เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DNA อลวนคนสองร่าง ตอนที่ 1

DNA อลวนคนสองร่าง ตอนที่ 1

DNA อลวนคนสองร่าง ตอนที่ 1


ตอนที่ 1 การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง

เมื่อลูกสาวคนเดิมกลายเป็นลูกชายคนใหม่

มันเป็นอะไรที่ท้าทายสำหรับพ่อแม่มากเกินไปแล้ว แม้ว่าเย่เฟิงลูกชายคนเล็กจะอ่านนิยายมานานหลายปี แต่ก็แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าเรื่องมหัศจรรย์นี้จะเกิดขึ้นกับพี่สาว...ไม่สิ เกิดเรื่องไม่คาดฝันอะไรกับพี่ชายกันแน่

ทุกคนในบ้านแม้แต่กินข้าวก็แทบจะไม่มีอารมณ์จะกินด้วยซ้ำ ได้แต่เฝ้ามองไปยังลูกชายคนใหม่ที่ยังหลับใหลอยู่บนโซฟาอย่างใจจดใจจ่อ รอให้เขาฟื้นขึ้นมา

เย่ซวงที่ยังหลับใหลเดิมทีก็ไม่ใช่สาวสวยที่งามตามกระแสนิยมอะไรอยู่แล้ว อย่างมากก็แค่พอจะเรียกได้ว่าหมดจดน่ารัก

หลักการเดียวกัน หลังจากที่เปลี่ยนไปเป็นผู้ชาย หน้าตาก็ไม่ถึงขั้นหล่อเหลา แค่มองหน้าตาของเย่เฟิงดูก็รู้แล้ว บ้านตระกูลเย่ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวหรือลูกชายต่างก็ไม่ได้สวยหล่อจนน่าตกตะลึงอะไร

แต่ว่า ในระหว่างที่เย่ซวงสลบไป ร่างกายของเธอ… เอ่อ ของเขา ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทุกคนล้วนเห็นมันด้วยตาตนเอง

ถึงแม้ว่าจะไม่เข้าใจว่าในร่างกายของเธอเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่คนตระกูลเย่ทั้งสามคนก็สามารถมองออกถึงสภาพการณ์โดยรวมได้ ว่าเซลล์ในร่างกายของเย่ซวงตอนนี้เหมือนกับมีชีวิตก็ไม่ปาน

พวกมันเปลี่ยนแปลงตัวเองไปไม่หยุดยั้ง ปรับโครงสร้าง สุดท้ายก็ทำการจัดเรียงใหม่

เซลล์ที่อ่อนแอถูกกำจัดออกไปจากร่างกาย เหลือไว้เพียงเซลล์ที่ยอดเยี่ยม เพราะเมื่อหมดช่วงวัยรุ่นร่างกายที่เข้าสู่ช่วงหยุดการเจริญเติบโตได้ถูกกระตุ้นให้เริ่มเติบโตใหม่อีกครั้ง ส่วนที่ไม่สมบูรณ์และติดขัดในสายยีนจะถูกสะสางใหม่ทั้งหมด จนท้ายที่สุดแล้วก็จะกลายเป็นการรวมตัวที่สมบูรณ์แบบ

ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เป็นเวลาสี่ชั่วโมงเต็มๆ ที่ทั้งหมดนั่งมองดูร่างของ ‘ลูกชาย’ ที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปตั้งแต่หัวจรดเท้า

เย่ซวงในตอนนี้ไม่เหมือนกันกับเย่ซวงคนเดิมแล้ว...ไม่ใช่แค่เพศที่เปลี่ยนไป ผิวของ ‘เขา’ ขาวละเอียดราวกับหยกที่เปล่งความมันวาวออกมา กระดูกยังยืดและตั้งตรงขึ้น ไม่เพียงแค่เครื่องหน้าดูมีมิติและงดงามประณีตเท่านั้น ขนาดความสูงที่หยุดอยู่แค่ 160 ซม. มาหลายปียังเพิ่มมากขึ้นอีก ผิวที่โผล่พ้นมาจากเสื้อผ้า กล้ามเนื้อราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตยังไงอย่างนั้น มันขยับคดเคี้ยวไปมาอย่างอิสระและเริ่มเรียงตัวใหม่ สุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นเส้นสายที่เรียวยาวเรียบลื่น

เย่เฟิงทนดูต่อไปไม่ไหวจนต้องเข้าไปดึงเสื้อของ ‘พี่ชาย’ ขึ้นดู หลังจากนั้นก็ต้องโมโหเมื่อเห็นว่าพี่ของเขาที่ไม่เคยออกกำลังกายเลยกลับมีซิกแพค!

ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ซิกแพคแบบที่ตึงแน่นอะไร แต่ซิคแพคที่ดูเป็นลอนพอเหมาะนั่นเห็นได้ชัดเลยว่าเข้ากับกระแสนิยมในปัจจุบันนี้ สามารถสยบได้ทั้งชายและหญิงเลยทีเดียว!

ไม่ว่าพวกเขาจะมองมุมไหนในสายตาของพวกเขา ‘ลูกชาย’ คนใหม่คนนี้ ก็เป็นหนุ่มหล่ออย่างไม่ต้องสงสัยเลย ผิวกายละเอียดใสราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ใบหน้าหล่อเหลางดงามราวกับรูปสลัก ขนตาเป็นแพงอนยาว เส้นผมนุ่มลื่นสีดำเป็นประกายราวกับน้ำหมึก...ดูยังไงตอนนี้เขาไม่มีอะไรที่เหมือนคนในตระกูลเย่เลยสักนิด

“คุณคะ” เมื่อร่างกายของลูกชายที่นอนอยู่บนโซฟาดูมีท่าทางผ่อนคลายลง ไม่สั่น ระริกอีกราวกับว่าได้หยุดการเปลี่ยนแปลงแล้ว คุณนายเย่อดไม่ได้ที่จะจับมือของสามีเอาไว้แน่น กระทั่งน้ำเสียงยังแผ่วเบาและสั่นเล็กน้อย ก็ไม่รู้เป็นเพราะตกใจหรือว่าตื่นเต้นกันแน่ “นะ...นี่ใช่ลูกที่ฉันคลอดออกมาใช่ไหมคะ?”

“...ใช่ เป็นลูกที่คุณคลอดไม่ผิดแน่” คุณเย่เองก็พูดอะไรไม่ออกเช่นกัน

...ชายหนุ่มคนนี้เป็นลูกของเราไม่ผิดแน่ แต่ในสถานการณ์ตอนนี้มันค่อนข้างจะ...หรือว่าจะเอาดีเอ็นเอไปพิสูจน์ดูดี

...

ตอนที่คุณเย่กำลังตกอยู่ในภวังค์ของตัวเองนั้น เย่ซวงก็ค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมา

เปลือกตาของเย่ซวงค่อยๆ เปิดออก เมื่อนัยน์ตาสีนิลมองสบมา หัวใจของคนเป็นแม่ก็สั่นไหวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

คนหล่อทำอะไรก็ดูดีไปหมด ตอนที่ ‘ลูกชาย’ ร่างกายสูงใหญ่ลุกขึ้นนั่งบนโซฟาด้วยใบหน้าอิดโรย คุณนายเย่ก็รู้สึกราวกับว่านี่คือคุณชายตกยากยังไงอย่างนั้น

“พ่อ แม่” เย่ซวงกุมขมับ ราวกับยังสามารถรู้สึกได้ถึงการฉีกออกของเซลล์ที่แผ่ซ่านมาตามร่างกายจากการรวมตัวกันเมื่อครู่ สมองก็มึนงงเหมือนจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ อย่างนั้น

คุณเย่ได้สติกลับมาในที่สุดและรีบถามว่า “ฟื้นแล้วเหรอ?! ลูก...”

ช่วงเวลาที่สลบไป มีข้อมูลมากมายมหาศาลไหลทะลักเข้ามาในสมองของเธอ เธอรู้ตัวเองดีว่าร่างกายของเธอเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น และรู้ว่าทำไมในน้ำเสียงอึกอักของพ่อถึงเต็มไปด้วยความกังวลแบบนั้น

มองพ่อแม่และน้องชายที่นั่งลงตรงหน้าเธอด้วยใบหน้ากังวล เย่ซวงที่กำลังเศร้าก็ฝืนยิ้มแล้วพูดว่า “ทุกคนอยากถามใช่ไหมว่าทำไมหนูถึงเป็นแบบนี้”

“โห ถ้ารู้ว่าจะหล่อขึ้นขนาดนี้ผมทุบจี้หยกให้แตกไปนานแล้วนะเนี่ย” เย่เฟิงอดไม่ได้ที่จะพูดออกมาเมื่อเห็นความหล่อเหลาตรงหน้า “เจ๊เป็นผู้หญิงเปลี่ยนไปแล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไร เสียดายของเปล่าๆ ถ้าเป็นผมที่เปลี่ยนไปนะ คงไม่ต้องกังวลเรื่องแฟนแล้ว”

“ดีกับผีน่ะสิ” เย่ซวงก็โพล่งกลับไปอย่างหงุดหงิดกับท่าทีของน้องชาย

กลับเป็นคุณนายเย่ที่ถูกคำพูดหยาบคายที่ออกมาจากปากหนุ่มหล่อทำให้อึ้งไป จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “นี่สิลูกสาว...ไม่สิ ลูกชายของฉัน” ด้วยความรู้สึกคุ้นชินเล็กน้อย ไม่ใช่สิ ทำไมถึงได้ยอมรับได้ง่ายขนาดนี้นะ?!

เย่ซวงใบหน้าเศร้าหมองเริ่มอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น “สรุปง่ายๆ เลยนะ ในหยกมีดีเอ็นเอบางอย่าง”

“???” สีหน้าของทั้งสามเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามกับคำพูดของเธอ

สีหน้าของทั้งสามทำให้หนุ่มหล่อต้องถอนหายใจออกมา แล้วเริ่มอธิบายต่ออย่างละเอียด “ในจักรวาลนี้ยังมีดาวเคราะห์อยู่อีกมากมาย นักวิทยาศาสตร์คิดว่ายังมีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิชนิดอื่นๆ ที่วิวัฒนาการสูงกว่าพวกเราอาศัยอยู่ในดาวเคราะห์ดวงอื่น...อันนี้ทุกคนเข้าใจใช่ไหม?”

“เข้าใจแล้วๆ ๆ” เย่เฟิงพยักหน้ารับด้วยดวงตาเป็นประกาย

บ้าเอ๊ย! นี่ประตูของอีกโลกกำลังจะเปิดใช่ไหมเนี่ย

“อธิบายง่ายๆ ก็คือ บนโลกในยุคอารยธรรม...เอ่อ เมื่อสมัยก่อนนักโบราณคดีค้นพบร่องรอยอารยธรรมชั้นสูง ทุกคนเข้าใจใช่ไหม นั่นมันก็คือ...เอาเถอะๆ งั้นหนูพูดต่อนะ” เมื่อโดนคุณเย่ถลึงตาใส่ เย่ซวงก็ลูบๆ จมูกแล้วกลับเข้าเรื่องหลัก

“ในยุคอารยธรรม มนุษย์ต่างดาวเคยมาเยือนโลกมนุษย์ของเรา และในหยกนั่นก็มีดีเอ็นเอของมนุษย์ต่างดาวเก็บเอาไว้” เย่ซวงอธิบายต่ออย่างใจเย็น “ดีเอ็นเอพวกนี้ทำให้ร่างกายและสมองของผู้ที่ได้รับพัฒนาและเพิ่มขีดจำกัดมากยิ่งขึ้น ในเวลาเดียวกันก็ได้รับสืบทอดความทรงจำในอดีตมา และสามารถทำให้หนูเข้าใจถึงองค์ความรู้ของพวกเขาได้โดยไม่ต้องใช้เวลาเรียนเป็นสิบปีอีกด้วย”

“หูยยยย โคตรเจ๋งอ่ะ” เย่เฟิงเด็กหนุ่มมหาลัยที่เพิ่งจะสอบตกไปสองวิชาในเทอมนี้ตบหน้าขาตัวเองด้วยดวงตาเป็นประกาย

“แต่ว่ามันมีข้อเสียอย่างหนึ่ง” เย่ซวงขี้เกียจจะไปสนใจเขา แล้วก็อธิบายต่อ “มนุษย์ต่างดาวถ้ายังไม่บรรลุนิติภาวะก็จะไม่มีเพศที่แน่นอนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หลังจากที่บรรลุนิติภาวะแล้วเพศของพวกเขาจะขึ้นอยู่กับความชอบที่มีต่อคู่ครองแรกของตน พูดอีกอย่างก็คือ ตอนนี้หนูอาจจะไม่ใช่ผู้หญิง แต่ก็พูดไม่ได้ว่าเป็นผู้ชาย”

ใบหน้าของคนเป็นพ่อและแม่ซีดเผือดไปทันตา แม้แต่เย่เฟิงเองก็นิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง

“มะ...หมายความว่าอะไร?” ในที่สุดคุณเย่ก็ถามออกมาอย่างเชื่องช้า ตอนนี้ลูกของเขากลายไปเป็นกะเทยไปแล้วเหรอ

เย่ซวงมีสีหน้าซับซ้อน “หมายความว่า ก่อนที่การหลอมรวมจะสมบูรณ์ หนูก็ยังต้องใช้ชีวิตแบบหญิงก็ไม่ใช่ ชายก็ไม่เชิงแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้อาจจะยังเป็นผู้ชาย แต่ไม่แน่อีกสามวันข้างหน้าอาจจะกลับเป็นผู้หญิงก็ได้”

“...” ไม่มีเสียงตอบรับจากคนในบ้านเมื่อได้ฟังคำอธิบายของเย่ซวง

“แต่ถ้าอยากให้ชีวิตแบบนี้มันจบลง หนูก็จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนลำดับโครโมโซมกับเพศที่ตรงข้ามกันกับเพศที่หนูอยากเป็น จึงจะสามารถทำให้เพศของหนูในอนาคตไม่เปลี่ยนแปลง”

“...” ก็ยังคงไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาจากปากคนในบ้านอยู่ดี

เย่ซวงที่พูดมาถึงขนาดนี้แล้วกลัวพ่อและแม่ไม่เข้าใจก็รีบอธิบายต่อให้ชัดเจนไปเลย “สรุปง่ายๆ เลยนะคะ ถ้าสมมติว่าหนูกลับไปเป็นผู้หญิง หนูก็ต้องรีบหาผู้ชายมามีอะระ…”

“อ๊าๆ ๆ หยุดพูดเลยนะ ลูกสาวบ้านนี้ไม่ได้ไร้ยางอายขนาดนั้นนะ” คุณนายเย่ทนฟังต่อไปไม่ได้จึงรีบร้องขัดขึ้นเสียงแหลม

เย่ซวงได้ยินคำพูดแบบนั้นก็แทบจะร้องไห้ออกมา

นี่เธอหน้าไม่อายเหรอ? ใช่เหรอ?!

ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ก็เป็นเพราะพ่อซื้อของราคาถูกกลับมาน่ะ!!!

ในตอนนี้เย่เฟิงกลับไม่ได้อิจฉาเย่ซวงแล้ว ถ้าเขาต้องเปลี่ยนเป็นผู้หญิงล่ะก็ แค่สามวันก็คงจะเป็นบ้าแล้ว แล้วยิ่งถ้ามันไม่ได้หยุดอยู่แค่สามวันด้วยแล้วล่ะก็

คุณเย่ที่ได้ฟังเรื่องราวมาทั้งหมด แม้ว่ายากจะเชื่อ แต่ว่าเรื่องที่ตอนนี้ลูกสาวคนโตของเขากลายมาเป็นแบบนี้นั่นคือเรื่องจริง ดังนั้นเขาต้องพยายามทำใจรับมันให้ได้

“วันนี้เราแยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ว่าจะเอายังไง” คุณเย่เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่สับสน

คุณนายเย่ยังไม่ทันได้พูดประโยคที่อยากพูดก็ถูกสามีลากเข้าห้องไปก่อน

“เดี๋ยวก่อน ไม่กินข้าวกันเหรอ?” เย่ซวงมองตามพ่อที่เดินเข้าห้องไปปิดประตูลงกลอน เธอเพิ่งจะเจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แต่กลับไม่มีใครคิดจะคอยอยู่ปลอบโยนจิตใจที่อ่อนแอเปราะบางของเธอเลยเหรอ นี่ใช่พ่อแม่แท้ๆ ของเธอจริงไหมเนี่ย

“ต้มมาม่ากินเองเถอะ” เย่เฟิงยังอยู่ แต่พอเปิดปากพูดขึ้นมากลับไม่ทำให้รู้สึกถึงความห่วงใยเลยสักนิด โหดร้ายชะมัด

เย่ซวงกลอกตา แล้วก็ก้มมองที่ร่างกายตนเองที่ตอนนี้เนื้อตัวสกปรกมอมแมมเพราะเมื่อครู่ร่างกายได้กำจัดเซลล์ที่ด้อยคุณภาพออกไป จนเธอเองทนไม่ได้ลุกขึ้นเดินออกไป อีกอย่างกับเจ้าเด็กบ้านี่เธอไม่มีอะไรจะพูดด้วยหรอก!

“เจ๊...เอ๊ย เฮีย! จะไปไหน” เย่เฟิงตกใจมองเย่ซวงที่ลุกเตรียมเดินออกไป

“อาบน้ำ...จะไปฉี่ด้วย อั้นไม่ไหวละ”

“โอ๊ะ งั้นเฮียก็...เดี๋ยวก่อนดิ” เย่เฟิงที่นึกอะไรขึ้นได้ กำลังจะรีบเรียกเย่ซวงเอาไว้แต่พูดยังไม่ทันจบเย่ซวงก็เดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว

ผ่านไป 10 วิร่างสูงก็เดินกลับออกมาจากห้องน้ำไปนั่งบนโซฟาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ไม่ฉี่แล้วเหรอ?” เย่เฟิงถามกวนประสาททั้งๆ ที่รู้ว่าเย่ชวงกำลังโมโห

“...ฉันว่าฉันยังอั้นได้อยู่” เย่ซวงกัดฟันตอบ

“เจ๊ ต่อมลูกหมากน่ะ...มันสำคัญกับผู้ชายมากนะ เจ๊อย่าอั้นจนเสียสุขภาพล่ะ” สุดท้ายเย่เฟิงทนไม่ได้เลยโพล่งออกมา

“...”

บ้าเอ๊ย!

 

จบบทที่ DNA อลวนคนสองร่าง ตอนที่ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว