- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอฟาร์มสเตตัสตั้งแต่เป็นทารก
- บทที่ 231 - [แวมไพร์]
บทที่ 231 - [แวมไพร์]
บทที่ 231 - [แวมไพร์]
บทที่ 231 - [แวมไพร์]
ภายในประตูมิติ
ณ ซากปรักหักพังของเทพ
"ที่นี่มันประหลาดเกินไปแล้ว เรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ!"
หลังจากได้เห็นว่าโครงกระดูกเหล่านั้นมาจากไหน คนที่เคยคิดว่าต้นไม้เลือดเนื้อนี้อาจจะเป็นพืชมงคลล้ำค่า ก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไปจนหมดสิ้น
ทุกคนอยากจะรีบหนีออกจากที่นี่ กลัวว่าตัวเองจะต้องกลายเป็นแบบเดียวกับสัตว์อสูรดาราพวกนั้น
"พวกเราก็รีบไปจากที่นี่เหมือนกัน"
มนุษย์ตัวจิ๋วเลือดเนื้อมีสีหน้าเคร่งขรึม แสงสีเลือดที่สามารถสลายเนื้อและฉกชิงวิญญาณได้นั้น ทำให้เขารู้สึกคุ้นๆ อย่างประหลาด แต่หลังจากที่อำนาจถูกช่วงชิงไป ความทรงจำของเขาก็หายไปมาก
เขาจำไม่ได้เลยว่าไอ้ของสิ่งนี้มันคืออะไร รู้แค่ว่ามันอันตรายมาก
คราวนี้ หูซูซินไม่คัดค้านอีกต่อไป
ทุกคนต่างพากันวิ่งกลับไปยังซากวิหารอย่างแตกตื่นลนลาน
ภาพที่เห็นเมื่อสักครู่ คือภาพที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตที่พวกเขาเคยพบเห็น
สัตว์อสูรดารานับพันตัวถูกดูดเลือดเนื้อไปจนหมดสิ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ เหลือทิ้งไว้เพียงโครงกระดูกสีขาวโพลน ที่สำคัญคือ ตลอดกระบวนการนั้น แม้พวกมันจะร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด แต่แววตาคลั่งไคล้ในดวงตากลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย
ในบรรดาพวกมัน ยังมีสัตว์อสูรดาราระดับ S อยู่ตัวหนึ่งด้วยซ้ำ
ถ้าอยู่ที่โลกภายนอก นั่นคือเจ้าผู้ครองดินแดน คือราชันย์ของเผ่าพันธุ์ แต่ผลลัพธ์คือ มันก็มาตายอย่างไม่ทราบสาเหตุที่นี่
"ทุกคนดูนั่นสิ นั่นมันอะไรน่ะ!"
ในขณะที่ทุกคนยังขวัญหนีดีฝ่อ เหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
"จบสิ้นแล้ว วันนี้พวกเราต้องมาตายกันที่นี่แน่ๆ!"
มีคนทนรับแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาไม่ไหว ส่งเสียงร้องอย่างสิ้นหวัง
ณ ซากปรักหักพังแห่งนี้ ซึ่งพอจะดูออกว่าเป็นตำแหน่งของโถงวิหารหลัก จู่ๆ ก็ปรากฏช่องมิติสีฟ้าใสที่กำลังหมุนวนและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุด มันก็กลายเป็นประตูมิติขนาดใหญ่ราวสิบเมตร ส่องแสงสีฟ้าจางๆ ดูลึกล้ำสุดหยั่ง
"นี่มันการเทเลพอร์ตข้ามมิติ!"
มนุษย์ตัวจิ๋วเลือดเนื้อร้องอุทานออกมา ในที่สุด ใบหน้าของเขาก็ปรากฏความตื่นตระหนกจนได้ การที่สามารถสร้างประตูมิติและเทเลพอร์ตข้ามระยะทางไกลขนาดนี้ได้...
นี่มันคือสิ่งที่เทพเจ้าเท่านั้นที่จะทำได้!
ในขณะที่ทุกคนยังไม่กล้าขยับเขยื้อน ได้แต่ยืนดูเหตุการณ์อย่างเงียบๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังออกมาจากข้างใน "หืม ฟาร์มเพาะเลี้ยงของเทพเจ้าบรรพบุรุษยังมีทาสหลงเหลืออยู่ด้วยเหรอ?"
หญิงสาวผมทองรูปร่างสูงโปร่ง ผู้มีความงดงามไม่แพ้หูซูซิน ก้าวออกมาจากประตูมิติ
ภายใต้ชุดเดรสสไตล์คลาสสิกสีแดง คือเท้าเปล่าสีขาวนวล แต่เธอกลับลอยอยู่กลางอากาศโดยไม่แตะพื้น
ในขณะนี้ ใบหน้างดงามของเธอดูสับสนเล็กน้อย
"ท่านแมรี่! พวกนี้มันเป็นพวกคนของต้าเซี่ยที่น่าตาย!"
เสียงร้องตื่นตระหนกดังตามออกมาจากช่องมิติ ชายวัยกลางคนผมทองตาสีฟ้าก้าวตามออกมา ข้างหลังเขาคือกลุ่มคนของดาวขาวผมทองตาสีฟ้าทั้งสิ้น
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมดินแดนของเทพเจ้าบรรพบุรุษแห่งแวมไพร์สายเลือดถึงมีคนของต้าเซี่ยปรากฏตัวอยู่ได้
ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ข้างๆ ซึ่งตามบันทึกระบุว่าเป็นสิ่งที่เทพเจ้าบรรพบุรุษแห่งแวมไพร์สายเลือดเพาะเลี้ยงไว้ เป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้เทเลพอร์ตมาผิดที่ ที่นี่คือฟาร์มเพาะเลี้ยงในความทรงจำจริงๆ และก็มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ด้วย
"ท่านแมรี่! คนของต้าเซี่ยพวกนี้ อาจจะรู้ข่าวเกี่ยวกับที่นี่มาจากไหนสักแห่ง เลยคิดจะมาชิงต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ไปครับ!"
ชายวัยกลางคนผมทองตะโกนรายงานเสียงดัง บอกข้อสันนิษฐานของตัวเองออกไป
ใบหน้าที่งดงามและเย็นชาของแมรี่ปรากฏร่องรอยของความรังเกียจขึ้นมาทันที
"ไอ้พวกขโมยที่น่าตาย กล้าดียังไงมาขโมยของของเทพเจ้าบรรพบุรุษ"
"ท่านแมรี่เกิดจิตสังหารต่อคนของต้าเซี่ยพวกนี้แล้ว"
ชายวัยกลางคนผมทองที่แอบสังเกตอยู่ลอบยินดีในใจ
แม้จะไม่รู้ว่าคนของต้าเซี่ยกลุ่มนี้โผล่มาที่นี่ได้ยังไง แต่ฆ่าพวกมันให้หมดก็ไม่ผิดอะไรอยู่แล้ว มีเพียงคนของดาวขาวเท่านั้นที่เป็นมนุษย์ผู้สูงส่งบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินใบนี้ ไอ้พวกคนป่าเถื่อนของต้าเซี่ยสมควรเป็นได้แค่ทาสของคนดาวขาวเท่านั้น
ท่านแมรี่เป็นคนที่ไม่ค่อยรู้ความ ไม่คิดว่าแค่ชี้นำนิดหน่อยจะได้ผลดีขนาดนี้
เขาจึงรีบตีเหล็กตอนยังร้อน "ท่านแมรี่ครับ ไอ้พวกขโมยชั้นต่ำพวกนี้ปล่อยให้พวกเราจัดการเอง ท่านรีบไปดูดซับผลศักดิ์สิทธิ์ที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์สร้างขึ้นมาเถอะครับ"
"พวกแกนั่นแหละที่ใส่ร้าย! พวกเราไม่ใช่ขโมย ที่นี่คือประตูมิติของต้าเซี่ย!"
ซุนเยี่ยนทนไม่ไหว ตะโกนเถียงออกไปเสียงดัง
ซุนเฉียงหน้าเครียด ดึงตัวซุนเยี่ยนไว้เพื่อบอกให้เธอหยุดพูด แม้จะไม่รู้ว่าคนของดาวขาวพวกนี้เข้ามาในประตูมิติได้ยังไง แต่เห็นชัดๆ ว่าผู้มาเยือนนั้นไม่เป็นมิตร
"เหอะๆ ฉันบอกว่าพวกแกเป็น พวกแกก็ต้องเป็น" ชายวัยกลางคนผมทองแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะโบกมือ "ฆ่าพวกมันให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!"
กลุ่มคนที่อยู่ข้างหลังเขา ซึ่งแต่งตัวเหมือนขุนนางยุคกลางในชุดสูทเนี้ยบ ร่างกายที่เคยสูงเพรียวก็พองขยายขึ้นมาทันที ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังจะทะลุออกมาจากแผ่นหลัง
ในไม่ช้า ปีกเนื้อน่าเกลียดคู่หนึ่งก็ฉีกทะลุชุดสูทออกมา
พวกเขากลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ที่น่าเกลียดน่ากลัว ขนบนร่างกายหายไปจนหมดสิ้น ผิวหนังขาวซีดราวกับแช่อยู่ในน้ำมาสามวันสามคืน เหมือนค้างคาวยักษ์ไม่มีผิด
"พวกแวมไพร์ของดาวขาว!"
ซุนเฉียงร้องอุทานออกมา
"บ้าเอ๊ย! ตั้งรับ! ตั้งรับ!"
แม้ว่าในใจจะตื่นกลัวแค่ไหน แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าตอนนี้มีแต่ต้องสู้ตายเท่านั้น ถ้าคิดจะหนี มีแต่จะตายเร็วกว่าเดิม
"เสี่ยวหลี่! เสี่ยวหยาง! พวกนายคุ้มกันผู้ควบคุมเครื่องจักร! ที่เหลือลุยกับฉัน!"
ซุนเฉียงสั่งการอย่างรวดเร็ว
ให้มนุษย์ดัดแปลงสองคนคอยคุ้มกันผู้ควบคุมเครื่องจักร ซึ่งรวมถึงซุนเยี่ยนด้วย ส่วนนักสู้และมนุษย์ดัดแปลงที่เหลือก็เข้าปะทะศัตรูซึ่งๆ หน้า!
ปัง!
เสียงระเบิดดังขึ้น ซุนเฉียงยกปืนขึ้นยิงแวมไพร์ที่กลายร่างเป็นสัตว์ตัวหนึ่งจนร่างแหลกไปครึ่งซีก
แต่ในชั่วพริบตา เนื้อเยื่อก็งอกขึ้นมาใหม่ ร่างกายของมันฟื้นตัวกลับมาเหมือนเดิม มันสะบัดหัวอย่างเกรี้ยวกราด แล้วพุ่งเข้ามา
ในจังหวะที่เขาจะยิงซ้ำ แวมไพร์อีกตัวก็พุ่งเข้ามาจากด้านข้าง กอดรัดเขาจนล้มลงไปกองกับพื้น ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างชุลมุน
หมัดที่ต่อยเข้ามาปะทะเข้าที่ใบหน้า ผิวหนังเทียมฉีกขาดทันที เผยให้เห็นโลหะผสมที่บุบไปเล็กน้อย
ฉิว!
ในจังหวะที่เขากำลังจะพลาดท่า แสงสีฟ้าสายหนึ่งก็พาดผ่าน คอของแวมไพร์ตัวนั้นปรากฏเส้นเลือดสีแดงบางๆ ก่อนที่ร่างของมันจะล้มลงไปกองกับพื้น
ซุนเฉียงหันไปมองซุนเยี่ยนที่ได้รับการคุ้มกันอยู่ แล้วยิ้มออกมาอย่างชื่นชม ก่อนจะพุ่งกลับเข้าสู่สนามรบอีกครั้ง
ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือดราวกับโรงฆ่าสัตว์ เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว
แวมไพร์พวกนี้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก แถมพลังฟื้นตัวและพละกำลังก็สูง ที่สำคัญคือพวกมันไม่กลัวตายเลย
นอกจากมนุษย์ดัดแปลงในทีมไม่กี่คนที่สู้แบบไม่กลัวตายเหมือนกัน พอจะต้านทานพวกมันได้บ้าง
ส่วนนักสู้ที่เหลือกลับสู้ด้วยความยากลำบาก
มีคนหนึ่งเพิ่งจะยิงหัวแวมไพร์จนไหม้เกรียมไป พอหันหลังกลับมา มือข้างหนึ่งก็แทงทะลุหน้าท้องของเขาจากด้านหลัง เผยให้เห็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังสปาร์กไฟอยู่ข้างใน
"หัวหน้า! ไอ้พวกแวมไพร์นี่มันฆ่าไม่ตาย!"
เขาร้องตะโกนลั่น มือของเขางอกใบมีดพลังงานออกมา ก่อนจะหันกลับไปตัดหัวแวมไพร์ตัวนั้นอีกครั้ง
แต่แวมไพร์ตัวนั้นกลับใช้มืออีกข้างรับหัวที่หลุดออกมา แล้วจับมันต่อกลับเข้าไปที่คอเหมือนเดิม
มนุษย์ดัดแปลงคนนั้นถึงกับคลั่ง เอาวะ ยังไงจิตสำนึกของเขาก็มีแบ็กอัปอยู่แล้ว
ตายที่นี่ อย่างมากก็แค่เสียเงินซื้อร่างใหม่มาฟื้นคืนชีพเท่านั้น
เขาไม่เชื่อหรอกว่าไอ้ตัวน่าขยะแขยงนี่มันจะฆ่าไม่ตายจริงๆ
เขาพุ่งเข้าไปกอดแวมไพร์ตัวนั้น แล้วมุ่งหน้าไปยังจุดที่แวมไพร์รวมตัวกันอยู่มากที่สุด
"ทุกคนหลบไป!"
เขาตะโกนลั่น
คนที่รู้จักกันดีต่างรู้ว่าเขาจะทำอะไร ทุกคนรีบถอยห่าง
มีเพียงแวมไพร์ที่กลายร่างเป็นสัตว์จนสติปัญลดลงไปแล้วเท่านั้น ที่ยังแยกกันมาล้อมโจมตีเขาอีกหลายตัว
"ฮ่าๆ! มาเลย!"
เขาระเบิดหัวเราะออกมา ร่างกายของเขาเริ่มส่องแสงสีฟ้าออกมา สว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง...
ปัง!!!