เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65 หัวใจที่ถูกบีบแตก

บทที่ 65 หัวใจที่ถูกบีบแตก

บทที่ 65 หัวใจที่ถูกบีบแตก


บทที่ 65 หัวใจที่ถูกบีบแตก

 

ดูออกว่า ชายหัวล้านคนนี้เป็นคนอำมหิต พอเห็นว่าตัวเองเอาชนะหลิงม่อไม่ได้ก็ตั้งใจจะลากคนอื่นให้ตายตกไปตามกัน

 

แต่เขาคิดได้ไม่เลว พอเห็นว่าหลิงม่อว่องไวปราดเปรียว ก็ประเมินว่าตัวเองจะโจมตีไม่สำเร็จ จึงเอาซย่าน่าและเย่เลี่ยนเป็นเป้าหมายแทน

 

แต่วินาทีแรกที่เขาขว้างขวานออกไป หลิงม่อก็สังเกตเห็นแล้ว เขาควบคุมเย่เลี่ยนให้ถอยไปด้านข้างหนึ่งก้าวทันที ส่วนซย่าน่าก็หวดดาบยาวอย่างใจเย็นที่สุด

 

ในฐานะที่เป็นซอมบี้ เธอไม่มีความคิดที่จะถอยหนี ขณะเดียวกับที่ขวานลอยมา เธอก็รู้สึกถึงอันตรายได้โดยสัญชาตญาณ

 

ดาบยาวเหวี่ยงขึ้นปะทะกับขวานอย่างแรง เกิดเป็นเสียงชัดใสดังกริ๊ง ด้วยพละกำลังมหาศาล ข้อมือของซย่าน่าสะเทือน ดาบยาวแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ

 

แม้จะต้านขวานไว้ได้อย่างแม่นยำ แต่ข้อมือก็ซย่าน่าก็อ่อนแรงลงและดูท่าจะฟื้นกำลังขึ้นมาไม่ได้ในเวลาสั้นๆ

 

ดีที่ซอมบี้มีพลังในการฟื้นฟูตัวเองอย่างยอดเยี่ยม แม้คนทั่วไปจะฟื้นฟูร่างกายของตัวเองได้เหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นด้านความเร็วหรือระดับการฟื้นฟูก็ห่างชั้นและเทียบซอมบี้ไม่ติด แม้ซอมบี้จะไม่ได้ไปถึงขั้นที่แขนขาขาดแล้วงอกใหม่อย่างผิดธรรมชาติ แต่แผลถลอกที่ผิวชั้นนอกทั่วๆ ไปก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับพวกมัน

 

แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น พอเห็นซย่าน่าได้รับบาดเจ็บ โทสะในใจของหลิงม่อก็โหมกระหน่ำถึงขีดสุด เขาขบฟันแล้วกระโดดเข้าไป จ้วงแทงมีดสั้นในพริบตาที่จะเข้าไปถึงตัวชายหัวล้าน!

 

แม้ชายหัวล้านจะเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างได้ทันท่วงที แต่หัวไหล่ของเขาก็ถูกแทง คมมีดคาอยู่ในกระดูก ทำให้เขาส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสยดสยองทันที

 

มืออีกข้างของหลิงม่อก็ล้วงกริชที่เอวออกมาอย่างรวดเร็วโดยไม่รอให้อีกฝ่ายดิ้นหลุด จากนั้นก็จ้องชายหัวล้านด้วยสายตาเย็นยะเยือก เสือกแทงเข้าไปในท้องของอีกฝ่ายแล้วค่อยๆ บิดข้อมือ

 

ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้สีหน้าของชายหัวล้านซีดขาวในฉับพลัน เขาอ้าปาก เนื้อไขมันทุกตารางนิ้วบนใบหน้าสั่นระริก ดวงตาเล็กๆ นั้นมีแต่ความสิ้นหวัง...

 

กระบวนการของความเจ็บปวดนี้ดำเนินไปหนึ่งนาทีเต็มๆ ระหว่างนั้นเสียงกรีดร้องของชายหัวล้านก็ดังอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากข้างนอกไม่ได้มีฝนตกหนัก น่ากลัวว่าเสียงของเขาคงดึงดูดพวกซอมบี้มาแล้ว

 

ทว่าหลิงม่อนั้นไม่ได้คลายมือเลย กระทั่งยังไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสายตา ฉากนี้ทำให้ชายหน้าดำที่ถืออาวุธอยู่ตกใจจนตัวสั่นไม่หยุด ไหนเลยจะกล้าพุ่งเข้ามาช่วยคน

 

จนกระทั่งชายหัวล้านตาเหลือกสองข้าง หลิงม่อจึงได้เสือกแทงกริชเข้าไปข้างในอีก เพื่อปลิดชีวิตเขาโดยสมบูรณ์

 

หลิงม่อดึงมีดสั้นออกมาแล้วก็เตะร่างศพของชายหัวล้าน จากนั้นตอนที่หันไปหาชายหน้าดำ ฝ่ายนั้นก็ไม่มีความคิดจะต่อสู้แล้ว อาวุธในมือร่วงลงพื้นดังเคร้ง

 

“อย่าฆ่าฉัน...อย่าฆ่าฉัน...”

 

ระหว่างที่ถือมีดค่อยๆ เดินไปทางชายหน้าดำช้าๆ หลิงม่อก็ค่อยๆ ได้สติคืนมาจากการต่อสู้ที่รุนแรงและโหดเหี้ยมเมื่อครู่นี้

 

เขาปรับลมหายใจให้สงบ ควบคุมความบ้าคลั่งในร่างกายที่ถูกปลุกเร้า ดวงตาที่เป็นสีแดงเล็กน้อยก็ค่อยๆ กระจ่างใสอย่างปกติ

 

เริ่มตั้งแต่ลู่ซินที่ทำร้ายซย่าน่า หลิงม่อก็ฆ่าคนมาหลายคนแล้ว แต่ชายหน้าดำเป็นคนแรกที่ร้องขอชีวิตจากเขา

 

ตอนที่ฆ่าพวกชายหัวล้านสองสามคนนั้น หลิงม่อได้รับผลกระทบจากบรรยากาศอันบ้าคลั่ง แต่ตอนนี้ที่เผชิญหน้ากับชายหน้าดำ หลิงม่อได้สติคืนมาจากแรงกระตุ้นนั้นแล้ว

 

เขามองชายหน้าดำอย่างเย็นชา เห็นอีกฝ่ายร้องขอชีวิตไม่หยุดปาก แต่จิตสังหารในใจเขากลับไม่ได้อ่อนจางลงสักนิด

 

คนพวกนี้สมควรตาย! เมื่อครู่ผู้หญิงคนนั้นก็คงจะขอร้องพวกมันแบบนี้เหมือนกัน แต่พวกมันปล่อยเธอไหมล่ะ?

 

ชายคนนั้นคงเห็นจิตสังหารในแววตาของหลิงม่อก็เลยร้องตะโกน แล้วพุ่งออกไปทางประตูราวกลับเสียสติ แม้ซย่าน่าจะดูกล้าหาญ แต่ในสายตาของชายหน้าดำ ผู้หญิงสองคนนี้ไม่มีทางขวางเขาไว้ได้

 

ขอแค่ได้วิ่งหนีออกไปแบบเป็นๆ ก็พอแล้ว!

 

แต่สิ่งที่ทำให้เขาคาดไม่ถึงคือ พริบตาที่เขาพุ่งไปที่ประตู เย่เลี่ยนก็ใช้ความเร็วที่ตาเนื้อแทบจะแยกแยะไม่ได้นั้นแวบตัวมาอยู่ตรงหน้าเขาทันทีพร้อมยื่นมือออกไปด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ

 

นิ้วมือทรงพลังและเล็บแหลมคมนั้นจ้วงทะลุหน้าอกของชายชุดดำในพริบตา

 

ในแววตาเหลือเชื่อของชายหน้าดำ นิ้วมือทั้งห้าของเย่เลี่ยนก็กุมหัมใจเขาไว้อย่างแม่นยำ

 

“ตุ้บๆ!”

 

“ตุ้บๆ!”

 

ชั่วพริบตา ในหูของชายหน้าดำก็เหลือเพียงเสียงหัวใจเต้นของตัวเอง ดวงตาที่เผยให้เห็นความสิ้นหวังจ้องเย่เลี่ยนเขม็ง คล้ายกับไม่มีทางเชื่อว่า เด็กสาวตรงหน้าที่ดูเหมือนบอบบางอ่อนแอ นั้นจะน่ากลัวถึงเพียงนี้...

 

ในสายตาของเขา เหลือเพียงดวงตาทั้งคู่ของเย่เลี่ยนที่พลันเปลี่ยนเป็นสีแดง...

 

“ซะ...ซอมบี้...”สองคำนี้เพิ่งจะเค้นออกมาจากคอของชายหน้าดำ เย่เลี่ยนก็รวบกำนิ้วทั้งห้าโดยไร้สีหน้า

 

หัวใจถูกบีบแตก ความตายแวบปรากฎบนใบหน้าของชายหน้าดำ ก่อนที่เขาจะอ่อนยวบไปทั้งตัวในทันที

 

เย่เลี่ยนชักมือกลับออกมาอย่างรวดเร็ว มือขาวเนียนของเธอเปื้อนน้ำเลือดเต็มไปหมด เลือดสดแต่ละหยดไหลหยดลงมาตามปลายนิ้วเรียว

 

แม้แต่หลิงม่อเองก็ยังมองตาค้างเหมือนกัน มีเพียงตอนนี้เท่านั้นที่เขาสำนึกได้ว่า เย่เลี่ยนคือซอมบี้ที่มีพลังการต่อสู้ที่น่าทึ่งและลงมืออย่างโหดเหี้ยม

 

นี่คือเย่เลี่ยนตัวจริง ซอมบี้ที่ฉีกร่างคนได้ด้วยมือ และบดขยี้ซอมบี้ทั่วไปได้ตามใจชอบ

 

ที่เย่เลี่ยนลงมือเมื่อครู่นี้มาจากสัญชาตญาณของตัวเธอเองล้วนๆ เพราะเมื่อคิดว่าเธอมีสติรู้ของตัวเองแล้ว หลิงม่อก็ลดระดับในการควบคุมเธอไปมาก

 

แต่ก็ยังดีที่เย่เลี่ยนเพียงแค่ฆ่าชายหน้าดำ ไม่ได้สนใจเลือดเนื้อของเขาเหมือนอย่างซอมบี้ทั่วๆ ไป

 

ชั่วพริบตา ห้องนี้ก็มีศพนอนอยู่ห้าศพ กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นอวลอยู่ในอากาศ แม้แต่ชายที่ถูกผ่ารูก้นคนนั้นก็กำลังกระตุกและหมดลมหายใจระหว่างที่กรีดร้อง

 

“ซย่าน่า เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?”

 

หลิงม่อพรูลมหายใจออกมายาวๆ เดินไปจับมือซย่าน่ามาตรวจดูอย่างละเอียด “ยังดีที่ไม่มีปัญหาอะไร”

 

สีหน้าของซย่าน่าไม่มีร่องรอยความเจ็บปวดสักนิด เธอส่ายหัวช้าๆ สายตาของเธอมองข้ามหลิงม่อไปที่ผู้หญฺงบนเตียงอย่างสนอกสนใจ

 

หลิงม่อมองตามสายตาซย่าน่าไป ในใจก็อดแอบถอนหายใจไม่ได้

 

บอกตามตรง แม้เขาจะฆ่าเดรัจฉานพวกนี้ แต่ความจริงเขาไม่ได้อยากเผชิญหน้ากับผู้หญิงคนนั้น

 

ดูจากสภาพเธอแล้ว เธอใกล้ตายแล้วอย่างแน่นอนและอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ตอนนี้เขาจะช่วยเธอ ก็ไม่อาจเปลี่ยนชะตาของเธอได้

 

“ไม่ ฉันช่วยคนในโลกใบนี้ไม่ไหวหรอก...” จิตใจของหลิงม่อสับสนนิดๆ

 

เขารู้ดีว่าแต่ไหนแต่ไรตัวเองไม่ใช่คนดีอะไร บอกได้แค่ว่าเขายินดีจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือหากไม่เหลือบ่ากว่าแรงและไม่ได้กระทบผลประโยชน์ของตน เพราะถึงอย่างไรทุกคนก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน

 

ในโลกใบนี้ มีสัตว์เดรัจฉานมากมายที่คล้ายพวกชายหัวล้านอาศัยอยู่ พวกมันถูกวันโลกาวินาศบีบให้บ้าคลั่ง สนุกสนานกับการทำลาย ใช้การทรมานคนที่อ่อนแอมาบรรเทาความกลัวและความสิ้นหวังในก้นบึ้งหัวใจของตัวเอง

 

ตัวเขาจะช่วยได้หรือ? แน่นอนว่าคำตอบคือไม่ได้ สำหรับหลิงม่อ ขอแค่ได้พาเย่เลี่ยนและซย่าน่าให้มีชีวิตรอดต่อไปนั่นก็เพียงพอแล้ว

 

ขณะเดียวกับที่ควบคุมเย่เลี่ยนให้เดินไปทางหน้าต่างเพื่อใช้น้ำฝนล้างมือ หลิงม่อก็เดินไปทางผู้หญิงคนนั้นช้าๆ

 

“ฮือ…” ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นเลื่อนสายตามาที่หลิงม่อ ดวงตาทั้งคู่ของเธอที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายพลันแวบประกาย

 

แสงประกายก่อนตายเหรอ? หลิงม่อรีบยื่นมือไปดึงถุงเท้าเหม็นๆ ในปากเธอออก แล้วตัดเชือกที่มัดสองมือเธอไว้

 

เธอจ้องหลิงม่อเขม็งแต่ไม่ได้สูดหายใจเลย หลิงม่อดูออกว่าเธอไม่ไหวแล้ว

 

เธออ้าปากเอ่ยสองคำที่อ่อนแรงเหลือเกิน “ขอบคุณ...”

 

“...ฉันไม่ได้ช่วยอะไรเธอเลย เธอไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก...”

 

หญิงคนนั้นส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาไหลพรากจากดวงตาของเธอ “ไม่ ฉันขอบคุณนายมาก ฉันไม่คิดเลยว่า...จะได้รับการช่วยเหลือ”

 

เธออยากจะยกมือขึ้นมาอย่างลำบากยากเย็น แต่มือของเธอถูกมัดไว้นานเกินไป จึงไม่อาจขยับได้

 

หลิงม่อเพิ่งจะยื่นมือออกไป เด็กสาวก็ขยับไม่ได้แล้ว

 

แม้เธอจะลืมตาอยู่ แต่สีหน้าก็แข็งทื่อไปแล้ว สิ้นลมในสภาพที่อัปยศที่สุด...

 

“เห้อ ไปสู่สุคตินะ”

 

หลิงม่อถอนใจ ยื่นมือออกไปปิดเปลือกตาของเธอ และดึงผ้าห่มขาดๆ ที่ถูกโยนไว้ด้านข้างมาห่มคลุมร่างเธอไว้

จบบทที่ บทที่ 65 หัวใจที่ถูกบีบแตก

คัดลอกลิงก์แล้ว