- หน้าแรก
- ขอโทษครับ ผมเป็นคุณชาย
- บทที่ 12 ร่างกายที่แข็งแรง
บทที่ 12 ร่างกายที่แข็งแรง
บทที่ 12 ร่างกายที่แข็งแรง
บทที่ 12
ซูมู่ที่ได้กุญแจรถมาก็ตรงขึ้นรถทันที
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของอาฝู การกระทำของซูมู่ลื่นไหลต่อเนื่องราวกับมืออาชีพ
สตาร์ทรถ เข้าเกียร์ เหยียบคันเร่ง…
เสียง “บรืนๆ..” คำรามดังขึ้นมาเพียงชั่วพริบตา รถแลมโบร์กินีสปอร์ตของซูมู่ก็ทะยานออกจากโรงเก็บรถไปแล้ว
“คุณชาย ขับช้าหน่อยสิครับ!”
เสียงร้องของอาฝูถูกเสียงคำรามของเครื่องยนต์กลบหายไปจนหมด ไม่อาจลอดเข้าไปถึงหูของซูมู่ได้แม้แต่น้อย
“ดูท่าฉันคงต้องรีบไปติดต่อสอบใบขับขี่ให้คุณชายซะแล้วสิ”
อาฝูพึมพำกับตัวเอง
ก็คุณชายมีฝีมือขับรถระดับนี้ จะไปต้องพึ่งครูฝึกสอนอีกทำไมกัน?
คำตอบแน่นอนว่าไม่จำเป็น!
ที่นี่คือย่านคนรวย ถนนหนทางจึงถูกสร้างไว้อย่างกว้างขวางหรูหรา
ซูมู่ที่ได้รับทักษะ “นักขับขั้นเทพ” มาครอบครอง ขับรถได้คล่องแคล่วราวกับร่างกายและรถเป็นหนึ่งเดียว
ปราสาทของตระกูลซูตั้งอยู่บนยอดเขา
ตลอดทางที่ขับลงมา เขาไม่พบเจอรถคันอื่นเลยสักคัน
ซูมู่เปิดเครื่องเสียงขึ้น ปล่อยให้เสียงเพลงกับความเร็วพาไปสู่ความเร้าใจสุดขั้ว
ทว่าระหว่างทางตรงเชิงเขา จู่ๆ รถสปอร์ตสีแดงคันหนึ่งก็แล่นออกมาจากทางแยกด้านข้าง
ซูมู่ไม่ได้ใส่ใจนัก
ก็แถวนั้นมีแต่ปราสาทหรู การที่เจ้าของบ้านจะขับซูเปอร์คาร์ออกมาสักคันสองคันถือเป็นเรื่องปกติ
“เสียง บรืนๆๆ..”
แต่สิ่งที่เกินคาดก็คือ รถสปอร์ตสีแดงคันนั้นกลับเร่งความเร็วพรวดเดียว แซงหน้าแลมโบร์กินีของซูมู่ไปอย่างง่ายดาย!
“หึ กล้ามาอวดเก่งต่อหน้าฉัน?”
ซูมู่เหลือบมอง เห็นได้ชัดว่ารถคันนั้นคือ 'เฟอร์รารี่ 599'
ด้วยทักษะนักขับขั้นเทพที่สิงอยู่กับเขา มีหรือซูมู่จะยอมให้ใครมาข่มเหนือกว่าได้!
เขาเหยียบคันเร่งเพิ่มเล็กน้อย หมุนพวงมาลัยเบาๆ ก็พารถแลมโบร์กินีสปอร์ตแซงเฟอร์รารี่ 599 ได้อย่างสบายๆ
ในจังหวะที่วิ่งพ้นไป ซูมู่หันไปมองเล็กน้อย
คนที่ขับเฟอร์รารี่ 599กลับกลายเป็นหญิงสาวสวยคนหนึ่ง!
สาวงามกับรถหรู เมื่อตัดกับเฟอร์รารี่ 599 คันนั้น ยิ่งทำให้คะแนนความงดงามในสายตาของซูมู่พุ่งขึ้นเต็มสิบ
แน่นอน เขาเพียงแต่ชื่นชมความงามเพียงชั่วแวบ มิได้คิดอะไรเกินเลยในใจ
“เพื่อเธอ ฉันยอมรับลมหนาว…”
ซูมู่ฟังเพลงเบาๆ ไปกับจังหวะ ทันใดนั้น สายตาก็เห็นเงาสีแดงวิ่งฉิวพุ่งผ่านไปอีกครั้ง!
เฟอร์รารี่ 599 ไม่ยอมแพ้ แซงกลับไปอีกครั้งทันที
“อืม แบบนี้แหละถึงจะมันส์!”
ซูมู่ไม่คิดเลยว่าหญิงสาวคนนี้จะมีใจรักการแข่งขันขนาดนี้ ถึงกล้าแซงกลับมาได้อีก
แต่ทักษะ “นักขับขั้นเทพ” ของตัวเขา ไม่ได้มีไว้แค่ประดับโชว์แน่นอน
อย่าว่าแต่สาวสวยคนนี้เลย ต่อให้เป็นนักแข่งรถมืออาชีพก็มิใช่คู่ต่อสู้ของซูมู่!
เพียงแค่บิดพวงมาลัยเบาๆ เหยียบคันเร่ง แล้วหมุนพวงมาลัยกลับอีกที เฟอร์รารี่ 599 ก็ถูกซูมู่ทิ้งห่างไปอีกครั้ง
หลังจากนั้นก็เป็นเกมซ้ำเดิม เฟอร์รารี่ 599 พยายามแซง แลมโบร์กินีกดดันไม่ให้ผ่าน ลองแซงอีกก็ยังถูกบดขยี้อยู่ดี
“ไม่เล่นกับเธอแล้ว ฉันจะกลับบ้าน”
ถ้าเล่นซ้ำไปซ้ำมา ก็ไม่มีความสนุกอีกต่อไป
ซูมู่หมุนพวงมาลัยหักเลี้ยวกลับที่ทางแยกด้านหน้าอย่างสวยงาม โดยไม่เหยียบเบรกแม้แต่น้อย
“บ๊ายบาย”
ในจังหวะที่แลมโบร์กินีสวนกับเฟอร์รารี่ 599 ซูมู่ก็ชูมือโบกเบาๆ ต่อสาวสวยคนนั้นผ่านกระจกหน้าต่างรถ
ด้วยความเร็วที่ทั้งสองฝ่ายขับอยู่ ซูมู่ย่อมไม่ทันเห็นปฏิกิริยาของสาวสวย
เหตุการณ์เล็กๆ ระหว่างทางนี้ เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไรนัก ขับตรงกลับไปยังปราสาทของตระกูลซูอย่างสบายๆ
วันนี้ ตระกูลซูจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ขึ้นมา เพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันที่ปราสาท
ซูรุ่ยจื้อและไป๋ซิ่วผิงก็รีบกลับมาถึงปราสาทตั้งแต่เนิ่นๆ
ซูจวินเฉียงนั่งประจำที่นั่งหัวโต๊ะ ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตา ล้อมวงรับประทานอาหารด้วยบรรยากาศแห่งความสุข นับเป็นมื้ออาหารแห่งการพร้อมหน้าอย่างแท้จริง
เมื่อมื้อเย็นสิ้นสุดลง ก็เหลือเพียงซูมู่ที่ไม่มีธุระอะไรต้องทำ
ส่วนซูรุ่ยจื้อและไป๋ซิ่วผิงต่างเข้าไปในห้องหนังสือของคุณปู่ เพื่อรายงานความคืบหน้าล่าสุดเรื่องบริษัทเตรียมเข้าตลาดหุ้น
“เฮ้อ… น่าเบื่อจริงๆ”
ซูมู่นั่งอยู่ในสวนดอกไม้ของปราสาท พลันรู้สึกสงสารคุณปู่ขึ้นมา
สิบแปดปีที่ผ่านมา ปู่ต้องอยู่เพียงลำพังในปราสาทใหญ่โตเช่นนี้ มันช่างเงียบเหงาเกินไปนัก
ซูมู่ยังจำได้ดีว่า ย่าได้จากไปตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ
ปู่กับย่ามีความผูกพันลึกซึ้ง คุณปู่ไม่เคยคิดจะหาคู่ครองใหม่ และใช้ชีวิตอยู่อย่างเดียวดายตลอดมา…
เมื่อวานซูมู่ยังรู้สึกอิจฉาปู่ ที่ได้อยู่ในปราสาทใหญ่โตเช่นนี้ทุกวัน
แต่พอมานั่งอยู่เพียงลำพังในสวนดอกไม้ ซูมู่ถึงได้สัมผัสได้จริงๆ ว่าความเหงาที่ปู่ต้องเผชิญนั้นหนักหนาเพียงใด
เขาสะบัดหัวเบาๆ แล้วตัดสินใจ ว่าควรหากิจกรรมอะไรสักอย่างทำจะดีกว่า
เดิมทีเขาคิดไว้ว่าจะไปฟิตเนสในวันพรุ่งนี้
ไม่คาดคิดเลยว่าวันนี้ตนเองจะได้ตกลงคบหากับเจียงซินเสวียนเป็นแฟนเสียแล้ว
พอนึกถึงที่ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะไปเดินเล่นช็อปปิ้งด้วยกันในวันพรุ่งนี้ ซูมู่จึงตัดสินใจว่า คืนนี้ควรไปออกกำลังกายเสียก่อน
รูปร่างแมนๆ ที่เขาใฝ่ฝันนั้น หากไม่ลงมือจริงจัง ก็คงไม่มีทางได้มาแบบฟรีๆ แน่นอน
ซุเปอร์แอลเอ็มฟิตเนสคลับอยู่กลางเมือง ต่อให้เขามีทักษะ “นักขับขั้นเทพ” ติดตัวแล้วก็ตาม ซูมู่ก็ยังไม่อยากเสี่ยงขับรถออกไปโดยไม่มีใบขับขี่
“อาฝู ให้เสี่ยวหวังไปส่งฉันที่หนึ่ง”
“อ้อ…เปลี่ยนคันด้วย”
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบแลมโบร์กินีเอสยูวีคันนั้นหรอกนะ แต่ในเมื่อโรงรถของบ้านมีรถมากมาย ถ้าปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ใช่ว่าเสียของเปล่าหรือไง?
“ครับ คุณชาย”
ครู่เดียว รถเบนท์ลีย์ก็จอดเทียบตรงลานหน้าปราสาท
ซูมู่ที่ได้ทักษะนักขับขั้นเทพมา ก็พลอยมีความรู้เกี่ยวกับรถหรูทั้งหลายมากขึ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน นับเป็นของแถมจากระบบที่น่าพอใจไม่น้อย
เขากวาดตามองรถที่อยู่ตรงหน้า เบนท์ลีย์ มัลซาน รุ่นท็อป ราคาเปล่าๆ ก็ราวหกล้านหยวน กว่าจะได้ขับออกมาก็คงปาไปเจ็ดล้านกว่าหยวนทีเดียว
พอเห็นซูมู่เดินออกมา เสี่ยวหวังก็รีบลงจากรถ เปิดประตูหลังให้ พร้อมก้มโค้งเล็กน้อย รอจนคุณชายขึ้นนั่งเรียบร้อยแล้วจึงค่อยกลับไปนั่งประจำที่คนขับ
“ไป ซุเปอร์แอลเอ็มฟิตเนสคลับ”
ซูมู่สั่งออกมาอย่างตรงๆ
“ครับ คุณชาย”
ตลอดทางเรียกได้ว่าลื่นไหลไร้อุปสรรค ถึงแม้จะเป็นชั่วโมงเร่งด่วน แต่ก็ไม่มีรถคันไหนกล้าเบียดหรือแทรกตัดหน้าได้
เพราะเพียงแค่เห็นว่าเป็นรถเบนท์ลีย์ ก็คงไม่มีใครอยากเสี่ยง ถ้าเกิดชนหรือเฉี่ยวขึ้นมา ต่อให้เสียหลักร้อยหรือพันก็ยังไม่พอจ่ายค่าซ่อมแน่นอน
เมื่อถึงหน้าทางเข้า ซุเปอร์แอลเอ็มฟิตเนสคลับ
ทันทีที่เบนท์ลีย์จอดสนิท พนักงานบริการก็รีบวิ่งเข้ามาเปิดประตูรถให้
ซูมู่หันไปพยักหน้าให้เสี่ยวหวังเอารถไปจอด ส่วนตัวเองก็ก้าวลงจากรถ
“สวัสดีครับ คุณมู่ ไม่ทราบว่าวันนี้คุณอยากจะฝึกในโปรแกรมไหนเป็นพิเศษ? แล้วมีความต้องการเลือกโค้ชแบบไหนบ้างครับ
พนักงานที่ช่วยซูมู่ทำบัตรสมัครเมื่อช่วงเช้านั่นเอง
พอเห็นลูกค้ารายใหญ่ก้าวเข้ามาอีกครั้ง พนักงานก็รีบยิ้มกว้าง ต้อนรับด้วยท่าทีที่เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นทันที
“วันนี้ไม่ต้องใช้เทรนเนอร์หรอก ฉันแค่วิ่งสักหน่อยก็พอ” ซูมู่เอ่ยเรียบๆ
“ได้ครับ คุณมู่ เชิญด้านในเลยครับ”
พนักงานรีบนำทางซูมู่ไปยังโซนฟิตเนสที่วางเรียงรายไปด้วยลู่วิ่งไฟฟ้าโดยเฉพาะ
“คุณมู่ งั้นผมขอตัวออกไปก่อนนะครับ”
ซูมู่พยักหน้า วันนี้เป็นวันแรกที่เขาตั้งใจจะเริ่มออกกำลังกาย จึงคิดว่าเริ่มจากอะไรที่ง่ายๆ จะดีกว่า
รอบๆ มีคนจำนวนไม่น้อยกำลังวิ่งอยู่แล้ว
ซูมู่เลือกมุมที่สองข้างไม่ค่อยมีคน จากนั้นก้าวขึ้นไปบนลู่วิ่ง กดปุ่มเริ่มต้น แล้วเลือกโหมดคาร์ดิโอ
“ช้าเกินไป”
ซูมู่บ่นเสียงเบา ก่อนจะกดปิดโหมดคาร์ดิโอ แล้วเปลี่ยนไปที่โหมดฝึกอิสระแทน
ด้วยพลังร่างกายระดับเทพของเขา ความเร็วก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งขาของซูมู่แทบจะเหมือนกำลังโบยบินอยู่บนอากาศ ทำเอาคนรอบข้างถึงกับตาค้าง
ที่น่าทึ่งกว่านั้น ใบหน้าของซูมู่กลับยังคงนิ่งเฉย ไม่แม้แต่จะแดงระเรื่อ หายใจยังคงเป็นปกติ ราวกับเพียงกำลังเดินเล่นสบายๆ เท่านั้น
ชายหนุ่มบางคนเหลือบมองความเร็วบนลู่วิ่งของตัวเอง แล้วหันไปมองที่ซูมู่อีกที
พวกเขาถึงกับเม้มปาก หรี่ตาลง ก่อนจะกดปิดเครื่องของตัวเองในที่สุด
หากไม่มีการเปรียบเทียบก็คงไม่เจ็บใจ แต่พอมีแล้ว ความแตกต่างช่างฟ้ากับเหวจริงๆ
จะให้วิ่งต่อไปก็อายเปล่าๆ ไม่สู้ไปฝึกอย่างอื่นดีกว่า
แต่บรรดาสาวๆ กลับไม่คิดจะถอยหนีไปไหน สายตาของพวกเธอเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับ มองซูมู่ไม่วางตา
“ร่างกายแบบนี้…มันจะเทพเกินไปแล้วหรือเปล่า?”