เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 โรงเรียนมัธยมเซิ่งอี้

บทที่ 30 โรงเรียนมัธยมเซิ่งอี้

บทที่ 30 โรงเรียนมัธยมเซิ่งอี้


บทที่ 30 โรงเรียนมัธยมเซิ่งอี้

โรงเรียนมัธยมเซิ่งอี้ อดีตสถาบันการศึกษาอันรุ่งโรจน์ที่เคยบ่มเพาะนักเรียนระดับหัวกะทิมาแล้วนับไม่ถ้วน กลับแปรเปลี่ยนเป็นสถานที่รกร้างที่ผู้คนต่างหลีกหนีในชั่วข้ามคืน อันเนื่องมาจากเหตุการณ์บางอย่าง

"โรงเรียนนี้ผีดุ ทุกเที่ยงคืนจะมีผีออกมาฆ่าคน"

เมื่อข่าวลือแพร่สะพัด นักเรียนต่างหวาดกลัวและพากันย้ายออก ครูบาอาจารย์ทยอยลาออก แม้กระทั่งครูใหญ่ยังเลือกที่จะหนีเอาตัวรอด ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาซื้อที่ดินแห่งนี้ นานวันเข้า โรงเรียนจึงถูกทิ้งร้าง กลายเป็นทำเลทองสำหรับการไลฟ์สดและถ่ายทำรายการล่าท้าผีของเหล่าผู้คลั่งไคล้เรื่องลี้ลับ พวกเขาต่างหวังจะจับภาพวิญญาณและสร้างชื่อเสียงจากกระแสความตื่นตระหนกนี้

คุณ ผู้ซึ่งชื่นชอบการถ่ายทำเรื่องราวทำนองนี้ ย่อมไม่พลาดโอกาสทองนี้เช่นกัน ดังนั้น คุณจึงชักชวนเพื่อนสนิทมาร่วมกันไขความลับของโรงเรียนมัธยมเซิ่งอี้ และถ่ายภาพใบหน้าที่แท้จริงของผีร้าย แต่สิ่งที่คุณไม่คาดคิดก็คือ มันไม่ใช่แค่เรื่องผีสิงธรรมดาๆ...

ยินดีต้อนรับท่านผู้ชมทุกท่าน เข้าสู่ภาพยนตร์เรื่อง: โรงเรียนมัธยมเซิ่งอี้

_

แรงสั่นสะเทือนรอบกายทำให้เขามึนงง ราวกับลอยคออยู่กลางทะเลที่มีคลื่นซัดสาด ศีรษะกระแทกเข้ากับกระจกหน้าต่างโดยไม่ตั้งใจ สัมผัสเย็นเฉียบทำให้โหวเลี่ยงสะดุ้งตื่น ลืมตาโพลงขึ้นมาทันที

เมื่อเห็นเบาะรถบัสแบบคลาสสิกตรงหน้า ใบหน้าของเขาฉายแววงุนงงชั่วขณะ พร้อมกันนั้น สัมผัสเย็นเยียบของโลหะก็ส่งผ่านมาจากมือ

เขาก้มลงมองกล้องสีดำสนิทที่เล็งเป้ามาที่เขาโดยตรง

เลนส์ใสสะท้อนภาพใบหน้าที่ตื่นตระหนกและสับสนของเขา

"ตื่นแล้วเหรอ?"

เสียงผู้หญิงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านข้าง เขาหันขวับไปมองอย่างเลื่อนลอย และเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นตาของเจียงซี แววตาของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจทันที

เขาขยับตัวลุกขึ้นเล็กน้อยและมองไปรอบๆ พบว่าคนอื่นๆ ต่างหลับใหลอยู่เช่นเดียวกับเขา

ยกเว้นชายคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าสุด

ชายคนนั้นมีรูปลักษณ์ภูมิฐาน สวมแว่นตา กำลังเช็ดกล้องในมืออย่างทะนุถนอม ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาของโหวเลี่ยง เขาหันกลับมาส่งยิ้มทักทาย แล้วหันกลับไปเช็ดเลนส์ต่อ

ยังไม่ทันที่โหวเลี่ยงจะตั้งตัว เจียงซีที่อยู่ข้างๆ ก็สะกิดเขาเบาๆ กระซิบว่า "เขาเป็นผู้เล่น"

โหวเลี่ยงขมวดคิ้ว "เราเข้ามาอีกแล้วเหรอ?"

ทำไมถึงเร็วขนาดนี้? ปกติจะมีช่วงพักให้สองสามวัน แต่นี่เพิ่งผ่านมาแค่วันเดียว ทำไมถึงกลับเข้ามาแล้วล่ะ?

และ—

"หน้าคุณ... ทำไมถึง...?" เหมือนในโลกความจริงเปี๊ยบเลย

โหวเลี่ยงชะงักคำพูดไว้แค่นั้น

ไม่สิ มันก็มีความแตกต่างอยู่บ้าง

เจียงซีที่อยู่ตรงหน้าดูเป็นผู้ใหญ่กว่าตอนเรียนมหาลัยอย่างเห็นได้ชัด ราวกับผ่านพ้นช่วงเรียนจบมาหลายปีแล้ว

ดูเหมือนเจียงซีจะตื่นก่อนโหวเลี่ยงนานพอสมควร เมื่อได้ยินเขาถาม เธอเพียงพยักหน้า หลุบตาลง เม้มปากแน่น แล้วเอ่ยว่า "บางทีระบบอาจจะเริ่มประเมินความสามารถของพวกเราแล้ว นี่เป็นหนังทางการ ความยากมันคนละระดับ และโหมดบางอย่างก็ต่างจากโลกมือใหม่"

หนังทางการไม่เหมือนหนังสำหรับมือใหม่ ไม่มีการเล่นซ้ำ ไม่มีแนวทางจากคนอื่นให้ศึกษา ย่อมยากกว่าเป็นธรรมดา

เธอขมวดคิ้ว "แค่ฉันยังจับจุดกฎพวกนี้ไม่ได้ มันกะทันหันเกินไป ฉันไม่ได้เตรียมตัวมาเลย"

โหวเลี่ยงที่ตอนแรกยังมึนงง พอเห็นเพื่อนสมัยเด็กแสดงสีหน้าแบบนั้น เขาก็เอื้อมมือไปกุมมือเธอ พูดปลอบโยนอย่างอ่อนโยน "ไม่เป็นไรหรอก จะเกิดอะไรขึ้น ผมก็ยังอยู่ตรงนี้นะ"

ปกติเขาอาจดูเป็นคนไม่จริงจัง แต่ในยามคับขัน เขามักจะปลอบใจเธอได้ทันท่วงทีเสมอ

เจียงซีชะงัก อารมณ์ที่หม่นหมองคลายลงทันตา เธอพยักหน้าเล็กน้อย เผยรอยยิ้มจางๆ "อืม"

อย่างไรก็ตาม คนบนรถบัสยังต้องมีการแนะนำตัว

ก่อนที่โหวเลี่ยงจะตื่น เจียงซีได้รวบรวมข้อมูลพล็อตเรื่องและคาแรคเตอร์สำหรับรอบนี้ไว้เกือบครบแล้ว

เธอชี้ไปที่คนที่นั่งหน้าสุดกำลังเช็ดเลนส์ "เขาเป็นผู้เล่น คนข้างๆ เขาก็ผู้เล่นเหมือนกัน"

จากนั้นเธอก็ชี้ไปที่คนด้านหลังรถ ลดเสียงลงต่ำ "มีไม่กี่คนที่นั่งอยู่ข้างหลังเรา ทั้งหมดเป็น NPC ตอนนี้ยังไม่เริ่มเรื่อง พวก NPC เลยยังหลับอยู่"

โหวเลี่ยงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เกาะพนักเก้าอี้ มองไปตามทิศทางที่เธอชี้ พบว่านอกจากชายท่าทางภูมิฐานด้านหน้าแล้ว ยังมีชายอีกคนที่เขาเห็นหน้าไม่ชัดนอนพิงพนักเก้าอี้อยู่

เขาละสายตาอย่างครุ่นคิด หันกลับไปมองด้านหลัง และแน่นอนว่ามีชายหญิงคู่หนึ่งนั่งหลับตาอยู่ด้านหลังเขา

หญิงสาวในกลุ่มนั้นนั่งอยู่ข้างหลังพวกเขาพอดี มีหมวกปิดบังใบหน้า ดูเหมือนจะรำคาญแสงแดดที่ร้อนแรง

โหวเลี่ยงเพียงแค่ปรายตามองแวบหนึ่งแล้วนั่งลงโดยไม่ส่งเสียง

ทว่า ทันทีที่เขานั่งลง หญิงสาวที่เอาหมวกปิดหน้าก็ขยับตัว ยกหมวกขึ้น แขนเรียวเสลาดูขาวผ่องดุจหยกภายใต้แสงแดด ปลายนิ้วทอประกายสีชมพูจางๆ ระยิบระยับ

เมื่อถอดหมวกออก หญิงสาวก็เปลี่ยนท่านั่ง ผมสีน้ำตาลเกาลัดค่อยๆ ไหลรินลงมาจากไหล่ ดวงตาเรียวยาวดุจจิ้งจอกสีเข้มคู่สวยเจือความง่วงงุน หญิงสาวหาวอย่างเงียบเชียบ ตาปรือ ปรอย ท้าคางมองไปยังที่นั่งด้านหน้า

เสียงกระซิบแผ่วเบาของโหวเลี่ยงจากด้านหน้าลอยเข้าหูเธอ

"ไม่เห็นปั่วจิงโม่ เขาไม่ได้มาเหรอ?"

เสียงของเจียงซีก็เบามากเช่นกัน อวี่หลีจับใจความได้เพียงไม่กี่คำ

"เขาน่าจะ... ผี งั้น... รอดูกันไปก่อน"

เธอละสายตาอย่างเกียจคร้าน พลางนึกในใจว่าควรจะบอกพระเอกนางเอกคู่นี้ดีไหมว่าช่างกล้าหาญชาญชัยเหลือเกิน มานั่งถกเถียงกันโจ่งแจ้งขนาดนี้?

จากนั้น เธอก็เห็นคนคนนี้ ที่เพิ่งจะค่อนขอดคนอื่นว่ากล้าหาญ เรียกเจ้าระบบออกมาอย่างหน้าไม่อาย แล้วสั่งให้มันไปขโมยบทของชาวบ้านมาให้อ่าน

อย่างที่เขาว่า เจ็บแล้วจำคือคน เจ็บแล้วทนคือ... แต่สำหรับระบบ การทำเรื่องแบบนี้ไม่มีคำว่ากดดัน

อาจเป็นเพราะเธอออกจากด่านมือใหม่พร้อมกับตัวเอก ข้อมูลในรอบนี้จึงอัดแน่นกว่าคราวที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด มันถึงขนาดไปขุดคุ้ยข้อมูลของเจ้าของร่างเดิมมาได้ด้วย

อวี่หลีนั่งท้าคางอ่านความสัมพันธ์ของตัวละครและคาแรคเตอร์คร่าวๆ ที่ระบบส่งมาให้ อย่างเกียจคร้าน ทั้งที่นั่งอยู่ข้างหลังพระเอกนางเอกนั่นแหละ

พออ่านจบปุ๊บ ระบบในหัวก็แจ้งเตือนทันที

"พี่สาว เนื้อเรื่องเริ่มอย่างเป็นทางการแล้ว กล้องเดินแล้วนะ รักษาคาแรคเตอร์ด้วย"

อวี่หลีรับคำในใจ ทันทีที่ระบบพูดจบ ชายท่าทางภูมิฐานที่นั่งหน้าสุดก็ลุกขึ้นยืนแล้วปรบมือเรียกความสนใจ

"แปะ แปะ แปะ—"

เสียงปรบมือฉาดใหญ่ปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้น ต่างพากันมองชายด้านหน้าด้วยสายตางุนงง

"มีอะไรเหรอ? ถึงแล้วเหรอ?"

ชายสวมแว่นขยับแว่นตาขึ้นยิ้ม "ทุกคนครับ อีกเดี๋ยวก็จะถึงแล้ว อย่าลืมตรวจเช็คอุปกรณ์กันด้วยนะ ผมเชื่อว่าทุกคนรู้จุดประสงค์ที่เรามาที่นี่กันดี ขอแค่คลิปนี้เป็นกระแส! รับรองว่าพวกคุณสุขสบายไปทั้งชาติแน่!"

นักเรียนชายที่นั่งห่างจากอวี่หลีไปไม่กี่แถวยกมือขึ้นทันที น้ำเสียงลังเล "เฉินซิ่ว พวกเราต้องอยู่ที่นั่นจนถึงเที่ยงคืนจริงๆ เหรอ? ตำนานนั่น..."

"เคออวี้หลง นายเป็นพวกวัตถุนิยมไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมาปอดแหกเอาป่านนี้!" เฉินซิ่วเดินเข้ามาด้วยท่าทีระอา วางมือบนไหล่ของเคออวี้หลง แล้วผายมือไปทางคนอื่นๆ

"พวกนี้เคยเรียนที่โรงเรียนมัธยมเซิ่งอี้มาก่อน ดูสิ พวกเขาก็ยังอยู่ดีมีสุขไม่ใช่เหรอ? ไม่เห็นจะกลัวกันเลย"

'พวกนี้' ที่เขาผายมือไปรวมถึงอวี่หลีด้วย

อวี่หลีเพียงแค่เลิกคิ้วตอบรับคำพูดนั้น ไม่ได้เอ่ยอะไร

เฉินซิ่วคนนี้... เป็นผู้เล่นมากประสบการณ์สินะ

แย่งบทตัวเอกตั้งแต่เริ่ม ทั้งแย่งซีนหน้ากล้อง ทั้งแนะนำตัวละคร ในขณะที่ตัวเอกตัวจริง...

อวี่หลีเหลือบมองเจียงซีและโหวเลี่ยงที่ยังคงมีท่าทีงุนงง แล้วค่อยๆ ละสายตาออกมาเงียบๆ

"......"

ช่างเถอะ

ผู้เล่นที่ตามเฉินซิ่วมาน่าจะเป็นผู้เล่นเก๋าเกมเหมือนกัน เขาลุกขึ้นยืนยิ้มแย้มชวนคุย เพียงไม่กี่ประโยคก็สามารถอธิบายความสัมพันธ์และตัวตนของคนหลายคนได้อย่างชัดเจน

เฉินซิ่วเป็นคนต้นคิดโปรเจกต์ถ่ายทำครั้งนี้ ผู้เล่นอีกคนคืออวี่ฮ่าวเย่ รูมเมทสมัยมหาลัยของเฉินซิ่ว ส่วนอวี่ฮ่าวเย่ โหวเลี่ยง และเจียงซี ล้วนเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนมัธยมแห่งนี้

เฉินซิ่วมักจะถ่ายคลิปแนวลี้ลับลงโซเชียล และสนใจเรื่องราวของโรงเรียนมัธยมเซิ่งอี้มานานแล้ว เขาเสนอไอเดียถ่ายทำหนังสยองขวัญแนวสารคดี โดยอ้างว่าจะมาเปิดโปงความลับของโรงเรียนมัธยมเซิ่งอี้

เขาจึงไปปรึกษากับอวี่ฮ่าวเย่ ซึ่งต่อมาก็ได้ดึงโหวเลี่ยงและแฟนสาวมาร่วมขบวนด้วย ส่วนเคออวี้หลงที่มีทักษะการถ่ายทำ ก็ถูกเฉินซิ่วเกลี้ยกล่อมด้วยค่าตอบแทนก้อนโต

สำหรับอวี่หลี หรือชื่อของร่างนี้คือ—ชิงหลี

เธอเป็นฝ่ายขอเข้าร่วมเอง

แต่เจ้าของร่างเดิมเป็นคุณหนูบอบบาง แบกหามอะไรไม่เป็น อ่อนแอเสียจนเจียงซียังดูแข็งแกร่งกว่าในเรื่องงานแบกหามและจัดการธุระต่างๆ

ส่วนเธอนั้น เป็นแจกันดอกไม้ประดับฉากโดยสมบูรณ์

ตามหลักแล้ว เฉินซิ่วไม่น่าจะตกลงให้คนอย่างชิงหลีมาร่วมทีมถ่ายทำ เพราะรังแต่จะสร้างปัญหา แถมยังมีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้ร่วมงานอีกต่างหาก

เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีของชิงหลี เฉินซิ่วก็รีบปล่อยมือจากเคออวี้หลง แล้วมานั่งลงข้างกายเธอ แววตาอ่อนโยน ท่าทีระมัดระวัง น้ำเสียงนุ่มนวลเอาใจ "ชิงหลี นั่งรถเหนื่อยไหมครับ? ข้างหน้ามีน้ำ เดี๋ยวผมไปหยิบให้นะ?"

อวี่หลีปรายตามองเขา โบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน ใบหน้าสวยเฉี่ยวแฝงความเย็นชาและสูงส่ง ยังคงไว้ซึ่งท่าทีเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองตามคาแรคเตอร์เดิม

"ไม่ต้องสนใจฉันหรอก ฉันแค่สงสัยว่าพวกนายจะถ่ายอะไรกัน ก็เลยขอตามมาดูเล่นๆ"

แต่จะโทษเฉินซิ่วที่ตามจีบชิงหลีก็ไม่ได้

ดาวโรงเรียนแสนสวยที่เคยเมินเฉยใส่เขา จู่ๆ ก็เสนอตัวขอมาดูการถ่ายทำด้วย ชายหนุ่มย่อมดีใจจนเนื้อเต้น ไม่มีทางคิดปฏิเสธอยู่แล้ว

เหตุผลของชิงหลีคือ เธอเองก็เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเซิ่งอี้ บางทีอาจจะช่วยอะไรพวกเขาได้บ้าง และตัวเธอเองก็สนใจเรื่องราวของโรงเรียนนี้อยู่ไม่น้อย

ส่วนความจริงจะเป็นเช่นไรนั้น...

อวี่หลีท้าคาง ริมฝีปากโค้งขึ้นเล็กน้อย หลุบตามองปลายนิ้วที่กำลังหมุนวนเล่น แววตาฉายแววซุกซน

ครั้งนี้ ปั่วจิงโม่ไม่ได้หลอกง่ายเหมือนเดิมแล้วสินะ

ดูท่าเธอจะต้องเปลี่ยนวิธีตกแฟนหนุ่มเสียแล้วสิ

จบบทที่ บทที่ 30 โรงเรียนมัธยมเซิ่งอี้

คัดลอกลิงก์แล้ว