เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 380 - การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

บทที่ 380 - การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

บทที่ 380 - การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่


บทที่ 380 - การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

"อะไรนะ? จะให้รวมทัพไปที่จัวโจว?" จ้าวเจี๋ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตะโกนเสียงดัง

"นี่เป็นคำสั่งของท่านอ๋องเยียน ให้เหลือทหารไว้รักษาเมืองซั่วโจวหนึ่งส่วน ที่เหลือทั้งหมดให้ไปรวมทัพที่จัวโจว" จางเจี๋ยถือจดหมายในมือ กล่าวกับเหล่าแม่ทัพเบื้องหน้า

จ้าวเจี๋ยหันมองเหล่าแม่ทัพ เห็นทุกคนเงียบกริบ ก็โกรธจนแทบคลั่ง "เขาคิดจะทำอะไร? อยู่ดีๆ ทำไมต้องรวมทัพ? เขาขออนุญาตฝ่าบาทหรือยัง?"

"เรื่องนี้..." จางเจี๋ยตอบ "ท่านอ๋องเยียนน่าจะวางแผนจัดการกับโยวโจว ทหารเหลียวรวมพลหนักที่โยวโจว มีประมาณสามแสนกว่านาย โยวโจวเป็นเมืองใหญ่ ทหารฝั่งตะวันออกมีไม่พอ ต้องรวมทัพถึงจะปิดล้อมได้"

"เขาถามฝ่าบาทหรือยัง? ทัพตะวันออกและตะวันตกแยกกันโจมตีเยียนอวิ๋น เป็นพระราชประสงค์ของฝ่าบาทในตอนนั้น เขาจะมาสั่งเคลื่อนย้ายโดยพลการได้อย่างไร?" จ้าวเจี๋ยสีหน้าย่ำแย่

"ท่านอ๋องเยียนดำรงตำแหน่งข้าหลวงตรวจการมณฑลเหอตงและเหอเป่ย ดูแลกิจการในโยวเยียนทั้งหมด มีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาด ย่อมสามารถสั่งการก่อนแล้วค่อยรายงานทีหลังได้พะยะค่ะ" จางเจี๋ยกล่าว

"แต่ว่า แต่ว่า..." จ้าวเจี๋ยหน้าเขียวคล้ำ "ถ้าเป็นแบบนี้ ทัพฝั่งตะวันตกก็ไม่มีผลงานแล้วสิ?"

จางเจี๋ยมองจ้าวเจี๋ยอย่างงุนงง "ท่านอ๋อง ต่อให้ยึดเจ็ดหัวเมืองทางตะวันตกได้หมด ความชอบก็เทียบไม่ได้กับการยึดเมืองโยวโจวเยียนจิงเพียงเมืองเดียวนะพะยะค่ะ"

"มันจะเหมือนกันได้อย่างไร ถ้ายึดเจ็ดหัวเมืองหลังเขาได้ ทั้งหมดก็เป็นของข้า... เป็นผลงานของทัพฝั่งตะวันตก" จ้าวเจี๋ยกล่าวอย่างโมโห "ถ้ารวมทัพกัน ต่อให้ยึดโยวโจวได้ ก็จะถูกอ๋องเยียนเหมาผลงานไปคนเดียว กลายเป็นชื่อของมันหมด"

"ท่านอ๋อง ท่านอ๋องทำไมถึงคิดเช่นนั้น?" จางเจี๋ยส่ายหน้ายิ้มขื่น "เรื่องโยวโจวเป็นเรื่องใหญ่ ไม่อาจพูดพล่อยๆ หากตีเมืองนี้แตกได้จริง ผลงานยิ่งใหญ่เพียงนี้ จารึกในหน้าประวัติศาสตร์ จะขาดชื่อของท่านอ๋องและเหล่าแม่ทัพไปได้อย่างไร?"

"แต่..." จ้าวเจี๋ยสีหน้าแปรเปลี่ยนไปมา ในใจสับสนวุ่นวาย เจ้าบู๊อ๋องเยียนนั่นต้องกลัวโดนแบ่งผลงานแน่ๆ ถึงได้สั่งรวมทัพ เพื่อจะฮุบผลงานใหญ่ไว้คนเดียว ช่างโลภมากนัก ข้า... ข้าไม่มีวันยอมให้มันสมหวังเด็ดขาด

"แล้วเจ็ดหัวเมืองหลังเขาจะไม่สนใจแล้วหรือ?"

"ในคำสั่งทหารของท่านอ๋องเยียนไม่ได้ระบุถึงเรื่องเจ็ดหัวเมืองหลังเขา อาจจะมีแผนอื่น ท่านอ๋องหมายความว่า..." จางเจี๋ยมองจ้าวเจี๋ยอย่างครุ่นคิด

"ความหมายของข้าคือ อุตส่าห์ยึดซั่วโจวได้แล้ว จะให้หยุดแค่นี้ไม่เท่ากับความพยายามที่ผ่านมาสูญเปล่าหรือ?" จ้าวเจี๋ยโกรธเกรี้ยว

"เรื่องนี้..." จางเจี๋ยกล่าว "หรือว่าท่านอ๋องอยากจะอยู่รักษาเมืองซั่วโจว?"

"อยู่ก็ไม่ใช่ไม่ได้ ยังเหลือทหารอีกตั้งหนึ่งส่วน ไม่แน่ว่าคมดาบของเปิ่นหวังชี้ไป อาจจะกู้คืนอีกหกเมืองที่เหลือได้ในคราวเดียว!" จ้าวเจี๋ยแค่นเสียง

จางเจี๋ยส่ายหน้า ลูบหนวด "ความคิดของท่านอ๋องประเสริฐยิ่งนัก เพียงแต่ในคำสั่งของท่านอ๋องเยียนระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามท่านอ๋องอยู่ที่ซั่วโจว ให้พาท่านจอมเวทย์แห่งลัทธิเทพสวรรค์ทั้งหมดติดตามกองทัพ ไปฟังคำสั่งที่จัวโจว"

"อะไรนะ?!" จ้าวเจี๋ยตาถลน "มันยังสั่งข้าในจดหมายอีกหรือ? เอามาให้ข้าดู!"

พูดจบก็พุ่งเข้าไปแย่งจดหมายในมือจางเจี๋ยมาอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ ใบหน้าเปลี่ยนจากเขียวเป็นดำ สุดท้ายตบลงบนโต๊ะอย่างแรง "รังแกกันเกินไปแล้ว รังแกกันเกินไปจริงๆ นี่มันกลัวว่าเปิ่นหวังจะสร้างผลงานทางนี้แซงหน้ามัน ถึงได้กดหัวเปิ่นหวังทุกวิถีทาง น่าโมโหจริงๆ น่าโมโหจริงๆ!"

"ท่านอ๋องระวังวาจา ระวังวาจา..." จางเจี๋ยหน้ากระตุก รีบกล่าว "ในจดหมายท่านอ๋องเยียนบอกว่า ท่านอ๋องเชี่ยวชาญอาคม เหล่าจอมเวทย์ลัทธิเทพสวรรค์มีวิธีการพิเศษ เรียกไปย่อมมีประโยชน์ใหญ่หลวง หากยึดโยวโจวได้ จะต้องจดจำความดีความชอบเป็นอันดับแรกแน่นอน"

"ข้าไม่เชื่อหรอกว่ามันจะหวังดีปานนั้น ข้าจะอยู่ที่นี่แหละ ดูซิว่ามันจะทำ..." จ้าวเจี๋ยกัดฟัน

"ท่านอ๋อง นี่คือคำสั่งทหาร" จางเจี๋ยส่ายหน้าอีกครั้ง "คำสั่งทหารมิอาจละเมิด อีกอย่างท่านอ๋องเยียนคงส่งฎีกาเข้าเมืองหลวง ให้ฝ่าบาททรงทราบเรื่องนี้แล้ว..."

"ฮึ!" จ้าวเจี๋ยมองจางเจี๋ยแวบหนึ่ง สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง แล้วหันหลังเดินกระแทกเท้าปึงปังออกจากประตูไป

จางเจี๋ยปาดเหงื่อบนหน้าผาก ยิ้มแห้งๆ มองเหล่าแม่ทัพ "ประชุมต่อ ประชุมต่อ..."

เมืองซิงโจว ณ คฤหาสน์ร้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง

ชาววังวิญญาณศักดิ์สิทธิ์มองซ้ายมองขวา ถงเหล่ามองหลานเจี้ยนแล้วถามอย่างสงสัย "ไปหาสถานที่กว้างขวางปานนี้มาจากไหน?"

หลานเจี้ยนยิ้มตาหยี "ก่อนคุณชายจะไปได้สั่งเสียไว้หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นรวมถึงเรื่องการจัดหาที่พักหากท่านย่ามาที่นี่เจ้าค่ะ"

ถงเหล่าขมวดคิ้ว "มันคำนวณได้ว่าข้าจะมาหามัน?"

หลานเจี้ยนส่ายหน้า "คุณชายแค่กันไว้ดีกว่าแก้ ขอแค่รอบคอบไม่ให้มีช่องโหว่เท่านั้นเจ้าค่ะ"

"มันช่างคิดรอบคอบนัก" ถงเหล่ามองทหารพกดาบสองข้างกายหลานเจี้ยน "ตกลงมันเป็นใครกันแน่ ทำไมข้างกายเจ้าถึงมีทหารติดตาม?"

หลานเจี้ยนงุนงง "ท่านย่าไม่ทราบหรือเจ้าคะ?"

ถงเหล่าตอบ "เมื่อก่อนข้ารู้แค่ว่ามันเป็นคนของทางการ อาจเป็นเชื้อพระวงศ์ต้าซ่ง รายละเอียดจะไปรู้ได้อย่างไร"

หลานเจี้ยนกระพริบตา พูดคลุมเครือว่า "คุณชายเป็นเชื้อพระวงศ์จริงๆ เจ้าค่ะ ตอนนี้รับผิดชอบงานบางอย่างในเมืองซิงโจว ข้าเลยมีทหารคอยคุ้มกัน"

ถงเหล่าถาม "ตอนนี้มันไปไหนแล้ว?"

หลานเจี้ยนตอบ "ซ่งเหลียวเปิดศึก ไปทำศึกที่เยียนอวิ๋นแล้วเจ้าค่ะ แต่ท่านย่าวางใจพักอยู่ที่นี่ได้ ไม่มีใครมารบกวน คนคุนหลุนพวกนั้นก็ไม่กล้าเข้ามาก่อเรื่องในเมืองซิงโจว"

ถงเหล่าครุ่นคิด "คนพวกนั้นมีอาคมติดตัว โดยเฉพาะมู่หรงฟู่ที่เป็นหัวหน้า พลังเวทแก่กล้า วรยุทธ์ธรรมดารับมือยาก"

"ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ" หลานเจี้ยนยิ้ม "เก่งแค่ไหนก็สู้กองทัพรุมล้อมไม่ได้ อีกอย่างในที่ทำการก็ใช่ว่าจะไม่มีคนใช้อาคม ท่านย่าไม่ต้องกังวล"

"เช่นนั้นก็ดี" ถงเหล่าพยักหน้า "ไม่ว่าอย่างไร อย่าได้นำความเดือดร้อนมาให้มันมากเกินไป มิฉะนั้นข้าก็ไม่อยู่ที่นี่แล้ว"

"ท่านย่าคิดมากไปแล้ว ท่านย่ากับพี่น้องเก้าสวรรค์เก้ากรมพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ มีเรื่องอะไรไปหาข้าที่บ้านทางเหนือของเมืองได้" หลานเจี้ยนกล่าว

"จริงสิ..." ถงเหล่าเอ่ยขึ้น "มันให้เจ้าแค่กอดกระบี่ ไม่ได้รับเจ้าเข้าห้องหรอกหรือ?"

หลานเจี้ยนได้ยินหน้าก็แดงซ่านทันที "ท่านย่า ท่าน..."

ถงเหล่าใบหน้าเล็กๆ ฉายแววขัดเขิน โบกมือ "ช่างเถอะๆ ไม่ยุ่งเรื่องของเจ้าแล้ว"

หลานเจี้ยนรีบกล่าว "งั้นท่านย่ากับพี่น้องทุกคนจัดเก็บข้าวของก่อนนะเจ้าคะ ตอนเย็นข้าจะจัดอาหารสุรามาส่ง เลี้ยงต้อนรับทุกคน"

"ไปเถอะ..." ถงเหล่าพยักหน้า มองหลานเจี้ยนจากไป แล้วเริ่มสั่งการให้ทุกคนทำความสะอาดคฤหาสน์

ครึ่งค่อนวันผ่านไปก็จัดการเรียบร้อย สามพี่น้องตระกูลเหมยและหัวหน้าทั้งเก้ากรมก็มารวมตัวกัน ปรึกษาเรื่องแบ่งที่พัก

วังวิญญาณศักดิ์สิทธิ์คนเยอะ มีตั้งหลายร้อยคน แต่คฤหาสน์หลังนี้ก็ใหญ่โตจริงๆ เป็นที่พักของอ๋องซีเซี่ยในอดีต ปกติสาวใช้บ่าวไพร่ก็มีจำนวนเท่านี้แหละ ดังนั้นพักคนจำนวนนี้จึงไม่มีปัญหา

ยายเฒ่าอวี๋กล่าว "เดิมทีนึกว่ามาถึงซิงโจว เจอท่านเจ้าสำนักแล้ว ท่านเจ้าสำนักคงให้แยกย้ายกันอยู่ นึกไม่ถึงว่าจะมีที่กว้างขวางให้อยู่รวมกันได้แบบนี้ ดีจริงๆ"

ฟูหมินอี๋กล่าว "น่าเสียดายท่านเจ้าสำนักไม่อยู่ ไม่งั้นจะได้ไปคารวะ ไม่รู้ท่านเจ้าสำนักจะกลับมาเมื่อไหร่"

เหมยเจี้ยนกล่าว "เดี๋ยวตอนเย็นน้องหลานเอ๋อมาค่อยถามให้ละเอียด หรือให้น้องหลานเอ๋อเขียนจดหมายไป บอกให้ท่านเจ้าสำนักรู้ว่าพวกเรามาถึงแล้ว"

ถงเหล่าฟังแล้วในใจไม่พอใจ แววตาวูบไหว กล่าวว่า "มีอะไรน่าเขียนไปบอก มันรู้ว่าพวกเรามา ต้องได้ใจแน่ๆ คิดว่าตัวเองคำนวณแม่นยำ วางแผนไม่พลาด"

ทุกคนฟังแล้วมองหน้ากัน ก้มหน้ายิ้มไม่พูดจา

ถงเหล่าเห็นดังนั้นก็โมโห "จำไว้ว่าอยู่ใต้ชายคาเขาต้องก้มหัว อย่าคิดว่ามันจะห่วงพวกเราจริงๆ ก็แค่อยากอวดว่าตัวเองใจกว้าง คิดการณ์ไกลเท่านั้นแหละ"

เหมยเจี้ยนรีบเปลี่ยนเรื่อง "ท่านย่าพูดถูก ตอนนี้เก็บของเสร็จแล้ว เชิญท่านย่าแบ่งที่พักเจ้าค่ะ"

ถงเหล่าเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าเล็กๆ เดี๋ยวแดงเดี๋ยวขาว ขนตายาวสั่นไหว มองนางแวบหนึ่ง "พวกเจ้าปรึกษากันเองเถอะ ข้าเหนื่อยแล้ว ขอพักผ่อนสักหน่อย" พูดจบก็หันหลังเดินเข้าไปในห้องด้านหลัง

ทุกคนรับคำ แล้วเริ่มปรึกษากันเจี๊ยวจ๊าว

ถงเหล่าฟังเสียงพูดคุยด้านหลัง สีหน้าซับซ้อน แอบกัดริมฝีปาก เดินเข้าห้องไป

ตงจิง พระราชวัง ตำหนักฝูหนิง

ภายในห้องลับ ร่างกายของจ้าวซวี่ถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาวนวล เป็นวงๆ ราวกับรัศมีพระพุทธรูป กำลังแผ่ขยายออกไปรอบทิศทางด้านบน

แสงนี้ยิ่งสูงขึ้นไป ระยะห่างของแต่ละวงก็ยิ่งกว้าง สีสันก็ค่อยๆ จางลง แต่ถ้าเงยหน้ามองจากในวัง ก็ยังพอมองเห็นได้ลางๆ

มีทั้งหมดสามสิบสองชั้น ราวกับรุ้งขาวพาดผ่านท้องฟ้า ดูน่าตื่นตาตื่นใจ จนแทบจะทำให้คนคิดว่าเป็นปาฏิหาริย์เทพเจ้า

ชั้นที่สามสิบสองด้านนอกสัมผัสก้อนเมฆขาว ภายในมีไอหมอกไหลเวียน แสงสว่างเรืองรอง นกกาไม่กล้าเข้าใกล้ อินทรีบินวนเวียน

ทันใดนั้น เหนือชั้นที่สามสิบสองก็เริ่มเกิดแสงจางๆ ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นด้านบน ดูเหมือนจะสร้างวงแหวนแสงชั้นที่สามสิบสาม

วงแหวนแสงชั้นที่สามสิบสามนี้หากสร้างสำเร็จสมบูรณ์ ย่อมต้องเข้าสู่ก้อนเมฆ ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางลมพายุ สามารถมองเห็นสวรรค์ภายนอก

แต่วงแหวนแสงชั้นที่สามสิบสามก่อตัวได้ไม่ถึงครึ่ง พอสัมผัสก้อนเมฆขาว ก็พลันสั่นสะเทือนกลางอากาศ จากนั้นเพียงสามถึงห้าลมหายใจ ก็พังทลายลงมา

การพังทลายของชั้นที่สามสิบสามส่งผลกระทบถึงชั้นที่สามสิบสอง ชั้นที่สามสิบสองก็เริ่มสั่นคลอน แล้วก็พังทลาย จากนั้นชั้นที่สามสิบเอ็ดก็เริ่มสั่น แล้วก็พังทลายลงมาเป็นชั้นๆ จนถึงชั้นสุดท้าย

รุ้งขาวเต็มท้องฟ้าหายวับไปในเวลาอันสั้น ราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เป็นเพียงภาพลวงตา เป็นเพียงความฝัน

จ้าวซวี่ในห้องลับ จู่ๆ ใบหน้าก็ซีดขาวยิ่งกว่าเมฆบนฟ้า อ้าปากกระอักเลือดสดๆ ออกมา แล้วหลับตาแน่นสนิท

เนิ่นนานหลังจากนั้น เขาถึงค่อยขยับตัว ถอนหายใจเบาๆ พึมพำกับตัวเอง "ก็ได้แค่นี้แหละ หากวันหนึ่งสิ่งที่ปฐมกษัตริย์ไท่จู่ตรัสไว้มาถึง จะทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น"

พูดจบก็ลุกจากตั่ง เดินออกจากห้องลับ ออกจากตำหนักมาสู่ภายนอก

ถานเจิ่นเดินเข้ามาต้อนรับ "ฝ่าบาท..."

จ้าวซวี่พยักหน้า "ไปนั่งเล่นที่ตำหนักพระสนมหลิวเสียนเฟยเถอะ"

ถานเจิ่นรับคำ "พะยะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมจะนำทาง..."

ทิศตะวันออกเฉียงใต้ มณฑลเหลียงเจ้อ ริมฝั่งทะเลบูรพา

ยืนอยู่ริมทะเล มองออกไปไกล เห็นคลื่นลมในทะเลปั่นป่วน เมฆหมอกก่อตัวสลายตัว เป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัว

นับตั้งแต่คุนหลุนตะวันตกปะทะกับอาณาจักรพุทธ ตำหนักสวรรค์ร่วงหล่นลงมาสะกด กระบี่หักฟาดฟันแชมบาลา ภูเขาหิมะถล่มทลาย ฟ้าดินเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทิวทัศน์ในทะเลก็เกิดความเปลี่ยนแปลงนานัปการ

เกาะบางแห่งจมหายไปจากการเปลี่ยนแปลงของฟ้าดิน โดยเฉพาะเกาะใหญ่สี่แห่งในทะเลบูรพาไกลโพ้น และเกาะเล็กเกาะน้อยรอบๆ ล้วนจมดิ่งสูญสิ้น สิ่งมีชีวิตล้มตาย อนาถเกินบรรยาย

พื้นที่ทะเลนับหมื่นลี้กลายเป็นที่ว่างเปล่า เพราะพลังวิญญาณฟื้นคืนชีพ ปลาปูกุ้งหอยจำนวนมากเกิดการกลายพันธุ์ ก่อกำเนิดสัตว์ทะเลชนิดใหม่ขึ้นมาไม่น้อย

สัตว์ทะเลเกิดใหม่เหล่านี้รูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว บ้างหัวโตมโหฬาร ร่างกายเหมือนก้อนเนื้อเน่าๆ กองรวมกัน มีหนวดยาวเฟื้อย ดูเหมือนสัตว์ประหลาดในตำนาน

สัตว์ประหลาดทะเลเหล่านี้มักจะเข้ามาในเขตน้ำตื้นเพื่อสร้างคลื่นลม พลิกเรือประมง ก่อให้เกิดสึนามิ ท่วมหมู่บ้านชาวประมงชายฝั่ง เพียงแต่ไม่ขึ้นบก เห็นได้ชัดว่าไม่คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตบนบก

ชายฝั่งทะเลจึงกลายเป็นเขตหวงห้าม ทางการต้าซ่งติดประกาศหลายครั้ง ส่งคนไปเกลี้ยกล่อมสั่งการ ทำให้ชาวประมงพากันย้ายหนีจากชายฝั่ง เข้าไปหาเลี้ยงชีพในแผ่นดินใหญ่

เวลานี้ คลื่นลมในทะเลแรงขึ้นเรื่อยๆ ดูราวกับฟ้าถล่มดินทลาย น้ำทะเลจะคว่ำกระดาน

ห่างจากฝั่งไปราวพันลี้ บนผิวน้ำปรากฏภาพสยดสยองน่าขนลุก หนวดกลมดิกรกใหญ่เท่าบ้านหลายเส้น กำลังพลิกตลบไปมาในน้ำ

ด้านหนึ่งของหนวดเหล่านี้มีปุ่มดูดขนาดเท่าหน้าต่างเรียงรายยั้วเยี้ย ยามดูดยามคลาย ก่อให้เกิดพายุและคลื่นยักษ์รุนแรง ซัดไปถึงชายฝั่งที่ห่างออกไปพันลี้

สัตว์ประหลาดทะเลยักษ์ตัวนี้ ดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำ กำลังว่ายช้าๆ ไปทางเหนือ ทุกที่ที่มันผ่าน คลื่นลมในทะเลก็จะติดตามไปด้วย

แต่พอว่ายไปได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม มาถึงน่านน้ำอีกแห่ง จู่ๆ ร่างกายมันก็สั่นระริกอย่างรุนแรง แล้วเริ่มดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง

ดูเหมือนมีอะไรบางอย่างใต้น้ำกำลังฉุดลากมันอยู่ หนวดยักษ์ของมันชูขึ้นเหนือน้ำ ฟาดฟันจนเกิดพายุคลื่นยักษ์ แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงดึงจากใต้น้ำได้

เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างของมันก็จมลงสู่ทะเลโดยสมบูรณ์ ร่วงหล่นลงไปในร่องลึกก้นสมุทรอันมืดมิด

มองเห็นได้ลางๆ ว่าบนร่างมหึมาของมัน มีหนวดลักษณะกึ่งโปร่งใสสองเส้นพันธนาการอยู่ ทำให้อมันหมดสิ้นเรี่ยวแรง ไม่อาจขัดขืนได้แม้แต่น้อย...

ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ศาสนจักรซาหม่าน ห่างไปทางตะวันตกเฉียงเหนือห้าสิบลี้

ที่นี่เป็นพื้นที่ระหว่างเขาสองลูก เดิมทีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ทิวทัศน์งดงาม เป็นที่ที่ชาวเลี้ยงสัตว์สัญจรไปมา

แต่ตอนนี้ที่นี่ถูกศาสนจักรซาหม่านปิดล้อมมาเกือบหนึ่งปีแล้ว แท่นบูชายักษ์ตั้งตระหง่านระหว่างเขาสองลูก สาวกนับร้อยสวมชุดหลากสี ยืนอยู่บนแท่นบูชา ปากท่องคาถา ร่างกายโยกไหวไม่หยุด ทำพิธีกรรมบางอย่าง

ฟ้าเริ่มมืด พระจันทร์ลอยเด่น ดวงดาวเต็มฟ้า พิธีกรรมยังไม่จบ คนของศาสนจักรซาหม่านจุดโคมและกองไฟ ส่องสว่างสีแดงฉานไปทั่วฟ้า ยังคงสวดภาวนา ประกอบพิธีไม่หยุด

จนกระทั่งเลยเที่ยงคืน จู่ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวมาจากภูเขาสูงด้านข้าง ต้นไม้บนภูเขาล้มระเนระนาด หินกลิ้งหล่น เสียงดังกึกก้องราวฟ้าผ่า

สาวกซาหม่านบนแท่นบูชาไม่เพียงไม่หยุด กลับยิ่งส่งเสียงดังขึ้น เร่งจังหวะเร็วขึ้น ร่างกายโยกไหวแรงขึ้น

เสียงดังในภูเขายิ่งทวีความรุนแรง จากนั้นราวกับสัตว์ยักษ์พลิกตัว ภูเขาลูกใหญ่นั้นสั่นสะเทือนไม่หยุด แล้วยอดเขาก็ถล่มลงมา "ครืนครืน" กระจายไปรอบทิศ

ได้ยินเสียงหยาบกร้านที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ราวกับเสียงสะท้อนนับไม่ถ้วน ดังออกมาจากภายในภูเขาว่า "ใคร ใครกำลังเรียกข้า?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 380 - การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว