้าทุกคน ส่วนสมบัติวิเศษและถุงเก็บของของปรมาจารย์เหยียนฝูนั้น ถูกเสี่ยวเฮยกลืนลงท้องไปแล้ว

อสูรเฒ่าธารทมิฬหนีไปได้

เพราะอย่างไรเสีย หากไม่รีบหนี สุดท้ายมันจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนขั้นก่อเกิดแก่นแท้ตอนต้นถึงเก้าคน ต่อให้เป็นถึงขั้นก่อเกิดแก่นแท้ตอนกลาง ก็ยังมีโอกาสตายได้

ยิ่งไปกว่านั้น อายุขัยของมันใกล้จะหมด พลังที่แสดงออกมาได้ก็มีเพียงหกเจ็ดส่วนเท่านั้น

“ลองดูกันว่าในถุงเก็บของพวกนี้มีอะไรบ้าง แล้วพวกเรามาแบ่งเป็นแปดส่วน” ฉู่หยุนเทียนกล่าว

เมื่อได้ยินฉู่หยุนเทียนบอกว่าให้แบ่งเป็นแปดส่วน

ปรมาจารย์หลานชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจออกมา

ปรมาจารย์ชิงมู่กลับขมวดคิ้วเล็กน้อย พวกเขาเห็นๆ กันอยู่ว่ามีปรมาจารย์ขั้นก่อเกิดแก่นแท้เพียงเจ็ดคน เหตุใดจึงต้องแบ่งเป็นแปดส่วน

ต่อให้เฉินเจียงเหอมีกลอุบายเทียบเท่าปรมาจารย์ขั้นก่อเกิดแก่นแท้ แต่ในการต่อสู้ครั้งนี้เขาก็ไม่ได้ออกแรงเลย

ตามหลักแล้ว ไม่ควรได้ส่วนแบ่งของที่ยึดมาได้

“สมควรเป็นเช่นนี้”

ลู่ชิงเฟิงรีบกล่าวสนับสนุน เห็นด้วยกับคำพูดของฉู่หยุนเทียนทันที

จากนั้น เซียนหญิงอวิ๋นซินและปรมาจารย์ฟางหยวนก็เอ่ยปากแสดงจุดยืน เห็นด้วยกับการแบ่งของที่ยึดมาได้เป็นแปดส่วนเช่นกัน

ต่อมา ปรมาจารย์หลานและปรมาจารย์อวิ๋นหลงก็พยักหน้า

ปรมาจารย์หลานนั้นมีความรู้สึกดีๆ ต่อเฉินเจียงเหออยู่แล้ว เพราะอย่างไรเสีย เฉินเจียงเหอก็เป็นสหายรักของเกาเพ่ยเหยา ศิษย์สายตรงของนาง

ปรมาจารย์อวิ๋นหลงเป็นศิษย์น้องร่วมสายกับฉู่หยุนเทียน ย่อมต้องเฝ้าติดตามฉู่หยุนเทียนอยู่แล้ว

เมื่อเห็นทุกคนเห็นด้วย ปรมาจารย์ชิงมู่ก็ได้แต่พยักหน้าอย่างจนใจ

เฉินเจียงเหอกลับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

เพราะอย่างไรเสีย เขาก็ไม่ได้ออกแรงจริงๆ เสี่ยวเฮยจัดการอสูรทะเลไปสองตัว แต่มันก็กลืนกินแก่นอสูรและเลือดเนื้อของพวกมันไปหมดแล้ว

แถมเสี่ยวเฮยยังกลืนสมบัติวิเศษและถุงเก็บของของปรมาจารย์เหยียนฝูไปด้วย

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก ฉู่หยุนเทียนก็ยกมือขึ้นมาห้ามเขาไว้ ส่งสัญญาณว่าไม่ต้องพูดอะไร

จากนั้น จิตวิญญาณของทุกคนก็พุ่งเข้าไปสำรวจถุงเก็บของทั้งสามใบ

จน!

จนจริงๆ!

ทำเอาทุกคนถึงกับส่ายหัว

ถุงเก็บของสามใบรวมกัน มีศิลาปราณชั้นกลางไม่ถึงห้าพันก้อน ส่วนของทิพย์ระดับสาม อย่าหวังเลยสักชิ้น

มีขวดยาหยกอยู่บ้าง ภายในเป็นยาเม็ดพลังหยวนระดับสามชั้นต่ำ

ยาเม็ดพลังหยวนเป็นโอสถทิพย์ที่ใช้ฟื้นฟูพลังเวทระดับก่อเกิดแก่นแท้ ยาเม็ดพลังหยวนระดับสามชั้นต่ำ หนึ่งเม็ดมีค่าสองพันก้อนศิลาปราณชั้นกลาง

เมื่อกินเข้าไป สามารถฟื้นฟูพลังเวทของขั้นก่อเกิดแก่นแท้ตอนต้นได้เกือบห้าส่วน

ถือเป็นโอสถทิพย์ระดับสามที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด

นอกจากนั้นก็เป็นของทิพย์ระดับสองบางส่วน

สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดก็น่าจะเป็นจานดาราระดับต้นทั้งสามแผ่นนั่นแล้ว

จานดาราระดับต้นหนึ่งแผ่นมีค่าสองหมื่นก้อนศิลาปราณชั้นกลาง จานดาราของโจรปล้นชิงสามคนนี้ย่อมต้องบันทึกแผนที่เส้นทางทะเลเอาไว้แน่นอน

ดังนั้น มูลค่าของมันจึงสูงที่สุด

นอกจากของในถุงเก็บของแล้ว ก็คือสมบัติวิเศษทั้งสามชิ้นนี้

“นี่... แบ่งยากนะเนี่ย!”

ปรมาจารย์อวิ๋นหลงถึงกับพูดไม่ออก นึกว่าโจรปล้นชิงในทะเลดาวดาราจะร่ำรวย ที่แท้ก็มีแค่ของพวกนี้

“มีอะไรแบ่งยาก ศิษย์พี่ฉู่กับสหายยุทธ์ลู่ต่างก็มีสมบัติวิเศษแล้ว สหายยุทธ์เฉินยังไม่ก่อเกิดแก่นแท้ ยังใช้สมบัติวิเศษไม่ได้”

“สมบัติวิเศษล้ำค่าสามชิ้นนี้ พวกเราห้าคนแบ่งกันก็สิ้นเรื่อง”

ปรมาจารย์ฟางหยวนกล่าวช้าๆ “พวกเราห้าคน ใครได้สมบัติวิเศษไป ก็ต้องช่วยคนท

ี่เหลืออีกสองคนหาหนทางครอบครองสมบัติวิเศษโดยไม่มีเงื่อนไข แค่นี้ก็ง่ายแล้วมิใช่หรือ”

“ศิษย์น้องฟางพูดถูก”

ฉู่หยุนเทียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

สำหรับการแบ่งเช่นนี้ แม้ว่าปรมาจารย์ฟางหยวนและพรรคพวกอีกห้าคนจะได้เปรียบเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีใครคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องนี้

“ถ้าอย่างนั้น เอาตามนี้ จานดาราสามแผ่น ข้ากับสหายลู่และสหายยุทธ์เฉินคนละแผ่น ศิลาปราณชั้นกลางกับของทิพย์ระดับสองเหล่านี้ให้สหายยุทธ์เฉินทั้งหมด”

“ส่วนยาเม็ดพลังหยวนระดับสามชั้นต่ำที่เหลืออีกยี่สิบหกเม็ด พวกเราเจ็ดคนแบ่งกัน”

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 350 - เสี่ยวเฮยสำแดงเดช แบ่งปันของโจรหลังสมรภูมิ

คัดลอกลิงก์แล้ว