เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 ภารกิจอันหนักหน่วง

บทที่ 42 ภารกิจอันหนักหน่วง

บทที่ 42 ภารกิจอันหนักหน่วง


บทที่ 42 ภารกิจอันหนักหน่วง

 

สิบนาทีต่อมา...

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะปฏิกิริยาทางจิตใจหรือว่าติดเชื้อไวรัสเข้าให้จริงๆ หลิงม่อถึงได้รู้สึกว่าเลือดในร่างกายเขาเดือดพล่านอยู่ตลอดเวลา หัวใจก็เหมือนกับกำลังจะกระโดดออกมาจากลำคอ แต่ที่น่าแปลกคือเขายังคงมีสติชัดเจนดี นอกนั้นก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

 

หัวสมองของหลิงม่อกำลังพยายามคิดหาแผนรับมืออย่างสุดความสามารถ เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะกลายเป็นแบบลู่ซินหรือเปล่า แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นจะกลายเป็นซอมบี้จริงๆ หรือไม่

 

อย่างไรก็ตามในเมื่อยังไม่ถึงทางตัน หลิงม่อก็ยังไม่อยากยอมแพ้ ตอนนี้เขาเข้าใจความรู้สึกของซย่าน่าในตอนนั้นอย่างลึกซึ้งแล้ว ความรู้สึกสิ้นหวังที่ปรากฏขึ้นภายในใจทีละน้อย!

 

แต่หลิงม่อก็ไม่รู้สึกเสียใจ! เมื่อกี้หากเขาไม่ได้ปลดปล่อยความปรารถนาที่มีต่อเย่เลี่ยนออกมา ป่านนี้เขาอาจจะเป็นบ้าสติฟั่นเฟือนไปแล้วก็ได้ เมื่อความสบายกายสบายใจและความปรารถนาอย่างสุดขีดเข้ากัดเซาะร่างกายและจิตใจของคนๆ หนึ่งพร้อมๆ กัน มันเป็นอะไรที่ทำให้คนเราเป็นบ้าได้ง่ายมาก

 

ส่วนตอนนี้...ถึงจะกลายเป็นซอมบี้ แต่อย่างน้อยก็ได้เคลียร์เรื่องจูบแรกไปเรียบร้อยแล้ว แถมยังได้จูบกับเย่เลี่ยน!

 

จะทำแบบซย่าน่า กลืนกินก้อนไวรัสไปสักนิดก่อนดีไหม หรือว่าใช้วิธีที่ตรงยิ่งกว่านั้นคือดื่มเลือดของซอมบี้...

 

ไม่แน่ว่าสุดท้ายอาจจะเป็นเหมือนกับซย่าน่าที่ยังคงหลงเหลือสติสัมปชัญญะอยู่บ้างเล็กน้อยก็ได้...

 

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หลิงม่อก็เบนความสนใจไปที่ถุงพลาสติกใบนั้นที่เขาโยนทิ้งไว้ด้านข้าง ภายในถุงยังมีเศษก้อนไวรัสอยู่บ้างนิดหน่อย

 

แต่การกินของแบบนี้ในขณะที่ยังมีสติครบถ้วนดี แม้แต่หลิงม่อที่อยู่ด้วยกันกับซอมบี้ทั้งวันทั้งคืนก็ยังรู้สึกกดดันทางจิตใจอย่างหนัก

 

ก้อนไวรัสนี้ควักออกมาจากสมองของซอมบี้กลายพันธุ์นะ...ถึงแม้จะมีพิษอยู่เพียงน้อยนิด แต่ก็คงมากกว่าปริมาณเชื้อไวรัสที่อยู่ในร่างกายของซอมบี้ธรรมดาอยู่เยอะทีเดียว

 

อย่างไรก็ตามระหว่างการกลายเป็นซอมบี้โดยสิ้นเชิงและการที่ยังมีสติสัมปชัญญะอยู่บ้าง ใจของหลิงม่อนั้นก็ยังคงเอนเอียงไปทางอย่างหลังมากกว่า เขาขมวดคิ้วมุ่น แล้วยื่นมือออกไปหยิบถุงพลาสติกใบนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ

หลิงม่อเพิ่งหยิบถุงพลาสติกขึ้นมาตรงหน้า กลิ่นฉุนแสบจมูกก็พุ่งออกมาจากข้างในถุง ทำเอาหลิงม่อปวดหัวไปพักหนึ่งเลย แต่เขาก็ไม่ได้โมโห กลับดีใจเสียด้วยซ้ำ จิตใจที่เดิมทีหนักอึ้งก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ในเมื่อเขายังคงรู้สึกขยะแขยงก้อนไวรัสนี้อย่างสุดขีด นั่นก็แสดงว่าเขายังไม่ได้เริ่มกลายร่าง

 

กลิ่นของเจ้าก้อนไวรัสนี้ช่างฉุนแสบจมูกเสียจริงๆ หากจะต้องกินสิ่งนี้ทั้งที่ยังไม่ได้กลายร่าง แค่หลิงม่อคิดว่าตัวเองจะอ้าปาก สิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารก็พร้อมจะขย้อนออกมาแล้ว เขาจึงเลือกที่จะรอ ทันทีที่เริ่มมีเค้าว่าจะกลายร่าง เขาก็จะกินเศษก้อนไวรัสนี้ แม้จะมีความหวังเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังดีกว่ายอมแพ้...

 

“ตุบๆๆ!”

 

เสียงหัวใจเต้นเหมือนดังอยู่ที่ข้างๆ หูของหลิงม่อ เขาเองก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของตัวเองคล้ายกับว่าจะหมดแรง ความรู้สึกนี้เหมือนกับคนเมาเหล้ายังไงยังงั้นเลย

 

ยี่สิบนาทีแล้ว...คงจะใกล้แล้วละ ซย่าน่าเองก็เริ่มกลายร่างในช่วงเวลานี้เช่นกัน

 

หลิงม่อถอนหายใจอยู่ในใจและกำถุงพลาสติกในมือแน่นด้วยความกังวล หากปรากฏเค้าเล็กน้อย ก็จะกินทันที! ขอสู้สักตั้งดีกว่ารอความตาย!

 

แม้ว่าจะมีชีวิตรอดในช่วงวันสิ้นโลกมานานขนาดนี้ แต่หลิงม่อก็ยังไม่อยากตาย เขาอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป! ถึงแม้วิกฤตจะเกิดขึ้นกับเขา แต่เขาก็ยังคงมีความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้า

 

ที่สำคัญที่สุดคือเขาอยู่กับซอมบี้ตลอดทั้งวันทั้งคืน เขาจึงไม่ได้กลัวเจ้าสิ่งนี้ของซอมบี้จนเข้ากระดูก

 

การกลายเป็นซอมบี้ก็คือการขจัดสติสัมปชัญญะของมนุษย์ออกไปและกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่รู้จักแต่สังหาร ถึงแม้จะน่ากลัวยิ่งกว่าการตาย แต่อย่างไรเสียก็ยังดีกว่าให้เขาตายไปเสียเดี๋ยวนี้

 

แต่ตอนนี้รอมาหนึ่งชั่วโมงแล้ว!

 

หลิงม่อไม่เพียงไม่มีเค้าว่าจะกลายร่าง หัวใจยังค่อยๆ เต้นช้าลง พละกำลังที่สูญเสียไปก็กลับคืนมาทีละน้อยๆ ด้วย

 

นี่มันอะไรกันเนี่ย ไม่ติดเชื้อกันทางน้ำลายเหรอ

 

เดิมทีหลิงม่อรู้สึกซึมเศร้า แต่หลังจากรู้เรื่องนี้ เขาก็ตื่นเต้นขึ้นมาสุดขีดทันที!

 

ไม่ติดต่อกันทางน้ำลาย! ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าจะไม่ติดต่อกันทาง...สายตาของหลิงม่อมองไปทางเย่เลี่ยนโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณขาเรียวยาวคู่นั้นที่หุบชิดอยู่...

 

ไม่ติดต่อก็ดีแล้ว! ไม่ติดต่อก็ดีแล้ว!

 

หลิงม่อกระโดดขึ้นมาทันที หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะไปรบกวนซอมบี้ที่อยู่ชั้นล่างล่ะก็ เขาก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ สักสามที! เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองไม่รอดแน่ คิดไม่ถึงว่าจะไม่ติดต่อกันทางน้ำลาย!

 

ระหว่างที่กำลังดีใจเป็นบ้าเป็นหลัง หลิงม่อไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าท่ามกลางการรอคอยที่ยาวนานกว่าชั่วโมง เขาไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจวัตถุที่อยู่ในถุงพลาสติกอีกแล้ว เขาไม่แม้แต่สังเกตเห็นว่ากลิ่นที่ตอนแรกฉุนแสบจมูกสุดๆ นั้นไม่ได้มีผลต่อเขาอีกต่อไปแล้ว...แต่หลังจากที่เขาแน่ใจว่าตัวเองไม่กลายร่างแล้ว เขาก็โยนถุงพลาสติกใบนั้นทิ้งไปบนพื้น

 

ขณะที่หลิงม่อกำลังหัวเราะแบบไร้เสียง ดวงตาของเย่เลี่ยนได้กลับมาเป็นปกติแล้ว เมื่อหลิงม่อหันไปมองเธอ เธอกำลังจ้องมองเขาเขม็งด้วยแววตางงงวยเล็กน้อย

 

ในใจหลิงม่อเต้น “ตึกตัก” ขึ้นมาทันที เขารีบกระโจนเข้าไปคว้าจับบ่าของเย่เลี่ยน และเขย่าอย่างแรง “เย่เลี่ยน?”

 

เย่เลี่ยนมองหลิงม่อ แล้วจู่ๆ ก็ยื่นมือออกมาลูบไล้มือของหลิงม่อ จากนั้นเธอก็ขมวดคิ้วและมองดูมือตัวเองด้วยความงุนงงเล็กน้อย

 

การกระทำนี้มีความเป็นมนุษย์อยู่พอสมควรทีเดียว หลิงม่อรู้สึกดีใจขึ้นมาทันที แล้วเขาก็จ้องมองเย่เลี่ยน แต่กลับพูดไม่ออกแม้แต่ประโยคเดียว

 

ปกติหลิงม่อแค่รักษาสายสัมพันธ์ทางจิตระหว่างเขาและเย่เลี่ยนเอาไว้ ไม่ได้ตั้งใจควบคุมการเคลื่อนไหวของเธอเท่าใดนัก เพราะฉะนั้นอากัปกิริยาเหล่านี้ในตอนนี้ของเย่เลี่ยนล้วนมาจากตัวเธอเองทั้งสิ้น! เป็นอย่างที่คาดไว้จริงๆ ด้วย สติสัมปชัญญะของเธอค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาตามวิวัฒนาการที่ไม่หยุดยั้ง!

 

แต่เมื่อเห็นว่าเย่เลี่ยนไม่มีทีท่าว่าจะเอ่ยปากพูด ความตื่นเต้นภายในใจของหลิงม่อก็ค่อยๆ สงบลง เขารู้แก่ใจดีว่าการฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติของเย่เลี่ยนไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้สำเร็จภายในวันเดียว ตอนนี้เธอฟื้นคืนกลับมาได้ถึงระดับนี้ ก็นับว่าดีมากแล้ว

 

ไม่ผิดจากที่คาดไว้จริงๆ หลังจากงงงวยอยู่ชั่วขณะ สีหน้าของเย่เลี่ยนก็กลับมาไร้อารมณ์ความรู้สึกใดๆ แต่สายตาที่เธอมองหลิงม่อกลับไม่ได้ไร้ซึ่งความรู้สึกอย่างเมื่อก่อน มันกลับเจือไปด้วย...ความไว้เนื้อเชื่อใจ!

 

ไม่ว่าจะเป็นเพราะสายสัมพันธ์ทางจิตของทั้งสองฝ่ายหรือว่าเพราะเหตุผลอื่น อย่างไรเสียตอนนี้สายตาที่เย่เลี่ยนมองหลิงม่อก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว!

 

หลังจากที่รู้ว่าน้ำลายของเย่เลี่ยนไม่เป็นอันตรายต่อเขา หลิงม่อก็อดไม่ได้ที่จะกอดเธอแน่นๆ อีกทั้งยังจุ๊บริมฝีปากเธออย่างแรง

 

“ฉันคงจะเป็นมนุษย์คนแรกที่จูบกับซอมบี้ละมั้ง ฮ่าๆๆๆ!”

 

สายสัมพันธ์ทางจิตระหว่างเย่เลี่ยนและหลิงม่อแน่นแฟ้นมาก แม้ว่าตอนนี้เขาจะแสดงท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมกับเย่เลี่ยนขนาดนี้ แต่เย่เลี่ยนก็ไม่ได้ต่อต้านขัดขืนแต่อย่างใด และแน่นอนว่าเธอก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ด้วยเช่นกัน

 

ความเป็นมนุษย์ของเธอแสดงออกแค่เฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางสายตาเวลาที่มองหลิงม่อ ส่วนด้านอื่น...อย่างไรเสียหลิงม่อเองก็ไม่ได้รีบร้อนขนาดนั้น ข้าวต้องกินทีละคำๆ ถนนหนทางก็ต้องเดินไปทีละก้าวๆ

 

อย่างน้อยตอนนี้เขาก็สามารถสัมผัสใกล้ชิดกับเย่เลี่ยนมากขึ้นได้อย่างสบายใจแล้ว! เพียงแต่ระวังอย่าไปสัมผัสเปื้อนเลือดก็พอแล้ว...เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ จู่ๆ หลิงม่อก็เผยรอยยิ้มที่แสนจะเข้าใจยากออกมา

 

ห้ามสัมผัสเปื้อนเลือด? พับผ่าสิ!

 

.................................................................................................................................................

 

จบบทที่ บทที่ 42 ภารกิจอันหนักหน่วง

คัดลอกลิงก์แล้ว