เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 039 – วิญญาณนิล

ตอนที่ 039 – วิญญาณนิล

ตอนที่ 039 – วิญญาณนิล


ตอนที่ 039 – วิญญาณนิล

 

“กระบี่เล่มนี้ติดตามปรมาจารย์กระเรียนมาตลอดชีวิตของเขา และมันยังมีความสามารถพิเศษที่เชื่อมโยงกับวิชาการต่อสู้ของนิกายกระเรียน มันเป็นเพราะกระบี่เล่มนี้ที่ทำให้ข้าสามารถสัมผัสรับรู้ได้ถึงใครบางคนที่สามารถบ่มเพาะพลังทวิกายากระเรียน ถ้าเจ้านำมันไปด้วย มันสามารถที่จะช่วยให้เจ้าพบฝ่ายตรงข้ามได้ ข้ามิรู้ว่าเขานั้นเป็นใคร แต่ข้าเชื่อในความสามารถของเจ้า ถ้าเจ้ามิสามารถกอบกู้นิกายกระเรียนได้ มันก็คงจะถึงคราวที่มันจะต้องล่มสลาย”

“ไปซะ ไปร่ำลามารดาของเจ้า”

ดวงตาของผู้อาวุโสกระเรียนเปล่งประกายลึกซึ้ง พลางยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าย่นของเขา

เฮ่อผูกกระบี่ไว้ที่เอวของเขาด้วยด้ายสีเงินอย่างจริงจัง และทำให้เกิดรอยย่นพับบนชุดของเขาซึ่งปราศจากร่องรอยเปื้อน การแสดงออกของเขากลับมาสงบอีกครา เขาหันไปหาผู้อาวุโสกระเรียนและโค้งคำนับอย่างสุภาพ ก่อนที่เขาจะหันจากไป

บุรุษหนุ่มสวมใส่ชุดสีขาวพลางห้อยไว้ด้วยกระบี่ของเขาขณะที่เดินลงบันไดเข้าสู่เส้นทางสวรรค์ ย่าวก้าวของเขาสง่างาม ขณะที่ลมภูเขาพัดผมสีเงินของเขาปลิวไสว ใบหน้าของเขายังคงอ่อนโยนและสง่างามดั่งเช่นหยก เขามองดูคล้ายมั่นคงและสงบนิ่ง

เหล่าศิษย์ของนิกายกระเรียนผู้ที่เดินผ่านเขาไป มองไปภายในดวงตาของเขาพลางรู้สึกได้ถึงความซับซ้อนบางอย่างที่สุดจะพรรณนา

พบเจอกับเงาร่างที่แน่นหนาราวกับกระบี่ คำกล่าวทั้งหมดคล้ายจะเป็นเพียงไร้กำลังและใช้การไม่ได้

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

ในส่วนของขนาดหอตำราของนางแอ่นเหนือมิต่างอันใดจากหอตำราผลึกฟ้า อาจารย์ใหญ่ของนางแอ่นเหนือต่างเป็นผู้เก็บสะสมทั้งหมด  หลังจากการเก็บสะสมรุ่นสู่รุ่น พวกเขาก็สามารถจัดการสร้างหอตำราขนาดอันน่าอัศจรรย์ได้

หอตำรามีการแบ่งขอบเขตอย่างเคร่งครัด แต่หานปิงหนิงมีอำนาจในการเข้าถึงที่สูงสุด นางสามารถที่จะเข้าไปเรียกดูตำราบันทึกโบราณใดๆก็ได้ตามที่นางปรารถนา

เพียงแต่วันนี้ นางมิได้ฆ่าเวลาเพื่อให้มันผ่านไป

นางหยิบตำราออกมาและวางพวกมันกลับเขาไปอีกคราอย่างต่อเนื่องตลอดเที่ยงวัน ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายครั้งหลายครา

ทันใดนั้นนางก็หยุดยั้งฝีเท้าของนางและถูกดึงดูดโดยบันทึกโบราณที่อยู่ภายในมือนาง

“สภาวะบ้าคลั่ง ยามเมื่อผู้คนตกอยู่ภายใต้อารมณ์เชิงลบอย่างมาก ผู้คนนั้นจะถูกผลักดันเข้าสู่สภาวะพิเศษ พลังของความบ้าคลั่งของนักสู้จะเพิ่มขึ้นอย่างยิ่ง มันครอบงำสามารถทางร่างกายในการสังหาร ความดุร้ายและอารมณ์เชิงลบจะถูกครอบงำทั้งหมด

โอกาสที่คนสามัญธรรมดาจะเข้าสู่สภาวะบ้าคลั่งมีเพียงน้อยนิด

มีบุคคลอยู่สองประเภทที่สามารถจะเข้าสู่สภาวะบ้าคลั่งได้อย่างง่ายดาย บุคคลแรกคือบุคคลที่มีสายเลือดพิเศษ หรือบุคคลที่สอง ผู้ที่ซึ่งเป็นนักสู้แห่งความมืด ยามเมื่อนักสู้ผู้ที่ซึ่งมีสายเลือดพิเศษเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่รุนแรง พลังอันซ่อนเร้นภายในสายเลือดของเขาจะถูกปลุกและกดดันบุคคลนั้นเข้าสู่สภาวะบ้าคลั่ง ในขณะที่ นักฆ่า นักลอบสังหาร และนักสู้แห่งความมืดอื่นๆ ได้สะสมความรู้สึกเชิงลบมากเกินไปยามเมื่อทำการสังหาร และดังนั้นมันคงจะง่ายสำหรับพวกเขาที่จะเข้าสู้สภาวะบ้าคลั่ง…”

หานปิงหนิงอ่านคำแล้วคำเล่า วันที่ถังเทียนต่อสู้กับแรดเหล็กเกราะดำ เขาก็เข้าสู่สถาวะบ้าคลั่ง และทิ้งความประทับใจอย่างลึกซึ้งในใจนาง

ถังเทียนช่างเป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยความลึกลับและคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญทั้งหมด แต่เมื่อเวลาผ่านไป หานปิงหนิงมีความรู้สึกว่าความบังเอิญเหล่านี้มิใช่เพียงเรื่องความบังเอิญ

นักสู้แห่งความมืด? ยามเมื่อหานปิงหนิงนึกถึงถังเทียน นางก็นึกถึงความร่าเริงของเขานางพลางส่ายหัวอย่างไม่หยุด คนเสเพลเช่นนั้นจะเป็นนักสู้แห่งความมืดได้เยี่ยงไรกัน?

ถ้างั้น มันสามารถจะเป็นได้เพียงเขามีสายเลือดพิเศษ!

มันอาจจะเป็นไปได้ว่าถังเทียนนั้นมีสายเลือดพิเศษหรือไม่?

หานปิงหนิงตกตะลึงอย่างมาก ในที่ที่นางอยู่ยืนอยู่ในตอนนี้

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

บึงหยกทะเลไผ่

ยามเมื่อถังเทียนเหินผ่านทะเลไผ่ เขาใช้ออกด้วยความยืดหยุ่นของกิ่งไผ่พลางเหยียบย่างแผ่วเบา มุงไปข้างหน้าเรื่อยๆ การเคลื่อนไหวของเขาอาจจะไม่สง่างาม แต่มันก็รวดเร็วอย่างมาก แต่ละย่างก้าวมีความแม่นยำอย่างยิ่ง ถ้าหากเขาพบต่อฟันเลื่อยในระหว่างทาง เขาจะใช้ออกด้วยฝ่ามือไร้เงาสังหารพวกมัน

ยามเมื่อฝ่ามือไร้เงาและวิชาตัวเบาถูกนำมาใช้ภายใต้สถานการณ์เช่นทะเลไผ่นี้ มันสามารถที่จะประยุกต์ใช้ได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อไม่กี่วันก่อน ถังเทียนทุกข์ทรมานจากการก่อสร้างกายากระเรียนน้อยตัวที่สอง แต่เขากลับพบว่ากายากระเรียนน้อยตัวนี้มิยอมรับฟังคำสั่งของเขาเลย ไม่ว่าถังเทียนจะกระตุ้นมันเยี่ยงไร มันก็มิยอมขยับเขยื่อน ยันต์จิตวิญญาณ [ตำราปราณกระเรียน] มันไม่มีความเข้าใจสักนิดเลย ยามเมื่อเขาได้กล่าวถามตาเฒ่าเว่ย ตาเฒ่าเว่ยเพียงมองเขาด้วยอาการมึนงง

ถังเทียนก็โยนมันทิ้งไปด้านข้าง เพียงไม่นาน ยามเขากำลังฝึกฝนวิชาตัวเบา เขาก็ตระหนักได้ว่าความทนทานของเขาช่างน่าทึ่งนัก

ขณะที่ถังเทียนเหินไปมาภายในทะเลไผ่ เขาก็พลันหยุดลงพลางมองดูเวลา ทำไมน่านน่านถึงยังไม่มาในวันนี้?

ยามปกติ น่านน่านจะมาอยู่รอบๆแล้วในตอนนี้ ทำไมนางยังคงไม่มา? หรือว่านางพบเจออุบัติเหตุอันใดในระหว่างทาง?

ถังเทียนรู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย เขาเคลื่อนไหวขาของเขา เอียงร่างและเข้าไปลึกภายในทะเลไผ่ เขารู้ว่าที่ใดที่น่านน่านอยู่ดังนั้นเขาจะตัดสินใจไปดูยังสถานที่นั้น

การเคลื่อนไหวของถังเทียนแม้ไม่ประทับใจแต่ความเร็วของเขาก็รวดเร็วนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความหนาแน่นของปราณแท้จริงของเขา มันใช้ออกได้เป็นเวลานานอย่างมาก ยามปกติถ้าหากเขากลั้นหายใจด้วยปราณ เขาสามารถที่จะเหินไปได้ไกลปราศจากการหายใจได้เลย

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากระยะไกลเสียงที่ได้ยินคล้ายกับเสียงปะทะกันของดาบและกระบี่

ถังเทียนเบิกตากว้าง ปราศจากความลังเลใจเขาใช้ออกวิชาตัวเบาอย่างต่อเนื่อง ภายในอากาศเงาร่างของเขาก่อตัวจนเป็นกลุ่มเงาหลายร่าง

ด้วยความรวดเร็วกระท่อมไม้ไผ่ก็ปรากฏเบื้องหน้าเขา

นั่นคือบ้านของน่านน่าน

ถังเทียนมิได้รีบพุ่งออกไปในทันที เขาหรี่ตาพลางเอียงตัวเบียดออกจากต้นไผ่อย่างเงียบๆ

มารดาของน่านน่านโบกกระบี่เหล็กของนางพลางปัดป้องบุรุษในชุดดำ บุรุษในชุดดำปกปิดใบหน้าของเขาด้วยหน้ากาก เปิดเผยเพียงดวงตาคู่หนึ่ง เขาใช้ออกด้วยดาบคู่และวิชาดาบของเขาแปลกประหลาดอย่างยิ่ง แสงอันเยือกเย็นเปล่งออกมาจากดาบราวกับหิมะ บุรุษชุดดำล้อมรอบตัวเขาไปด้วยเกล็ดหิมะ

มารดาของน่านน่านใช้กำลังด้วยทั้งหมดของนาง นางบีบบังคับตัวเองให้แข็งแกร่งและไม่ยอมถอย น่านน่านหลบอยู่ในมุมหนึ่ง ใบหน้าเล็กๆเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่นางก็มิกล้าที่จะร้องไห้ ราวกับนางกลัวที่จะทำให้มารดาของนางเสียสมาธิ

ดวงตาของถังเทียนชื่นชมยิ่งนัก เขาเอาสนับมือเหล็กดำออกมาจากคลังศาสตราวุธคนโทอย่างเงียบๆ

นี่เป็นคราแรกที่ถังเทียนมีส่วนร่วมในการต่อสู้เช่นนี้ แต่เขาก็มิได้เกรงกลัวภายในหัวใจของเขา เขารู้สึกสงบอย่างมิเคยเป็นมาก่อน ยามเมื่อเขาสวมใส่สนับมือเหล็กดำ เขาก็เข้าใกล้พวกเขาอย่างเงียบๆราวกับเขาเป็นดั่งจิ้งจอก เฝ้ารอโอกาสที่จะโจมตี

มานดาของน่านน่านเริ่มที่จะหมดกำลังขณะที่คู่ต่อสู้พ่นเกล็ดหิมะอย่างหนาแน่นขึ้น ความเย็นกัดไปถึงกระดูก

ดวงตาบุรุษชุดดำสว่างวาบพลางคำราม ดาบคู่ผสานติดกันและก่อเกิดรังสีของเสี้ยวลำแสง ฟาดฟันมันลงมา

มารดาของน่านน่านกรีดร้องออกมา!

ในช่วงเวลานั้น ถังเทียนก็ปล่อยกำลังของเขาทั้งหมดไปที่ขาของเขาและกระโจนไปข้างหน้าราวกับเขาเปรียบดั่งศรหลุดออกจากแหล่ง

บุรุษชุดดำตกใจ ขณะที่ดาบคู่ผสานกันมันเป็นกระบวนท่าสังหารของเขา เขามิได้เก็บงำความรุนแรงใดๆเลย และดวงตาของเขาก็รู้สึกตกใจในสิ่งที่เขาเห็น

ยามเมื่อมารดาของน่านน่านเห็นถังเทียน สีหน้าสิ้นหวังของเขาพลันเปล่งประกายไปด้วยสีสัน กระบี่เหล็กในมือของนางก็พุ่งไปข้างหน้าแทนที่จะถอยกลับ

เคร้ง

ขณะที่ดาบและกระบี่ปะทะกัน กระบี่เหล็กก็ระเบิดแตกออกเป็นชิ้นๆ

รังสีของอัสนีบาตทำให้ไขว้เขวผ่าและฉีกกระชากอากาศออก กระทบถูกเอวของบุรุษชุดดำอย่างหนักหน่วง

[อัสนีบาตสังหาร]!

บุรุษชุดดำกรีดร้องและจิตใจของถังเทียนพลันมืดมัว เขาคล้ายสังเกตเห็นได้ว่าเขายังคงมิสิ้นลมหายใจ เขาก็ระดมหมัดชกออกราวกับพิรุณโปรยปรายชกออกไปยังร่างของบุรุษชุดดำ

บุรุษชุดดำคล้ายดั่งกระสอบสาย เขาปลิวออกไปและล่วงหล่นลงบนพื้นไร้การเคลื่อนไหว

“ระวัง!” เกือบจะเป็นเวลาเดียวกัน น่านน่านตะโกนและพาถังเทียนกลับมาสู่ความเป็นจริง

เขาทำผิดพลาดไปและรังสีแสงอันเยือกเย็นของมีดกรีดผ่านร่างของเขา ทิ้งเป็นรอยบนชุดของเขา

“ตี๋หาน!”

ถังเทียนคำราม สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธขณะที่เขาค้นพบเงาของตี๋หาน

ถังเทียนเพิ่งจะมีประสบการณ์กับการโจมตีเช่นนี้เมื่อไม่กี่วันก่อน และเช่นนี้ยามเมื่อเขาพบเห็นมันในวันนี้ เขาก็สามารถจดจำมันได้ในทันที

สภาพแวดล้อมเงียบกริบ และเงาของต้นไผ่ก็โฉบฉวัดเฉวียนไปมา แต่ก็มิมีการตอบสนองใดๆ

ถังเทียนมิกล้าที่จะประมาท ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ และด้วยการกลยุทธ์การต่อสู้ของตี๋หานที่ใช้ มันเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นพื้นที่สำหรับการล่า

มารดาของน่านน่านพยายามที่จะคลานขึ้นมาพลางดึงหลอดไม้ไผ่ ต่อสีเขียวขนาดเท่าหัวแม่มือก็บินออกไปพลางเกิดเสียงหึ่งๆบริเวณรอบๆ มารดาของน่านน่านก็ถอนหายใจ “เขาจากไปแล้ว”

“เฮ้อ” ถังเทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางนั่งลงบนพื้น เขาจะไร้ความรู้สึกเมื่อยามที่เขาหมดแรงลง ในตอนนี้การต่อสู้จบลงแล้ว แขนและขาของเขาก็เหนื่อยล้าไปหมดทุกที่ เพียงแต่เขามิรู้ว่าทำไมเขาถึงไม่รู้สึกหวาดกลัวยามเมื่อเขาเข้าไปต่อสู้ในความเป็นความตาย

ในเวลานั้นน่านน่านก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง

มารดาของน่านน่านถือกระบี่พลางเดินไปยังบุรุษชุดดำที่ถูกถังเทียนสังหาร และปลดหน้ากากออกเปิดเผยใบหน้า บุรุษชุดดำสิ้นลมหายใจแล้ว จุดที่ถังเทียนโจมตีดูคล้ายมันถูกฟาดฟันด้วยดาบหรือกระบี่ที่แหลมคม ด้วยความกระวนกระวายใจถังเทียนปราศจากความลังเลที่จะใช้ออกด้วยวิชากายากระเรียน

“เกิดอันใดขึ้น?” ถังเทียนฟื้นคืนพลังของเขาก็ลุกขึ้นพลางเดินเข้ามา

กระบี่ของมารดาน่านน่านคลี่เอาชั้นนอกของชุดดำออกเผยให้เห็นชิ้นส่วนของป้ายทองแดง ด้านบนของป้ายทองแดงมีอักษรว่า ‘ตาย’

สีหน้าของมารดาน่านน่านเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นของนาง “วิญญาณนิล!”

“วิญญาณนิล?” มันเป็นคราแรกที่ถังเทียนได้ยินนามนี้

สีหน้าของมารดาน่านน่านซีดเผือด ร่างของนางล้มลงไปบนพื้นขณะที่นางพึมพำ “เป็นผู้คนของวิญญาณนิล… วิญญาณนิล…”

“พวกเขาทรงอำนาจมากหรือ?” ถังเทียนสังเกตได้ถึงบางอย่างเกี่ยวกับการแสดงออกที่เปลี่ยนแปลงของมารดาน่านน่านพลางขัดจังหวะนาง

มารดาของน่านน่านคืนสติของนางกลับมา นางฝืนหัวร่อให้กับถังเทียน “ข้าขอขอบคุณเจ้ามากในครานี้… เพียงแต่เจ้าได้ลากตัวเองเขาไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาใหญ่แล้ว”

“ไม่เป็นไรหรอก” ถังเทียนส่ายหัวของเขา

“เจ้ามิเข้าใจ วิญญาณนิลน่ะ” น้ำเสียงของมารดาน่านน่านรู้สึกขมขื่น “วิญญาณนิลน่ะ เป็นนิกายที่ลึกลับอย่างยิ่ง พวกเขาเยือกเย็นและไร้อารมณ์ และในเส้นทางสวรรค์เป็นนักสู้แห่งความมืดที่ฉาวโฉ่ที่สุด พวกเขาเป็นพวกที่ดื้อรันมากยามเมื่อเขาออกตามหาสมบัติดารา ความแข็งแกร่งของพวกเขาเหนือกว่าที่เจ้าจะจินตนาการและยังมีผู้เชี่ยวชาญมากมายอยู่กับพวกเขา ประวัติของวิญญาณนิลย้อนกลับไปไกล ยามที่เส้นทางสวรรค์เพิ่งจะถูกค้นพบ วิญญาณนิลก็ถือกำเนิด และตราบจนกระทั่งวันนี้พวกเขาก็เป็นนิกายที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงอยู่”

“ช่างทรงอำนาจยิ่งนัก!” ถังเทียนเบิกตาของเขากว้าง

“เจ้าได้สังหารสาวกของวิญญาณนิลและพวกเขาจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปแน่ เจ้าจะต้องระมัดระวังตัวไว้” มารดาของน่านน่านมองไปยังถังเทียนด้วยสีหน้าเป็นกังวลพลางกล่าวอย่างแน่วแน่ “ข้าจะพาน่านน่านไปไกลจากสถานที่แห่งนี้ไปยังสถานที่ของพี่ชายของข้า”

“ทำไมพวกมันถึงตามล่าท่านกัน?” ถังเทียนถามอย่างอยากรู้

มารดาของน่านน่านมองดูสับสน “เป้าหมายของพวกเขาคือน่านน่าน”

น่านน่านได้หยุดร้องไห้แล้วพลางขยับเข้ามา นางมองเห็นใบหน้าของบุรุษชุดดำก็อ้าปากค้าง “ข้ารู้จักเขา เมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าเห็นเขากำลังไถ่ถามไปทั่วเกี่ยวกับตราประทับกางเขน น่านน่านคล้ายจะเคยเห็นมันบนมือพี่ใหญ่ เพียงแต่น่านน่านฉลาด น่านน่านมิได้บอกพวกเขา เว้นเสียแต่ว่าเขากลับคิดคำนวณได้? แต่น่านน่านก็พยายามที่จะไม่แสดงพิรุธออกไป”

หัวใจของถังเทียนหล่นวูบ รอยประทับกางเขน!

กลุ่มดารากางเขนใต้

ผู้คนเหล่านี้ พวกเขามาตามหาป้ายดารากางเขนใต้แห่งความเพียร์เป็นแน่แล้ว!

วิญญาณนิล… ป้ายดารากางเขนใต้แห่งความเพียร

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 039 – วิญญาณนิล

คัดลอกลิงก์แล้ว