- หน้าแรก
- คุณตำรวจครับ ผมแค่แสดง
- ตอนที่ 39 ไอดอลหนุ่มหน้าใสที่ชอบก่อเรื่อง
ตอนที่ 39 ไอดอลหนุ่มหน้าใสที่ชอบก่อเรื่อง
ตอนที่ 39 ไอดอลหนุ่มหน้าใสที่ชอบก่อเรื่อง
"เรื่องนี้เหรอ? มีข้อกำหนดอะไรไหม?"
"อืม...ถ้าเป็นนายสร้างเอง ก็ไม่มีข้อกำหนดอะไร อย่าทำระเบิดก็พอ"
สวี่หยวนพยักหน้า จากนั้นก็ถามว่า "ถ้างั้นพวกคุณสามารถจัดหาปืนจำลองให้ได้ไหม?"
จางฟู่และจ้าวอันสบตากัน "ได้ เพียงแต่ว่าสุดท้ายจะต้องส่งคืนมา"
"ไม่มีปัญหา" สวี่หยวนพูดด้วยความมั่นใจ
จางฟู่และจ้าวอันก็ไม่รู้ว่าสวี่หยวนขายยาอะไรอยู่ในน้ำเต้า
"นายแน่ใจนะว่าจะสามารถต้านทานคนพวกนั้นได้? พวกเขาเป็นมืออาชีพนะ"
"อืม....น่าจะไม่ค่อยมีปัญหา ไม่พูดถึงขั้นฆ่าทิ้งเลย อย่างน้อยก็ไม่ต่างจากของจริงเท่าไหร่" หลังจากที่สวี่หยวนลูบคางตัวเองเสร็จ ก็เสริมในใจอีกประโยคว่า 'พูดราวกับว่าใครไม่ใช่มืออาชีพ'
"ถ้านายพูดแบบนี้ฉันก็สบายใจแล้ว นายต้องการคนประมาณกี่คน?" จางฟู่เห็นท่าทางที่มั่นใจของสวี่หยวนแบบนี้ ในใจก็มั่นใจขึ้นมา
ถึงแม้ว่าสวี่หยวนจะชอบพูดจาไม่เข้าท่า แต่ก็ยังเป็นคนที่หนักแน่น ไม่พูดอะไรที่เกินจริงมากเกินไป
นอกจากจะไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นฆาตกร
"ลูกน้องเหรอ? สุ่มๆ มาห้าคนก็พอ ไม่มีข้อกำหนดอะไร ขอแค่ว่านอนสอนง่ายก็พอ"
สวี่หยวนคิดๆ ดูแล้วก็พูด
จริงๆ แล้วเขาคนเดียวก็ทำได้ ไม่แน่อาจจะง่ายกว่าด้วยซ้ำ
เป้าหมายหลักคือไม่ให้มันน่าตกใจจนเกินไป
"โอเค! งั้นตกลงตามนี้นะ เวลาคืออีกหนึ่งสัปดาห์ จำไว้ว่าจะต้องมาจัดเตรียมล่วงหน้าก่อนหลายวัน เกียรติยศของเมืองพวกเราขึ้นอยู่กับนายแล้ว! จำไว้! ไม่ต้องไว้หน้าใคร! อีกฝ่ายเป็นมืออาชีพ! เอาออร่าแบบที่นายใช้รับมือกับตำรวจออกมา!"
จางฟู่และจ้าวอันให้กำลังใจสวี่หยวน
สวี่หยวนพูดอย่างจนปัญญาว่า "ผมเป็นพลเมืองดีที่เคารพกฎหมาย ไม่เคยรับมือกับตำรวจ"
"ยังไงก็สู้ๆ นะ! นี่เป็นโอกาสที่นายจะได้รับมือกับตำรวจอย่างถูกกฎหมายนะ!" หลังจากพูดจบ ทั้งสองคนก็เดินออกจากประตูไป
"....." สวี่หยวนไม่รู้จะพูดอะไรดี
พอปิดประตู โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา
หลิวเมิ่งหานถ่ายเขาทำไม?
โอนเงินเหรอ? งั้นไม่มีปัญหา ถ่ายอะไรก็ถ่าย!
ถึงจะถ่ายก้นก็ยังได้!
ขอให้มีสาวน้อยร่ำรวยแบบนี้มาให้สักตั้ง!
แต่ว่านี่เขาถือว่าถูกเลี้ยงดูในทางอ้อมใช่ไหม?
........
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ตอนเช้า
สวี่หยวนเพิ่งได้รับการแจ้งจากจางเทาให้ไป
ประมาณว่าเป็นการเตรียมการก่อนถ่ายทำ นั่นหมายความว่าเขาจะต้องเข้ากองถ่ายแล้ว
บทที่ต้องแสดงก็ยังเป็นบทนำ!
แต่อย่างว่า ด้วยองค์ประกอบบางอย่างที่ไม่อาจต้านทานได้ ละครเรื่องนี้จะต้องส่งเสริมพลังงานเชิงบวกอย่างแน่นอน
ดังนั้นจึงต้องมีตัวละครฝ่ายดี นั่นก็คือตำรวจ
ในนามก็คือตำรวจเป็นตัวเอก
แต่บทที่เยอะที่สุด ที่สำคัญที่สุด
ไม่ต้องสงสัยเลย
คือสวี่หยวน
และสวี่หยวนที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง แถมยังมีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดี สามารถมารับบทนำของภาพยนตร์ได้
แน่นอนว่าต้องพึ่งพาความพยายามที่ไม่ย่อท้อ ความมุ่งมั่น และทักษะการแสดงที่โดดเด่น ทำให้จางเทาและทีมงานสำคัญของกองถ่ายประทับใจ
ไม่ใช่แน่นอนว่าออร่าที่น่าสะพรึงกลัวกดข่มไว้ และไม่ใช่แน่นอนว่าจำลองตัวละครเดิมออกมาได้เหมือนหนึ่งต่อหนึ่ง
อืม
ไม่ใช่แน่นอน
จริงๆ แล้วยังมีสาเหตุสำคัญอีกอย่าง
ก็คือความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างจางเทาและหวงกั๋ว
ก็คือจางเทาเป็นผู้กำกับที่แข็งแกร่งมาก ตัวเองเป็นผู้ลงทุนมากที่สุด แถมยังมีอำนาจในการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในกองถ่าย
โดยพื้นฐานแล้วเป็นตัวละครที่พูดคำไหนคำนั้น
นักลงทุนเหล่านั้นไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ และไม่สามารถแทรกคนเข้ามาได้
แน่นอน
จางเทาก็สามารถเลือกคนตามความชอบของตัวเองได้
ถึงแม้ว่าจางเทาจะเป็นคนเคร่งขรึม แต่เขาก็ไม่ได้หัวโบราณ ตรงกันข้ามกลับมีภาพยนตร์เชิงพาณิชย์มากมาย
แถมยังรู้จักการสร้างกระแสด้วย
เช่น ครั้งนี้ ก็ได้เชิญนักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่ที่กำลังมีชื่อเสียงไม่น้อยในช่วงนี้
กำลังเป็นที่นิยม
"ทุกคน บทละครอยู่ในมือของพวกคุณหมดแล้ว มีข้อสงสัยอะไรก็สามารถพูดออกมาได้"
เพราะเป็นสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ ณ สถานที่จริง แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นโต๊ะประชุมระดับสูง
แต่เป็นจางเทานั่งอยู่บนเก้าอี้สูง คนอื่นๆ นั่งอยู่บนเก้าอี้เตี้ยๆ ทุกคนถือกระดาษปึกหนึ่งอยู่ในมือ
เพียงแต่ว่าบางคนมีแค่หนึ่งหรือสองแผ่น บางคนมีเป็นปึก
ส่วนสวี่หยวนในฐานะนักแสดงนำ ไม่ต้องพูดถึงเลย
เหมือนหนังสือเล่มหนึ่ง ทำให้เขาขนลุก
ที่สำคัญคือมันละเอียดเกินไป แถมยังมีบทสนทนาเยอะ
สวี่หยวนก็เพิ่งเคยเจอเรื่องยุ่งยากแบบนี้เป็นครั้งแรก
ที่สำคัญคือละครประเภทนี้คือการโต้เถียงกันระหว่างฝ่ายดีและฝ่ายร้าย
เรียกกันติดปากว่า "ยิงด้วยปาก"
สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่สวี่หยวนรำคาญที่สุด
พอดูบทละคร
อ๋อ หม่าตงเม่ย
ปิดบทละคร
หม่าอะไรเม่ย?
เปิดบทละคร
หม่าตงเม่ย
ปิดบทละคร
อะไรตงเม่ย?
.....
สรุปคือทำให้สวี่หยวนลำบาก ไม่สู้ให้เขาปล้นโดยตรง เป็นหัวหน้าที่เย็นชาจะไม่ได้เหรอ?
แต่ว่าสวี่หยวนยังไงก็เรียนการแสดงมาจากสถาบันภาพยนตร์ พื้นฐานการพูดก็ยังมีอยู่บ้าง
กว่าจะเคี้ยวจนถึงวันนี้ ก็เพิ่งเคี้ยวหมด
แต่ว่านี่ก็คือราคาของนักแสดงนำล่ะมั้ง
สวี่หยวนมองไปที่ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ
ขาวสะอาด แถมยังแต่งหน้าอีกด้วย
ผมก็เซ็ตมาอย่างดี มองแวบเดียวก็รู้ว่าดูแลมาอย่างตั้งใจ
เสื้อผ้าและกางเกง แน่นอนว่าต้องดีกว่าของที่สวี่หยวนซื้อมาจาก pdd ราคาโหลละสิบกว่าหยวน
คนแบบนี้ สวี่หยวนโดยทั่วไปจะพูดว่า "ประณีต"
EQ สูง: ประณีต
EQ ต่ำ: ตุ๊ด
ถึงแม้ว่าสวี่หยวนจะไม่ต่อต้านพฤติกรรมการแต่งหน้า แต่ไอ้หนุ่มหน้าใสข้างๆ คนนี้ แต่งหน้าเข้มเกินไป
สวี่หยวนอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
สวี่หยวนมองเขา
เขาก็มองสวี่หยวนเช่นกัน
กำลังจะทักทาย
เพราะยังไงก็ต้องเล่นด้วยกัน แถมยังมีชื่อเสียงไม่น้อย การหาเพื่อนสักคนยังไงก็ไม่ผิด
ผลปรากฏว่าคนๆ นั้นไม่สนใจเขาเลย
ไหน่ไหน่
พอกินน้ำปัสสาวะเข้าไปหน่อยก็หยิ่งยะโส ปฏิเสธฉันแล้วแกจะอยู่หรือตายก็ยากจะบอก!
สวี่หยวนก็ไม่อยากจะสนใจเขา
การมีมารยาทที่เหมาะสมก็ยังดี
ถ้าเอาหน้าไปซบตีนเย็นๆ ก็คือหมาเลีย
เขายังไม่ได้เลียหลิวเมิ่งหานเลย แกเป็นใครถึงต้องเลียด้วย?
สวี่หยวนกำลังจะไม่สนใจเขาแล้ว ผลปรากฏว่าไอ้บ้านี่กลับลุกขึ้นยืน
"ผู้กำกับจาง"
จางเทามองไปที่ชุยซิง
นี่คือหนุ่มหน้าใสที่เขาใช้เงินจำนวนมากเชิญมา
อย่างแรกคือเขามีชื่อเสียง
อย่างที่สองคือทักษะการแสดงไม่ได้แย่เป็นพิเศษ อย่างน้อยก็สอบผ่าน ถึงแม้ว่าจะมารับบทตัวละครนี้ก็คงจะไม่เป็นอะไร
แต่ในบรรดาหนุ่มหน้าใสด้วยกัน ก็ยังถือว่าเป็นกลุ่มแนวหน้า
ดังนั้นจางเทาจึงไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติอะไร
แถมยังค่อนข้างเป็นกันเองด้วย
"มีอะไรเหรอ เสี่ยวชุย"
"คือ ผมอยากเปลี่ยนบท"
ชุยซิงพูดอย่างจริงจัง
ในทันใดนั้นเองในสถานที่ก็เงียบลง
นี่กำลังจะเปิดกล้องแล้ว บอกว่าจะเปลี่ยนบท.....
รอยยิ้มที่อ่อนโยนของจางเทาก็หายไป กลับสู่สภาวะที่เคร่งขรึม
"ทำไม"
ชุยซิงก็ไม่ได้ปิดบังอะไร แต่กลับชี้ไปที่สวี่หยวน "เดิมทีผมคิดว่าบทที่สำคัญขนาดนี้จะเป็นนักแสดงอาวุโสแสดง หรือไม่ก็เป็นคนที่ระดับสูงกว่าผม แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้น เขาดูเหมือนเพิ่งจะเข้าวงการ ทักษะการแสดงคงยังไม่ดีเท่าผม แถมยังเด็กกว่าผมอีก ผมแค่อยากจะถามว่า เพราะอะไร"
ชุยซิงพูดอย่างตรงไปตรงมา
คนในที่นั้นอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
ยังไม่ได้เปิดกล้องก็มีกลิ่นดินปืนรุนแรงขนาดนี้แล้วเหรอ?
นี่คือจังหวะที่จะต้องต่อสู้กันแล้วเหรอ?
แต่ว่าตัวประกอบที่อยู่รอบข้างก็ไม่รู้จักสวี่หยวน พวกเขาก็อยากรู้และสงสัยว่าทำไมสวี่หยวนถึงสามารถมารับบทที่สำคัญขนาดนี้ได้
แต่พวกเขาไม่กล้าพูด
ถ้าเกิดสวี่หยวนเป็นลูกหลานของผู้กำกับอะไรพวกนั้น แล้วพวกเขาก็ซวยสิ?
ชุยซิงที่มีระดับก็ย่อมไม่กลัว
ในที่นั้นมีแค่คนที่รู้รายละเอียดที่ไม่กินเผือก แต่กลับมีสีหน้าที่เคร่งขรึม
สีหน้าของจางเทายิ่งจมลง
สายตาเผลอตกไปที่สวี่หยวน
เห็นสวี่หยวนยิ้ม