- หน้าแรก
- ผมว่า…ผมดันตกหลุมรักยัยเพื่อนสมัยเด็กเข้าแล้ว
- บทที่ 9 - เรียวเท้าคู่นั้น
บทที่ 9 - เรียวเท้าคู่นั้น
บทที่ 9 - เรียวเท้าคู่นั้น
ในฐานะเด็กเจน Z ยุคปี 2000 ทั้งคุณ 'กระดาษพู่กัน' และคุณ 'ติดบ้านฯ' ต่างก็ยึดถือมารยาทในการคบเพื่อนออนไลน์อย่างเคร่งครัด
ทั้งสองรู้จักกันในเว็บบอร์ดนักเขียน เป็นเพื่อนทางจดหมายที่รู้ใจกันที่สุด คุยกันได้สากกะเบือยันเรือรบ ตั้งแต่อารยธรรมยุคหินยันเอเลี่ยนบุกโลก คนที่คุยกันถูกคอเหมือนรู้จักกันมานานขนาดนี้จะมีสักกี่คนเชียว! เป็นวาสนาที่หาได้ยากยิ่งในหมื่นคนจริงๆ!
ตลอดสองปีมานี้แทบไม่เคยถามเรื่องส่วนตัวในชีวิตจริงของอีกฝ่ายเลย ไม่ว่าจะขอดูรูป ฟังเสียง หรือวิดีโอคอล ถึงจะอยากรู้แค่ไหนก็ต้องอดทนไว้ จนกระทั่งวันนั้นที่คุยเรื่องหน้าตาของชาวดาวซานถี่กันจนติดลม ถึงได้ตัดสินใจนัดเจอกัน
พูดตามตรง ก่อนหน้านี้ซ่งเจียมู่ไม่ได้ใส่ใจมากนักว่าคุณ 'ติดบ้านฯ' ที่อยู่ปลายสายอินเทอร์เน็ตจะมีหน้าตาเป็นยังไง ต่อให้เธอเป็นแมวที่เล่นมือถือเป็นเขาก็ไม่ติด
แต่พอโดนเทนัดเจอกัน ต่อมความอยากรู้อยากเห็นในใจก็ถูกกระตุ้นขึ้นมา ทำให้ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่ว่าเธอหน้าตาเป็นยังไง
วิดีโอคอลดังมาเกือบนาทีแล้ว อีกฝ่ายก็ยังไม่รับสาย ซ่งเจียมู่ก็ไม่ยอมวาง ปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้น
...
ห้องข้างๆ อวิ๋นซูเฉี่ยนถือโทรศัพท์เดินวนไปวนมาด้วยความร้อนรน จะรับหรือไม่รับดี?
โชคชะตาช่างเล่นตลก เพื่อนทางจดหมายที่ดีที่สุดตลอดสองปีที่ผ่านมา ดันกลายเป็นซ่งเจียมู่ไอ้คนน่ารำคาญไปได้ เรื่องนี้มันบ้าบอคอแตกเกินไปแล้ว...
จะกดตัดสายก็กลัวเขาจะสงสัย เดี๋ยวจะดูเหมือนว่าเธอมีพิรุธ
แถมเธอก็อยากเห็นเขาจริงๆ นั่นแหละ!
แน่นอนว่าไม่ใช่ความรู้สึกแบบ 'อยากเจอเขาจัง' แต่เป็นอารมณ์ประมาณว่า 'ฉันแอบดูนายเก๊กหล่อจากในมุมมืด' เหมือนตอนเด็กๆ ที่แอบขุดหลุมทราย เอาฟางมาปิดปากหลุม แล้วแอบซุ่มดูไอ้คนดวงซวยเดินมาเหยียบตกลงไป แล้วเธอก็จะได้หัวเราะเยาะให้สะใจ
ในจังหวะที่สายกำลังจะตัดไปเอง อวิ๋นซูเฉี่ยนก็เอามือซ้ายปิดกล้องหน้าโทรศัพท์ แล้วใช้นิ้วมือขวาจิ้มปุ่มสีเขียวเพื่อรับสายอย่างระมัดระวัง
กลั้นหายใจ ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่นิดเดียว
เธอนั่งอยู่ขอบเตียง เท้าขาวๆ น่ารักคู่นั้นวางชิดกันด้วยท่าทางประหม่า นิ้วเท้าจิกเกร็งขยับไปมา
สัญญาณอินเทอร์เน็ตดีเลยเล็กน้อย จากนั้นภาพใบหน้าของซ่งเจียมู่ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอมือถือ
อวิ๋นซูเฉี่ยนพูดไม่ออก ความเป็นไปได้อันน้อยนิดที่หวังว่ากระดาษพู่กันจะไม่ใช่ซ่งเจียมู่ มลายหายไปในพริบตา
เป็นหมอนั่นจริงๆ ด้วย!!
ซ่งเจียมู่ในวิดีโอคอลดูเหมือนจะยังตั้งตัวไม่ทัน เขาอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับมือถือให้ตรง ดูเหมือนจะหน้าแดงนิดๆ สายตาล่อกแล่กหน่อยๆ
เขากระแอมเบาๆ แล้วถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "คุณติดบ้านฯ เห็นผมไหมครับ?"
ละมุนเวอร์!!
ทำไมผู้ชายต้องมีสองเสียงด้วยฮะ?
พอผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เขาก็ใช้น้ำเสียงอ่อนโยนขนาดนี้ ถ้าไม่รู้ว่าเป็นเขา อวิ๋นซูเฉี่ยนคงต้องตะลึงไปพักใหญ่แน่
อวิ๋นซูเฉี่ยนสาบานว่าจะไม่ยอมส่งเสียงเด็ดขาด
ขืนเผลอหลุดโป๊ะแตกออกไป เธอคงต้องทำตัวเหมือนชาวดาวซานถี่ คือรีดน้ำออกจากตัวให้แห้งแล้วเอาไปเผาทิ้งซะ
ซ่งเจียมู่รออย่างสุภาพอยู่ครู่หนึ่ง พอเห็นอีกฝ่ายยังเงียบ หน้าจอก็มืดสนิท เลยถามซ้ำอีกครั้ง "ได้ยินผมพูดไหมครับ?"
ระหว่างนั้นอวิ๋นซูเฉี่ยนก็จ้องมองเขาตลอด
พูดตามตรง ความรู้สึกนี้มันแปลกพิกล
คนที่คุ้นเคยจนรู้นิสัยสันดาน กลับมาแสดงอีกด้านที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงให้เห็น จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนภาพจำที่เคยมีพังทลายลง และอยากจะรู้จักตัวตนของเขาให้มากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
ไอ้คนน่ารำคาญไม่เคยพูดกับเธอแบบนี้เลยนะ!
"ฮัลโหล? ไม่ได้ยินเหรอครับ? หรือว่าเน็ตไม่ดี เดี๋ยวผมลองเปลี่ยนเป็น 5G ดู..."
ซ่งเจียมู่ในวิดีโอพูดพึมพำกับตัวเองด้วยความเก้อเขิน ยื่นมือมาจิ้มๆ หน้าจอ สงสัยคงจะดึงแถบสถานะลงมาดูสัญญาณไวไฟ
ไอ้บ้าซ่งเจียมู่! ไอ้ทึ่มซ่งเจียมู่! อย่าว่าแต่ 5G เลย ต่อให้นายใช้ 6G นายก็ไม่เห็นฉันหรอกย่ะ!
อวิ๋นซูเฉี่ยนยอมส่งเสียงจนได้ เธอจงใจบีบเสียงให้เล็กแหลม เค้นเสียงออกมาจากลำคออย่างระมัดระวังหนึ่งคำ "อือ..."
อย่าว่าแต่ซ่งเจียมู่เลย ต่อให้แม่เธอมาฟัง ก็จำไม่ได้หรอกว่าเสียง 'อือ' คำเดียวนี้เป็นเสียงลูกสาวตัวเอง
ซ่งเจียมู่ที่ตั้งใจฟังอยู่ ถึงเสียงจะเบาหวิว แต่เขาก็ได้ยิน
อวิ๋นซูเฉี่ยนเห็นสีหน้าเขาเปลี่ยนไป เขาเอามือถูจมูก ดูเหมือนจะเขินอายนิดๆ ด้วย?
"ผมนึกว่าเน็ตมีปัญหาซะอีก แต่เสียงคุณเบามากเลย ภาพก็ไม่เห็น..."
อวิ๋นซูเฉี่ยนงัดมุกเดิมมาใช้ กลายร่างเป็นสาวเสียงสอง แต่ก็ไม่ได้ดัดจนเวอร์เกินไป อยู่ในระดับกึ่งๆ เสียงปกติกับเสียงดัด ประมาณเสียงอ้อนๆ ของผู้หญิงตอนเพิ่งตื่นนอนกระซิบข้างหู
เธอกระซิบเสียงเบาว่า "กล้องเสียน่ะค่ะ..."
ซ่งเจียมู่ดูผิดหวังเล็กน้อย แต่เดิมทีเขาก็เผื่อใจไว้แล้วว่าอาจจะโดนตัดสาย เลยไม่ได้ผิดหวังอะไรมาก และในฐานะสุภาพบุรุษ เขาก็ไม่ได้เซ้าซี้ขอดูหน้า ช่างมีมารยาทจริงๆ
อวิ๋นซูเฉี่ยนมองสำรวจสภาพห้อง คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกดสลับกล้องหน้าเป็นกล้องหลัง ภาพบนหน้าจอจึงปรากฏเป็นเท้าคู่เล็กน่ารักของเธอ
จากหน้าจอมืดสนิท จู่ๆ ก็มีภาพโผล่ขึ้นมา ซ่งเจียมู่ตื่นตัวขึ้นทันที
พอเห็นว่าเป็นเท้าเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะขยับหนีด้วยความเขินอาย เขายิ่งตื่นตัวเข้าไปใหญ่
เท้าของเด็กสาววางอยู่บนพรมขนสัตว์สีขาวที่ปูอยู่ข้างเตียง ยิ่งขับให้ผิวดูขาวเนียนละเอียด นิ้วเท้าทั้งห้าที่โผล่ออกมาเป็นสีชมพูระเรื่อดูสะอาดสะอ้าน ช่างสวยงามเหลือเกิน และตอนนี้มันกำลังงุ้มเข้าหากันด้วยความประหม่า
ซ่งเจียมู่ไม่ใช่พวกคลั่งเท้า แต่ก็อดชมไม่ได้ว่าสวยจริงๆ สวยระดับฟู้ดเกรด จะเอาไปเหยียบผักกาดดองทำผักดองสูตรโบราณก็ยังไหว
ดูจากเท้าคู่นี้ เจ้าของน่าจะตัวไม่สูงมาก แต่ผิวต้องขาวแน่นอน ข้อเท้าเล็กมาก แสดงว่าเป็นคนรูปร่างผอมเพรียว เล็บเท้าสีชมพูสุขภาพดี ไม่ได้ทาสีเล็บ ตัดแต่งเรียบร้อยมาก และดูจากพรมสีขาวสะอาดตาที่เห็นในฉาก น่าจะเป็นผู้หญิงที่รักความสะอาดและเรียบร้อย ชอบอยู่ติดบ้าน
นี่คือการวิเคราะห์นะ! ไม่ใช่ความคิดลามก! ซ่งเจียมู่หาเหตุผลมารองรับจินตนาการบรรเจิดในหัวตัวเองได้ในชั่วพริบตา
เขาชอบผู้หญิงตัวเล็ก เขาชอบผู้หญิงผิวขาว เขาชอบผู้หญิงเรียบร้อยรักบ้านรักเรือน
ผู้หญิงแบบนี้แหละ น่าจับมากอดให้จมอก เป็นหุ่นในฝันสำหรับรักแรกเลยทีเดียว
เงื่อนไขข้างต้น ถ้ามีข้อไหนตรงกับอวิ๋นซูเฉี่ยน ให้ถือว่าเป็นข้อยกเว้น
เขาว่ากันว่าดูเท้าก็บอกความสวยได้ แถมยังดูหน้าบอกได้ด้วยว่าเท้าเหม็นไหม สรุปคือแค่เห็นเท้าคู่นี้ ซ่งเจียมู่ก็พอใจมากแล้ว
"กล้องหลังชัดดีนะครับ คุณนั่งอยู่ข้างเตียงเหรอ?"
"อือ..."
อาจเป็นเพราะสาวน้อยสัมผัสได้ถึงสายตาหื่นกามหรืออะไรสักอย่าง ฟึ่บเดียว เท้าคู่นั้นก็หายวับไปจากหน้าจอ เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าของพรมสีขาว
ตรวจพบพวกโรคจิต +1!
ตอนที่ซ่งเจียมู่กำลังพินิจพิเคราะห์เท้าของเธอ อวิ๋นซูเฉี่ยนก็กำลังสังเกตสายตาของเขาอยู่เหมือนกัน
ไอ้คนน่ารำคาญนี่มีรสนิยมแปลกประหลาดจริงๆ ด้วย!
ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ในใจลึกๆ กลับมีความภูมิใจเล็กๆ ผุดขึ้นมา เธอรู้แหละว่าปกติซ่งเจียมู่จงใจแขวะเธอ เห็นไหมล่ะ ถ้าวางเรื่องสถานะลง อวิ๋นซูเฉี่ยนคนนี้ก็มีเสน่ห์ไม่เบาหรอกนะ
ซ่งเจียมู่เหมาเอาเองว่าที่คุณ 'ติดบ้านฯ' พูดน้อยเป็นเพราะความขี้อาย เลยเสนอทางเลือกให้ "งั้นเราพิมพ์คุยกันเหมือนเดิมดีไหมครับ?"
"อือ..."
เป็นผู้หญิงขี้อายจริงๆ ด้วยแฮะ พูดทีละคำสองคำ แถมเสียงยังเบาขนาดนี้
อวิ๋นซูเฉี่ยน ดูไว้ซะบ้างนะว่าการเป็นผู้หญิงเขาทำกันยังไง!
(จบแล้ว)