- หน้าแรก
- อยากเป็นบอสหน้าเลือด ไหงกลายเป็นพ่อพระแห่งวงการไปได้
- บทที่ 12 ชวนเฉียวเสียกินข้าว
บทที่ 12 ชวนเฉียวเสียกินข้าว
บทที่ 12 ชวนเฉียวเสียกินข้าว
บทที่ 12 ชวนเฉียวเสียกินข้าว
อาหารมื้อธรรมดาปาเข้าไปกว่าสองพันหยวน
ต้องบอกเลยว่าราคาแพงหูฉี่จริงๆ
แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า
นอกเหนือจากวัตถุดิบราคาแพงแล้ว รสชาติยังยอดเยี่ยมไร้ที่ติ
ในอนาคตถ้าฮั่นจิงมีเงินมากกว่านี้ เขาก็ยังยินดีที่จะมาทานที่อวี้เหยียนเก๋ออีก
หลังจากทานเสร็จ ฮั่นจิงไม่มีอารมณ์จะเดินช้อปปิ้งต่อกับเฟิงเหว่ย เขาขับรถไปส่งเธอที่ตึกบริษัทแล้วก็ขับออกมา
พอกลับถึงชุมชนฉางหลิง ฮั่นจิงส่งข้อความหาจูเซียง ชวนไปเล่นเกมที่ร้านเน็ต แต่น่าเสียดายที่คืนนี้จูเซียงต้องทำโอที
ฮั่นจิงไม่อยากไปร้านเน็ตคนเดียว เลยจอดรถแล้วกลับขึ้นห้อง
อย่างที่คำโบราณว่าไว้ เมื่ออิ่มท้องอุ่นกาย ใจก็เริ่มถวิลหาหญิงงาม
ฮั่นจิงนึกขึ้นได้ว่ายังติดค้างเลี้ยงข้าวเฉียวเสียอยู่มื้อหนึ่ง ลังเลอยู่ครู่เดียวก็ส่งข้อความหาเธอ
“อยู่ไหมครับ”
ตัดภาพมาที่ดูเพล็กซ์หรูในโครงการหว่านเซี่ยงซานจวง
เฉียวเสียในชุดนอนบางเบากำลังนอนเล่นโทรศัพท์บนโซฟาอย่างสบายอารมณ์
จู่ๆ ได้รับข้อความจากฮั่นจิงก็ทำเอาเธอชะงักไปเล็กน้อย
สำหรับพนักงานส่งอาหารที่เพิ่งเจอกันแค่สองครั้งคนนี้ เฉียวเสียมีความประทับใจที่ดีต่อเขา
เขาเป็นคนมีความรับผิดชอบ
ตอนที่เขาชนรถเธอ แถวนั้นไม่มีกล้องวงจรปิดและไม่มีคนเดินผ่าน
ถ้าฮั่นจิงจะหนีไป เธอก็ทำอะไรไม่ได้
แต่ฮั่นจิงกลับไม่ทำแบบนั้น เขาโทรหาเธอและยืดอกรับผิดชอบเอง
เฉียวเสียเปิดแอปพลิเคชันหนึ่งขึ้นมาแล้วตอบกลับไปว่า “อยู่ค่ะ มีอะไรเหรอ”
ฮั่นจิงตอบกลับ “ครั้งก่อนผมสัญญาว่าจะเลี้ยงข้าวคุณไม่ใช่เหรอครับ วันนี้เงินเดือนออก พอดีพรุ่งนี้ว่างไหมครับ ผมจะเลี้ยงเอง”
“ยังจำได้อีกเหรอคะ ฉันแค่พูดเล่นเฉยๆ คุณหาเงินลำบาก ไม่ต้องเลี้ยงหรอกค่ะ” เฉียวเสียไม่อยากให้ฮั่นจิงต้องสิ้นเปลือง
เธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้มีเงินมากมาย
ฮั่นจิงยืนกราน “แต่ผมพูดจริงนะครับ คราวก่อนที่ผมชนรถคุณ ก็ได้คุณใจดีช่วยลดค่าเสียหายให้ตั้งเยอะ ให้ผมเลี้ยงข้าวขอบคุณสักมื้อเถอะครับ ไม่งั้นผมคงไม่สบายใจ”
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เฉียวเสียก็ตอบกลับ “ก็ได้ค่ะ”
พอเห็นเฉียวเสียตกลง ฮั่นจิงก็ดีใจ “งั้นพรุ่งนี้สะดวกมื้อเที่ยงหรือมื้อเย็นครับ”
“ได้ทั้งนั้นค่ะ” ช่วงนี้ปิดเทอมฤดูร้อน นอกจากไปช่วยงานที่ร้านของลุงบ้างเป็นครั้งคราว ปกติเฉียวเสียก็ไม่ค่อยมีอะไรทำอยู่แล้ว
“งั้นเป็นมื้อเย็นนะครับ เดี๋ยวผมจองร้านแล้วจะส่งโลเคชั่นไปให้”
เหตุผลที่ฮั่นจิงเลือกมื้อเย็นเพราะคิดว่าหลังกินข้าวเสร็จจะได้ไปเดินเล่นหรือดูหนังด้วยกันต่อ
ตอนกลางวันอากาศร้อนเกินไป คงไม่มีใครอยากออกไปไหน
หลังจากนัดแนะเวลากับเฉียวเสียเรียบร้อย ฮั่นจิงก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
จะว่าไป นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเป็นฝ่ายรุกจีบผู้หญิงก่อน แถมยังเป็นคนสวยขนาดนี้ด้วย
ส่วนแฟนเก่าคนนั้น เขาไปสารภาพรักเพราะแรงยุจากคนรอบข้าง
ไม่คิดว่าจะทำสำเร็จ
มารู้ทีหลังว่าแฟนเก่าก็แค่อยากหาคนคบแก้เหงา ไม่ได้ชอบเขามากมายอะไร
พอถึงวัยที่ต้องแต่งงาน รู้ว่าฮั่นจิงไม่มีเงิน เธอก็ขอเลิกอย่างเด็ดขาด
แต่แฟนเก่าคนนั้นก็นิสัยใช้ได้
ตลอดเวลาที่คบกันไม่เคยเรียกร้องอะไรเกินตัว นานๆ ครั้งยังซื้อของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้ฮั่นจิงด้วย
ดังนั้นแม้จะเลิกกันไป ฮั่นจิงก็ไม่เคยโกรธเคืองเธอเลย
หกโมงเย็น ที่หน้าภัตตาคารอวี้เหยียนเก๋อ
ฮั่นจิงรออยู่ประมาณสิบนาที ก็เห็นรถบีเอ็มดับเบิลยูมินิสีแดงขับเข้ามาในลานจอดรถของอวี้เหยียนเก๋อ
จำได้ว่าเป็นรถของเฉียวเสีย ฮั่นจิงจึงรีบเดินเข้าไปหา
เฉียวเสียลงจากรถ เห็นฮั่นจิงก็รีบขอโทษ “ขอโทษทีค่ะ รถติดมากเลย”
ฮั่นจิงยิ้มส่ายหน้า “ไม่เป็นไรครับ ผมก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน”
เฉียวเสียล็อกรถ มองดูอวี้เหยียนเก๋อตรงหน้า คิ้วสวยขมวดมุ่นเล็กน้อย
“ทำไมจองที่นี่ล่ะคะ ที่นี่แพงมากเลยนะ”
ฮั่นจิงอธิบายแก้เก้อ “อาหารที่นี่อร่อยครับ ผมกลัวว่าถ้าร้านอื่นจะดูไม่จริงใจพอ”
“ฉันไม่ใช่คนเรื่องมากขนาดนั้นสักหน่อย” เฉียวเสียค้อนใส่ฮั่นจิง “ไปกันเถอะ จองโต๊ะแล้วนี่ จะไม่กินก็ไม่ได้แล้ว”
ฮั่นจิงพยักหน้าแล้วเดินเข้าอวี้เหยียนเก๋อพร้อมกับเฉียวเสีย
พนักงานพาไปที่ห้องส่วนตัว ฮั่นจิงรับเมนูมาส่งต่อให้เฉียวเสีย
“คุณสั่งเลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ เดือนนี้ผมได้เงินเดือนเยอะ ไม่ต้องช่วยผมประหยัดนะ”
เฉียวเสียรับเมนูจากฮั่นจิง พลิกดูผ่านๆ แล้วสั่งอาหารราคาค่อนข้างถูกมาสองอย่าง
“โอเคค่ะ สั่งเรียบร้อย”
ฮั่นจิงรู้ว่าเฉียวเสียช่วยประหยัดเงินให้ เขารู้สึกซึ้งใจเล็กน้อย
แต่อาหารที่อวี้เหยียนเก๋อจานเล็กนิดเดียว สองอย่างดูโหรงเหรงเกินไป ที่สำคัญคือไม่อิ่มแน่
ฮั่นจิงเลยดึงเมนูมาสั่งเพิ่มอีกห้าหกอย่าง
เฉียวเสียรีบห้าม “แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ สั่งเยอะกินไม่หมด เสียดายของ”
“ครับๆ” ฮั่นจิงยอมปิดเมนูแต่โดยดีแล้วส่งคืนพนักงาน
พอพนักงานออกไป เฉียวเสียก็ถามด้วยความสงสัย “เงินเดือนส่งอาหารนี่ได้เยอะมากเลยเหรอคะ”
เธอสงสัยจริงๆ นั่นแหละ
การที่ฮั่นจิงกล้าพาเธอมาเลี้ยงที่อวี้เหยียนเก๋อ แสดงว่าเดือนนี้เขาต้องได้เงินเยอะพอสมควร
“ส่งอาหารเป็นงานพาร์ตไทม์ครับ งานหลักผมทำด้านการลงทุน” ฮั่นจิงอธิบาย
แม้จะบอกว่าอาชีพไม่มีแบ่งชนชั้น
แต่มุมมองคนส่วนใหญ่ก็ยังมองว่างานส่งอาหารต้อยต่ำ
โดยเฉพาะกับสาวสวยบางคน
ฮั่นจิงไม่ได้จีบเฉียวเสียเพื่อจะไปเกาะกิน
วิธีจีบหญิงที่ดีที่สุดคือการแสดงคุณค่าของตัวเองและใช้เสน่ห์ดึงดูด
เฉียวเสียทำหน้าบางอ้อ “มิน่าล่ะ! ได้ยินว่าคนทำด้านการลงทุนรวยกันทั้งนั้น”
“ก็พอได้ครับ สูงกว่างานทั่วไปหน่อย” ความจริงฮั่นจิงคิดว่าไม่ว่าวงการไหน ถ้าไปถึงจุดสูงสุดก็ทำเงินได้ทั้งนั้น
ต่อให้เก็บขยะขายก็เป็นเศรษฐีได้
เฉียวเสียพยักหน้าเบาๆ เธอไม่ค่อยสนใจเรื่องงานเท่าไหร่ ชอบเรื่องชาวบ้านมากกว่า
“แล้วเรื่องคู่ดูตัวคราวที่แล้วเป็นไงบ้างคะ”
“หลังวันนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยครับ ฝ่ายหญิงเขาไม่ชอบผม เพราะเห็นว่าฐานะผมไม่ดี”
ฮั่นจิงดูเฉยเมยกับเรื่องนี้มาก
พอมีระบบ เขาก็มีความมั่นใจ และไม่สนด้วยว่าเฉียวเสียจะดูถูกเขาหรือไม่
จีบได้ก็จีบ จีบไม่ได้ก็หาใหม่
ผู้หญิงในประเทศมังกรมีตั้งเยอะแยะ คนสวยระดับเฉียวเสียก็มีไม่น้อย
เฉียวเสียปลอบใจ “อย่าท้อนะ ผู้หญิงคนนั้นไม่ชอบคุณถือว่าตาไม่ถึง ในอนาคตคุณต้องเจอคนที่ดีกว่าแน่ๆ”
ตอนพูด เฉียวเสียคิดแบบนั้นจริงๆ
เธอรู้สึกว่าฮั่นจิงมีความรับผิดชอบและใฝ่ดี อนาคตต้องไปได้ไกลแน่
“ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ” ฮั่นจิงยกแก้วน้ำขึ้นชนกับเฉียวเสีย หลังจากวางแก้วลง เขาก็ยิ้มแล้วถามว่า “แล้วคุณล่ะครับ สวยขนาดนี้ แฟนต้องโปรไฟล์ดีมากแน่ๆ เลยใช่ไหม”