เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 - โอกาสในการลงขันหลอมยา

บทที่ 120 - โอกาสในการลงขันหลอมยา

บทที่ 120 - โอกาสในการลงขันหลอมยา


บทที่ 120 - โอกาสในการลงขันหลอมยา

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

โรงน้ำชาชิงผิง ตั้งอยู่ริมถนนริมแม่น้ำใกล้กับประตูทิศตะวันตก สภาพแวดล้อมเงียบสงบงดงาม ทุกห้องชาล้วนมีค่ายกลปิดบังจิตสำนึก

ที่นี่เป็นสถานที่ที่ดีสำหรับผู้ฝึกตนในการพูดคุยแลกเปลี่ยนวิชา

เฉินเจียงเหอมาถึงโรงน้ำชาชิงผิงก่อน เขาใช้ห้าสิบทรายปราณสั่งชาทิพย์มาหนึ่งกา และนั่งรอหร่วนเถี่ยหนิวอยู่ในห้องชา

สรรพคุณของชาทิพย์นั้นธรรมดาสามัญ ทำได้เพียงช่วยให้ตื่นตัวและปลุกจิตวิญญาณขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น เทียบไม่ได้เลยกับประโยชน์ของสุราทิพย์

ห้าสิบทรายปราณนี่ เขายังรู้สึกว่ามันแพงไปหน่อยด้วยซ้ำ

แต่หากไปที่โรงเตี๊ยมชิงเหอ ก็คงจะสิ้นเปลืองเกินไปนัก โรงน้ำชาชิงผิงจึงนับว่าคุ้มค่ากว่า

เวลาผ่านไปราวสองก้านธูป

หร่วนเถี่ยหนิวก็มาถึงโรงน้ำชาชิงผิง เขาถูกเด็กรับใช้นำทางเข้ามายังห้องชาที่เฉินเจียงเหออยู่

"ทั้งหมดสี่ร้อยสามศิลาปราณกับยี่สิบทรายปราณ เฉินซงตี้โปรดตรวจสอบดู"

หร่วนเถี่ยหนิวยื่นถุงเก็บของใบหนึ่งส่งมา นี่น่าจะเป็นถุงเก็บของของสหายที่เขายืมมาใช้ชั่วคราว

เพราะอย่างไรเสีย ถุงเก็บของของเขาเองก็ยังวางค้ำประกันอยู่ที่เฉินเจียงเหอ

เฉินเจียงเหอรับถุงเก็บของมา จิตสำนึกกวาดสำรวจดู ยอดถูกต้อง เขาจึงย้ายศิลาปราณไปยังถุงเก็บของของตนเอง

จากนั้นจึงส่งถุงเก็บของทั้งสองใบคืนให้หร่วนเถี่ยหนิว

ซากสัตว์อสูรนั้นเขาได้นำออกมาเก็บไว้ที่บ้านเรียบร้อยแล้ว

"สัตว์อสูรสี่ตัวนั้นราคาเท่าใด หร่วนต้าเกอช่วยแจ้งราคาด้วย" เฉินเจียงเหอเอ่ยถาม

เรื่องหนึ่งก็คือเรื่องหนึ่ง การซื้อขายต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน ผิดพลาดแม้แต่หนึ่งทรายปราณก็ไม่ได้

"ม้าเขาเดียวขั้นหนึ่งชั้นปลายสองตัวนั้น ล้วนเป็นสายเลือดระดับสองชั้นสูง มูลค่าจึงสูงกว่าเล็กน้อย ตัวละสามสิบสี่ศิลาปราณ"

"ส่วนหมาป่าลมขั้นหนึ่งชั้นกลางสองตัวนั้น ก็ยังคงราคาเดิม ตัวละแปดศิลาปราณ"

"เฉินซงตี้ให้ข้าแปดสิบสี่ศิลาปราณก็พอแล้ว"

เฉินเจียงเหอพยักหน้า ชิ้นส่วนของม้าเขาเดียวนั้นขายได้ราคาสูงกว่ามาก ทั้งเขาเดียวและโลหิตทิพย์ล้วนมีมูลค่า

เขาสามารถใช้ในการหลอมเครื่องได้ ส่วนโลหิตทิพย์ก็นำไปหลอมเป็นหมึกปราณได้

จากนั้น เขาก็นำศิลาปราณแปดสิบสี่ก้อนออกมามอบให้หร่วนเถี่ยหนิว เป็นอันสิ้นสุดการซื้อขายตลอดหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา

เข้ากระเป๋าทั้งสิ้นสามร้อยสิบเก้าศิลาปราณกับยี่สิบทรายปราณ

เอ่อ หากหักลบค่าชาห้าสิบทรายปราณ ก็จะเหลือสามร้อยสิบแปดศิลาปราณกับเจ็ดสิบทรายปราณ

บัดนี้ในมือของเขามีเงินทั้งสิ้นสามร้อยเก้าสิบเจ็ดศิลาปราณ กับอีกสี่สิบทรายปราณ

นี่เป็นครั้งแรกที่เขามีศิลาปราณเฉียดสี่ร้อยก้อน

เมื่อทักษะวิถียันต์ยกระดับขึ้น ความเร็วในการเก็บสะสมศิลาปราณก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในช่วงครึ่งปีที่เหลือ เขาจะเริ่มวาดยันต์เคลื่อนย้ายห้าธาตุชั้นกลาง ขอเพียงอัตราความสำเร็จแตะถึงสามส่วน

พ้นปีนี้ไปเขาก็จะสามารถซื้อเคล็ดวิชากายาหลอมรวม และเริ่มต้นยกระดับพลังกายเนื้อของตนเองได้แล้ว

เฉินเจียงเหอรู้สึกยินดีในใจ ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนการที่เขาวางไว้

จากนั้น เขาจึงเงยหน้ามองหร่วนเถี่ยหนิว แต่ก็ไม่ได้เอ่ยวาจาใดๆ

การซื้อขายสิ้นสุดลงแล้ว ต่อไปก็ควรจะเป็นเรื่องวาสนาที่หร่วนเถี่ยหนิวเอ่ยถึง เฉินเจียงเหอไม่ได้รีบร้อน

เขารอให้อีกฝ่ายเป็นคนเปิดปากก่อน

วาสนาทั่วๆ ไปสำหรับเขาแล้ว มิได้มีความน่าดึงดูดใจมากมายอันใด

ขอเพียงบำเพ็ญเพียรไปตามลำดับขั้นตอน ค่อยเป็นค่อยไป การบุกทะลวงขั้นสร้างฐานก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น

"เฉินซงตี้ ท่านมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ปรุงยาจวงเพียงใด รู้จักเขามากน้อยแค่ไหน"

หร่วนเถี่ยหนิวครุ่นคิดอยู่นาน จึงเอ่ยคำพูดที่ผิดธรรมเนียมออกมา

เพราะความสัมพันธ์ของเฉินเจียงเหอกับผู้ปรุงยาจวงนั้นย่อมสูงกว่าหร่วนเถี่ยหนิว อีกทั้งหร่วนเถี่ยหนิวยังต้องอาศัยการแนะนำของเขาจึงจะติดต่อกับผู้ปรุงยาจวงได้

ตามเหตุผลแล้ว คำพูดเช่นนี้มิควรเอ่ยออกมา

เฉินเจียงเหอเหลือบมองหร่วนเถี่ยหนิวแวบหนึ่ง เขาไม่ได้ตอบกลับไปในทันที แต่กลับจิบชาอย่างละเอียดลออ รอคอยคำพูดประโยคต่อไปของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น

ความสัมพันธ์ของเขากับผู้ปรุงยาจวงจะลึกซึ้งหรือไม่ลึกซึ้ง คำพูดเช่นนี้ล้วนมิอาจเอ่ยออกไปได้

"เฉินซงตี้อย่าได้เข้าใจผิด เพราะเรื่องนี้สำคัญอย่างยิ่งยวด มันเกี่ยวข้องถึงวาสนาสร้างฐาน ทำให้ข้ามิอาจไม่รอบคอบได้" หร่วนเถี่ยหนิวกล่าวอย่างจริงจัง

ความหมายของประโยคนี้ ก็ยังคงเป็นการบีบคั้นให้เฉินเจียงเหอตอบว่าเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ปรุงยาจวงเพียงใด

'วาสนาสร้างฐาน'

'หร่วนเถี่ยหนิวคิดจะทำอันใด วาสนาสร้างฐานที่สามารถลากผู้ปรุงยาจวงเข้ามาเกี่ยวข้องได้ ย่อมมีเพียงการหลอมยา หรือว่าเขาคิดจะให้ผู้ปรุงยาจวงหลอมยาเม็ดสร้างฐาน'

สำหรับทักษะวิถีโอสถของผู้ปรุงยาจวงนั้น เฉินเจียงเหอรู้สึกนับถืออย่างยิ่ง ความเร็วในการหาศิลาปราณนั้นรวดเร็วมาก

ทว่ายาเม็ดสร้างฐานคือโอสถทิพย์ระดับสอง

แม้ว่าจะเป็นเพียงโอสถทิพย์ระดับสองขั้นเริ่มต้น แต่ถึงอย่างไรมันก็คือโอสถทิพย์ระดับสอง ผู้ปรุงยาจวงเป็นเพียงผู้ปรุงยาชั้นสูงระดับหนึ่ง

จะสามารถหลอมโอสถทิพย์ระดับสองออกมาได้อย่างไร

ไม่กลัวเตาระเบิดหรือไร

อีกอย่าง ตัวยาหลักของยาเม็ดสร้างฐานก็หาได้ยากยิ่ง มูลค่าก็มิใช่ถูกๆ วัตถุดิบเสริมก็หายากอย่างมาก มิใช่ว่าจะรวบรวมได้ง่ายๆ

"หร่วนต้าเกอมีเรื่องอันใดก็พูดมาตรงๆ ได้เลย" เฉินเจียงเหอกล่าววาจาที่คลุมเครือออกมา

คำพูดที่จะทำให้ล่วงเกินผู้อื่น เขาไม่มีทางเอ่ยออกมาเด็ดขาด

หากบอกว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปรุงยาจวง เช่นนั้นในอนาคตหากผู้ปรุงยาจวงกลับสวรรค์ไป ทิ้งหลานสาวไว้คนหนึ่ง เขาจะดูแลหรือไม่ดูแลเล่า

หากบอกว่าความสัมพันธ์ไม่ดี หากคำพูดนี้ลอยไปเข้าหูผู้ปรุงยาจวง เกรงว่าความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันจะมลายหายสิ้นไปจนหมด กระทั่งอาจจะตัดขาดความสัมพันธ์ไปเลยก็ได้

หร่วนเถี่ยหนิวเหลือบมองเฉินเจียงเหอแวบหนึ่ง ก็พลันตกอยู่ในภวังค์ความคิด คำพูดที่คลุมเครือประโยคนี้ ทำให้ในใจของเขาเกิดความลังเลขึ้นมา

เรื่องนี้เกี่ยวข้องถึงวาสนาสร้างฐาน เขาประมาทมิได้

เฉินเจียงเหอเห็นดังนั้นก็เผยรอยยิ้ม เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะมีวาสนาสร้างฐานอันใดจริงๆ มิเช่นนั้น ย่อมต้องเก็บงำเป็นความลับสุดยอด ไฉนเลยจะมาบอกเล่าให้คนนอกฟัง

"หากหร่วนต้าเกอไม่สะดวกที่จะพูด ก็ไม่เป็นไร ข้าขอตัวกลับก่อนแล้วกัน" เฉินเจียงเหอกล่าวจบ ก็ทำท่าจะลุกขึ้น

"เฉินซงตี้รอเดี๋ยว"

แววตาของหร่วนเถี่ยหนิวพลันเคร่งขรึมลง เผยสีหน้าเด็ดเดี่ยว เขารั้งเฉินเจียงเหอไว้ จากนั้นจึงกล่าว "เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับวาสนาครั้งใหญ่ในการสร้างฐาน ยังขอให้เฉินซงตี้ช่วยเก็บเป็นความลับด้วย"

"เฉินซงตี้รู้จักตำรับยาเม็ดสร้างฐานหรือไม่"

เมื่อได้ยินว่าเกี่ยวข้องกับยาเม็ดสร้างฐาน สีหน้าของเฉินเจียงเหอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ในใจเกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ

สำหรับยาเม็ดสร้างฐานนั้น เขาปรารถนามันอย่างที่สุด

อย่างไรเสีย นี่ก็คือของที่ใช้รักษาชีวิต

สำหรับอัตราความสำเร็จในการบุกทะลวงขั้นสร้างฐานนั้น เขามองว่าขอเพียงมันไม่ถึงหนึ่งร้อยส่วนเต็ม มันก็ล้วนมีปัจจัยเรื่องโชคชะตาเข้ามาเกี่ยวข้อง

ดังนั้น ยาเม็ดสร้างฐานจึงเป็นสิ่งที่ต้องหามาครอบครองให้ได้หนึ่งเม็ด

"ก็พอจะรู้อยู่บ้าง" เฉินเจียงเหอข่มความตื่นเต้นในใจ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดไม่ให้ยาเม็ดสร้างฐานส่งผลกระทบ

สำหรับตำรับยาเม็ดสร้างฐานนั้น เขาก็พอจะรู้อยู่บ้างจริงๆ

แน่นอนว่า ก็เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น

ยังเป็นสิ่งที่ผู้ปรุงยาจวงบอกเล่าให้เขาฟัง ว่าตำรับยาเม็ดสร้างฐานทั่วไปนั้นมีตัวยาหลักสามชนิด และวัตถุดิบเสริมอีกสามสิบหกชนิด

"ในมือข้ามีตำรับยาเม็ดสร้างฐาน"

ไม่กี่คำนี้ หร่วนเถี่ยหนิวไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นเสียง แต่เขาส่งเสียงผ่านจิตให้เฉินเจียงเหออย่างเคร่งขรึม

"อืม ผู้ปรุงยาจวงก็มีเช่นกัน"

ในยามนี้ เฉินเจียงเหอก็เริ่มสงบลงบ้างแล้ว

หากเป็นเพียงตำรับยาเม็ดสร้างฐาน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องตื่นเต้นอันใด เพราะอย่างไรเสีย การมีเพียงตำรับยานั้นไร้ประโยชน์

ที่สำคัญคือต้องมีตัวยาหลักในการหลอมยาเม็ดสร้างฐาน

"ไม่เหมือนกัน ตำรับยาในมือของผู้ปรุงยาจวงคือตำรับยาทั่วไป ส่วนในมือข้าเป็นอีกตำรับหนึ่ง"

หร่วนเถี่ยหนิวจ้องมองเฉินเจียงเหอ เผยสีหน้าจริงจัง ส่งเสียงผ่านจิตกล่าว

"ตำรับยาเม็ดสร้างฐานทั่วไปนั้น มีตัวยาหลักสามชนิด และวัตถุดิบเสริมอีกสามสิบหกชนิด แต่ตำรับยาเม็ดสร้างฐานในมือข้านั้น แม้จะมีตัวยาหลักสามชนิดเช่นกัน แต่กลับต้องการวัตถุดิบเสริมเพียงยี่สิบเอ็ดชนิดเท่านั้น"

"อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องใช้แก่นผลึกน้ำแข็งนิล"

เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของเฉินเจียงเหอก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

แม้ว่าปกติเขาจะเป็นคนสุขุมเยือกเย็น แต่ในยามนี้ก็อดไม่ได้ที่จะมีอารมณ์ตื่นเต้นรุนแรง

วัตถุดิบเสริมยี่สิบเอ็ดชนิด

ผู้ปรุงยาจวงเคยบอกไว้ว่า ตำรับยาเม็ดสร้างฐานของสำนักแดนใต้นั้นใช้วัตถุดิบเสริมยี่สิบชนิด ยิ่งวัตถุดิบเสริมน้อยเท่าใด ขั้นตอนการหลอมก็จะยิ่งง่ายดายมากขึ้นเท่านั้น และยังหลอมเป็นโอสถได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ที่สำคัญที่สุดคือ ตัวยาหลักในการหลอมยาเม็ดสร้างฐาน กลับมีการเปลี่ยนแปลงด้วย นี่มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเงื่อนไขของตัวยาหลักจะลดต่ำลง

"แล้วผลชาดม่วงประกายเล่า" เฉินเจียงเหอเอ่ยถามขึ้นมา

"ในบรรดาตัวยาหลักทั้งสามนั้น ผลชาดม่วงประกายและหญ้ามายาจิตยังคงเดิม มีเพียงแก่นผลึกน้ำแข็งนิลเท่านั้นที่มีการเปลี่ยนแปลง"

"ทว่า ข้าได้ยินมาว่าในมือของจีอู๋จิ้น ผู้เชี่ยวชาญหุ่นเชิดในตลาดนัด มีผลชาดม่วงประกายอยู่หนึ่งผล"

"ความหมายของหร่วนต้าเกอก็คือ ในมือท่านมีตัวยาหลักอีกสองชนิดงั้นหรือ"

เฉินเจียงเหอตกตะลึงในใจ นักล่าอสูรเพียงคนเดียว ไฉนเลยจะสามารถรวบรวมตัวยาหลักในการหลอมยาเม็ดสร้างฐานได้ถึงสองชนิด

ต้องรู้ด้วยว่าตัวยาหลักแต่ละชนิดในการหลอมยาเม็ดสร้างฐานนั้นล้วนมีมูลค่ามหาศาล อย่างน้อยที่สุดก็มีมูลค่าเกินกว่าหนึ่งพันศิลาปราณ

"ก็อาจจะกล่าวได้เช่นนั้น" หร่วนเถี่ยหนิวพยักหน้า

"เหตุใดจึงต้องเป็นผู้ปรุงยาจวง เขาเป็นเพียงผู้ปรุงยาชั้นสูงระดับหนึ่ง ทว่ายาเม็ดสร้างฐานคือโอสถทิพย์ระดับสอง" เฉินเจียงเหอเอ่ยถาม

"เขาเคยช่วยผู้อื่นหลอมยาต่ออายุขัย แถมยังหลอมสำเร็จด้วย"

ในดวงตาของหร่วนเถี่ยหนิวสาดประกายคมกล้า ส่งเสียงผ่านจิต "ยาเม็ดสร้างฐานก็เป็นโอสถทิพย์ระดับสองชั้นต่ำเช่นกัน เขาย่อมมีอัตราความสำเร็จสูงมาก อีกทั้งการเชิญเขามาหลอมยา ก็ใช้ศิลาปราณไม่มาก"

เฉินเจียงเหอเงียบไป

เขาคาดไม่ถึงเลยว่าผู้ปรุงยาจวงจะซ่อนเร้นได้ลึกถึงเพียงนี้ กระทั่งสามารถหลอมยาต่ออายุขัยได้ นี่มันคือโอสถทิพย์ระดับสองขั้นเริ่มต้น

นั่นก็หมายความว่า ผู้ปรุงยาจวงนั้นมีพื้นฐานที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ปรุงยา

ระดับสอง

มิน่าเล่าเขาจึงไม่สนใจยาต่ออายุขัย ดูจากสถานการณ์แล้วน่าจะเคยกินยาต่ออายุขัยไปแล้ว

เพียงแต่น่าเสียดาย อายุขัยของเขาใกล้จะหมดสิ้นลงแล้ว มิเช่นนั้น ด้วยทักษะวิถีโอสถของเขา ต่อให้เข้าร่วมกับหอร้อยสมบัติ ก็ย่อมต้องได้รับการปฏิบัติดุจแขกผู้ทรงเกียรติ

เฉินเจียงเหอเหลือบมองหร่วนเถี่ยหนิวแวบหนึ่ง ก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการให้เขาทำสิ่งใด

ทว่าในใจเขากลับกำลังครุ่นคิดว่า เขาจะสามารถเข้าร่วมการลงขันหลอมยาในครั้งนี้ได้อย่างไร

นี่คือโอกาสทองที่พันปีมีหน

หากพลาดไปในครั้งนี้ อนาคตก็ไม่รู้ว่าเมื่อใดจึงจะได้พบกับการลงขันหลอมยาอีก

ที่สำคัญที่สุดคือ ตัวยาหลักทั้งสามชนิดล้วนมีครบแล้ว

แม้ว่าผลชาดม่วงประกายจะอยู่ในมือของจีอู๋จิ้น แต่จีอู๋จิ้นย่อมไม่มีเหตุผลที่จะไม่หลอมยา

การกินผลชาดม่วงประกายเข้าไปโดยตรงนั้นก็มีประโยชน์อยู่บ้าง แต่หากเทียบกับการหลอมให้เป็นยาเม็ดสร้างฐานแล้ว ความแตกต่างนั้นช่างมหาศาลนัก

"หร่วนต้าเกอยังได้ร่วมมือกับผู้อื่นอีกหรือไม่" เฉินเจียงเหอเอ่ยถามขึ้นมา

หร่วนเถี่ยหนิวได้ยินคำพูดนี้ ย่อมเข้าใจความคิดของเฉินเจียงเหอในทันที จากนั้นจึงส่ายศีรษะ

"ข้าขอเข้าร่วมหุ้นด้วยคนได้หรือไม่"

"ย่อมได้ เฉินซงตี้ขอเพียงรวบรวมวัตถุดิบเสริมอีกยี่สิบเอ็ดชนิดที่เหลือมาให้ครบ ข้าย่อมไม่มีปัญหา"

"แต่ว่า ต้องทำให้ได้ภายในห้าปี"

"ห้าปี"

เฉินเจียงเหอเผยสีหน้าสงสัย ในเมื่อตัวยาหลักรวบรวมได้ครบแล้ว เช่นนั้นก็ควรรีบหลอมยาให้เร็วที่สุดมิใช่หรือ

เหตุใดจึงต้องยืดเยื้อไปถึงห้าปี

แม้ว่าวัตถุดิบเสริมจะหาได้ยาก แต่ขอเพียงมีศิลาปราณ ก็ย่อมยังสามารถหาซื้อมาได้

เมื่อครู่ตอนที่เขาคิดจะเข้าหุ้น เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไปหยิบยืมศิลาปราณจากเกาเพ่ยเหยาและอวี๋ต้าหนิว

แม้ว่าเขาจะไม่ชอบร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใด

แต่โอกาสในครั้งนี้มันหาได้ยากยิ่งนัก พลาดไปมิได้

"ยังมีตัวยาหลักอีกหนึ่งชนิด ข้าต้องใช้เวลาอีกสามปีจึงจะได้มันมา"

หร่วนเถี่ยหนิวหยุดไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวต่อ "อีกอย่าง ในอีกห้าปีข้าก็จะพลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสร้างฐานไปแล้ว"

เมื่อประโยคนี้หลุดออกมา เฉินเจียงเหอก็เข้าใจในทันที

ตัวยาหลักที่ยังไม่ถึงมือนั้น น่าจะเป็นหญ้ามายาจิต อาจจะต้องใช้เวลาอีกสามปีจึงจะเจริญเติบโตเต็มที่

ห้าปีให้หลังก็จะพลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสร้างฐาน

นั่นก็หมายความว่าหร่วนเถี่ยหนิวน่าจะเพิ่งเข้าสู่ช่วงวัยห้าสิบ

แม้ว่าจะกล่าวกันว่าการสร้างฐานก่อนอายุหกสิบล้วนเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด แต่หากเป็นไปได้ ทุกคนล้วนเลือกที่จะสร้างฐานก่อนอายุห้าสิบห้าปี

เพราะเช่นนั้นจะสามารถรักษารูปลักษณ์ในวัยหนุ่มแน่นเอาไว้ได้

หากสร้างฐานตอนอายุหกสิบ โดยพื้นฐานแล้วก็จะทำได้เพียงรักษารูปลักษณ์ในวัยกลางคน หรือวัยกลางคนค่อนไปทางชราเท่านั้น

"ตกลง ข้าจะรวบรวมวัตถุดิบเสริมได้อย่างไร"

เฉินเจียงเหอเอ่ยถาม

"ข้าจะให้ตำราภาพของวัตถุดิบเสริมทั้งยี่สิบเอ็ดชนิดแก่ท่าน แต่ท่านต้องตั้งสัตย์สาบาน ว่าจะไม่นำเนื้อหาไปบอกเล่าให้บุคคลที่สามล่วงรู้"

"ย่อมได้"

เฉินเจียงเหอตอบตกลงในทันที

หลังจากตั้งสัตย์สาบานแล้ว หร่วนเถี่ยหนิวจึงนำแผ่นหยกแผ่นหนึ่งที่เตรียมไว้ออกมา ยื่นส่งให้เฉินเจียงเหอ

จิตสำนึกกวาดสำรวจ

มีเพียงตำราภาพของวัตถุดิบเสริมยี่สิบเอ็ดชนิดเท่านั้น ไม่มีตัวยาหลักและขั้นตอนการหลอม

"ตกลง ข้าจะไปพูดคุยเรื่องการหลอมยากับผู้ปรุงยาจวงเอง หวังว่าอีกสามปีหร่วนต้าเกอจะได้ตัวยาหลักชนิดนั้นมา"

"เฉินซงตี้วางใจได้"

จากนั้น เฉินเจียงเหอก็เดินออกจากโรงน้ำชาชิงผิง เขาต้องรีบกลับไปคำนวณมูลค่าของวัตถุดิบเสริมเหล่านี้

มองแผ่นหลังของเฉินเจียงเหอที่เดินจากไป

บนใบหน้าของหร่วนเถี่ยหนิวก็ปรากฏความโศกเศร้าขึ้นมาอีกครั้ง

"พี่ใหญ่เฝิง ข้ายังคงต้องขอบคุณท่านสำหรับตำรับยาเม็ดสร้างฐานและแก่นอสูรธาตุน้ำแข็งระดับสอง เพียงแต่ท่านไม่มีประโยชน์เท่าเฉินเจียงเหอ ข้าจึงทำได้เพียงส่งท่านไปสู่สุคติก่อน"

"พี่น้องของข้าสามคนลงไปอยู่เป็นเพื่อนท่านแล้ว คิดว่าคงจะไม่เหงานัก"

การลงขันหลอมยา โดยทั่วไปแล้วจะมีผู้ร่วมหุ้นไม่เกินสามคน

เพราะหากการหลอมยาสำเร็จ หนึ่งเตาอย่างมากที่สุดก็จะหลอมยาเม็ดสร้างฐานออกมาได้เพียงสามเม็ด จากนั้นก็ค่อยมาว่ากันเรื่องคุณภาพสูงต่ำ

หร่วนเถี่ยหนิวไปหาผู้ปรุงยาจวง ก็เพราะเขายังต้องเจรจาซื้อขายตำรับยาเม็ดสร้างฐานกับผู้ปรุงยาจวง

พูดอีกอย่างก็คือ

การเชิญผู้ปรุงยาจวงมาหลอมยานั้น นี่คือการที่ทุกคนต้องร่วมกันออกศิลาปราณ

ส่วนการที่หร่วนเถี่ยหนิวจะมอบตำรับยาเม็ดสร้างฐานให้ผู้ปรุงยาจวงนั้น เขาจะต้องเรียกเก็บศิลาปราณจากผู้ปรุงยาจวง

เท่ากับว่าเป็นการขายตำรับยาเม็ดสร้างฐานให้ผู้ปรุงยาจวง และในอนาคตห้ามนำไปขายให้ผู้ปรุงยาคนอื่นอีก

ผู้ปรุงยาจวงเป็นถึงผู้ปรุงยาชั้นสูงระดับหนึ่งที่สามารถหลอมโอสถทิพย์ระดับสองขั้นเริ่มต้นได้ เช่นนั้นในมือของเขาย่อมต้องไม่มีตำรับยาเม็ดสร้างฐานที่พิเศษเช่นนี้แน่นอน

เมื่อเป็นเช่นนี้ ตำรับยาเม็ดสร้างฐานของหร่วนเถี่ยหนิวก็จะสามารถขายได้ในราคาดี

อย่างไรเสีย นี่คือตำรับยาเม็ดสร้างฐานที่สามารถใช้เป็นมรดกสืบทอดของตระกูลได้ ผู้ปรุงยาทุกคนย่อมต้องใจเต้นแรง

เฉินเจียงเหอยังไม่ได้ไปหาผู้ปรุงยาจวงในทันที แต่เขากลับมาที่บ้านก่อน เปิดอ่าน [นิตยสารชิงเหอ] พลิกดูจนจดจำขึ้นใจ

จากนั้น จึงค่อยมาดูตำราภาพวัตถุดิบเสริมยี่สิบเอ็ดชนิดที่หร่วนเถี่ยหนิวให้เขามา

วัตถุดิบทิพย์ธาตุน้ำสี่ชนิด วัตถุดิบทิพย์ธาตุดินห้าชนิด วัตถุดิบทิพย์ธาตุทองสามชนิด วัตถุดิบทิพย์ธาตุไฟสามชนิด และวัตถุดิบทิพย์ธาตุไม้หกชนิด

มีสิบแปดชนิดที่เป็นวัตถุดิบทิพย์ทั่วไป สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าสมุนไพรในตลาดนัดชิงเหอ คาดว่าน่าจะต้องใช้เงินราวสามสี่ร้อยศิลาปราณ

ในจำนวนนั้นมีสามชนิดที่ในตลาดนัดชิงเหอไม่มี แต่กลับมีขายในตลาดนัดสำนักเซียน น่าจะต้องใช้เงินราวหกร้อยศิลาปราณ

ถึงเวลานั้นก็สามารถไปขอความช่วยเหลือจากเกาเพ่ยเหยาให้ช่วยซื้อวัตถุดิบเสริมพิเศษสามชนิดนั้นได้

นั่นก็หมายความว่า มูลค่ารวมของวัตถุดิบเสริมทั้งยี่สิบเอ็ดชนิดนั้นสูงถึงราวหนึ่งพันศิลาปราณ

ภายในห้าปีนี้ เขาอย่างน้อยที่สุดต้องเก็บรวบรวมเงินให้ได้หนึ่งพันสองร้อยศิลาปราณ จึงจะสามารถเข้าร่วมการลงขันหลอมยาในครั้งนี้ได้

บัดนี้เขามีเงินเพียงสามร้อยเก้าสิบเจ็ดศิลาปราณกับสี่สิบทรายปราณ

ยังต้องซื้อหนังหมูป่าทมิฬ หมึกปราณ รวมถึงเคล็ดวิชากายาหลอมรวมและทรัพยากรเสริมที่จำเป็นต่อการหลอมกายาอีก

ต่อให้วาดยันต์เคลื่อนย้ายห้าธาตุชั้นกลางได้ อัตราความสำเร็จถึงสามส่วน ก็ทำได้เพียงแค่พอประทังค่าใช้จ่ายในการบำเพ็ญเพียรเท่านั้น

เกรงว่าการเก็บสะสมศิลาปราณคงจะทำไม่ได้

เว้นเสียแต่ว่าอัตราความสำเร็จในการวาดยันต์เคลื่อนย้ายห้าธาตุชั้นกลางจะสูงถึงสี่ส่วน จึงจะพอมีความหวังที่จะรวบรวมวัตถุดิบเสริมทั้งยี่สิบเอ็ดชนิดได้ทันภายในห้าปี

"โอกาสในการลงขันหลอมยานั้นหาได้ยากยิ่ง ไม่ว่าจะอย่างไรครั้งนี้ก็พลาดไปมิได้"

"ถึงเวลานั้นหากยังรวบรวมศิลาปราณได้ไม่พอจริงๆ ก็คงทำได้เพียงต้องไปขอความช่วยเหลือจากต้าหนิวและเกาเพ่ยเหยาแล้ว"

ต่อให้เขาจะมีอายุขัยที่ยืนยาว แต่เขาก็มิอาจปฏิเสธวาสนาที่ส่งมาถึงประตูบ้านได้

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 120 - โอกาสในการลงขันหลอมยา

คัดลอกลิงก์แล้ว