เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 ซอมบี้ที่โชคร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์

บทที่ 45 ซอมบี้ที่โชคร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์

บทที่ 45 ซอมบี้ที่โชคร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์


บทที่ 45 ซอมบี้ที่โชคร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์

 

จากนั้นไม่นานการเข่นฆ่าระหว่างซอมบี้นี้ก็สิ้นสุดลง แต่ผู้ชนะในท้ายที่สุดกลับไม่ใช่ซอมบี้สาววัยกลางคนตัวนั้น ทว่ากลับเป็นซอมบี้เพศชายที่ดูอ่อนแอตัวหนึ่ง

 

ดูท่าว่าความได้เปรียบทางด้านรูปร่างคงไม่มีประโยชน์อะไรหลังจากที่กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว เห็นแค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่าซอมบี้สาววัยกลางคนจัดเป็นพวกพละกำลังมหาศาล แต่หลังจากที่ถูกซอมบี้มากมายห้อมล้อมโจมตี กำลังของมันก็ค่อยๆ ถดถอยลง แม้ซอมบี้สาวจะไม่มีทีท่าล่าถอยแม้แต่น้อย ทว่าอย่างไรเสียกำลังในการโจมตีก็ไม่เพียงพออยู่ดี ในทางกลับกัน ก่อนหน้านี้ซอมบี้หนุ่มที่อ่อนแอตัวนั้นไม่เป็นที่เตะตาเลยสักนิด และไม่ได้สัมผัสแตะต้องซอมบี้สาวแม้แต่ปลายเล็บ แต่ด้วยการเคลื่อนไหวที่ว่องไวปราดเปรียว ในที่สุดซอมบี้หนุ่มก็ได้หัวเราะเป็นคนสุดท้าย

 

ซากซอมบี้ที่อยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์นับสิบกว่าตัวนอนตายเกลื่อนอยู่ที่เท้าของซอมบี้หนุ่ม มันเองก็ไม่มีท่าทีเกรงใจ ย่อตัวลงและเริ่มกินทันที

 

แม้ว่าภาพนี้จะดูน่าขยะแขยง แต่เพื่อที่จะรู้ให้แน่ชัดว่าตกลงแล้วซอมบี้วิวัฒนาการกลายพันธุ์อย่างไรกันแน่ หลิงม่อจึงจำเป็นต้องตั้งอกตั้งใจจับตาดูการเคลื่อนไหวของมัน

 

ตอนแรกก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ มันแค่กินเนื้อดื่มเลือดเหมือนกับซอมบี้ตัวอื่นๆ...แต่หลังจากที่แทะกินศีรษะของซอมบี้สาววัยกลางคนตัวนั้นเสร็จแล้ว จู่ๆ มันก็กลิ้งไปมาบนพื้นอย่างคลุ้มคลั่ง

 

“ทำอะไรของมันนะ”

 

อย่างไรเสียตอนนี้ก็เป็นเวลากลางคืนที่แสงมัวสลัว อีกทั้งยังอยู่ไกลมาก แม้ว่าพลังจิตของหลิงม่อจะดีพอสมควร สามารถได้ยินเสียงที่อยู่ค่อนข้างไกลได้และสายตาก็ดีใช้ได้ แต่การจะมองเห็นอากัปกิริยาต่างๆ ของซอมบี้หนุ่มตัวนั้นได้อย่างชัดเจนในระยะไกลขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย

 

โชคดีที่ซอมบี้ตัวนี้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากลุกขึ้นยืน มันก็หมดความสนใจซากซอมบี้ตัวอื่น

 

กินอิ่มแล้ว? หลิงม่อจ้องมองซอมบี้ตัวนี้ด้วยความสนใจใคร่รู้ เขาละอยากจะให้ซย่าน่าหรือไม่ก็เย่เลี่ยนไปจับซอมบี้ตัวนี้มาศึกษาดูเสียเดี๋ยวนี้ตอนนี้เลย แต่พอซอมบี้ตัวนี้ลุกขึ้นยืน มันก็พุ่งไปยังทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว

 

ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเลย นอกเสียจากว่าจะมีเหยื่อปรากฏตัว ไม่อย่างนั้นอยู่ดีๆ ซอมบี้จะวิ่งพรวดพราดไปแบบนี้ได้อย่างไร

หลิงม่อรีบมองไปยังทิศทางนั้นทันที แม้ว่าจะแยกแยะให้ชัดเจนได้ยาก แต่เขาก็พอจะมองเห็นเงาคนตะคุ่มๆ จำนวนหนึ่ง...

 

“ที่แท้ก็มีซอมบี้ถูกดึงดูดมาทางนี้แล้ว” หลิงม่อเผยรอยยิ้มเย็นชาทันที

 

ตอนกลางคืนเป็นเวลาของพวกซอมบี้โดยสิ้นเชิง บางทีภายในเมืองใหญ่ที่กลายเป็นเมืองร้างไปแล้วแห่งนี้อาจจะกำลังเกิดเรื่องแบบนี้อยู่ทั่วทุกแห่งก็ได้ การวิวัฒนาการของซอมบี้คงไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่เขาเห็นหรอกมั้ง...

 

การสู้รบเข่นฆ่าของซอมบี้ฝูงนี้เปิดฉากขึ้นที่อีกมุมหนึ่งของลานกว้าง แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นเนื่องจากอยู่ไกล แต่โชคดีที่ข้างกายเขายังมีซอมบี้กลายพันธุ์อยู่สองตัว

 

เนื่องด้วยสภาพของซย่าน่ายังไม่เสถียรดี หลิงม่อจึงควบคุมเย่เลี่ยนให้ลงไปชั้นล่างเปิดประตู แล้วก็หันกลับมาปิดล็อกประตู จากนั้นถึงค่อยพุ่งตรงไปยังบริเวณที่ต่อสู้กัน

 

ภายใต้ค่ำคืนที่มืดมิด เงาร่างอันปราดเปรียวของเย่เลี่ยนดูเหมือนกับเงาดำแปลกประหลาดที่วิ่งแฉลบผ่านลานกว้างไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นเธอก็ยืนอยู่ใต้ชายคาร้านค้าร้านหนึ่งอยู่เงียบๆ แล้วมองไปยัง “สนามรบ” ที่อยู่ไม่ไกลออกไป

 

ระยะห่างนี้ถึงขีดจำกัดการควบคุมของหลิงม่อแล้ว แต่ด้วยความที่การมองเห็นของเย่เลี่ยนไม่มีข้อจำกัดเรื่องแสงสว่าง จึงมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบริเวณนั้นได้อย่างชัดเจน

 

เวลานี้เรียกได้ว่าซอมบี้หนุ่มตัวนั้นได้ระเบิดอานุภาพออกมาอย่างเต็มที่ พวกซอมบี้ที่ปรากฏตัวตรงหน้ามันล้วนถูกจัดการอย่างรวดเร็ว แต่มันไม่ได้กินซากซอมบี้สามสี่ตัวนี้จนหมดเรียบราบคาบ มันกลับเล็งเป้าไปที่ศีรษะของพวกซอมบี้เท่านั้น พูดให้ถูกคือที่ศีรษะด้านหลัง...

 

หลิงม่อขมวดคิ้วพลางจับตาดูเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ผ่านสายตาของเย่เลี่ยน ศีรษะด้านหลังของซอมบี้ธรรมดาก็มีจุดศูนย์รวมของโรคเช่นกัน ซึ่งก็คือก้อนไวรัสนั่นเอง เพียงแต่ซอมบี้กลายพันธุ์อย่างเย่เลี่ยนไม่ได้สนใจก้อนเหนียวหนืดในสมองของซอมบี้ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว ที่เธอต้องการคือก้อนเหนียวหนืดในสมองของซอมบี้กลายพันธุ์ต่างหาก

 

นอกจากนี้หลิงม่อยังเห็นเต็มสองตาว่าซอมบี้หนุ่มตัวนี้ไม่ได้ควักก้อนเหนียวหนืดออกมาจากสมองของพวกมัน แต่ยัดกินเข้าไปทั้งสมองเลย

 

ภาพนี้ชวนให้หลิงม่อพลันหวนนึกถึงซากซอมบี้พวกนั้นที่เขาเห็นในรถประจำทางตอนที่เขาเพิ่งหาเย่เลี่ยนเจอ ตอนนั้นเขาไม่ได้สังเกตดูอย่างละเอียด แต่ตอนนี้พอมาคิดๆ ดู สมองของซอมบี้พวกนั้นล้วนถูกควักจนกลวงโบ๋ไปแล้วจริงๆ ทว่าไม่ได้เหมือนกับเย่เลี่ยนที่ควักออกมาแค่เฉพาะก้อนไวรัส เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ในใจหลิงม่อก็รู้สึกประหลาดขึ้นมาทันที แต่แล้วเขาก็ขจัดความรู้สึกนี้ออกไปอย่างรวดเร็ว

 

กินสมองคนแล้วยังไง! อย่างไรเสียเขาก็ต้องการเย่เลี่ยน! แล้วอีกอย่างซอมบี้พวกนี้ พวกมันก็ไม่นับว่าเป็นคนอีกต่อไปแล้ว...

 

หลังจากควักสมองของซอมบี้พวกนี้จนหมดเกลี้ยงแล้ว ดูเหมือนว่าซอมบี้หนุ่มตัวนี้จะยังไม่พอ มันก็เลยกลับไปควักสมองของซากซอมบี้ที่เหลือออกมาทั้งหมด

 

เมื่อวัดจากปริมาณความต้องการอาหารของซอมบี้ นับว่ามันกินไปมากพอสมควรทีเดียว ไม่แน่ว่าหากกินเข้าไปอีกอาจจะท้องแตกก็เป็นได้

 

แต่หลังจากกินเสร็จแล้ว มันกลับแหงนหน้าขึ้นและส่งเสียงคำรามต่ำ ถึงแม้เสียงจะไม่ดัง ทว่ากลับทำให้หลิงม่อสะดุ้งตกใจทันที

 

ซอมบี้ตัวนี้กำลังจะกลายพันธุ์อย่างนั้นเหรอ แม้ว่าจะอยู่ค่อนข้างไกลกัน แต่หลิงม่อก็เห็นชัดเจนว่าประกายสีแดงในดวงตาของมันดูสว่างขึ้น นอกจากนี้ตอนที่แหงนหน้าขึ้นส่งเสียงคำรามต่ำ ก็ดูเหมือนว่ากระดูกตามร่างกายกำลังส่งเสียงดังกรอบแกรบ ถึงแม้นี่จะเป็นเพียงแค่ความรู้สึก แต่หลิงม่อคิดว่าเขาเห็นจริงๆ! ทันใดนั้นร่างกายมันก็ยืดเหยียดเล็กน้อย ส่วนแววกระหายเลือดในดวงตาก็ดูร้อนแรงมากขึ้น

 

ซอมบี้กลายพันธุ์! แม้จะดูอ่อนแอกว่าซอมบี้กลายพันธุ์ที่เขาเคยเจอเล็กน้อย แต่มันก็เป็นซอมบี้กลายพันธุ์ที่ถือกำเนิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเขาจริงๆ!

 

หลิงม่อตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขารู้ว่าอีกไม่นานกลิ่นคาวเลือดบริเวณนี้จะต้องดึงดูดซอมบี้ตัวอื่นมา ดังนั้นขณะที่ซอมบี้กลายพันธุ์ที่ถือกำเนิดใหม่ตัวนี้ยังคงส่งเสียงคำรามต่ำอยู่ เขาก็ควบคุมเย่เลี่ยนให้พุ่งไปที่ด้านหลังของซอมบี้ตัวนี้!

 

ทั้งคู่ต่างก็เป็นซอมบี้กลายพันธุ์ แต่เมื่อเทียบกับเย่เลี่ยนแล้ว “ซอมบี้กลายพันธุ์ที่ถือกำเนิดใหม่” ตัวนี้ไม่มีทางสู้ได้เลย มันเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าเย่เลี่ยนอยู่ข้างหลัง ก็ตอนที่เย่เลี่ยนอยู่ห่างจากมันแค่สิบเมตรแล้ว ปฏิกิริยาพิเศษเฉพาะระหว่างพวกเดียวกัน...

 

สำหรับเย่เลี่ยนแล้ว สิบเมตรไม่นับว่าห่าง ซอมบี้กลายพันธุ์ตัวนี้เพิ่งจะหันหน้ามา เย่เลี่ยนก็พุ่งมาอยู่ตรงหน้ามันแล้ว จากนั้นเย่เลี่ยนก็ใช้สันมือสับเข้าที่คอของมันอย่างแรง

 

จุดอ่อนของซอมบี้ไม่ได้ต่างอะไรไปจากของคนธรรมดาเลย เพียงแต่การบาดเจ็บที่ไม่ถึงแก่ชีวิตไม่อาจยับยั้งการโจมตีของพวกมันได้ก็เท่านั้นเอง พอเย่เลี่ยนใช้สันมือสับลงไป ซอมบี้กลายพันธุ์ก็ตาเหลือกและสลบไปทันที

 

มันคงเป็นซอมบี้ตัวแรกที่ถูกตีสลบ เวลาที่คนธรรมดาเผชิญหน้ากับซอมบี้ มันเป็นการต่อสู้แห่งความเป็นความตาย แล้วก็คงไม่มีใครที่เข้าไปใกล้ซอมบี้ เพียงแค่เพื่อที่จะตีพวกมันให้สลบ การต่อสู้ระหว่างซอมบี้ด้วยกันเองยิ่งไม่ต้องพูดถึง ต้องตายกันไปข้าง! แล้วถึงแม้มันจะไม่ทันระวังถูกตีจนสลบ แต่สิ่งที่รอมันอยู่ก็คือความตาย!

 

เพราะฉะนั้นซอมบี้กลายพันธุ์ที่เพิ่งถือกำเนิดใหม่ตัวนี้จึงเป็นซอมบี้ผู้โชคร้ายตัวแรกในประวัติศาสตร์ที่ถูกพวกเดียวกันตีสลบ แถมยังถูกดึงลากไปตามทางอีกต่างหาก

 

เย่เลี่ยนร่างกายอ่อนแอบอบบาง แต่กลับลากซอมบี้หนุ่มตัวโตได้สบายมาก ดูจากท่าทางแล้วเธอไม่ได้ออกแรงแม้แต่น้อย ตอนนี้ด้านในร้านค้าที่ชั้นล่างไม่มีซอมบี้อยู่แล้ว หลิงม่อก็เลยไม่มีอะไรต้องพะว้าพะวัง เขาวิ่งลงไปเปิดประตูให้กับเย่เลี่ยน แล้วก็ล็อกประตูเหล็กกลับตามเดิม

 

“ศึกษาเจ้าซอมบี้กัน...”

 

หลังจากกลับขึ้นมาชั้นบน หลิงม่อก็นั่งลงตรงหน้าซอมบี้ตัวนี้ด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับถูไม้ถูมือโดยไม่รู้ตัว

 

....................................................................................................................................................

จบบทที่ บทที่ 45 ซอมบี้ที่โชคร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์

คัดลอกลิงก์แล้ว