- หน้าแรก
- อยู่ดีๆ ข้าก็กลายเป็นจักรพรรดิในโลกแปดเทพอสูร
- บทที่ 100 - วิชาเคลื่อนย้ายจักรวาล
บทที่ 100 - วิชาเคลื่อนย้ายจักรวาล
บทที่ 100 - วิชาเคลื่อนย้ายจักรวาล
บทที่ 100 - วิชาเคลื่อนย้ายจักรวาล
คนที่มาถึงยืนทรงตัวอย่างมั่นคง กล่าว "เจ้าบ้านปลอดภัยดีแล้ว ขอเชิญคุณชายมู่หรง..."
ลู่อู๋ฝานพยักหน้าพลางมองไปทางถงก้วน "คุณชาย เชิญตามข้ามาทางนี้"
ถงก้วนดูออกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล จึงกล่าว "เจ้าบ้านไท่ซูประสบเรื่องอันใดหรือ"
ลู่อู๋ฝานกล่าว "ขอคุณชายอย่าเพิ่งส่งเสียงดัง ระหว่างทางข้าจะค่อยๆ เล่าให้คุณชายฟัง"
เขากับนักพรตอิสระเส้าเดินนำทาง มุ่งตรงออกจากประตูหลังตำหนัก ลู่อู๋ฝานกล่าว "คุณชายมู่หรง พูดตามตรง เจ้าบ้านฝึกวิชาผิดพลาดไปเล็กน้อย ดังนั้นจึงได้ส่งคนไปยังคฤหาสน์ชานเหอ รังนางแอ่น เพื่อเชิญคุณชาย หวังว่าคุณชายจะสามารถยื่นมือเข้าช่วยเหลือได้"
ถงก้วนสงสัย "เจ้าบ้านของพวกท่านวรยุทธ์สูงส่ง ในพรรคมีมือดีมากมายดุจเมฆา เรื่องการฝึกวิชาไฉนเลยในพรรคของพวกท่านเองจะแก้ไขไม่ได้ ยังต้องเชิญข้ามาอีกหรือ"
ลู่อู๋ฝานเห็นเขาพูดจาไม่เกรงใจ ก็ไม่โกรธ ถอนหายใจกล่าว "หากแก้ไขได้ จะพูดไปใยเล่า อีกทั้งในพรรคบัดนี้... เฮ้อๆ"
ถงก้วนได้ยินดังนั้นลูกตาก็กลอกไปมา เย้ยหยัน "ข้าก็นึกอยู่ว่าเหตุใดจึงไม่เห็นหน้าเหล่าธรรมราชา หรือว่าในพรรคก็เกิดเรื่องขึ้น"
นักพรตอิสระเส้าที่อยู่ข้างๆ รีบพูดแทรก "จะบอกว่าเกิดเรื่องก็คงไม่ใช่ เพียงแต่เจ้าบ้านฝึกวิชาเกิดปัญหาเล็กน้อย ขอเพียงเจ้าบ้านแก้ไขเรื่องวรยุทธ์ได้ ทุกอย่างก็จะกลับมาดีดังเดิม ทำให้คุณชายมู่หรงต้องเห็นเรื่องน่าหัวเราะแล้ว"
จ้าวถี้ที่อยู่ด้านหลังครุ่นคิดเล็กน้อย หรือว่าเรื่องที่หางโจว ไท่ซู ติ้งเฉียนจนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ แม้จะบอกว่าหลังจากเหวยหานเฉินกลับมาจะต้องหาทางปิดบัง แต่การที่ไม่มีข่าวลือใดๆ หลุดรอดมาเลยก็ดูจะไม่สมจริง แต่ดูจากท่าทีในตอนนี้ ดูเหมือนเจ้าบ้านพรรคหมิงเจี้ยวผู้นี้จะไม่รู้อะไรเลยจริงๆ
หลายคนเดินต่อไป มาถึงหน้าโถงใหญ่แห่งหนึ่ง เห็นมีคนยืนเฝ้าอยู่ การแต่งกายแตกต่างจากเหล่าสาวกพรรคที่ลาดตระเวนภูเขา หน้าอกของทุกคนล้วนปักลายเปลวไฟสีขาว
นักพรตอิสระเส้าเอ่ยถาม "เจ้าบ้านเป็นอย่างไรบ้าง"
หัวหน้าสาวกพรรคตอบ "บัดนี้ยังคงเงียบสงบ ไม่มีเสียงผิดปกติใดๆ"
นักพรตอิสระเส้ายื่นมือไปผลักประตูโถง "ไม่ว่าผู้ใดมาก็ห้ามให้เข้ามา หากมีผู้ใดบุกรุก ให้รีบส่งสัญญาณแจ้งพวกเราทันที"
จากนั้นก็เข้าไปในโถง เห็นเพียงด้านในว่างเปล่าไร้ผู้คน นักพรตอิสระเส้ากล่าว "คุณชายมู่หรงรอสักครู่ ข้าขอเข้าไปดูเจ้าบ้านด้านหลังก่อน"
เมื่อเห็นเขาเดินไปด้านหลัง ถงก้วนก็เอ่ยกับลู่อู๋ฝาน "เจ้าบ้านไท่ซูฝึกวิชาอันใด หรือว่าธาตุไฟเข้าแทรกจนเสียสติไปแล้ว"
นักพรตอิสระลู่สงสัย "คุณชายไม่ทราบหรือว่าเจ้าบ้านของข้าฝึกวิชาอันใด"
ถงก้วนได้ยินก็นึกถึงคำพูดที่จ้าวถี้กำชับมา "หรือว่าจะเป็นสุดยอดวิชาของพรรคหมิงเจี้ยวพวกท่าน วิชาเคลื่อนย้ายจักรวาล"
นักพรตอิสระลู่กล่าว "ครั้งก่อนที่แคว้นเซ่อโจว เจ้าบ้านกับคุณชายพบกันถูกคออย่างยิ่ง แม้จะพูดคุยกันไม่นาน แต่หลังจากเจ้าบ้านกลับมาก็บอกว่าได้วิจารณ์วรยุทธ์กับคุณชาย พูดคุยเรื่องเกี่ยวกับวิชาเคลื่อนย้ายจักรวาลไปไม่น้อย..."
ถงก้วนหัวเราะ "เจ้าบ้านของท่านบอกว่าวิชาเคลื่อนย้ายจักรวาลแบ่งเป็นเจ็ดขั้น ผู้มีพรสวรรค์สูงส่งฝึกฝนขั้นแรกต้องใช้เวลาเจ็ดปี ขั้นที่สองเพิ่มเป็นเท่าตัว ยิ่งขึ้นไปก็ยิ่งยากลำบาก แต่หากผู้ฝึกมีพลังปราณลึกล้ำเพียงพอ ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาขัดเกลา สามารถฝึกจนสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว"
นักพรตอิสระลู่พยักหน้า "ถูกต้อง วิชาส่วนใหญ่อาศัยพลังปราณอย่างมาก ผู้ยิ่งใหญ่ที่สร้างสรรค์วิชานี้ขึ้นมา ตัวเขาก็ฝึกได้เพียงถึงขั้นที่หก ส่วนขั้นที่เจ็ดนั้น อันที่จริงเป็นเพียงการจินตนาการขึ้นมา ตามความต้องการพลังปราณอันมหาศาลเช่นนั้น แท้จริงแล้วมิอาจฝึกฝนจนสำเร็จได้"
ในใจของถงก้วนไม่เห็นด้วย คิดในใจว่าคนที่สร้างวิชานี้ขึ้นมาตัวเองยังฝึกไม่สำเร็จ ยังกล้าถ่ายทอดขั้นที่เจ็ดนี้ลงมาอีก เกรงว่าคงจะเป็นการหลอกลวงผู้คน
บัดนี้นักพรตอิสระเส้าเดินกลับมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว "คุณชายมู่หรง เจ้าบ้านเชิญขอรับ!"
ถงก้วนพยักหน้า หลายคนกำลังจะก้าวเท้า นักพรตอิสระเส้ากลับลังเล "คุณชาย เจ้าบ้านบอกว่าเชิญเพียงคุณชายคนเดียว..."
ถงก้วนได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เคร่งขรึมลง มองไปยังจ้าวถี้ "นี่คือท่านอาของข้า วรยุทธ์และความรู้กว้างขวางไม่ด้อยไปกว่าข้า คนอื่นๆ ก็ล้วนเป็นคนในตระกูล หากไม่ได้เข้าไป ข้าก็จะกลับซูโจวเดี๋ยวนี้ ไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องของเจ้าบ้านพวกท่าน"
นักพรตอิสระลู่กับนักพรตอิสระเส้าได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป รีบประสานมือคารวะจ้าวถี้ "มิคาดว่าจะเป็นผู้อาวุโสของตระกูลมู่หรง พวกเราเสียมารยาทแล้ว หวังว่าท่านคงไม่ถือสา"
จ้าวถี้กล่าวเสียงเรียบ "ข้าไม่วางใจให้หลานชายเข้าไปคนเดียว แม้จะบอกว่าพรรคหมิงเจี้ยวของพวกท่านค่อนข้างมีชื่อเสียง แต่หลานชายข้าผู้นี้มีสถานะสูงส่ง มิอาจรับความเสี่ยงใดๆ ได้"
นักพรตอิสระลู่มองสบตากับนักพรตอิสระเส้า "ในเมื่อผู้อาวุโสอยู่ที่นี่ ย่อมต้องเข้าพบ เชิญขอรับ เชิญ"
กล่าวพลางคนทั้งสองก็นำทางไปข้างหน้า ออกจากประตูหลังโถง ก็เป็นตำหนักหลังหนึ่ง
เห็นเพียงในตำหนักนี้ไม่มีเครื่องเรือนใดๆ ว่างเปล่าโล่งเตียน ตรงกลางด้านในมีแท่นหินอยู่หนึ่งแท่น บนแท่นหินมีชายผมสีเงินคนหนึ่งถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนเส้นใหญ่นั่งขัดสมาธิอยู่
คนผู้นี้คิ้วดกตาพยัคฆ์ จมูกสิงโตปากกว้าง อายุราวห้าสิบกว่าปี บัดนี้ดูอเนจอนาถอยู่บ้าง เสื้อคลุมบนร่างสกปรกขาดรุ่งริ่ง เปื้อนคราบเลือดสีแดงคล้ำจางๆ สีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด กำลังหอบหายใจอย่างหนัก
นักพรตอิสระเส้าเข้าไปพูดกระซิบอยู่หลายประโยค คนผู้นี้พยักหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกๆ "คุณชายมู่หรงช่างรักษาสัตย์ มาถึงกวงหมิงติ่งตามนัด หวังว่าคงให้อภัยที่ข้าผูเฒ่าร่างกายไม่สะดวก มิอาจลุกขึ้นต้อนรับได้!"
ถงก้วนกะพริบตาปริบๆ "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ท่านเจ้าบ้านไท่ซู ท่านนี่มัน..."
ไท่ซู ติ้งเฉียนค่อยๆ สั่นแขนทั้งสองข้าง โซ่ตรวนบนร่างส่งเสียง "ครืดคราด" "ครั้งก่อนที่ข้ากับคุณชายมู่หรงสนทนากันที่แคว้นเซ่อโจว พวกเราต่างวิจารณ์วรยุทธ์กัน ท่านกล่าวถึงวิชาดาวเคลื่อนดาราคล้อยของตระกูลมู่หรง ข้าผู้เฒ่าก็กล่าวถึงวิชาเคลื่อนย้ายจักรวาล ทั้งสองวิชามีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง"
ถงก้วนพยักหน้า "ถูกต้อง มีส่วนคล้ายคลึงกันอยู่ไม่น้อย"
ชายผมเงินกล่าวต่อ "ข้าผู้เฒ่าบอกว่าจะกลับมายังกวงหมิงติ่งเพื่อทะลวงวิชาเคลื่อนย้ายจักรวาลขั้นที่ห้า แต่ขั้นที่ห้านั้นอันตรายอย่างยิ่ง เกรงว่าจะเกิดธาตุไฟเข้าแทรก จึงได้เสนอต่อคุณชายมู่หรงว่าขอดูวิทยายุทธ์ดาวเคลื่อนดาราคล้อย เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเทียบเคียง คุณชายมู่หรงในตอนนั้นบอกว่าให้ใช้วิชาเคลื่อนย้ายจักรวาลมาแลกเปลี่ยน ข้าผู้เฒ่าปฏิเสธไป บอกว่าวิชาเคลื่อนย้ายจักรวาลมีเพียงเจ้าบ้านพรรคหมิงเจี้ยวเท่านั้นที่สามารถเรียนได้ จึงไม่ได้ตกลง"
ถงก้วนในใจชะงักไป ไม่คิดว่าจะมีเรื่องเช่นนี้ด้วย รีบพูดกลบเกลื่อน "ข้าเพียงแค่สนใจในวิชานี้อยู่บ้าง จึงได้เอ่ยเช่นนั้นไป ในเมื่อเจ้าบ้านไม่คิดจะแลกเปลี่ยน ก็แล้วกันไปเถิด"
ไท่ซู ติ้งเฉียนส่ายหน้า "บัดนี้ข้าผู้เฒ่าคิดทบทวนดูหลายครั้งแล้ว จึงตกลงตามข้อเสนอของคุณชายมู่หรง ยินดีแลกเปลี่ยนกับคุณชาย!"
ถงก้วนอดไม่ได้ที่คิ้วจะกระตุก คิดในใจว่าตนเองจะมีวิชาดาวเคลื่อนดาราคล้อยที่ใดไปให้เขา ทั้งยังไม่อยากได้วิชาเคลื่อนย้ายจักรวาลบ้าบออะไรนั่นอีก บัดนี้ทำได้เพียงถ่วงเวลา พูดจาเหลวไหลกับอีกฝ่ายไปพลางๆ รอคอยให้ทหารบุกขึ้นเขามา
ในขณะนั้นเอง จ้าวถี้ก็กระแอมเบาๆ หนึ่งครั้ง ถงก้วนเข้าใจในทันที กล่าว "ท่านเจ้าบ้านไท่ซู เรื่องนี้หลังจากข้ากลับไปก็ได้เล่าให้ท่านอาฟังแล้ว ครั้งนี้ท่านอามาด้วยกัน เรื่องการแลกเปลี่ยนวิชาคงต้องให้ท่านอาเป็นผู้ตัดสินใจ"
ไท่ซู ติ้งเฉียนพยักหน้า "เมื่อครู่นักพรตอิสระเส้าก็บอกว่าท่านอาของคุณชายมู่หรงอยู่ที่นี่ ไม่ทราบว่าเป็นท่านใด"
ถงก้วนรีบมองไปยังจ้าวถี้ "เจ้าบ้าน นี่คือท่านอาของข้า มู่หรงจิ่ง"
ไท่ซู ติ้งเฉียนมองจ้าวถี้ขึ้นๆ ลงๆ "ข้าผู้เฒ่าเสียมารยาทแล้ว มิทราบว่าท่าน... ผู้อาวุโส ยินดีที่จะแลกเปลี่ยนวิชาของสองตระกูล เพื่อใช้ศึกษาร่วมกันหรือไม่"
จ้าวถี้ได้ยินเขาเรียผู้อาวุโส ก็รู้ว่าในใจเขาร้อนรน อดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อย "เจ้าบ้านไท่ซูคงจะทะลวงวิชาเคลื่อนย้ายจักรวาลขั้นที่ห้าจนธาตุไฟเข้าแทรกแล้วสินะ"
[จบแล้ว]