เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 ถังหูหลูราคาแพง

ตอนที่ 6 ถังหูหลูราคาแพง

ตอนที่ 6 ถังหูหลูราคาแพง


ตอนที่ 6 ถังหูหลูราคาแพง

พรหมยุทธ์ขนนกแสงสามารถพูดคุยกับพรหมยุทธ์วิหคครามด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายได้ เพราะนั่นคือวิถีปกติที่พวกเขามีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน

พูดตามตรง หลิงฉางเกอรู้สึกอิจฉาความสัมพันธ์ระหว่างพรหมยุทธ์วิหคครามและพรหมยุทธ์ขนนกแสงจริงๆ

มิตรภาพของพวกเขาบริสุทธิ์มาก บริสุทธิ์เสียจนทำให้ผู้คนต้องอิจฉา

หากมีเพื่อนเช่นนี้ ชีวิตนี้ยังจะต้องการอะไรอีก?

หลิงฉางเกออิจฉาความบริสุทธิ์ใจของพวกเขาจากใจจริง

หากไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง นางคงยากจะเชื่อว่ามีมิตรภาพที่บริสุทธิ์เช่นนี้ดำรงอยู่ในโลก

ความสัมพันธ์ที่ปราศจากมลทินเจือปนนั้นช่างหาได้ยากยิ่งในโลกหล้า

หลิงฉางเกอลอบถอนหายใจ ก่อนจะสังเกตเห็นว่าสายตาของพวกเขาต่างจับจ้องมาที่นาง นางจึงรีบยืดตัวตรงและมองกลับไปด้วยสีหน้าไร้เดียงสาและงุนงง

ท่าทางของนางสื่อความหมายชัดเจนว่า นางไม่เข้าใจว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่

"ก็สมเหตุสมผล"

พรหมยุทธ์วิหคครามตอบกลับอย่างจนใจ เมื่อมองดูใบหน้าซีดเผือดของหลิงฉางเกอ เขาก็รู้สึกว่านางช่างอ่อนแอเหลือเกิน

"ลูกนกตัวน้อยเปราะบางแบบนี้กันหมดเลยหรือ? ข้าว่าพวกเด็กๆ ที่โรงเรียนวิญญาณยุทธ์ไม่เห็นจะอ่อนแอขนาดนี้นะ ข้าไม่ค่อยเข้าใจเลย"

พรหมยุทธ์วิหคครามมองหลิงฉางเกอด้วยสีหน้าฉงน เขาพินิจพิจารณานางราวกับพยายามทำความเข้าใจความสามารถในการเอาชีวิตรอดของลูกมนุษย์

"ไม่ใช่นะพี่สาม"

พรหมยุทธ์ขนนกแสงกลอกตาใส่เขาแล้วกล่าวว่า "นางเพิ่งจะหกขวบเอง! ในวัยที่บางคนอาจจะยังพูดไม่เป็นประโยคด้วยซ้ำ ท่านจะหวังให้นางแข็งแรงเหมือนวัวเหมือนควายได้ยังไง! เป็นไปไม่ได้หรอก"

"รีบเก็บไอเย็นของท่านได้แล้ว มันหนาวเกินไป ข้าเกรงว่าเดี๋ยวพี่ใหญ่จะมาคิดบัญชีกับพวกเราเอานะ"

เมื่อฟังคำพูดของพรหมยุทธ์ขนนกแสง พรหมยุทธ์วิหคครามก็รั้งกลิ่นอายของตนกลับคืน ก่อนจะเดินไปตรงหน้าหลิงฉางเกอ แล้วยื่นมือออกไปหานาง

ภายใต้สายตาตื่นตระหนกของหลิงฉางเกอ พรหมยุทธ์วิหคครามอุ้มนางขึ้นมาในคราวเดียว

"อึก!"

หลิงฉางเกอตกใจและมองพรหมยุทธ์วิหคครามด้วยสีหน้าช็อก

เหตุการณ์พลิกผันนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของนางมาก!

นางไม่มีทางรับมือกับสองคนนี้ที่ไม่เล่นตามกฎเกณฑ์ได้จริงๆ

"เบามาก"

พรหมยุทธ์วิหคครามขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเปรยออกมาเบาๆ "เหมือนก้อนฝ้ายเลย"

เขาสามารถอุ้มนางขึ้นมาได้โดยแทบไม่ต้องออกแรง นางตัวเบาเกินไป!

ความรู้สึกเบาหวิวราวกับอากาศนี้ทำให้พรหมยุทธ์วิหคครามรู้สึกไม่สบายใจ

มันจะดีจริงๆ หรือที่จะให้พวกเขาสั่งสอนลูกนกที่เปราะบางเช่นนี้?

นางจะตายคามือพวกเขาไหมนะ?

"นางเพิ่งจะหกขวบ"

พรหมยุทธ์ขนนกแสงยิ้มอย่างอ่อนใจ "พี่สาม จะหวังให้เด็กหกขวบแข็งแรงมันเป็นไปไม่ได้ ท่านก็รู้ ขนาดนายน้อยของเราตอนหกขวบตัวก็นิ่มเหมือนปุยนุ่นแบบนี้แหละ ตอนข้าอุ้มนายน้อยในตอนนั้น ข้าไม่กล้าออกแรงเยอะเลย กลัวทำนายน้อยเจ็บ นี่คือประสบการณ์เลี้ยงเด็กของข้าเชียวนะ"

เป็นเพราะมีกรณีของเชียนเริ่นเสวี่ยมาก่อน พรหมยุทธ์ขนนกแสงจึงรู้ดีว่าเด็กเล็กๆ นั้นเปราะบางเพียงใด

"ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผลมาก"

พรหมยุทธ์วิหคครามมองหลิงฉางเกอด้วยแววตาทะมึน "เพียงแต่นางไม่ชอบพูดเอาเสียเลย"

"ท่านทำนางกลัวจนหน้าซีดขนาดนั้น นางจะไปมีความกล้าที่ไหนมาพูดกันเล่า?"

เมื่อฟังคำพูดของพรหมยุทธ์ขนนกแสง หลิงฉางเกอก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างที่ทำไม่บ่อยนัก พรหมยุทธ์ขนนกแสงช่างเป็นกระบอกเสียงให้นางจริงๆ!

สถานการณ์บังคับให้จำยอม!

นางไม่คาดคิดว่าพรหมยุทธ์วิหคครามจะเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายเช่นนี้ ไม่เพียงแต่บุคลิกเย็นชา แต่ยังเย็นชาในเรื่องความรู้สึกของมนุษย์ด้วย

ดูจากพฤติกรรมแล้ว เขาคือเด็กโข่งในร่างยักษ์ที่เดินได้ เพียงแต่เด็กโข่งคนนี้เย็นชาเป็นพิเศษ!

"เอ่อ"

พรหมยุทธ์วิหคครามชะงักไปครู่หนึ่ง "ก็ได้"

วินาทีถัดมา พรหมยุทธ์วิหคครามก็โยนหลิงฉางเกอไปสู่อ้อมแขนของพรหมยุทธ์ขนนกแสง "เจ้ามีประสบการณ์มากกว่า เจ้าอุ้มไปเถอะ"

"พี่ใหญ่บอกว่าภารกิจนี้ท่านรับผิดชอบหลัก ข้าเป็นแค่ผู้ช่วย ดังนั้นท่านต้องสานสัมพันธ์ฉันศิษย์อาจารย์กับนางให้ดีสิ"

พรหมยุทธ์วิหคครามกระแอมไอและพูดช้าๆ เขาใช้วิธีนี้กลบเกลื่อนความขัดเขิน

เขาไม่ถนัดรับมือกับเด็กจริงๆ

เด็กๆ เปราะบางเกินไป ความรู้สึกที่ว่าพวกเขาอาจตายได้เพียงแค่โดนแรงนิดหน่อยทำให้พรหมยุทธ์วิหคครามรู้สึกอึดอัดมาก

เขาไม่ชอบสิ่งมีชีวิตที่เปราะบาง

มุมปากของพรหมยุทธ์ขนนกแสงกระตุก "ก็ได้"

หลิงฉางเกอมองพวกเขาตาปริบๆ ในใจเริ่มกังวลเกี่ยวกับอนาคตของตนเอง มีพวกเขาอยู่ด้วย นางคงอายุไม่ยืนแน่ๆ

คนหนึ่งก็สุดโต่งยิ่งกว่าอีกคน

เจอคนประหลาดคนเดียวก็นับว่าโชคร้ายแล้ว แต่นี่เจอคนประหลาดถึงสองคน ชีวิตนางตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง!

หลิงฉางเกอน้ำตาตกใน แต่ไม่กล้าแสดงออกมาต่อหน้าพรหมยุทธ์ขนนกแสงและพรหมยุทธ์วิหคคราม นางทำได้เพียงกลืนความรู้สึกนั้นลงไป แล้วมองพวกเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า

นางไม่กล้าเปิดเผยความคิดของตน

เพราะพวกเขาล้านเป็นคนฉลาดเฉลียว

แม้จะขาดประสบการณ์การใช้ชีวิตทั่วไป แต่พวกเขาก็พบเจอผู้คนมานับไม่ถ้วน และยังเป็นถึงยอดฝีมือระดับสูงของสำนักวิญญาณยุทธ์

"เด็กๆ ชอบกินอะไรนะ?"

"ถังหูหลู!"

พรหมยุทธ์ขนนกแสงตอบโดยไม่ลังเล "ข้าจำได้ว่ามีร้านถังหูหลูรสเด็ดอยู่ร้านหนึ่งในเมือง รสชาติสุดยอดมาก แค่มันค่อนข้างแพง"

"ถังหูหลูเจ้าอื่นขายห้าเหรียญภูตทองแดง แต่เจ้านี้ขายตั้งสามสิบเหรียญภูตทองคำ หน้าเลือดชัดๆ!"

พรหมยุทธ์ขนนกแสงเน้นเสียงในประโยคสุดท้าย

พ่อค้าหน้าเลือดมีอยู่ทุกที่ และเขาก็ไม่มีวิธีจัดการกับเจ้านี้เสียด้วย

อย่างไรเสีย คนอื่นก็ทำมาหากินด้วยฝีมือ และราคาก็ติดป้ายบอกชัดเจน คนที่จ่ายไม่ไหวก็ไม่ซื้อ ดังนั้นมันจึงหลอกได้แค่คนที่มีปัญญาจ่ายเท่านั้น

"แพงไปหน่อยแฮะ"

"ค่าครองชีพในเมืองวิญญาณยุทธ์สูงขนาดนี้เลยหรือ?"

พรหมยุทธ์วิหคครามไม่ได้สนใจราคาในตอนแรก แต่พอได้ยินคำพูดของพรหมยุทธ์ขนนกแสง เขาก็รู้สึกทันทีว่ามันแพง

หากราคาสินค้าในเมืองวิญญาณยุทธ์สูงเป็นปกติ ราคานี้ก็พอรับได้และไม่ถือว่าหน้าเลือด

"ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่ถังหูหลูร้านนี้แพงเอาเรื่อง"

พรหมยุทธ์ขนนกแสงกระชับอ้อมกอดหลิงฉางเกอให้แน่นขึ้น แล้วพูดช้าๆ ว่า "พี่สาม ถ้าท่านเลี้ยง ข้ากิน แต่ถ้าท่านไม่เลี้ยง ข้าไม่กินนะ เหรียญภูตทองคำพวกนี้ไม่คุ้มที่จะจ่ายหรอก"

"หา"

มุมปากของพรหมยุทธ์วิหคครามกระตุก "เจ้ากำลังหลอกกินฟรีนี่นา"

"ถูกต้อง"

พรหมยุทธ์ขนนกแสงตอบรับทันควัน แล้วชี้นิ้วซ้ายไปที่หลิงฉางเกอ "แล้วก็เจ้าตัวเล็กนี่ด้วย"

"ไม่ใช่แค่ข้าคนเดียวที่ได้กิน ถ้าท่านจ่าย ได้กินตั้งสองคน วิเศษไปเลยไม่ใช่หรือ?"

"ดูสิ นอกจากพวกเราแล้ว ใครจะสนับสนุนท่านอีก?"

เมื่อได้ยินคำพูดของพรหมยุทธ์ขนนกแสง พรหมยุทธ์วิหคครามก็รู้สึกอ่อนใจทันที

เขามองพรหมยุทธ์ขนนกแสงด้วยสีหน้าจนปัญญา ก่อนจะเลื่อนสายตาไปที่หลิงฉางเกอ แล้วถามเสียงเบาว่า "เจ้าอยากกินถังหูหลูไหม?"

หลิงฉางเกอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า เป็นสัญญาณว่านางอยากกิน

นางไม่คิดว่าพรหมยุทธ์วิหคครามจะสังเกตเห็นอารมณ์ของนาง

เพราะหลังจากเห็นพฤติกรรมเพี้ยนๆ ของพวกเขา หลิงฉางเกอก็เตรียมใจที่จะถูกเมินเฉยไว้แล้ว

ดูเหมือนนางจะเข้าใจพรหมยุทธ์ขนนกแสงและพรหมยุทธ์วิหคครามผิดไป

พวกเขาก็ยังมีข้อดีอยู่บ้าง!

"ไปกันเถอะ ข้าจ่ายเอง"

เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของหลิงฉางเกอและพรหมยุทธ์ขนนกแสงก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

พวกเขามองพรหมยุทธ์วิหคครามด้วยความชื่นชม ความรู้สึกนี้ช่างวิเศษจริงๆ

โอกาสที่จะมีคนอื่นมาจ่ายเงินให้เป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของทั้งคู่ สีหน้าของพรหมยุทธ์วิหคครามก็ดูไม่สู้ดีนัก เขารู้สึกเหมือนว่าสองคนนี้กำลังเห็นเขาเป็นคนโง่

นี่เขาไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม?

คงไม่ใช่หรอกมั้ง?

พรหมยุทธ์วิหคครามเริ่มเกิดความสงสัยในตัวเอง

"เจ้าตุ๊กตาน้อย อาจารย์ของเจ้าจะพาไปกินถังหูหลู เจ้าต้องขอบคุณอาจารย์เขานะ"

พรหมยุทธ์ขนนกแสงหันมาพูดกับหลิงฉางเกอ ท่าทางภูมิอกภูมิใจของเขาทำให้หลิงฉางเกอร็สึกจนใจเหลือเกิน

หากไม่ใช่เพราะตระหนักถึงความแตกต่างของพลังฝีมือ นางคงเถียงคำพูดของพรหมยุทธ์ขนนกแสงกลับไปแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 6 ถังหูหลูราคาแพง

คัดลอกลิงก์แล้ว