เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9: ซื้อรถใหม่

บทที่ 9: ซื้อรถใหม่

บทที่ 9: ซื้อรถใหม่


บทที่ 9: ซื้อรถใหม่

ตอนเที่ยง ฮั่นจิงไหว้วานให้เฟิงเว่ยสั่งอาหารเดลิเวอรี่ให้

ตอนนี้มีเงินสดอยู่ในมือกว่าสองหมื่นหยวนแล้ว ฮั่นจิงก็ไม่อยากจะลำบากตรากตรำไปส่งอาหารเดลิเวอรี่อีกต่อไป

ยังไงซะ การต้องตากแดดตากลมก็ทำให้เขาผิวคล้ำขึ้นไปไม่น้อย

ตอนนี้เขาเป็นถึงผู้จัดการทั่วไปของบริษัท ก็ต้องใส่ใจภาพลักษณ์ของตัวเองบ้าง จริงไหม?

อีกอย่าง ถ้าพนักงานมาเห็นเขาขับรถส่งอาหาร มันก็คงดูไม่จืด

ระหว่างกินมื้อเที่ยง โจวไฉ่เหลียน ผู้เป็นแม่ก็โทรมาอีกครั้ง

ฮั่นจิงรู้จุดประสงค์ของแม่ได้โดยไม่ต้องคิด

หลังจากถามไถ่สารทุกข์สุกดิบตามประสาแม่ลูก โจวไฉ่เหลียนก็วกเข้าเรื่องถานซือตามที่ฮั่นจิงคาดไว้

"ลูกชาย ผู้หญิงที่ไปดูตัวเมื่อวานเป็นยังไงบ้าง?"

ฮั่นจิงไม่อยากโกหกแม่ จึงตอบไปตามความจริง "แม่ เขาคงไม่สนใจผมหรอก เขาติงว่าเงินเดือนผมไม่สูงพอ"

พอคิดถึงงานของลูกชาย โจวไฉ่เหลียนก็ถอนหายใจ "ทำไมลูกไม่เลิกทำงานขาย แล้วลองไปสอบข้าราชการดูล่ะ?"

"แม่ เดือนที่แล้วผมเพิ่งเปลี่ยนสายงาน ตอนนี้ทำงานบริษัทลงทุน เงินเดือนและสวัสดิการก็ใช้ได้เลยนะ"

ฮั่นจิงเกริ่นนำกับแม่ไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดรวยขึ้นมาทีหลังจะอธิบายกับที่บ้านลำบาก

โจวไฉ่เหลียนถามด้วยความสงสัย "บริษัทลงทุนเขาทำอะไรกันเหรอ?"

"ก็หาโครงการ ลงทุนเงิน แล้วก็รอรับผลกำไรนั่นแหละครับ" ฮั่นจิงไม่ได้อธิบายละเอียดมากนัก "เอาเป็นว่าวงการนี้ทำเงินดีมากครับ"

"เดือนที่แล้ว เงินเดือนบวกโบนัสของผมรวมแล้วได้หมื่นกว่าหยวนแน่ะ"

น้ำเสียงของโจวไฉ่เหลียนฟังดูดีใจ "ได้เงินเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ? ลูกชาย แม่ว่าลูกเลือกงานถูกทางแล้วล่ะ!"

"วงการนี้ต่อไปจะยิ่งทำเงินได้มากกว่านี้อีก แม่กับพ่อรอเสวยสุขจากลูกชายคนนี้ได้เลย" ฮั่นจิงพูดพร้อมรอยยิ้ม

โจวไฉ่เหลียนหัวเราะร่า "ได้สิ งั้นแม่จะรอเสวยสุขจากลูกนะ"

ฮั่นจิงพูดด้วยรอยยิ้ม "อีกไม่กี่ปี ผมจะซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ในเมืองซิง จ้างแม่บ้าน แล้วรับพ่อกับแม่มาอยู่ด้วยกัน"

"ถึงตอนนั้นพ่อกับแม่ไม่ต้องทำอะไรเลย วันๆ ก็แค่นั่งเล่นไพ่ หรือไม่ก็ช่วยเลี้ยงหลานก็พอ"

'ขนมวาด' [1] ที่ลูกชายวาดฝันไว้นั้นช่างหอมหวาน โจวไฉ่เหลียนรับไว้ทั้งหมดอย่างมีความสุข

"งั้นแม่จะรอวันนั้นนะ แม่อยากอุ้มหลานเต็มแก่แล้ว"

หลังจากกล่อมแม่จนวางสายไปด้วยความเบิกบาน ฮั่นจิงก็ถอนหายใจยาว

ในที่สุดก็จัดการเรื่องดูตัวได้สักที

เดิมทีฮั่นจิงตั้งใจจะโอนเงินไปให้แม่เพื่อแสดงความกตัญญู แต่คิดไปคิดมาก็ตัดสินใจรอจนถึงวันที่ 5 ซึ่งเป็นวันจ่ายเงินเดือนพนักงานก่อนดีกว่า

ยิ่งคำโกหกใกล้เคียงกับความจริงมากเท่าไหร่ คนก็ยิ่งเชื่อได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

เมื่อกิจการของบริษัทขยายตัว ภาระงานของฮั่นจิงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สาเหตุหลักก็คือข้อจำกัดของระบบที่มีมากเกินไป

มีหลายเรื่องที่ฮั่นจิงไม่สามารถมอบหมายให้ลูกน้องจัดการแทนได้

อำนาจด้านบุคคล การเงิน และการตัดสินใจลงทุนโครงการ ทั้งหมดนี้ต้องได้รับการอนุมัติและลงนามโดยฮั่นจิงก่อนจึงจะดำเนินการได้

กว่าเขาจะจัดการงานในมือเสร็จ พนักงานในบริษัทก็เลิกงานกันหมดแล้ว

เฟิงเว่ยตั้งท่าจะอยู่เป็นเพื่อนฮั่นจิงที่บริษัท แต่ฮั่นจิงไล่ให้เธอกลับบ้านไปเลย

ยังไงซะเฟิงเว่ยก็ไม่มีธุระด่วนอะไรต้องอยู่ต่อ และฮั่นจิงก็ไม่อยากให้เธอเสียเวลาเลิกงาน

เพราะการทำงานล่วงเวลาต้องจ่ายค่าโอที

ฮั่นจิงเลิกหวังเรื่องกำไรของเดือนนี้ไปแล้ว แต่เพื่อผลกำไรของเดือนหน้า อะไรที่ประหยัดได้ ฮั่นจิงก็จะประหยัด

เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปสามวัน

ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ฮั่นจิงไม่ได้ออกไปส่งอาหารเดลิเวอรี่อีก หลังจากสะสางงานบริษัทเสร็จ เขาก็ขลุกอยู่ในห้องทำงาน เล่นเกมบ้าง อ่านนิยายบ้าง

ตอนเที่ยง หลังจากฮั่นจิงงีบหลับเสร็จ เฟิงเว่ยก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

"บอสคะ รถของบริษัทเราไปรับมาแล้วนะคะ"

ฮั่นจิงหูผึ่งทันที "พาผมไปดูหน่อย"

ไม่นาน ทั้งสองก็ลงมาข้างล่างและเห็นรถตู้เมอร์เซเดส-เบนซ์สีดำกับปอร์เช่ พานาเมร่าสีขาวจอดอยู่

ฮั่นจิงดูรถตู้เมอร์เซเดส-เบนซ์ก่อน การตกแต่งภายในหรูหรา นั่งสบายมาก

หลังจากดูรถตู้เสร็จ ฮั่นจิงก็เดินไปที่รถปอร์เช่ของเขา ตัวถังรถที่โฉบเฉี่ยวและรูปลักษณ์ที่ดูภูมิฐานและมั่นคง ตรงกับรสนิยมของฮั่นจิงอย่างที่สุด

ฮั่นจิงรับกุญแจรถปอร์เช่จากเฟิงเว่ย นั่งลงที่เบาะคนขับแล้วลองสัมผัสอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง

เฟิงเว่ยนั่งที่เบาะข้างคนขับแล้วยิ้ม "บอสคะ อยากลองขับวนดูสักรอบไหมคะ?"

"ก็ได้ คุณช่วยดูทางให้ผมหน่อยนะ ทักษะการขับรถของผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่"

ฮั่นจิงได้ใบขับขี่มาตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย

แม้จะสอบผ่านในครั้งเดียว แต่หลังจากได้ใบขับขี่มา เขาก็แทบไม่ได้แตะรถอีกเลย

หลังจากได้รับการชี้แนะจากเฟิงเว่ย ฮั่นจิงก็สตาร์ทรถและค่อยๆ ขับออกสู่ถนน

หลังจากปรับตัวได้สักพัก ความเร็วรถก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น

หลังจากขับวนรอบบริษัทไปสองรอบ ฮั่นจิงก็ขับรถกลับมา

เมื่อฮั่นจิงจอดรถสนิท เฟิงเว่ยก็ถามด้วยรอยยิ้มร่าเริง "บอสคะ ความรู้สึกตอนขับปอร์เช่เป็นยังไงบ้างคะ?"

ใบหน้าของฮั่นจิงเผยรอยยิ้มพอใจ "ขับสบายมากครับ แม้แต่มือใหม่อย่างผมก็ปรับตัวได้เร็ว"

สมกับเป็นรถหรูราคาหลายล้าน แทบไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกบนท้องถนนเลย การออกตัวและหยุดรถก็นิ่มนวลมาก

"แน่นอนค่ะ คุณภาพตามราคาอยู่แล้ว" เฟิงเว่ยเห็นด้วยอย่างยิ่ง

เธอไปศูนย์บริการ 4S กับคนอื่นเพื่อซื้อรถคันนี้ ดังนั้นเธอจึงได้สัมผัสสมรรถนะและความสะดวกสบายของรถมาแล้ว

หลังจากได้ขับรถหรูราคาหลายล้านแบบนี้ เฟิงเว่ยก็รู้สึกไม่อยากกลับไปขับรถออดี้ของตัวเองอีกเลย

พอกลับถึงบริษัท ฮั่นจิงก็สั่งเฟิงเว่ยว่า "ให้ฝ่ายบุคคลรับสมัครคนขับรถด้วยนะ ขอคนที่ซื่อสัตย์และไว้ใจได้"

"รับทราบค่ะบอส" เฟิงเว่ยรับคำ

ฮั่นจิงเห็นว่าไม่มีอะไรต้องทำที่บริษัทแล้ว จึงเลิกงานกลับบ้าน

วันนี้ได้รถใหม่มา ก็ต้องขอขับให้หนำใจหน่อย

เขาลงมาที่ใต้ตึกบริษัท

ฮั่นจิงเมินรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าบุโรทั่งที่จอดอยู่ไม่ไกล แล้วก้าวขึ้นรถปอร์เช่คันใหม่ค่อยๆ ขับออกจากอาคารจงเทียน

การขับรถคนเดียวบนถนน ฮั่นจิงยังคงรู้สึกประหม่ามาก

มือทั้งสองข้างกำพวงมาลัยแน่น ตัวนั่งตรง สายตาจดจ่ออยู่กับถนนข้างหน้า

ท่านั่งขับรถแบบนี้มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นมือใหม่

โชคดีที่วันนี้รถบนถนนไม่เยอะ ฮั่นจิงเลยไม่ต้องกังวลว่าจะไปเฉี่ยวชนรถคนอื่นเข้า

หลังจากขับวนเล่นแถวเขตฟู่ซินอยู่พักใหญ่ พอเห็นรถเริ่มเยอะขึ้น ฮั่นจิงก็ขับมุ่งหน้ากลับที่พัก

ฮั่นจิงพักอยู่ในเขตที่พักอาศัยฉางหลิง ซึ่งเป็นเขตรองรับผู้ถูกเวนคืนที่ดิน

ที่นี่ไม่มีที่จอดรถประจำ และด้วยจำนวนรถที่หนาแน่นในชุมชน การหาที่จอดรถจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

ฮั่นจิงขับวนรอบชุมชนไปหนึ่งรอบ ในที่สุดก็เจอที่ว่าง

แต่ตำแหน่งที่จอดรถนั้นไม่ค่อยดีนัก

ฮั่นจิงต้องขยับรถเข้าออกอยู่นานกว่าจะจอดเข้าซองได้สำเร็จ

หลังจากลงจากรถ เขาเดินสำรวจรอบรถหนึ่งรอบ เมื่อแน่ใจว่าจอดเข้าที่เรียบร้อยดีแล้ว จึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ดูเหมือนเขาจะต้องฝึกฝีมือให้มากกว่านี้ซะแล้ว

ไม่อย่างนั้น เป็นผู้ชายอกสามศอกแต่จอดรถไม่เก่ง มันน่าขายหน้าแย่

จบบทที่ บทที่ 9: ซื้อรถใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว