- หน้าแรก
- อภิมหาเศรษฐีท่องเที่ยวทั่วประเทศรับรางวัลทรัพย์สินล้านล้าน
- บทที่ 23 ทานอาหารกับหลินซือซือ บทพิสูจน์ผลลัพธ์สามวัน
บทที่ 23 ทานอาหารกับหลินซือซือ บทพิสูจน์ผลลัพธ์สามวัน
บทที่ 23 ทานอาหารกับหลินซือซือ บทพิสูจน์ผลลัพธ์สามวัน
บทที่ 23 ทานอาหารกับหลินซือซือ บทพิสูจน์ผลลัพธ์สามวัน
ซูเช่ออมยิ้ม ก่อนจะกดส่งของขวัญมูลค่าหนึ่งแสนหยวนไปให้อีกครั้ง
คราวนี้ต้าหม่าโหวและเพื่อนข้างกายถึงกับลุกขึ้นทำท่าเคารพสูงสุด
"ขอบคุณนายท่านซูสำหรับของขวัญครับ เป่าเป่าขอกราบงามๆ เลยครับผม!"
ซูเช่อพูดคุยหยอกล้อกับต้าหม่าโหวสักพักก่อนจะออกจากห้องไลฟ์
รอบนี้เขาใช้เงินไปเกือบสองแสนหยวน
ต้าหม่าโหวตื่นเต้นจนตัวสั่น ยืนตรงเคารพธงชาติต่อหน้าผู้ชมหลักแสนคน แล้วก้มกราบขอบคุณซูเช่ออยู่หลายตลบ...
ในอีกด้านหนึ่ง หลินซือซือได้รับคำเชิญจากซูเช่อ
เธอเพิ่งกลับถึงวิลล่าและกำลังจัดเก็บสัมภาระจากการเดินทาง
จิตใจของเธอยังคงล่องลอยอยู่กับการพักผ่อนที่ลี่เจียง หรือเรียกง่ายๆ ว่ายังมูฟออนไม่ได้นั่นเอง
เธอมักจะหวนนึกถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ได้ทำความรู้จักกับซูเช่อและน้องสาวทั้งสอง
เดิมทีเธอคิดว่าคงต้องรออีกหลายวันกว่าจะได้เจอซูเช่ออีก
แต่ไม่นึกเลยว่า จู่ๆ ซูเช่อจะส่งคำเชิญทานอาหารเย็นมาให้
หลินซือซือดีใจมาก ประกอบกับเพิ่งจัดการธุระเสร็จ ท้องไส้จึงเริ่มประท้วงพอดี
เธอรีบตอบรับคำเชิญของซูเช่อ แล้วขับรถโรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน มุ่งหน้าสู่ร้านอาหารอัลตราไวโอเลต
เนื่องจากคฤหาสน์หรูของเธออยู่ใกล้กับเดอะบันด์มาก ขับรถไปเพียงสิบห้านาทีก็ถึง
เธอไม่แปลกใจเลยที่รู้ว่าซูเช่อนัดทานข้าวที่อัลตราไวโอเลต
เพราะสำหรับคนใกล้ชิดอย่างเธอ ความสามารถของซูเช่อนั้นลึกล้ำเกินหยั่งถึง ราวกับมีม่านหมอกลึกลับปกคลุมอยู่เสมอ
ทุกครั้งที่เธอคิดว่าซูเช่อคงมีดีแค่นี้ เขาก็มักจะทำให้หลินซือซือประหลาดใจได้ทุกที
โดยเฉพาะตอนที่เห็นซูเช่อขับลัมโบร์กินี แอร์เมส มูลค่า 380 ล้านหยวนในติ๊กต่อกอีกครั้ง หลินซือซือแทบจะเป็นลม
เธอรู้สึกว่าหลังจากแยกกันคราวนี้ เธอยิ่งเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของซูเช่อได้ยากขึ้นไปอีก
ขณะวนหาที่จอดรถ หลินซือซือก็บังเอิญเห็นลัมโบร์กินี แอร์เมส คันงามจอดอยู่
บริเวณนั้นรายล้อมไปด้วยเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่กำลังรุมถ่ายรูป
แม้โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน ของเธอจะโดดเด่นสะดุดตา แต่เมื่อเทียบกับรถของซูเช่อแล้ว ยังถือว่าห่างชั้นกันอยู่มาก
เธอไม่ได้เก็บมาใส่ใจ รถหรูจอดข้างทางแล้วมีคนถ่ายรูปเป็นเรื่องปกติ
หลังจากจอดรถเสร็จ หลินซือซือก็เดินเข้าไปในร้านอัลตราไวโอเลต
มู่หว่านชิวและพนักงานต้อนรับสาวสวยชาวฝรั่งเศสสองคนยืนต้อนรับแขกอยู่ที่หน้าประตู
หลินซือซือเคยมาที่นี่สองสามครั้ง จึงมีความสัมพันธ์อันดีกับมู่หว่านชิว ผู้ดูแลร้านอัลตราไวโอเลต
"อ้าว ซือซือ มาแล้วเหรอ! แขกหายากเลยนะเนี่ย"
ทันทีที่เห็นหลินซือซือ มู่หว่านชิวก็ทักทายด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ท่าทีสนิทสนมยิ่งกว่าตอนคุยกับซูเช่อเสียอีก
"ค่ะพี่มู่ แต่ครั้งนี้หนูไม่ได้จองไว้นะคะ หนูมาหาเพื่อนค่ะ"
"มาหาคุณซู... คุณซูเช่อใช่ไหม?" มู่หว่านชิวถามยิ้มๆ
หลินซือซือแปลกใจเล็กน้อย พยักหน้าตอบ "ใช่ค่ะเขาเอง พี่มู่รู้ได้ไงคะ?"
มู่หว่านชิวตบมือเล็กๆ ของหลินซือซือเบาๆ ด้วยสายตาอิจฉา "ซือซือ นี่หนุ่มโสดเนื้อหอมเลยนะ คว้าโอกาสไว้ให้ดีล่ะ เขาอยู่ที่โต๊ะหมายเลขแปดจ้ะ"
"พี่มู่ พูดอะไรเนี่ย เราเป็นแค่เพื่อนธรรมดาค่ะ"
มู่หว่านชิวยิ้มพราว "เมื่อกี้คุณซูยังพูดถึงเธออย่างอ่อนโยนอยู่เลย เรียกเธอว่า... แฟนสาวด้วยนะ พี่ว่าคู่นี้มีลุ้น
ถ้าสมหวังแล้ว อย่าลืมช่วยพูดเชียร์พี่สาวคนนี้บ้างนะ"
"โธ่ พี่มู่ อย่าแซวสิคะ"
ใบหน้าของหลินซือซือแดงซ่านเพราะคำพูดของมู่หว่านชิว ดูเขินอายเล็กน้อย
"พี่มู่ งั้นหนูเข้าไปก่อนนะคะ บ๊ายบาย"
"จ้ะ เดี๋ยวพี่ให้แมรี่พาไปนะ"
มู่หว่านชิวหันไปพูดภาษาจีนกับสาวสวยชาวฝรั่งเศสข้างกาย
เธอพยักหน้า และเอ่ยด้วยภาษาจีนที่คล่องแคล่วอย่างน่าทึ่ง "คุณหลิน เชิญทางนี้ค่ะ"
จากนั้น หลินซือซือก็ถูกพามายังที่ที่ซูเช่อนั่งอยู่
เธอแว่วเสียงพีดีดีดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ของเขา
"เชรดดด เสี่ยใหญ่ ไว้เจอกันวันหลัง ผู้น้อยคนนี้จะนวดเฟ้นบริการท่านพี่อย่างดีเลยครับ..."
"ซูเช่อ ขอโทษที่ให้รอนานนะ"
วันนี้หลินซือซือเปลี่ยนมาใส่ชุดเดรสยาวสีม่วง ดูสง่างามและภูมิฐาน ในขณะเดียวกันรูปร่างที่อวบอิ่มสมส่วนของเธอก็ดึงดูดสายตาของซูเช่อได้ชะงัด
"ไม่เป็นไร ผมก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน"
พูดจบ ซูเช่อก็กดออกจากห้องไลฟ์ของพีดีดี
เขาเพิ่งเปย์ให้ต้าหม่าโหวไปสองแสน แล้วก็มาเปย์ให้พีดีดีอีกสองแสน
ยอดเงินเท่ากัน และทั้งคู่ก็ขอบคุณอย่างกระตือรือร้นเหมือนกัน แต่ซูเช่อค่อนข้างชอบพีดีดีมากกว่าหน่อย
เพราะพีดีดีดูซื่อๆ และน่ารักกว่า แถมยังผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ ทัศนคติค่อนข้างบวก
เมื่อกี้พีดีดีแทบจะคุกเข่ากราบซูเช่ออยู่แล้ว แต่ซูเช่อห้ามไว้ แค่เล่นสนุกๆ ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้น
พอหลินซือซือมาถึง ซูเช่อก็ปิดโทรศัพท์
ไม่ได้เจอกันแค่วันเดียว แต่กลับรู้สึกเหมือนนานแรมปี ทั้งสองมีเรื่องคุยกันไม่รู้จบ
พนักงานเสิร์ฟสาวชาวฝรั่งเศสเริ่มทยอยเสิร์ฟอาหารทีละจานตามสัญญาณจากซูเช่อ
ร้านนี้มีโต๊ะยาวโต๊ะเดียวสำหรับ 10 ท่าน ไม่มีโต๊ะแยก ทุกคนนั่งรวมกัน
คอร์สอาหารค่ำคืนนี้แบ่งเป็น 4 ธีม ได้แก่ ทะเล, พื้นดิน, เอเชีย และทะเลทราย ผสานกับแสงไฟสีม่วงเข้ม สร้างบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบ
อาหารทั้งหมด 20 จาน เสิร์ฟคู่กับไวน์ 14 ขวด
วัตถุดิบย่อมต้องเป็นระดับพรีเมียม ทั้งหอยเป๋าฮื้อ, ไข่หอยเม่น, หอยนางรม, ฟัวกราส์, เห็ดทรัฟเฟิล, ปลาค็อด และเนื้อวากิว ล้วนคัดสรรมาอย่างดีที่สุด
แน่นอนว่าใครๆ ก็หาวัตถุดิบดีๆ มาได้ แต่หัวใจสำคัญยังคงอยู่ที่รสมือและประสบการณ์ของเชฟ
ในฐานะลูกค้าหน้าใหม่ ซูเช่อชิมแล้วก็ยอมรับว่ารสชาติดีจริงๆ เพียงแต่ปริมาณน้อยไปนิด
แต่ร้านแบบนี้เขาไม่ได้เน้นให้อิ่มท้อง เป้าหมายหลักคือการเสพสุนทรียรสของอาหาร
โดยรวมแล้ว ประสบการณ์ของซูเช่อถือว่าดีมาก
แต่เพราะต้องขับรถ เขาจึงไม่แตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย
หลินซือซืออยากจะจิบสักหน่อย แต่เขาก็ห้ามไว้ เมาไม่ขับแม้แต่หยดเดียวก็ไม่ได้
หลินซือซือได้แต่แลบลิ้นยอมทำตาม เธอเป็นลูกค้าประจำจึงรู้วิธีการทานเป็นอย่างดี ค่อยๆ ละเลียดทีละคำ ต่างจากซูเช่อที่จัดการอาหารแต่ละจานรวดเดียวหมด
ผู้ร่วมโต๊ะอีก 8 คนย่อมสังเกตเห็น ความสนิทสนมของซูเช่อและหลินซือซือบอกชัดว่าต้องเป็นคู่รักกันแน่ๆ
คนทั้ง 8 ที่ร่วมโต๊ะมีอายุหลากหลาย พูดจาสุภาพมีมารยาท เบื้องหน้าดูเป็นผู้ดีมีการศึกษา ราวกับรวมคุณสมบัติที่ดีงามไว้ในตัว แต่เบื้องหลังจะเป็นอย่างไรนั้นไม่อาจทราบได้
มื้ออาหารผ่านไปราวสองชั่วโมง
ก่อนกลับ ทั้งสองเดินมาหามู่หว่านชิว
"ทานเสร็จแล้วเหรอคะ?"
"ครับ เดี๋ยวเราว่าจะไปเดินเล่นกันต่อ" หลินซือซือตอบอย่างกระตือรือร้น
"อืม ดีค่ะ เดี๋ยวพี่เดินไปส่งนะ"
มู่หว่านชิวยิ้มพลางเดินไปส่งพวกเขาที่หน้าประตู เธอหันมาพยักหน้าให้ซูเช่อเหมือนมีเรื่องจะคุยด้วย
ซูเช่อจึงบอกให้หลินซือซือออกไปรอข้างนอกก่อน หลินซือซือพยักหน้ารับแล้วเดินออกไป
เขาแอบสังเกตมาสักพักแล้วว่าเขาไว้ใจการทำงานของมู่หว่านชิวได้
ตามที่ซือซือบอก มู่หว่านชิวดูแลร้านนี้มา 5 ปีเต็ม การที่อัลตราไวโอเลตกลายเป็นร้านมิชลิน 3 ดาวอันดับหนึ่งของประเทศมังกรได้ มู่หว่านชิวมีส่วนสำคัญอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นเสาหลักของร้านเลยก็ว่าได้
"คุณซูคะ อาหารมื้อนี้เป็นที่น่าพอใจไหมคะ?" มู่หว่านชิวถามด้วยรอยยิ้ม ท่าทีนอบน้อมเป็นกันเอง
ซูเช่อปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดมื้ออาหาร การบริการเอาใจใส่ดีเยี่ยม และอาหารแต่ละจานแทบหาข้อติไม่ได้ ภายใต้การดูแลของมู่หว่านชิว ร้านดำเนินไปได้ด้วยดีมาก
"ดีมากครับ รักษามาตรฐานไว้ต่อไปนะ"
"พี่มู่ ผมคงต้องรบกวนให้ช่วยดูแลร้านต่อไป การตัดสินใจต่างๆ ผมจะไม่เข้าไปก้าวก่าย ร้านนี้ยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของคุณเป็นหลัก"
"ค่ะคุณซู ฉันจะปฏิบัติตามคำสั่งค่ะ"
มู่หว่านชิวพยักหน้ารับ น้ำเสียงยังคงนุ่มนวลชวนฟังดุจสายลมฤดูใบไม้ผลิ
"โอเคครับ งั้นผมกับซือซือขอตัวก่อน ไม่ต้องเดินไปส่งนะ"
ซูเช่อคุยกับมู่หว่านชิวอีกสองสามคำแล้วเดินออกมา
"มู่หว่านชิว..." ซูเช่อพึมพำชื่อนี้
เขาสัมผัสได้ว่าพี่สาวแสนสวยผู้อ่อนโยนคนนี้ เป็นคนมีความสามารถและสง่างามมาก บางทีในอนาคต เรื่องการบริหารจัดการทรัพย์สินต่างๆ เธออาจจะช่วยเขาได้ด้วยซ้ำ
ซูเช่อรู้สึกว่าคนอย่างมู่หว่านชิวคงไม่หยุดอยู่แค่การเป็นผู้จัดการร้านอาหารไปตลอดชีวิต ร้านนี้ไปถึงจุดสูงสุดของวงการอาหารในประเทศแล้ว
แต่นั่นเป็นเรื่องของอนาคต
โดยไม่กระทบกับผลประกอบการของร้าน ซูเช่อคิดว่าคนเก่งๆ อย่างมู่หว่านชิวสมควรได้รับความรับผิดชอบที่มากขึ้น...
สิบห้านาทีต่อมา หลินซือซือและซูเช่อก็มาถึงเดอะบันด์
ทั้งสองเดินเคียงข้างกัน สายลมพัดเส้นผมยาวสลวยของหลินซือซือให้ปลิวไสว ยิ่งทำให้เธอดูงดงามน่ามองยามผมยุ่งเหยิงเล็กน้อย
"ซูเช่อ เรื่องย้ายบ้านไปถึงไหนแล้ว?" หลินซือซือเงยหน้าถามคนข้างกาย
"ย้ายเข้าเรียบร้อยแล้วครับ เหลือจัดของอีกนิดหน่อย อีกไม่กี่วันก็น่าจะเสร็จสมบูรณ์"
หลินซือซือพยักหน้า แล้วเดินเคียงข้างซูเช่อไปเงียบๆ สักพัก
"อ้อ ราบรื่นดีจัง"
ซูเช่ออมยิ้ม แล้วค่อยๆ กุมมือหลินซือซืออย่างแผ่วเบา
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จับมือกัน หลินซือซือไม่ได้ขัดขืน แต่กลับปล่อยให้ซูเช่อกุมมือเธอไว้ ก้มหน้าลงด้วยความขัดเขิน แก้มแดงระเรื่อ
"อีกไม่กี่วันพอทุกอย่างลงตัว ผมจะเชิญสามสาวไปฉลองที่บ้านนะ"
ทั้งสองเดินจากเดอะบันด์กลับมาที่ลานจอดรถ ซูเช่อยืนส่งหลินซือซือที่รถ
"โอเค จะรอฟังข่าวดีนะ" หลินซือซือรับคำ สายตาที่มองซูเช่อเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน
"ครับ" ซูเช่อยิ้มบางๆ
จังหวะที่ซูเช่อกำลังจะขึ้นรถ หลินซือซือก็หันกลับมาเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ แล้วถามซูเช่อ
"เอ้อ จริงสิซูเช่อ พี่มู่บอกว่าเมื่อกี้คุณเรียกฉันว่าแฟนเหรอ?"
ซูเช่อที่นั่งอยู่ในรถได้ยินดังนั้นก็เข้าใจทันที เขาพูดว่า 'เพื่อนผู้หญิง' แต่หลินซือซือคงเข้าใจผิด
"แน่นอนสิ"
เขาตอบยิ้มๆ ไม่คิดจะแก้ความเข้าใจผิด ถือโอกาสแหย่หลินซือซือเล่น
"ชิ คนบ้า! ฉันยังไม่ตกลงเป็นแฟนคุณสักหน่อย!"
หลินซือซือแอบบ่นอุบอิบ หน้าแดงก่ำ ก่อนจะรีบขึ้นรถไป
ส่วนซูเช่อได้แต่ยิ้มกว้าง มีคำตอบอยู่ในใจแล้ว แต่เขาไม่รีบร้อน การกินข้าวต้องกินทีละคำ การจีบสาวก็เช่นกัน เขาและหลินซือซือต่างมีใจให้กัน ทิศทางความสัมพันธ์ชัดเจนอยู่แล้ว
วินาทีนั้นหัวใจของหลินซือซือเต้นรัว คำว่า "แฟน" ของซูเช่อกระแทกใจเธอเข้าอย่างจัง แม้จะขับรถกลับถึงบ้านแล้ว เธอก็ยังระงับความดีใจไว้ไม่อยู่ เผลอหัวเราะคิกคักกับตัวเองเป็นระยะ...
ค่ำคืน ณ ถานกง
หลังจากบอกลาหลินซือซือ ซูเช่อก็กลับมาถึงบ้าน
เขาเช็คข้อความในวีแชท
เหรินไห่ถังส่งรายงานประจำวันมาให้ รายละเอียดสิ่งที่เธอทำไปในวันนี้
จากการบรรยาย ภาษาของเหรินไห่ถังกระชับและมีประสิทธิภาพ ไม่มีน้ำท่วมทุ่ง
เธอบอกว่าเริ่มดำเนินการรับสมัครคนแล้ว วันนี้หาผู้สมัครที่เหมาะสมได้แล้ว พรุ่งนี้จะเริ่มสัมภาษณ์ ถ้าเร็วหน่อย มะรืนนี้ก็จะเริ่มเทรนนิ่ง และวันถัดไปก็น่าจะเริ่มงานเบื้องต้นได้
ซูเช่อพอใจกับความคืบหน้านี้มาก ในฐานะแม่บ้าน การลงมือทำจริงสำคัญที่สุด
แต่ซูเช่อก็รอดูผลลัพธ์ เพราะใครๆ ก็เร่งงานได้ แต่การรักษาทั้งปริมาณและคุณภาพนั้นยากกว่ามาก
ซูเช่อตั้งตารอว่าเหรินไห่ถังจะส่งมอบผลงานแบบไหน
สามวันผ่านไป
ซูเช่อเริ่มชินกับการใช้ชีวิตในถานกง เพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงแวะเวียนมาทักทายบ้างเป็นครั้งคราว พร้อมของฝากติดไม้ติดมือ ซึ่งล้วนเป็นของหายาก ทั้งไวน์ชั้นดี เครื่องดื่ม อาหารทะเล ฯลฯ มูลค่าหลักหมื่นหยวนทั้งสิ้น
นี่เป็นเรื่องเกินคาด เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจ ซูเช่อจึงไปตลาดผลไม้เกรดพรีเมียม เหมาผลไม้ราคาแพงมาแจกจ่าย หมดเงินไปกว่าแสนหยวน เฉลี่ยแล้วแต่ละบ้านได้รับผลไม้มูลค่าเกือบสองหมื่นหยวน
ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ซูเช่อก็เอาไปส่งด้วยตัวเองเพื่อแสดงความจริงใจ เหล่าเพื่อนบ้านจึงรู้สึกประทับใจในตัวซูเช่อมากยิ่งขึ้น
เช้าวันที่สี่ เวลาประมาณ 08:30 น.
วันนี้เป็นวันตรวจสอบผลงานของเหรินไห่ถัง ซูเช่อเฝ้าสังเกตความคืบหน้าของเธอมาตลอดสองสามวันนี้
ภายใต้ความพยายามของเธอ คฤหาสน์เงียบเหงาเริ่มคึกคัก มีหญิงสาวหน้าตาดีแวะเวียนมาสัมภาษณ์งานไม่ขาดสาย ยกเว้นเรื่องที่เหรินไห่ถังมาถามความเห็นบ้าง ซูเช่อก็มอบอำนาจให้เธอจัดการเองทั้งหมด
ซูเช่ออยากรู้เหมือนกันว่าภารกิจรับสมัครคนรับใช้ บอดี้การ์ด และเชฟ ตลอดสามวันนี้ เธอทำสำเร็จออกมาในรูปแบบไหน
ไม่กี่นาทีต่อมา เหรินไห่ถังก็นำคนกลุ่มใหญ่ 30 คนเดินเข้ามาในคฤหาสน์ของซูเช่อ
ทุกคนดูสดใสและสภาพจิตใจดีเยี่ยม เครื่องแบบของเชฟและบอดี้การ์ดแยกแยะได้ชัดเจน ส่วนหญิงสาวหน้าตาหมดจด กิริยาเรียบร้อยอีกกว่าสิบคน ย่อมเป็นสาวใช้
ไม่รู้ว่าเหรินไห่ถังไปสรรหาคนพวกนี้มาจากไหน คุณภาพคับแก้วจริงๆ
แค่กวาดตามอง ซูเช่อก็รู้สึกว่ารูปลักษณ์ของทุกคนไม่ทำให้เขาขายหน้าแน่นอน ดูออกเลยว่าเป็นคนประเภทที่ปกติเงินเดือนสูงลิบ
เมื่อทั้ง 30 คนมาถึง ก็ยืนเข้าแถวเรียงหน้ากระดาน 3 แถวอย่างเป็นระเบียบต่อหน้าซูเช่อ
จากนั้นเหรินไห่ถังก็เดินเข้ามารายงานสถานการณ์
"นายน้อยซู ดิฉันรับสมัครคนครบเรียบร้อยแล้วค่ะ"
"ทั้งหมด 30 คน ประกอบด้วยเชฟอาวุโส 5 คน บอดี้การ์ดมืออาชีพ 5 คน และสาวใช้มืออาชีพ 20 คน ทุกคนมีใบรับรองวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายรายเดือนสำหรับ 30 คนนี้อยู่ที่ 1.3 ล้านหยวนค่ะ นายน้อยต้องการปรับแก้ตรงไหนไหมคะ?"
เหรินไห่ถังรายงานข้อมูลต่างๆ ให้ซูเช่อทราบอย่างเป็นระบบ ท่าทีของเธอดูเป็นมืออาชีพขึ้นเรื่อยๆ
เห็นได้ชัดว่าเหรินไห่ถังพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 3 วัน เธอกลายเป็นแม่บ้านมืออาชีพเต็มตัว และซูเช่อก็พอใจกับความสามารถในการปรับตัวของเธอมาก