เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 ความตระหนักรู้ตัวของซย่าน่า

บทที่ 24 ความตระหนักรู้ตัวของซย่าน่า

บทที่ 24 ความตระหนักรู้ตัวของซย่าน่า


บทที่ 24 ความตระหนักรู้ตัวของซย่าน่า

 

ขณะที่หลิงม่อและเย่เลี่ยนค้นหาร่องรอยของซอมบี้กลายพันธุ์อย่างละเอียดอยู่ในอาคารเรียน พวกซย่าน่าเองก็กำลังประมือกับซอมบี้กลายพันธุ์ตัวหนึ่งในตึกหอพัก

 

ด้วยความที่ซอมบี้กลายพันธุ์ตัวนี้รูปร่างผอมสูง บวกกับใบหน้าที่ไม่ได้บิดเบี้ยวเหมือนกับซอมบี้ทั่วไป ฉะนั้นแล้วถึงแม้จะมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนทั่วหน้า แต่ก็ยังคงดูออกว่าเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย

 

ทว่า เมื่อส่งเสียงคำรามแหบแห้งทุ้มต่ำออกมาและบีบต้อนให้ซย่าน่าถอยร่นทีละก้าวๆ ความงามเหล่านั้นก็มลายหายไปจนหมดสิ้น

 

ซย่าน่าต้านทานการโจมตีอันบ้าระห่ำของซอมบี้กลายพันธุ์สาวอย่างยากลำบาก ดูจากลักษณะท่าทางของเธอแล้ว เห็นได้ชัดว่าแขนถูกดึงจนได้รับบาดเจ็บ และตอนนี้กำลังพยายามประคับประคองโดยอาศัยความมุ่งมั่นของตัวเองล้วนๆ ส่วนบริเวณข้างหลังเธอที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก มีซากซอมบี้กลายพันธุ์อีกตัวนอนตายอยู่

 

ส่วนหลิวอวี่หาวนั้นมีสีหน้าที่อ่อนระโหย ถึงแม้จะยังคงติดตามอยู่ข้างกายซย่าน่าและคอยช่วยคลายความกดดันให้เธอ แต่ก็ดูออกว่าเขาใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว จากที่มีคนติดตามพวกเขาสามคนก็เหลือเพียงแค่สองคน คนหนึ่งคือหวังเฉิง อีกคนคือชายหนุ่มที่เกือบจะฆ่าหวังเฉิง แต่ดูจากสีหน้าของพวกเขาแล้ว ทั้งคู่ล้วนดูเหมือนตื่นตกใจสุดขีด

 

อันที่จริงพวกเขาก็ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างแรงจริงๆ นั่นแหละ...หลังจากแยกกับหลิงม่อแล้ว พวกเขาก็วิ่งตรงมาที่หอพักหลังนี้เลย ตอนที่พวกซย่าน่าออกจากโรงเรียน บรรดาครูและเพื่อนๆ ที่เหลือล้วนอยู่ในหอพักหลังนี้ แล้วก่อนที่จะออกมา พวกซย่าน่าและหลิวอวี่หาวเองก็ได้ขนอาหารทั้งหมดจากซุปเปอร์มาร์เกตของโรงเรียนมาไว้ที่นี่ อาหารพวกนี้สามารถกินประทังชีวิตได้ไม่นาน แต่การจะให้คนกลุ่มใหญ่ขังตัวอยู่ที่นี่ระยะยาวก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาเช่นกัน ดังนั้นการที่ให้คนจำนวนหนึ่งออกไปหาทางรอดอย่างอื่นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น

 

แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือสามารถหาคนมาช่วยเหลือได้ เช่น กองกำลังทหาร แต่ส่วนแย่ที่สุดคือจะต้องหาที่พักที่ปลอดภัยเพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องถูกขังตายอยู่ที่นี่

 

อย่างไรก็ตามบรรดาคนที่สมัครใจตามซย่าน่ามานั้นก็หาใช่ว่าจะเสียสละเพื่อคนเหล่านี้ด้วยใจจริง แต่พวกเขาคิดว่าติดตามอยู่ข้างๆ ซย่าน่าดูจะปลอดภัยกว่า หากจะพูดให้ชัดและตรงขึ้นอีกหน่อยก็คือพวกเขาไม่เชื่อว่าซย่าน่าจะย้อนกลับมา

 

ที่จริงแล้วซย่าน่าไม่ได้ทำตามสัญญาอย่างครบถ้วน เพราะเธอกลับมาช้ากว่าที่สัญญาเอาไว้หลายวัน

 

มันเป็นเรื่องที่จนปัญญาจริงๆ เพื่อที่จะตีฝ่าวงล้อมออกมา มีเพื่อนๆ ที่มีความสามารถในการต่อสู้ต้องตายไปหลายคน เหลือแต่พวกที่เป็นภาระทั้งสิ้น หากอาศัยแค่ซย่าน่ากับหลิวอวี่หาวสองคน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะบุกฝ่ากลับไปอีกครั้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่จะไปรับคนกลุ่มนั้นที่อยู่ในโรงเรียนให้ออกมาอย่างปลอดภัย

 

ถึงกระนั้นก็ตามซย่าน่าก็ไม่เลิกล้มความตั้งใจ ดังนั้นเมื่อเธอพบว่าหลิงม่อที่มีกำลังและความสามารถจริงๆ อีกทั้งยังฉวยเอา “ผลประโยชน์” จากครอบครัวเธอไป เธอก็อดไม่ได้ที่จะขอความช่วยเหลือทันที

 

แต่ก็เป็นอย่างที่หลิงม่อคิดเอาไว้ นับตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเข้ามาในโรงเรียนนี้ ซย่าน่าก็ได้เตรียมใจไว้เรียบร้อยแล้ว ว่าบางทีคนพวกนั้นอาจตายกันหมดแล้ว...

 

แต่เธอไม่นึกไม่ฝันเลยว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้าเธอจะน่ากลัวสยดสยองขนาดนี้!

 

เดิมทีในหอพักมีอยู่ทั้งหมดยี่สิบกว่าคน นอกจากคนเป็นจำนวนเจ็ดแปดคนแล้ว คนอื่นที่เหลือล้วนถูกกัดแทะกินจนเหลือแต่โครงกระดูก...

 

ภาพที่นองเลือดยิ่งกว่านี้ ไม่ใช่ว่าซย่าน่าจะไม่เคยเห็น แต่ภาพคนกินคนเหล่านี้ทำให้เธอรู้สึกคลื่นเหียนจากก้นบึ้งหัวใจอยู่พักหนึ่ง อีกทั้งรู้สึกหนาวยะเยือกสุดขั้ว! ส่วนพวกหลิวอวี่หาวเองต่างก็ช็อกสนิท! จนสองคนในนั้นถึงกับอาเจียนออกมาตรงนั้นเลย

 

ซอมบี้กินคนยังพอจะเรียกได้ว่าพวกมันเป็นสัตว์ประหลาด แต่ผู้คนตรงหน้านี้เป็นคนปกติที่มีสัมปชัญญะแท้ๆ! พวกเขายอมฆ่าเพื่อนและกินเลือดกินเนื้อของพวกเขาดีกว่าเสี่ยงออกไปหาอาหารข้างนอก!

 

แต่สิ่งที่ซย่าน่าสะอิดสะเอียนที่สุดคือพอเห็นพวกซย่าน่าปรากฏตัวขึ้น พวกเขากลับยังจะมีหน้าวิ่งเข้ามาหาด้วยความลิงโลดอยู่อีก!

 

ตอนที่คุณครูวัยกลางคนคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุดพุ่งเข้ามาหาซย่าน่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เธอยกมือขึ้นกวัดแกว่งมีดยาวในมือโดยไม่รู้ตัว

 

“ฟู่ๆ...” เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมาจากต้นคอของคุณครูวัยกลางคน แต่เขาเอามืออุดปิดคอเอาไว้ สองตาฉายแววไม่อยากจะเชื่อและจับจ้องใบหน้าซีดเผือดของซย่าน่าเขม็ง จากนั้นก็ค่อยๆ ล้มตัวลง

 

คนอื่นๆ ตัวแข็งทื่อไปในทันที แต่ซย่าน่ากลับหมุนตัวเดินออกจากที่นี่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย แล้วในวินาทีที่หันกลับไป จู่ๆ เธอก็พลันนึกถึงคำที่หลิงม่อเคยพูดไว้ คำนั้นคือมอด

 

ก่อนหน้านี้เธอเคยคิดว่าหลิงม่อเป็นคนที่ใจร้ายเลือดเย็น แต่ตอนนี้และเวลานี้เธอเองก็เกิดความรู้สึกขยะแขยงสะอิดสะเอียน “มอด” เหลือเกินเช่นกัน

 

พละกำลังอ่อนแอ ต้องการการปกป้องคุ้มครอง นี่ไม่ใช่บาปกรรม แต่การที่ไม่คิดพัฒนาตนเอง และถึงขนาดคิดว่าพฤติกรรมเช่นนี้เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล ในช่วงวันสิ้นโลกคนประเภทนี้ไม่ได้เป็นอันตรายน้อยกว่าพวกซอมบี้เลย...สำหรับคนพวกนี้ ปล่อยพวกเขาให้เป็นไปตามบุญตามกรรมเถอะ...

 

พอซย่าน่าเดินจากไป ถึงแม้พวกหลิวอวี่หาวยังอยู่ในอาการตกตะลึง แต่พวกเขาเองก็รู้สึกขยะแขยงและหวาดกลัวพวกคนบ้ากินคนที่อยู่ตรงหน้านี้ด้วยเช่นกัน พวกเขาหันหลังกลับแทบจะพร้อมกันและเดินตามซย่าน่าไป

 

ซย่าน่าแค่อยากจะให้คนพวกนี้นับถอยหลังรอวันตายไปเอง แต่คิดไม่ถึงว่าหลังจากที่ได้สติกลับมา พวกเขาก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้น!

 

“นังสารเลว!”

 

“พวกเรารออยู่ตั้งนาน นึกไม่ถึงว่าเธอ...”

 

“ฆ่าเธอ ฆ่าเธอ!”

 

ความอาฆาตแค้นอย่างรุนแรงเข้าครอบงำจิตใจของคนพวกนี้ ส่วนความหุนหันพลันแล่นก็เป็นเหมือนเชื้อไวรัสที่แพร่ติดต่อกันได้ ทำให้พวกเขาสูญสิ้นซึ่งสติสัมปชัญญะไปโดยสิ้นเชิง พวกเขาพุ่งออกไปอย่างบ้าคลั่ง พุ่งไปที่ซย่าน่า...

 

ต่อมาสิ่งที่เกิดขึ้นที่ระเบียงทางเดินของหอพักก็คือการสังหารที่โหดร้ายป่าเถื่อน นับแต่วินาทีที่พวกเขาพุ่งเข้ามา แนวป้องกันทางจิตใจของซย่าน่าก็พังทลายลงตามไปด้วย เธอเกือบจะทำการต่อต้านและฆ่าฟันโดยไม่รู้ตัว แม้กระทั่งตัวเธอเองยังไม่สังเกตเห็น ขณะที่เธอกำลังแสดงความสามารถอันเก่งกาจแบบไม่มีใครเทียบเทียมได้ คนจำนวนหนึ่งที่ได้สติกลับมาก็หมุนตัววิ่งหนีไปทันที แต่ซย่าน่าไม่คิดที่จะปล่อยพวกเขาไป เธอพุ่งออกไปพร้อมกับรอยยิ้มประหลาดๆ แล้วจัดการฆ่าพวกเขาทีละคนจนราบคาบด้วยความรวดเร็วสุดขีด

 

เวลานั้นภายในใจของซย่าน่ามีอยู่แค่ความคิดเดียวนั่นก็คือพวกเขาล้วนสมควรตาย คนประเภทนี้ไม่สมควรที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้

 

กระทั่งเมื่อจู่ๆ ซอมบี้กลายพันธุ์สองตัวปรากฏตัวขึ้น ในที่สุดซย่าน่าถึงค่อยๆตื่นขึ้นจากอาการกึ่งใจลอยนี้ เห็นได้ชัดว่าซอมบี้กลายพันธุ์สองตัวนี้ถูกกลิ่นคาวเลือดที่แรงฉุนดึงดูดมา แต่ด้วยกำลังความสามารถของซย่าน่าแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะต้านทานซอมบี้กลายพันธุ์สองตัวพร้อมๆ กัน

แต่ในที่สุดก็ฆ่าหนึ่งในซอมบี้กลายพันธุ์ได้โดยอาศัยข้อได้เปรียบทางสภาพแวดล้อมที่สลับซับซ้อน ทว่าซอมบี้กลายพันธุ์อีกตัวก็กลับพุ่งเข้าหาอีก

 

ตอนนี้ภายในหอพักหลังนี้ นอกจากซากศพสดใหม่เจ็ดแปดซากแล้ว ผู้รอดชีวิตที่เหลือก็มีเพียงแค่พวกซย่าน่าสี่คน ส่วนเด็กนักเรียนหญิงคนนั้นถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ตั้งแต่ตอนที่ซอมบี้กลายพันธุ์ปรากฏตัวแล้ว ตอนนี้คาดว่าแม้แต่ศพก็คงไม่ได้อยู่ในสภาพที่ครบถ้วนสมบูรณ์

 

หากไม่ใช่เพราะซย่าน่าฟื้นคืนสติได้ทัน พวกหลิวอวี่หาวก็คงจะประสบหายนะไปแล้ว ด้วยความสามารถในการต่อสู้ของหลิวอวี่หาวนั้น เขาทำได้แค่ดูแลปกป้องไม่ให้คนบ้าพวกนั้นมาทำร้ายอะไรพวกเขา แต่การจะต่อสู้ต้านทานซอมบี้กลายพันธุ์ มันคงจะเป็นไปไม่ได้

 

ซย่าน่าสิ้นเปลืองกำลังไปมากทีเดียวในการฆ่าซอมบี้กลายพันธุ์ตัวแรก บวกกับก่อนหน้านี้ที่ประสบกับเหตุการณ์คาดไม่ถึง เลยทำให้จิตใจของซย่าน่ารู้สึกอ่อนระโหยไปด้วย ด้วยเหตุนี้เองในการต่อสู้กับซอมบี้กลายพันธุ์สาวตัวนี้ เธอจึงเกือบจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเข้าเต็มๆ

 

ไม่ใช่ว่าซอมบี้กลายพันธุ์สาวตัวนี้จะโจมตีเฉพาะซย่าน่าเท่านั้น ทันทีที่สบโอกาสมันก็จะโจมตีคนอื่นด้วยเช่นกัน ซึ่งในระหว่างนี้ หวังเฉิงกับชายหนุ่มคนนั้นต้องตกอยู่ในอันตรายอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่กล้าอยู่ห่างจาก ซย่าน่ามากนัก เพราะกังวลว่าจะถูกซอมบี้ตัวอื่นโจมตี

 

ขณะที่มองดูซอมบี้กลายพันธุ์สาวตัวนี้ สายตาของหวังเฉิงดูเป็นประกายเล็กน้อย จนในที่สุดเมื่อซย่าน่าถูกบีบต้อน เขาก็ค่อยๆ ยกขาขึ้นและถีบชายหนุ่มคนนั้นทันที!

 

“อ้าก!”

 

ขณะที่เสียงร้องโอดโอยดังขึ้น ชายหนุ่มคนนี้ก็ถูกผลักไปอยู่ตรงกลางระหว่างซย่าน่าและซอมบี้กลายพันธุ์สาว

 

“สวบ!”

 

มือของซอมบี้กลายพันธุ์สาวแทงทะลุช่วงท้องของชายหนุ่มทันที ส่วนซย่าน่าเองก็ฉวยช่องว่างนี้ใช้มีดแทงเข้าที่หัวใจของซอมบี้กลายพันธุ์

 

..................................................................................................................................................

 

จบบทที่ บทที่ 24 ความตระหนักรู้ตัวของซย่าน่า

คัดลอกลิงก์แล้ว