เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 เม็ดละแสน ขายให้ปู่สักหน่อยได้ไหม?

บทที่ 12 เม็ดละแสน ขายให้ปู่สักหน่อยได้ไหม?

บทที่ 12 เม็ดละแสน ขายให้ปู่สักหน่อยได้ไหม?


บทที่ 12 เม็ดละแสน ขายให้ปู่สักหน่อยได้ไหม?

โสม ไก่ดำ ฝูหลิง ปักคี้ ตังกุย

ชื่อสมุนไพรนานาชนิดแล่นผ่านเข้ามาในความคิดของหวังปู้เฉิง แต่กลับไม่พบสิ่งที่เรียกว่าฤทธิ์ยาแรงหรือสารพิษร้ายแรงใดๆ

ตามหลักการปรุงยาแบบจวินเฉินจั่วสื่อ* แม้สมุนไพรบางชนิดเมื่อผสมกันจะมีฤทธิ์บำรุงลมปราณและช่วยการไหลเวียนของเลือด แต่ก็ยังมีส่วนประกอบที่ไม่จำเป็นปะปนอยู่มาก

(หมายเหตุ: จวินเฉินจั่วสื่อ คือหลักการปรุงยาจีน 4 ประเภท: ยาหลัก ยาช่วย ยาประกอบ ยานำพา)

สิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่สุดคือ เม็ดยาเล็กๆ เพียงเท่านี้กลับสามารถผสานสมุนไพรจำนวนมากเข้าด้วยกันจนกลั่นตัวเป็นเม็ดยาได้ ช่างเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์จนแทบเป็นไปไม่ได้

"แม่หนู ปู่ขอลองยาสักเม็ดได้ไหม? ไม่ต้องห่วง ถ้าตัวยานี้ไม่มีปัญหาอะไร ปู่ยินดีจ่ายคืนให้สองเท่าของราคาที่หนูซื้อมาเลย"

หวังปู้เฉิงผู้หมกมุ่นอยู่กับวิถีแห่งการแพทย์มาค่อนชีวิตเริ่มเกิดความใคร่รู้ขึ้นมา

"คุณปู่คะ ยานี้ราคาเม็ดละตั้งหนึ่งหมื่นนะคะ แน่ใจเหรอคะว่าจะลอง?"

จงเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบเอ่ยเตือนทันที

แม้แต่พี่น้องท้องเดียวกันยังต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน พวกเธอจะยอมเสียยาพิทักษ์หัวใจไปฟรีๆ โดยไม่มีเหตุผลไม่ได้

เงินหนึ่งหมื่นหยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ สำหรับคนทั่วไป แม้ว่าไบ่เมิ่งเหยียนจะมีรายได้ปีละห้าถึงหกสิบล้าน แต่หนึ่งในสามก็ต้องเสียภาษี ดังนั้นประหยัดได้ก็ควรประหยัด

หากอีกฝ่ายตรวจสอบแล้วไม่พบปัญหาอะไร ก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำอะไรต่อ

"เหอๆ ถึงหมื่นหยวนจะไม่ใช่น้อยๆ แต่สำหรับปู่แล้ว มันก็แค่เศษเงิน"

เมื่อได้ยินราคา หวังปู้เฉิงก็หัวเราะเบาๆ

ในฐานะผู้อาวุโสแห่งวงการศิลปะการต่อสู้เพียงหนึ่งเดียวในหางโจวที่บรรลุ 'ขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นเจ็ด' ทรัพย์สินของเขาถ้าไม่ถึงระดับพันล้าน อย่างน้อยก็ต้องมีหลายร้อยล้าน

พูดจบ หวังปู้เฉิงก็โยนเม็ดยาเข้าปาก นอกจากรสชาติหวานที่ปลายลิ้นแล้ว ลมปราณภายในเส้นชีพจรก็เกิดปฏิกิริยาตอบสนองทันที

ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร หวังปู้เฉิงก็แตะเท้าเบาๆ ร่างทั้งร่างก็พริ้วถอยหลังไปไกลเจ็ดแปดเมตรในพริบตา เล่นเอาไบ่เมิ่งเหยียนและจงเยว่ถึงกับสะดุ้งโหยง

เกิดอะไรขึ้น? คุณปู่บินได้เหรอ?

"ฮืบ"

เมื่อยืนอยู่บนลานกว้าง หวังปู้เฉิงก็ยกมือขึ้นตั้งท่า ร่ายรำท่วงท่า 'ไทเก๊กตระกูลหวัง' ที่สืบทอดกันมาของตระกูลด้วยความพลิ้วไหวต่อเนื่อง

ขณะที่ลมปราณภายในโคจรอย่างรวดเร็ว ธรณีประตูสู่ 'ขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นแปด' ที่กักขังเขามานานกว่าสิบปีก็ค่อยๆ แง้มเปิดออก

ใบไม้ในรัศมีหลายเมตรรอบตัวปลิวว่อน หมุนวนรอบตัวหวังปู้เฉิงเป็นเกลียวคลื่น ก่อเกิดเป็นความงดงามที่ดูดูลึกลับ

ไบ่เมิ่งเหยียนและจงเยว่ที่ไม่เคยสัมผัสโลกแห่งยุทธภพมาก่อน ได้แต่ยืนอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก

นี่ไม่ใช่การถ่ายหนัง และไม่มีสเปเชียลเอฟเฟกต์ ใบไม้พวกนั้นมันบินขึ้นมาได้จริงๆ เหรอเนี่ย!!!

ผ่านไปกว่าสิบนาที หวังปู้เฉิงก็ยุติการฝึกฝนและยืนนิ่ง สงบจิตใจรับรู้ถึงระดับวรยุทธ์ที่เพิ่มพูนขึ้นด้วยความตกตะลึง

นี่มันยาวิเศษชนิดใดกัน? ยาเพียงเม็ดเดียวกลับทำให้เขาทะลวงผ่านสู่ขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นแปดได้ ทั้งที่เขาคิดว่าต้องใช้เวลาอีกยี่สิบปีแท้ๆ?

จังหวะนั้นเอง ใบไม้ที่หมุนวนรอบตัวเขาก็ร่วงหล่นลงสู่พื้น ห่างจากตัวหวังปู้เฉิงออกไปสี่เมตร ก่อตัวเป็นวงกลมราวกับพื้นที่สุญญากาศ

ไบ่เมิ่งเหยียนและผู้จัดการจงเยว่หันมาสบตากัน ต่างฝ่ายต่างเห็นความตื่นตระหนกในแววตาของกันและกัน

ในรัศมีสี่เมตรรอบตัวคุณปู่ ไม่มีใบไม้หล่นอยู่เลยสักใบ แถมรูปร่างของวงกลมนั้นยังดูคล้ายกับรูปยันต์ไทเก๊กชอบกล???

การฝึกฝนวรยุทธ์มาหลายปีทำให้หวังปู้เฉิงสงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว เขาเดินเข้าไปหาคนหนุ่มสาวทั้งสองที่กำลังยืนงงเป็นไก่ตาแตก แล้วกล่าวด้วยความรู้สึกผิดว่า

"เสียมารยาทแล้ว แม่หนู สรรพคุณของยานี้ช่างวิเศษจริงๆ ไม่ทราบว่าหนูพอจะแบ่งขายให้ปู่สักหน่อยได้ไหม ราคาคุยกันได้ ปู่ให้เม็ดละแสนเลย"

ความสงสัยที่มีต่อตัวยาก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น ตอนนี้หวังปู้เฉิงยกย่องบูชายานี้ไว้อย่างสูงส่ง ในใจร้อนรุ่มด้วยความปรารถนา

หากลูกชายและศิษย์สายตรงของเขาได้กินยานี้ โอกาสที่จะบรรลุขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นหกขึ้นไปก็จะเพิ่มสูงขึ้นมาก และอาจมีโอกาสได้แตะขอบเขต 'เซียนเทียน' (โดยกำเนิด) ในตำนานที่ไม่มีใครในยุคปัจจุบันเอื้อมถึง

ส่วนพ่อหนุ่มที่ขายยาให้แม่หนูคนนี้ หวังปู้เฉิงเกรงว่าอีกฝ่ายอาจแค่โชคดีได้ยาวิเศษนี้มาและมีจำนวนจำกัด เขาจึงอยากจะขอซื้อต่อจากเธอแทน

"คุณปู่คะ ขอโทษด้วยค่ะ ยานี้หนูขายให้ไม่ได้จริงๆ"

เมื่อเห็นอีกฝ่ายขอซื้อยา ไบ่เมิ่งเหยียนก็มั่นใจแล้วว่ายาพวกนี้ไม่มีปัญหา และแน่นอนว่าเธอจะไม่ยอมปล่อยหลุดมือไปง่ายๆ

อย่าว่าแต่เธอไม่ได้ขัดสนเงินทองแค่ไม่กี่ล้านเลย ถ้าเกิดพ่อหนุ่มหล่อแซ่หวังคนนั้นรู้ว่าเธอเอายาไปขายต่อแล้วเลิกขายให้เธอในอนาคต เงินส่วนต่างแค่ไม่กี่ล้านก็ไม่คุ้มกับสิ่งที่เสียไป

เงินทองหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ยานี้หมายถึงคุณภาพชีวิตในอนาคตของเธอ ไบ่เมิ่งเหยียนเข้าใจความสำคัญข้อนี้ดี

ส่วนจงเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ แม้จะแอบหวั่นไหวกับตัวเงิน แต่ก็รู้สึกว่าศิลปินของเธอตัดสินใจถูกแล้ว

บางครั้ง เงินก็ไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง

"เรื่องนี้..."

เมื่อเห็นท่าทีที่แน่วแน่ของอีกฝ่าย หวังปู้เฉิงที่ไม่อยากปล่อยยาวิเศษให้หลุดมือไปจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ "เอางี้ เดี๋ยวปู่โอนเงินให้หนูก่อนหนึ่งแสน"

"คุณปู่ไม่ต้องโอนมาแสนนึงหรอกค่ะ แค่หมื่นเดียวก็พอ"

หลังจากได้เห็นฉากอัศจรรย์ตอนที่อีกฝ่ายฝึกวิชาและรู้ว่าเขามีสถานะไม่ธรรมดา ไบ่เมิ่งเหยียนจึงไม่คิดจะฉวยโอกาสโก่งราคา

"แม่หนูจิตใจดีงาม ประเสริฐแท้"

เห็นอีกฝ่ายไม่หวั่นไหวไปกับเงินทอง หวังปู้เฉิงก็นึกชื่นชมในจริยวัตรของเธออย่างมาก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแอดวีแชท แล้วโอนเงินคืนให้เธอหนึ่งหมื่นหยวน

"ได้รับแล้วค่ะคุณปู่ เมื่อกี้คือกังฟูของจริงเหรอคะ?"

หลังจากตรวจสอบยอดเงิน ไบ่เมิ่งเหยียนก็ถามด้วยความสงสัย

"ถูกต้อง ปู่พอจะนับได้ว่าเป็นเจ้าสำนักไทเก๊กตระกูลหวังรุ่นปัจจุบัน หนูอยากเรียนไหม?"

หวังปู้เฉิงยอมรับอย่างตรงไปตรงมา และแสดงเจตนาอยากรับเธอเป็นศิษย์ทันที

"ไม่เอาหรอกค่ะ หนูอายุสามสิบแล้ว คงเรียนไม่ไหว"

ได้ยินดังนั้น ไบ่เมิ่งเหยียนก็ยิ้มและปฏิเสธไป

เวลานี้เธอยังไม่รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของชายชรา และคิดว่าการที่เขาเอ่ยปากชวนเป็นศิษย์ง่ายๆ แบบนี้ อาจจะแค่หวังผลในยาพิทักษ์หัวใจที่เธอมีอยู่

"แม่หนู หนูเรียกปู่ว่าคุณปู่ งั้นปู่คงต้องขอหน้าด้านขอซื้อยาจากหนูสักสองสามเม็ดจะได้ไหม? บุญคุณครั้งนี้ปู่จะจดจำไว้ วันหน้าถ้าหนูมีปัญหาอะไรในหางโจว มาหาปู่ได้ตลอดเวลา"

หลังจากใช้เงินพิสูจน์ความจริงใจ หวังปู้เฉิงก็ยังคงตื๊อขอซื้อยาต่อ

ด้วยยึดมั่นในความซื่อตรงมาหลายปี เขาไม่เคยคิดจะแย่งชิงยามาดื้อๆ หรือใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงใคร

ในการฝึกฝนวรยุทธ์ สิ่งต้องห้ามที่สุดคือจิตใจที่ไม่บริสุทธิ์

"เมิ่งเหยียน ทำไมไม่ตกลงล่ะ?"

จงเยว่เองก็อยากจะผูกมิตรกับยอดฝีมือลึกลับท่านนี้ จึงกระซิบเกลี้ยกล่อมศิลปินของเธอ

"ก็ได้ค่ะ"

เห็นอีกฝ่ายขอแค่สามเม็ด ไบ่เมิ่งเหยียนจึงตอบตกลง โดยไม่คิดเงินเพิ่มแม้แต่แดงเดียว

ยังไงซะเธอก็ยังมียาพิทักษ์หัวใจเหลืออีก 29 เม็ด รวมกับของเก่าอีก 4 เม็ด ก็เพียงพอสำหรับช่วงสั้นๆ

ไหนๆ เธอก็เคยบอกว่าจะให้ผู้จัดการลองทานดูบ้าง คราวหน้าไบ่เมิ่งเหยียนกะว่าจะสั่งซื้อยาพิทักษ์หัวใจล่วงหน้าสักสองสามวัน จะได้ไม่ทำให้พ่อหนุ่มหล่อแซ่หวังสงสัย

...

"หลังจากบรรลุขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่งแล้ว จะเพิ่มค่าความชำนาญให้เร็วขึ้นได้ยังไง?"

ที่บ้านพัก หวังเริ่นมีต้มเลือดหมู น้ำเต้าหู้ เสี่ยวหลงเปา และไข่ต้มใบชา—ของดีที่คนไต้หวันเชื่อว่าคนแผ่นดินใหญ่ไม่มีปัญญาซื้อกิน—วางอยู่เต็มโต๊ะกาแฟตรงหน้า เขากำลังป้อนคำสั่งจำลองสถานการณ์ใหม่ลงใน 'แอปพลิเคชันนิรันดร์'

จริงอยู่ที่การฝึกฝนวันละ 8 ชั่วโมงควบคู่กับการทาน 'อาหารโอสถ' จะช่วยเพิ่มค่าความชำนาญของวิชา 'ปาต้วนจิ่น' ได้ 80 แต้ม และวิชา 'ซานฉงหวงจี๋' ได้ 96 แต้ม แต่มันก็ยังห่างไกลจากเป้าหมาย 10,000 แต้มเพื่อบรรลุ 'ขั้นความสำเร็จระดับสูง' อยู่ดี

ยิ่ง 100,000 แต้มสำหรับ 'ขั้นปรมาจารย์' ยิ่งดูไกลเกินเอื้อมจนน่าท้อใจ

ผ่านไป 10 วันนับตั้งแต่เขาบรรลุขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง ตอนนี้ร่างกายเริ่มปรับตัวเข้ากับความเข้มข้นของพลังวิญญาณได้แล้ว ก็น่าจะเริ่มเร่งความเร็วรอบถัดไปได้

'ใช้พลังวิญญาณขับเคลื่อนเคล็ดวิชา เสริมด้วยอาหารโอสถ จะช่วยเพิ่มค่าความชำนาญได้อย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณของขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่งสามารถรองรับการฝึกฝนได้สิบรอบ และสามารถฟื้นฟูพลังได้ด้วยยากลั่นลมปราณ'

"การใช้พลังวิญญาณช่วยเสริมเป็นเรื่องที่คาดไว้อยู่แล้ว ติดอยู่นิดเดียวคืออาหารโอสถพวกนี้ จะรองรับการฝึกได้แค่สิบรอบเหมือนกันหรือเปล่านะ?!"

เมื่อเห็นคำตอบจากแอปฯ นิรันดร์ หวังเริ่นผู้ซึ่งตอนนี้มีทุนหนาปึ้กก็เริ่มเกิดกิเลส

หลังจากรีบจัดการมื้อเช้าจนเกลี้ยง หวังเริ่นก็เก็บกวาดเรียบร้อย เปิดแอปพลิเคชัน แล้วเริ่มฝึกวิชาปาต้วนจิ่น

เขาเริ่มจากของง่ายก่อนไปยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขากลัวว่าการผสานพลังวิญญาณเข้ากับวิชาซานฉงหวงจี๋ อาจจะเผลอไปรื้อบ้านตัวเองทิ้งโดยไม่รู้ตัว

จบบทที่ บทที่ 12 เม็ดละแสน ขายให้ปู่สักหน่อยได้ไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว