เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DNA อลวนคนสองร่าง ตอนที่ 57

DNA อลวนคนสองร่าง ตอนที่ 57

DNA อลวนคนสองร่าง ตอนที่ 57


ตอนที่ 57

โดยทั่วไปแล้วหันชูถือว่าเป็นคนที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในแวดวงคนเมืองหลวง

ชื่อเสียงในที่นี้ไม่ใช่เพราะความขัดต่อหลักสัจธรรมของเขา แต่เพราะทุกคนค่อยๆ ค้นพบว่าอุตสาหกรรมเฮดฮันเตอร์ที่อีกฝ่ายเลือกนั้นค่อนข้างน่าสนใจ หากมีเรื่องที่จัดการยาก แต่ไม่ด่วนมากขนาดนั้น แค่ไปเสนอราคาให้หันชู ฝ่ายนั้นก็จะจัดหาคนที่เหมาะสมมาจัดการให้ อีกทั้งความพอใจในภารกิจก็สูงถึงเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์...แต่โชคไม่ดีที่คราวนี้คุณชายฟางอยู่ในห้าเปอร์เซ็นต์ที่เหลือ

“หันชู!!” ในตอนที่คุณชายฟางเดินเข้ามา เขาก็ใช้เสียงต่ำจนแทบจะเป็นเสียงลอดไรฟันพูดขึ้นมา

พอเห็นสาวๆ ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลกำลังรอตนเดินเข้าไปให้เยาะเย้ย คุณชายฟางก็รู้สึกเหมือนชีวิตมืดมน “คุณบอกว่าชาวต่างชาติคนนี้เป็นนักขี่ม้าที่เก่งที่สุดไม่ใช่เหรอ?”

“เขาเก่งที่สุดครับ และรับรองว่าเป็นมืออาชีพด้วย” หันชูเหลือบมองคุณชายฟาง ไม่ได้สนใจเย่ซวงที่ยืนฟังบทสนทนาอยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างไม่อินังขังขอบ “ประสบการณ์ การขี่ม้า การกระโดดข้ามรั้วและผลการทดสอบการแข่งขันของออร์เซอร์อยู่ในระดับแนวหน้ามาตลอด เคยเข้าร่วมการเดิมพันและการแข่งม้าเร็วระดับนานาชาติและได้แชมป์มาหลายครั้ง...ถ้าไม่ใช่เพราะช่วงสองสามปีนี้เตรียมที่จะวางมือ ดูจากฐานะและตารางงานที่เต็มตลอด เดิมทีคงไม่สามารถหาเวลามารับงานส่วนตัวของคุณได้หรอกครับ”

คุณชายฟางฟังไม่เข้าใจ และไม่สนด้วยว่าประสบการณ์หรือคุณสมบัติจะดูเปล่งประกายแค่ไหน สิ่งที่เขาสนใจที่สุดก็คือ “ทำไมคราวนี้ถึงได้แพ้?!”

หันชูปรายตามองเย่ซวงที่ทำเหมือนเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนด้วยความเจ็บใจ ก่อนหันมาแล้วถอนหายใจ “ต้องถูกจังหวะและต้องมีดวงด้วย”

“...” ให้ตาย! ฟังไม่เข้าใจเลย!

คุณชายฟางขบฟันแน่น กำลังเตรียมจะจี้ถามต่อ แต่ในตอนนั้นเอง หรวนหร่วนที่กำลังยินดีกับชัยชนะก็วิ่งเข้ามา เธอตื่นเต้นจนใบหน้ารูปไข่เห่อแดง ดวงตาเป็นประกาย เชิดคางขึ้นด้วยความอวดดีในยามที่ประกาศบอก “ฉันชนะแล้ว!”

คุณชายฟางชะงักกึก ท่าทางตื่นเต้นจนโอเวอร์ของสัตว์ตัวน้อยทำเอาลืมความโมโหเมื่อครู่ไปวูบหนึ่ง “เอ่อ...อืม ผมยอมแพ้”

“จ่ายมา!” หรวนหร่วนเพิ่งสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย เธอจึงแบมือออกมาตรงหน้าคุณชายฟางอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว “หนึ่งหมื่นหยวนตามที่คุยกันไว้!”

เย่ซวงที่ค่าตัวสี่หมื่นเงียบไป แม้แต่หันชูที่รู้เรื่องการวางเดิมพันของคุณชายฟางมาตั้งแต่แรกยังทำหน้าแปลกๆ

...มองอีกแง่หนึ่ง คนที่ยอมควักเงินหลายหมื่นเพียงเพื่อเงินวางเดิมพันหมื่นเดียวนี่ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ ...

เมื่อมองคุณชายฟางนับเงินเดิมพันให้หรวนหร่วน บวกกับเงินที่หรวนหร่วนต้องให้ตนอีกสามหมื่น ทำให้ตอนที่เย่ซวงรับค่าตอบแทนมา ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าตนควรจะทำหน้ายังไง

โลกของคนรวยไม่ใช่โลกที่เธอจะเข้าใจได้เลยจริงๆ

ในขณะเดียวกันนักขี่ม้าชาวต่างชาติที่ยังไม่เข้าใจและกำลังเป็นห่วงลูกสาวสุดที่รักของตัวเองก็ถูกเรียกมาด้วยเช่นกัน การแลกเปลี่ยนหลังจากนี้ของทีมเมืองหลวงและทีมท้องถิ่นก็เป็นเรื่องของพวกเขาเองแล้ว หันชูพาเย่ซวงกับออร์เซอร์นักขี่ม้าไปที่อีกทางหนึ่งเพื่อไปเอากระเป๋าที่ตัวเองวางไว้ จากนั้นก็เอาโน้ตบุ๊กออกมาแล้วเริ่มบันทึกข้อมูล “พวกคุณก็นั่ง...จริงสิ ออร์เซอร์ ผมขอแนะนำ นี่เป็นว่าที่เพื่อนร่วมงานอีกคน ถ้ามีโอกาสพวกคุณก็จะได้เข้าร่วมการแข่งขันด้วยกัน”

การแข่งขันกว่าครึ่งจะเป็นคู่ชายหญิง เบื้องต้นคือหันชูรู้ว่าเย่ซวงมีทักษะในการฝึกม้า การที่หันชูพูดแบบนี้ออกไปก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเหตุผล แต่น่าเสียดายที่ออร์เซอร์ไม่ได้สนใจเย่ซวงสักเท่าไร เดิมทีในสนามการแข่งม้านานาชาติก็ไม่ค่อยปรากฏคนหน้าตาไปทางตะวันออกสักเท่าไร พอมีขึ้นมาบ้างก็ยิ่งสะดุดตา ด้วยประสบการณ์และคุณวุฒิของเขา ในเมื่อก่อนหน้านี้ไม่เคยเจอผู้หญิงคนนี้มาก่อน ต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจอะไรมาก การแข่งม้าไม่ใช่แค่มีใบรับรองแล้วก็จะเข้ามาในวงการได้ตามใจชอบ หากอยากติดอันดับ ก็ต้องมีม้าดีๆ เป็นของตัวเอง

ออร์เซอร์ที่กำลังร้อนใจในตอนนี้สนใจลูกรักของตนเองมากกว่า “หัน ผมต้องไปดูว่าโรสสุดที่รักของผมเป็นอะไร เดี๋ยวผมค่อยมาอธิบายกับคุณทีหลังได้ไหม การแพ้ครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุอย่างแน่นอน!”

หันชูเองก็ไม่อยากเปิดเผยความผิดของเย่ซวง เขาจึงพยักหน้ารับแล้วปล่อยไป ไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่ได้ยินจากเย่ซวงมาก่อนหน้านี้เลยสักคำ “ผมเชื่อในความสามารถของคุณ แต่ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ภารกิจต่อไปค่าจ้างต้องลดลงหนึ่งส่วนห้าตกลงไหม? ส่วนค่านายหน้าของผมก็จะไม่เอาเยอะหรอกนะ”

ออร์เซอร์พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะผละออกไปด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไรนัก เย่ซวงมองตาม จากนั้นถึงได้หันมาแล้วนั่งลงตรงข้ามหันชูอย่างไม่เกรงใจ “หมายความว่าคุณบันทึกฉันลงในรายชื่อแล้วใช่ไหม?”

“บันทึกแล้ว!” หันชูปรับแก้เล็กน้อย ก่อนจะหันไปปรับหน้าข้อมูลในโน้ตบุ๊ก บอกเป็นนัยว่ารับเย่ซวงแล้ว “คุณกรอกรายละเอียดแบบฟอร์มข้อมูลส่วนตัว ช่องทางการติดต่อ แล้วก็ความถนัดกับแนวโน้มในการรับภารกิจ...ผมจะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับอาชีพของเราให้ฟังไปด้วย”

“คุณน่าจะพอเข้าใจอาชีพเฮดฮันเตอร์แบบคร่าวๆ แล้ว แต่เฮดฮันเตอร์ส่วนตัวกับแบบทางการมีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย” หันชูอาศัยจังหวะที่เย่ซวงกรอกแบบฟอร์มล้วงเอาขวดเครื่องดื่มออกมาจากกระเป๋าแล้วเปิดฝาดื่ม ก่อนจะเริ่มพูดต่อ “เฮดฮันเตอร์แบบเป็นทางการคือเราแค่ส่งคนที่มีความสามารถตามที่องค์กรต้องการไปแล้วก็รับค่าแนะนำ แต่สำหรับฝ่ายคนที่มีความสามารถเองจะไม่ต้องจ่ายค่านายหน้าอะไร แต่เฮดฮันเตอร์แบบส่วนตัว อย่างเช่นผม ทุกครั้งเวลาที่ได้รับและประกาศรายการหนึ่ง ก็จะได้หักเปอร์เซ็นต์ค่านายหน้าทั้งจากผู้ว่าจ้างและผู้ถูกว่าจ้าง สัดส่วนการหักเปอร์เซ็นต์จะคำนวณจากระดับของภารกิจ เช่นภารกิจระดับ C ผมก็จะหักเปอร์เซ็นต์จากค่าตอบแทนของคุณยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ระดับ B ก็สิบห้าเปอร์เซ็นต์ ระดับ A ก็สิบเปอร์เซ็นต์...สูงสุดไม่เกินสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องห่วง ปกติการหักเปอร์เซ็นต์สูงๆ ส่วนมากจะเป็นคนฝึกงานระดับ F ในเมื่อผมรับปากแล้วว่าคุณชนะการแข่งขัน จะให้เริ่มเลือกภารกิจได้จากระดับ C ก็คำไหนคำนั้น”

เย่ซวงพอใจกับผลนี้มาก แต่ยังมีปัญหาสำคัญที่ไม่ถามไม่ได้ “ถ้ามีอีกคนที่ร่วมรับและทำภารกิจกับฉัน แบบนี้จะรับได้ไหม?!”

จบบทที่ DNA อลวนคนสองร่าง ตอนที่ 57

คัดลอกลิงก์แล้ว