- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที อย่าเพิ่งให้ผมวางหมากเลย!
- ตอนที่ 35 มืออาชีพสามดั้งจะเล่นได้แบบนี้จริงๆเหรอ?
ตอนที่ 35 มืออาชีพสามดั้งจะเล่นได้แบบนี้จริงๆเหรอ?
ตอนที่ 35 มืออาชีพสามดั้งจะเล่นได้แบบนี้จริงๆเหรอ?
ในตอนแรก ที่พบว่าหยูเส้าเมินใส่ตัวเองไปเฉยๆเฉิงเหมิงเจี๋ยยังรู้สึกทั้งโกรธและน้อยใจอยู่บ้าง แต่พอเวลาผ่านมาหลายวัน เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
ทว่า จู่ๆพอได้ยินเสียงนักเรียนหญิงรอบข้างพูดคุยกัน เธอก็พลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
กระดานบนเวทียังคงดำเนินต่อไป
ทุกคนสามารถสังเกตได้อย่างชัดเจนว่า อู๋ซูเหิงใช้เวลาอยู่กับกระดานของซูจื่อจินมากกว่ากระดานอื่น
ไม่ใช่ว่ากระดานของหยูเส้าเล่นได้ง่ายกว่า ตรงกันข้ามเลยต่างหาก
เพราะเขาไม่รู้จะเดินยังไงดี จึงไปเล่นกับซูจื่อจินก่อน แล้วค่อยกลับมาวางหมากหลังจากคิดทบทวนเสร็จ
แปะ
แปะ
แปะ
เสียงหมากวางลงอย่างต่อเนื่อง ดังกังวานใส
ในตอนนี้ ถึงตาของหยูเส้าวางหมากอีกครั้ง
หยูเส้ามองกระดาน เอื้อมมือเข้าไปในกล่องหมาก คีบหมากดำออกมา วางลงเบาๆ
แปะ
แม้เสียงหมากกระทบกระดานจะเบา แต่กลับฟังชัดเจนราวกับกระทบพื้นหิน
อู๋ซูเหิงที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะ เมื่อเห็นก้าวหมากนี้ ก็เงียบไปทันที
เกมยังสามารถดำเนินต่อได้
แต่…มันไม่มีความจำเป็นอีกแล้ว
หมากขาวแม้จะยังมีชีวิตอยู่ แต่กลับถูกกดจนแน่นิ่ง ไม่สามารถขยับได้เลย ตรงกันข้าม หมากดำยังมีอิทธิพลภายนอกมหาศาล ความได้เปรียบมากเสียจนเขาไม่มีโอกาสโต้กลับอีกเลย
ในฐานะมืออาชีพ เขามองเห็นเส้นทางไปถึงจุดจบของกระดานนี้แล้ว
ในเกมนี้ เขาโดนบดขยี้ตั้งแต่ต้นจนจบ
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน อู๋ซูเหิงก็ถอนหายใจแรงครั้งหนึ่ง เอื้อมมือเข้าไปในกล่องหมาก
แต่ครั้งนี้ เขาไม่ได้คีบหมากออกมา หากแต่หยิบหมากขึ้นมาสองเม็ด แล้ววางลงบนกระดาน
ปั่กๆ
หมากสองเม็ดตกกระทบกระดาน กระเด้งเบาๆก่อนจะนิ่งสงบลง
เมื่อเห็นภาพนี้ นักเรียนที่อยู่ด้านล่างต่างก็รู้สึกงุนงง
“ทำไมล่ะ? ไม่เล่นต่อแล้วเหรอ? ทำไมพี่เขาถึงหยิบหมากสองเม็ดมาวางบนกระดาน?” มีคนเอ่ยอย่างสงสัย
“ยอมแพ้แล้ว นี่คือ…สัญลักษณ์ของการยอมแพ้”
นักเรียนที่รู้วิธีเล่นโกะมองกระดานบนจอใหญ่อย่างระทึก แล้วอธิบายอย่างช้าๆ “จะพูดว่า ‘ยอมแพ้’ ตรงๆก็ได้ แต่การวางหมากสองเม็ดลงก็ใช้แทนได้เหมือนกัน”
“ยอมแพ้?”
“แพ้แล้ว?!”
คำพูดเดียวเหมือนจุดไฟในกองฟาง นักเรียนด้านล่างก็ระเบิดเสียงอื้ออึงขึ้นมาทันที ทุกคนเบิกตากว้าง แสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อ
“เป็นไปได้ยังไง เพิ่งเดินไปกี่ก้าวเอง?!”
“เกมนี้ ถึงแม้จะใช้เวลานาน แต่จำนวนหมากที่เดิน ก็ต่างจากคนที่ยอมแพ้ไปก่อนหน้าแค่เล็กน้อยเท่านั้นเองนะ?”
“นั่นสิ ถึงจะแพ้ ก็ไม่น่าจะถึงขั้นนี้มั้ง? เขาเป็นมืออาชีพนะ ไม่น่าจะพลิกเกมกลับมาได้เหรอ?”
ทุกคนเต็มไปด้วยความสงสัย เกมนี้แม้จะดูเหมือนเล่นมานาน แต่นั่นเพราะเป็นการเล่นแบบหลายกระดานและแต่ละก้าวก็ใช้เวลาคิดนาน
ความจริงแล้ว เกมนี้เพิ่งเข้าสู่ช่วงกลางเกมเท่านั้น ยังห่างไกลจากจุดจบ
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ เด็กชายที่อธิบายเมื่อครู่กลับหัวเราะราวกับได้ยินเรื่องตลก แล้วถามกลับ “พลิกกลับมา?”
“ทำไมล่ะ?” มีคนไม่เข้าใจ
“ดูดีๆสิ”
เขาจ้องกระดานบนจอใหญ่ แล้วพูดขึ้น
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ทุกคนก็เงยหน้าขึ้นอย่างสงสัย หันไปมองกระดานบนจอใหญ่
“ไม่สังเกตกันเหรอ? หมากดำครองเกือบทุกจุดสำคัญแล้ว ถ้าหมากขาวอยากขยายอิทธิพลออกไป ต้องฝ่าผ่านเข้าไปเท่านั้น แต่ในตอนนี้ หมากขาวขยับไม่ได้เลย…”
“หมากขาวโดนหมากดำกดทั้งกระดาน”
“ถ้าหมากขาวยังจะดื้อดึงต่อไป ผลสุดท้าย…หมากดำคงไล่ฆ่าไม่เหลือซากแน่นอน”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ นักเรียนทุกคนก็เงียบสนิททันที บรรยากาศในห้องกลายเป็นความเงียบประหลาด
เมื่อครู่ อู๋ซูเหิงเล่นกับนักเรียนคนอื่น ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของมืออาชีพอย่างชัดเจน แต่กลับโดนหยูเส้าบีบจนไม่สามารถขยับได้เลย?
“แม้ว่าเกมนี้จะต่อหมากสองตา และเป็นการเล่นแบบหลายกระดาน แต่จากกระดานนี้…”
คนที่พูดเมื่อครู่ยังคงจ้องจอใหญ่อย่างแน่นิ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง “ฉันอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าคู่ต่อสู้เป็นมืออาชีพสามดั้งด้วยกัน แล้วต่อหมากสองตา เล่นแบบหลายกระดานเหมือนกัน มืออาชีพคนนั้น…จะเล่นได้แบบนี้ไหม?”
“หมายความว่าไง?”
เมื่อได้ยินประโยคนั้น คนรอบข้างก็ตกตะลึง ถามขึ้นด้วยความไม่อยากเชื่อ “นายหมายความว่า หยูเส้านั่น แข็งแกร่งกว่ามืออาชีพสามดั้ง?”
“ไม่…”
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ส่ายหัว “แค่…คิดขึ้นมาเฉยๆ รู้สึกสงสัยเท่านั้นเอง”
เมื่อได้ยินแบบนั้น คนรอบข้างก็พากันถอนหายใจโล่งอก
เพราะแค่ในสถานการณ์ที่ต่อหมากสองตา เล่นแบบหลายกระดาน แล้วหยูเส้ายังสามารถชนะอู๋ซูเหิงได้ ก็ทำให้พวกเขารู้สึกเหลือเชื่อมากพออยู่แล้ว
ถ้าจะบอกว่าหยูเส้ามีฝีมือถึงระดับมืออาชีพสามดั้ง ก็เกินไปหน่อย
สุดท้ายแล้ว เขาก็แค่เด็กมัธยมปลายธรรมดา ที่ไม่เคยผ่านการฝึกฝนโกะแบบมืออาชีพเลยไม่ใช่หรือ?
ในตอนนี้ กระดานเหลือเพียงโต๊ะสุดท้ายแล้ว นั่นก็คือโต๊ะของซูจื่อจิน
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ทุกคนต่างจับตาดูกระดานสุดท้ายนี้
ทั้งสองฝ่ายผลัดกันเดินหมาก แม้จะดูเป็นก้าวหมากธรรมดา แต่ในขณะนี้ กลับเหมือนเป็นดาบคมกริบ ทุกครั้งที่วางหมาก คือการฟาดฟันกันด้วยแสงของคมดาบนับไม่ถ้วน
แม้แต่เด็กนักเรียนที่เพิ่งฟังคำอธิบายของอู๋ซูเหิงเกี่ยวกับโกะพื้นฐาน ก็มองออกว่าสถานการณ์ตอนนี้ตึงเครียดแค่ไหน
สำหรับคนที่พอจะเล่นโกะเป็น เมื่อมองกระดานนี้ ยิ่งรู้สึกใจเต้นแรงอย่างไม่อาจควบคุมได้!
กระดานนี้ใช้เวลานานกว่าที่ทุกคนคิดไว้มาก การต่อสู้ระหว่างหมากดำกับหมากขาว ดำเนินต่อเนื่องจนถึงช่วงจบเกม ถึงจะจบลง
“จบแล้ว…”
ในที่สุด เมื่อซูจื่อจินวางหมากอีกหนึ่งเม็ด อู๋ซูเหิงก็ไม่วางหมากต่อ แต่กลับหยิบหมากขาวสองเม็ดจากกล่อง วางลงบนกระดาน
หมากขาว แพ้
แม้จะแพ้เหมือนกัน แต่การแพ้ให้กับซูจื่อจิน กับการแพ้ให้กับหยูเส้า สำหรับอู๋ซูเหิงแล้ว เป็นความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
กระดานที่เล่นกับหยูเส้า เขาแพ้แบบอึดอัด เพราะตลอดทั้งเกม แทบไม่มีจังหวะโต้ตอบ ทำได้แค่มองดูหมากดำขยายความได้เปรียบเรื่อยๆจนกลายเป็นชัยชนะ
แต่กระดานกับซูจื่อจินต่างออกไป
หมากดำกับหมากขาวฟาดฟันกันดุเดือดในช่วงกลางเกม หลายครั้งหมากขาวมีโอกาสพลิกสถานการณ์ แต่หมากดำก็โต้ตอบได้อย่างเหมาะสม สุดท้ายทั้งสองฝ่ายสู้กันจนถึงจุดจบ แล้วหมากขาวก็แพ้อย่างน่าเสียดาย
เพราะเหตุนี้ หลังจากเพิ่งแพ้ให้หยูเส้ามา เมื่อมาจบเกมกับซูจื่อจิน อู๋ซูเหิงกลับรู้สึกว่าแพ้แล้วโล่งใจอยู่บ้าง
นักเรียนด้านล่างต่างจ้องมองจอใหญ่อย่างตะลึงงัน
เดิมทีทุกคนคิดว่า แม้จะเป็นการเล่นแบบหลายกระดานและต่อหมากสองตา แต่ในเมื่ออู๋ซูเหิงเป็นมืออาชีพ ก็ควรจะชนะได้ทุกกระดาน
แต่ความจริงกลับทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง
อู๋ซูเหิงแพ้ แถมแพ้ถึงสองกระดาน
เป็นเพราะอู๋ซูเหิงอ่อนแอเหรอ?
ไม่ใช่เลย เจ็ดคนที่พ่ายแพ้อย่างรวดเร็วไปก่อนหน้า ล้วนเป็นหลักฐานยืนยันถึงความแข็งแกร่งของอู๋ซูเหิง คนที่กล้าขึ้นเวทีแข่งหลายกระดานแบบนี้ ไม่มีทางเป็นคนธรรมดาแน่นอน
อย่างเช่นนักเรียนหลายคนด้านล่างที่เล่นโกะเป็น แต่ก็รู้ตัวว่าเล่นไม่เก่งพอ ถ้าขึ้นไปก็มีแต่ขายหน้า จึงไม่กล้าสมัครแข่ง คนที่กล้าสมัคร นั่นเพราะมีความมั่นใจในตัวเอง
ที่อู๋ซูเหิงสามารถเล่นหลายกระดานพร้อมกัน และต่อหมากสองตา แล้วยังชนะรวดเจ็ดคนได้ ก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในฝีมือของเขา
เหตุผลที่แพ้ในสองกระดานนี้ จึงมีเพียงข้อเดียว และนั่นก็คือ…คู่ต่อสู้ของเขาทั้งสองคนแข็งแกร่งมาก เกินกว่าคนทั่วไป!