- หน้าแรก
- ผมว่า…ผมดันตกหลุมรักยัยเพื่อนสมัยเด็กเข้าแล้ว
- บทที่ 3 - ผมถึงแล้วนะครับ
บทที่ 3 - ผมถึงแล้วนะครับ
บทที่ 3 - ผมถึงแล้วนะครับ
"ประสาทกลับหรือไง..."
อวิ๋นซูเฉี่ยนมองข้อความในมือถือด้วยสีหน้าพิกล
อยู่ดีๆ ก็ส่งข้อความมาขอคืนดี หมอนี่มันทำตัวเป็นเด็กจริงๆ ด้วย!
พอลองใช้สมองอันชาญฉลาดขบคิดดูสักนิด เธอก็เข้าใจสาเหตุทันที หญิงสาวประคองมือถือพิมพ์ตอบกลับไปว่า
"อย่าคิดว่ามาเอาอกเอาใจแล้วฉันจะช่วยนายเช็กชื่อนะ ฉันเป็นหัวหน้าห้อง เรื่องโกงแบบนี้นายเลิกฝันไปได้เลย"
"..."
"นายกำลังไข่ตกเหรอ..."
"กรุณาอย่าทำให้เครื่องหมายจุดและลูกน้ำของผมแปดเปื้อน ยัยสาวหื่น"
"นายนั่นแหละหื่น!"
อวิ๋นซูเฉี่ยนปิดแอปวีแชต ไม่อยากจะเสวนากับหมอนี่ ขืนคุยต่อมีหวังความลับที่เธอเป็นสาวนักเขียนสายหื่นได้แตกพอดี
จริงๆ เธอก็ไม่ได้หื่นขนาดนั้นหรอกนะ แต่พวกคุณก็รู้ใช่ไหมล่ะว่าการเขียนนิยายให้มันดูวบๆ แวมๆ แต่ไม่ถึงกับโป๊เนี่ยมันเป็นศาสตร์ชั้นสูง เขียนไปนานวันเข้าเธอก็เลยกลายสภาพเป็นแบบนี้...
ระหว่างที่รถเมล์ยังไม่ถึงป้าย เธอจึงล็อกอินเข้าระบบหลังบ้านของนักเขียน เข้าไปปลอบประโลมเหล่าเบบี๋นักอ่านที่กำลังร้องไห้คร่ำครวญเพราะใบลาหยุดของเธอ จากนั้นก็แวะไปแปะอีโมจิทำหน้าตลกๆ ใต้ใบลาหยุดของ 'กระดาษพู่กัน' สักหน่อย
ไม่รู้ว่าเพื่อนทางจดหมายคนโปรดคนนี้ออกจากบ้านหรือยังนะ
พอโพสต์เสร็จ เธอก็เปิดแอปคิวคิว
สำหรับคนที่ชอบท่องโลกอินเทอร์เน็ต การมีไอดีคิวคิวสักสามสี่บัญชีถือเป็นเรื่องปกติพื้นฐาน
สาวติดบ้านจอมเปิ่น: "คุณออกจากบ้านหรือยังคะ?"
เธอส่งข้อความหา 'กระดาษพู่กัน'
อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
กระดาษพู่กัน: "ใกล้จะถึงแล้วครับ คุณล่ะ?"
สาวติดบ้านจอมเปิ่น: "ฉันเหรอ กำลังจะออกค่า!"
ผู้หญิงน่ะนะ มีลูกล่อลูกชนเยอะจะตายไป
ใจจริงก็ตื่นเต้นที่จะได้เจอกับคุณกระดาษพู่กัน แต่ในฐานะผู้หญิงก็ต้องระวังตัวไว้บ้าง เธอตั้งใจจะไปถึงก่อนเวลา จะได้แอบดูเขาได้ก่อน
ผู้หญิงวัยสิบเก้าหรือยี่สิบ มีใครบ้างที่ไม่เคยเพ้อฝันถึงความรัก
ไม่สิ ไม่ใช่แค่สิบเก้ายี่สิบหรอก ตราบใดที่ยังไม่หมดประจำเดือน ผู้หญิงก็คือสิ่งมีชีวิตช่างฝันทั้งนั้นแหละ
เคยมีคนบอกไว้ไม่ใช่เหรอว่ารักแรกที่ผู้หญิงมักจะหลงใหล ส่วนใหญ่มักจะเป็นพี่ชายข้างบ้านหรือพวกลูกพี่ลูกน้องอะไรทำนองนั้น
พอนึกถึงตอนเด็กๆ ที่เธอเคยบอกซ่งเจียมู่ว่าโตขึ้นจะแต่งงานกับเขา อวิ๋นซูเฉี่ยนก็หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที...
ให้ตายสิ... ยังดีที่หมอนั่นจำไม่ได้แล้ว!
แต่ตอนนั้นต้องยอมรับจริงๆ ว่าซ่งเจียมู่เป็นคนที่เธอปลื้มที่สุด เขาแก่กว่าเธอแค่วันสองวันแต่ดูแลเธอดีมาก ตอนเรียนอนุบาลด้วยกันเธอเป็นเหมือนเงาตามตัวของเขาเลยนะ
แต่หลังจากนั้น... หลังจากนั้นก็กลายเป็นไอ้บร้าน่ารำคาญ!
เด็กผู้หญิงโตเร็ว เด็กผู้ชายโตช้า บางทีช่องว่างระหว่างวัยอาจจะเริ่มจากตรงนี้ จนกลายเป็นกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลาง แล้วมันก็เป็นแบบนี้เรื่อยมา
ส่วน 'กระดาษพู่กัน' เขาเป็นคนอ่อนโยน พูดจาดี ไม่เหมือนใครบางคนที่ชอบพูดจาขวานผ่าซากใส่เธอตลอดเวลา
เขาจะหน้าตาเป็นยังไงนะ อาจจะเหมือนซ่งเจียมู่ก็ได้ สูงร้อยแปดสิบสาม หน้าตาจัดว่าหล่อเหมือนซ่งเจียมู่ ถึงจะไม่อยากยอมรับก็เถอะ แต่หมอนั่นหน้าตาดีในระดับที่สาวๆ ชอบจริงๆ นั่นแหละ...
หยุดความคิดเดี๋ยวนี้! ต้องเป็นเผิงอวี๋เยี่ยนสิ! ต้องหล่อเหมือนดาราอย่างเผิงอวี๋เยี่ยน ไม่ใช่เหมือนหมอนั่น!
การตั้งความหวังไว้สูงเกินไปก่อนเจอตัวจริงเป็นเรื่องอันตราย อวิ๋นซูเฉี่ยนก็แค่คิดเล่นๆ ในใจเธอก็เผื่อใจไว้แล้ว ขอแค่หน้าตาพอไปวัดไปวาได้ตามมาตรฐานค่าเฉลี่ยของนักอ่านในช่องคอมเมนต์ เธอก็โอเคแล้ว เพราะนี่แค่มาเจอเพื่อนทางจดหมาย ไม่ได้มาดูตัวหาคู่สักหน่อย
จินตนาการฉากตอนเจอกันไปเรื่อยเปื่อย เสียงประกาศบนรถเมล์ก็ดังขึ้น
[สถานีจัตุรัสวัฒนธรรม ถึงแล้วค่ะ ผู้โดยสารโปรดลงรถที่ประตูหลัง]
อวิ๋นซูเฉี่ยนรีบลุกขึ้น ขยับกระเป๋าสะพายใบเล็กมาไว้ด้านหน้า ใช้สองมือกอดไว้แล้วเดินตามฝูงชนลงจากรถ
จัตุรัสวัฒนธรรมมีพื้นที่กว่าสามหมื่นตารางเมตร ยิ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ในเดือนมีนาคมที่อากาศดีแบบนี้ ผู้คนยิ่งพลุกพล่าน มีทั้งครอบครัวพ่อแม่ลูกมาเล่นว่าว คู่รักเดินจูงมือป้อนขนมกันกระหนุงกระหนิง
สาวน้อยกระพริบตาปริบๆ มองไปรอบๆ สำรวจผู้คนที่เดินผ่านไปมา
สายตาของเธอคอยจับจ้องชายหนุ่มวัยประมาณยี่สิบปีที่เดินมาคนเดียว พยายามสังเกตหาคนที่มีบุคลิกตรงกับ 'กระดาษพู่กัน'
ยังเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัด แต่เธอก็มายืนอยู่แถวร้านชานมแล้ว
อวิ๋นซูเฉี่ยนไม่ได้เข้าไปในร้าน แต่หาที่นั่งตรงม้านั่งริมจัตุรัส
มือเรียวปัดชายกระโปรงจากด้านหลัง เธอนั่งลงอย่างเรียบร้อย กอดกระเป๋าใบเก่งไว้แนบอก สายลมพัดเส้นผมปลิวไสว ดวงตากลมโตคู่สวยกลอกกลิ้งไปมา สังเกตลูกค้าที่เดินเข้าออกร้านชานม
ตรงนี้ทำเลดีมาก นอกจากจะเห็นหน้าร้านแล้ว ยังมองผ่านกระจกใสเข้าไปเห็นที่นั่งด้านในได้ด้วย
เธอหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความหาคุณกระดาษพู่กัน
สาวติดบ้านจอมเปิ่น: "คุณถึงหรือยังคะ?"
กระดาษพู่กัน: "เพิ่งลงรถครับ คุณถึงไหนแล้ว?"
สาวติดบ้านจอมเปิ่น: "เดี๋ยวก็ถึงแล้วค่า!"
กระดาษพู่กัน: "งั้นผมเข้าไปจองที่นั่งในร้านก่อนนะ"
สาวติดบ้านจอมเปิ่น: "โอเคค่า!"
วางโทรศัพท์ลง อวิ๋นซูเฉี่ยนตั้งสมาธิมากขึ้น กวาดสายตามองกว้างขึ้น โดยเฉพาะคนที่เดินมาจากป้ายรถเมล์
คนนี้... อ้วนไป ไม่ใช่แน่ๆ
คนนี้... แก่ไป ตัดทิ้ง
คนนี้... ดูหนุ่มดีนะ แต่ทำไมหัวล้าน ไม่น่าใช่มั้ง
คนนี้... ??
ซ่งเจียมู่!!!
หมอนี่ตามเธอมาถึงที่นี่เลยเหรอ?
อวิ๋นซูเฉี่ยนกำลังจะลุกไปทักทาย เตรียมจะเยาะเย้ยเขาเรื่องเป็นคนขี้ตาม แต่สมองอันฉับไวก็สั่งการให้เธอนั่งลงทันที พร้อมกับรีบควักหน้ากากอนามัยในกระเป๋าออกมาปิดบังใบหน้าสวยๆ ไว้
เก่งมากซ่งเจียมู่ เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยก็ริจะมีแฟน จับได้คาหนังคาเขาเลยนะเนี่ย
อวิ๋นซูเฉี่ยนเข้าใจแจ่มแจ้งทันที มิน่าล่ะวันนี้ซ่งเจียมู่ถึงแต่งตัวดูดีผิดหูผิดตา แถมการบ้านวิชาหลักก็ไม่ยอมทำ ที่แท้ก็รีบออกมาเดตสาวนี่เอง!
อย่ามาดูถูกสัญชาตญาณของผู้หญิงนะ!
ถ้าออกมาเล่นเกมร้านเน็ตกับเพื่อนผู้ชาย หมอนี่ไม่มีทางแต่งตัวแบบนี้หรอก
พอเข้าใจตรรกะนี้ เธอก็พรางตัวให้มิดชิด ดวงตาคู่โตเหนือหน้ากากอนามัยจ้องเขม็งไปที่เขา
วันนี้นางสาวอวิ๋นซูเฉี่ยนจะขอดูนางจิ้งจอกสาวหน้าไหน ที่มาล่อลวงไอ้คนน่ารำคาญจอมหื่นคนนี้ได้!
ซ่งเจียมู่ลงรถแล้วก็เดินตรงดิ่งไปที่ร้านชานม เดินไปพลางดูมือถือไปพลาง เพื่อค้นหาว่าแถวนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง
เขาวางแผนไว้หมดแล้ว พอดื่มชานมเสร็จก็จะพาคุณ 'ติดบ้านฯ' ไปสวนสนุก ต่อด้วยกินข้าวเย็น แล้วก็ดูหนัง
แถมยังส่งข้อความบอกพ่อแล้วด้วยว่าเย็นนี้ไม่กลับไปกินข้าวบ้าน
ซ่งเจียมู่ผลักประตูเข้าร้านชานมก่อนเวลานัดยี่สิบนาที
ในขณะเดียวกัน สาวน้อยนักถ้ำมองถึงกับตะลึง
ทำไมเขานัดแฟนที่ร้านนี้!!
แล้วเดี๋ยวพอเธอไปเจอกับคุณกระดาษพู่กัน ก็ต้องจ๊ะเอ๋กับหมอนั่นเข้าจังๆ เลยน่ะสิ??
ไม่ได้การ!
เทียบกับการจับผิดแฟนสาวของซ่งเจียมู่ อวิ๋นซูเฉี่ยนห่วงความลับของตัวเองมากกว่า ขืนโดนหมอนั่นจับได้ เขาต้องเอามาข่มขู่ให้เธอทำเรื่องที่ไม่อยากทำแน่ๆ!
อวิ๋นซูเฉี่ยนรีบคว้ามือถือ เตรียมจะบอกให้คุณกระดาษพู่กันเปลี่ยนสถานที่นัด
แต่ข้อความจาก 'กระดาษพู่กัน' เด้งขึ้นมาซะก่อน
"ผมถึงแล้วนะครับ"
(จบแล้ว)