เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 63 มีดหั่นผักออกโรง

บทที่ 63 มีดหั่นผักออกโรง

บทที่ 63 มีดหั่นผักออกโรง


บทที่ 63 มีดหั่นผักออกโรง

 

 

ไม่ว่าคนที่โจมตีซอมบี้จะเป็นใคร เขาคนนั้นย่อมไม่ได้มาเพื่อปัดเป่าหายนะให้ประชาชนแน่ สิ่งที่มีมูลค่าเพียงสิ่งเดียวในไซต์งานก่อสร้างนี้ก็คือตึกที่พักนั้น และคือสถานที่ที่หลิงม่อเก็บซ่อนข้าวของมีค่าเอาไว้ เป้าหมายของอีกฝ่ายน่าจะอยู่ตรงนั้น

 

พบผู้รอดชีวิตในช่วงโลกาวินาศใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไป หลิงม่อเข้าใกล้ตึกที่พักอย่างระมัดระวัง หลังจากไม่พบความผิดปกติใดๆ ที่ชั้นล่างแล้วจึงได้เข้าไปข้างในเงียบๆ

 

เพิ่งจะมาถึงชั้นสอง หลิงม่อก็ได้ยินเสียงหัวเราะของผู้ชายสองสามคน ยังดี ฟังเสียงแล้วคนพวกนี้เพิ่งจะขึ้นมาที่ชั้นสอง พวกเขาน่าจะมาหลบฝน นี่ก็แสดงว่าข้าวของที่ซ่อนไว้ชั้นสามน่าจะยังไม่ถูกพบ

 

แต่เสียงหัวเราะที่ได้ยินเข้ามาในหูกลับบาดหูอย่างประหลาด!

 

“ฮ่าๆๆ พี่ใหญ่คงไม่ทำเธอตายหรอกนะ?”

 

“อย่าเล่นจนตายนะ พี่น้องเรายังไม่ได้ซี้ดเลย!”

 

เสียงหายใจหอบหนักๆ ดังเป็นพิเศษ “จะรีบทำไม! มีฉันอยู่ ยังจะกลัวไม่มีผู้หญิงมาประเคนให้เอารึไง? แม่งเอ๊ย หุ่นนังคนนี้สุดยอดยิ่งกว่านังตัวเล็กเมื่อกี้เยอะ...”

 

ตอนที่พูดมาถึงประโยคสุดท้าย อยู่ๆ เสียงของเขาก็สูงขึ้นเล็กน้อย และท่ามกลางเสียงหัวเราะกึกก้องมีเสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนหนึ่งผสมอยู่ในนั้น

 

แต่ปากของเธอน่าจะถูกยัดไว้ด้วยอะไรบางอย่าง เสียงจึงฟังดูอู้อี้นิดๆ แต่แม้จะเป็นแบบนั้นก็ยังฟังออกถึงความเจ็บปวดของเธอ

 

“แม่งเอ๊ย จะร้องทำไมวะ!ฉันรู้นะว่าผู้หญิงอย่างเธอ แต่ก่อนก็ดูถูกคนอย่างพวกเรา แต่ตอนนี้น่ะเหรอ ทางที่ดีเธอปรนนิบัติให้ฉันสบายตัวจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นฉันจะแร่เนื้อเธอเป็นชิ้นๆ ให้ซอมบี้กิน!”

 

“ฮ่าๆ พี่ใหญ่ทำเธอขวัญกระเจิงแล้ว”

 

“อย่าเล่นจนตายนะ ตอนนี้ผู้หญิงยิ่งหายากอยู่!”

 

“จะกลัวอะไร!ไม่บ่อยที่จะได้ฟินแบบนี้ อาศัยตอนฝนตก ไม่มีซอมบี้มาได้ยินด้วย ฮ่าๆๆ...”

 

สีหน้าของหลิงม่อกลายเป็นบึ้งตึงนิดๆ แต่เขาไม่ได้หยุดฝีเท้า ทว่าเดินขึ้นบันไดไปใกล้ชั้นบนช้าๆ

 

เดิมหลิงม่อตั้งใจว่าแค่จะไล่คนพวกนี้ออกไปเท่านั้น แต่ตอนนี้ได้ยินคนกลุ่มนี้กำลังเหยียดหยามผู้หญิง นิ้วของเขาที่กำมีดสั้นอยู่กระชับแน่นขึ้นทันที ในดวงตาก็แวบปรากฎไอสังหาร

 

ความจริงในช่วงวันโลกาวินาศ ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ถือได้ว่าเป็นกลุ่มคนอ่อนแอ และในโลกที่ระเบียบทางสังคมล้มเหลวแบบนี้ คนที่มีพละกำลังย่อมมีสิทธิ์ที่จะครอบครองทรัพยากรได้มากกว่า และในนั้นหมายรวมถึงผู้หญิงที่อยากจะเกาะติดคนอื่นเพื่อความอยู่รอด

 

แต่คนที่ดูถูกเพศหญิงแบบนี้ หลิงม่อรู้สึกสะอิดสะเอียนจากสุดขั้วหัวใจ!

 

ถึงไม่ได้มีข้อผูกมัดในเรื่องระเบียบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนจะต้องต่ำทรามจนกลายเป็นสัตว์เดรัจฉาน!

 

“แม่งเอ๊ย พวกแกเล่นกันนานขนาดนี้ยังไม่เสร็จอีก”

 

ผู้ชายคนหนึ่งยืนพิงปากทางตรงบันไดชั้นสาม ในปากคาบไม้จิ้มฟันซี่เล็กๆ ในมือนั้นมีมีดหั่นผัก เขามองขึ้นไปข้างบนอย่างหงุดหงิดนิดๆ...ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวของคนพวกนั้นที่อยู่ในห้อง เป้ากางเกงของเขาก็ตุงขึ้นมา

 

“รีบๆ ให้ใครมาเปลี่ยนฉันหน่อย!แม่งให้ฉันยืนตากลมอยู่ตรงนี้คนเดียว ฝนตกหนักขนาดนี้ไม่เห็นแม้แต่เส้นขนซอมบี้ จะกลัวอะไรวะ...”

 

เขาเพิ่งจะหันไปคำรามใส่ระเบียงทางเดิน เงาคนก็พุ่งออกมาจากมุมเลี้ยวตรงบันได พริบตาที่เขาหันกลับมา มีดสั้นก็แทงทะลุคอของเขาและยังดันเขาตรึงบนกำแพง

 

ชายคนนั้นแขนขาอ่อน มีดหั่นผักหลุดมือทันที และหลิงม่อก็รีบเอาไว้พอดี

 

เห็นชายคนนี้เบิกตากว้าง ในดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสิ้นหวัง หลิงม่อรีบดึงมีดสั้นออกมา ขณะเดียวกันก็คว้าแขนชายคนนั้นวางราบลงกับพื้น

 

เลือดสดไหลออกมาจากปากของเขา ท้ายทอยที่ถูกแทงทะลุก็มีเลือดไหลออกมาเป็นแอ่งใหญ่ แม้ร่างกายของเขาจะกระตุกเล็กน้อย แต่ก็หมดลมหายใจไปแล้ว

 

กระบวนการทั้งหมดนี้เรียกได้ว่าเงียบสนิท ไม่ได้ทำให้คนอื่นๆ แตกตื่น

 

ตอนนี้ในห้องชั้นสองที่สกปรกที่สุด กำลังแสดงฉากที่โสมมที่สุด

 

และผู้ชายอีกสี่คนที่อยู่ในห้องนั้น กำลังร้องกระตุ้นผู้ชายหัวล้านที่เป็นหัวหน้าอย่างชอบอกชอบใจ

 

ตอนที่หลิงม่อปรากฎตัว ชายหัวล้านเพิ่งจะเสร็จกิจ ผู้ชายอีกคนก็เดินเข้าไปอย่างอดใจรอไม่ไหว

 

“เมื่อกี้ได้ยินไอ้โง่นั้นแหกปากอยู่ครึ่งค่อนวัน พวกแกไปเปลี่ยนมันหน่อย ให้มันมาเล่นบ้าง” ชายหัวล้านหยิบกางเกงพลางบอกลูกสมุน

 

ทว่าเขาเพิ่งจะหันมาก็เห็นเงาร่างซูบผอมปรากฎอยู่ที่หน้าประตูห้อง

 

“สวบ!”

 

ประกายแสงเงินที่มาพร้อมสายลมที่รุนแรงและรวดเร็ว สาดพุ่งไปทางชายที่เพิ่งจะเดินไปข้างหน้า เขาไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติด้านหลังเลย เพิ่งจะเตรียมตัวไปฟินก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ส่งผ่านมาจากก้น เขากรีดร้องแล้วล้มลง

 

เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นทันทีทันใด ทำให้คนในห้องแข็งทื่อไปในพริบตา!

 

มีดหั่นผักที่ส่องแสงแวบวาบแทบจะผ่าก้นของชายคนนั้นเป็นสองซีก พละกำลังมหาศาลนั้นทำให้คนอื่นๆ เป็นใบ้ไปเลย!

 

หลิงม่อเลื่อนระดับพลังมาแล้วหลายครั้ง แม้พัฒนาการด้านพละกำลังทางร่างกายจะไม่ชัดเจน แต่เมื่อเทียบกับคนทั่วไปก็ยังเรียกได้ว่าแข็งแกร่งกว่ามาก

 

รูก้นถูกผ่า ชายคนนั้นยังไม่หมดลมหายใจ ได้แต่กระตุกอยู่บนพื้นไม่หยุดพร้อมส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนา

 

คนที่ได้สติก่อนใครเพื่อนคือชายหัวล้านคนนั้น เขาหยิบขวานที่อยู่ข้างๆ ที่เกิดเหตุขึ้นมา ถลึงตาโตจ้องหลิงม่อที่ตอนที่อยู่หน้าประตูด้วยความเดือดดาลสุดขีด

 

ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกของหลิงม่อ เขาเป็นแค่วัยรุ่นธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น แต่วิธีการของหลิงม่อ และรังสีสังหารในแววตาที่ไม่ปิดบังแม้แต่นิดในตอนนี้ ทำให้ชายหัวล้านรู้สึกผวาสุดๆ

 

“แกเป็นใคร!” ชายหัวล้านถอยไปสองก้าวโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า ทิ้งระยะห่างกับหลิงม่อให้ไกลขึ้น “แม่งเอ๊ย แกเป็นบ้ารึไง? มาถึงปุ๊บก็ฆ่าคนของฉันเลย?”

 

เห็นสีหน้าของเขาเหมือนคิดไม่ถึงเลยว่า สาเหตุที่หลิงม่อลงมือนั้นคือการเหยียดหยามผู้หญิง

 

เหตุผลนั้นง่ายมาก ในสายตาของไอ้หมอนั่น ผู้หญิงมีไว้ให้พวกมันระบายอารมณ์ พวกมันยังเห็นกระทั่งว่า นี่คือสัจธรรมที่เป็นเรื่องที่เหมาะสมถูกต้อง

 

แต่หลิงม่อไม่คิดแบบนั้น โดยเฉพาะข้างกายเขามีเด็กสาวที่ติดตามมาด้วยสองคน

 

ได้ยินชายหัวล้านตวาด เขาก็ไม่ตอบ แต่แค่มองในห้องนี้อย่างเย็นชา** สุดท้ายสายตาก็หยุดอยู่ที่ร่างของผู้หญิงคนนั้น

 

พอเห็นสภาพของเธอ หลิงม่อก็ขบกรามแน่น

 

ใบหน้าของเธอดูเหมือนสกปรก เห็นหน้าตาไม่ชัด แต่ดูแล้วน่าจะอายุไม่มาก แต่ถูก**คนพวกนี้ทรมาน ก็แทบจะอยู่ในสภาพใกล้ตาย

 

คงเพราะต้องการให้บรรลุความสุขสมในการ** คนพวกนี้จึงกรีดแผลเล็กๆ มากมายบนตัวเธอ ให้เธอมีสีเลือดทั่วทั้งตัว สองแขนถูกมัดรวบไว้ เล็บสิบนิ้วถูกดึงออกหมด เลือดไหลเป็นแอ่ง ปากก็ถูกยัดด้วยถุงเท้าเหม็นๆ สีประหลาด แม้จะยังส่งเสียงร้อง “อื้อๆ” อย่างรันทด แต่ฟังแล้วก็รู้ว่าเธอหายใจไม่ทัน คงเพราะหายใจออกมามาก แต่หายใจเข้าไปน้อย

 

“แม่งแกเป็นใครกันวะ!”ชายหัวล้านรู้สึกตะหงิดๆ ว่า เด็กหนุ่มตรงหน้านี้ไม่ใช่กระจอก แต่ในฐานะที่เป็นหัวโจกของคนกลุ่มนี้ เขาก็ต้องฝืนคำรามออกไป

 

เสียงตวาดดังลั่นของเขาทำให้ผู้ชายอีกสามคนได้สติทันที พวกเขาไม่ได้โง่ พอเห็นหลิงม่อถือมีดที่เปื้อนเลือดอยู่ในมือ สายตาก็เปลี่ยนเป็นระแวดระวัง ขณะเดียวกันต่างคนต่างก็หยิบอาวุธที่ทิ้งไว้ด้านหนึ่งขึ้นมา

 

หลิงม่อเหมือนไม่เห็นการกระทำของพวกเขาอยู่ในสายตา แต่นี่ไม่เพียงแค่ไม่ทำให้พวกชายหัวล้านรู้สึกเบาใจ ทว่ากลับให้ความรู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาจากขั้วหัวใจ!

จบบทที่ บทที่ 63 มีดหั่นผักออกโรง

คัดลอกลิงก์แล้ว