- หน้าแรก
- ตั้งใจล้างผลาญให้หมดตัว ไหงกลายเป็นคนรวยที่สุดในโลกซะงั้น
- บทที่ 3: โม้ให้สุดแรงเกิด
บทที่ 3: โม้ให้สุดแรงเกิด
บทที่ 3: โม้ให้สุดแรงเกิด
บทที่ 3: โม้ให้สุดแรงเกิด
"หัวหน้าห้อง เธอไม่ต้องช่วยฉันประหยัดหรอก เราออกมาเที่ยวกันทั้งทีก็ต้องเต็มที่หน่อย ฉันพกเงินมาพอ แค่ข้าวหนึ่งมื้อฉันเลี้ยงไหวอยู่แล้ว"
จางฟานกล่าว
ฉีอวี้หยวนถึงกับอึ้ง ไปไม่เป็น ที่จริงเธอไม่ได้เกรงใจเขาเลยสักนิด
โรงแรมเจียงเฉิงคือร้านอาหารที่ดีที่สุดเท่าที่เธอรู้จักแล้ว
"ฉัน... รู้จักแค่ที่นั่นน่ะ" ฉีอวี้หยวนตอบเสียงอ่อย
จางฟานมองเธอแล้วถอนหายใจ ช่างเป็นเด็กดีอะไรอย่างนี้ เพื่อรักษาหน้าเขา เธอถึงกับจงใจเลือกร้านอาหารธรรมดาๆ สรุปว่าข่าวลือในโรงเรียนที่ว่าเธอเป็นพวกขุดทองเชื่อถือไม่ได้เลยสักนิด มีพวกขุดทองแบบนี้ด้วยเหรอ?
"ก็ได้ งั้นกินที่นั่นแหละ"
ทั้งสองนั่งแท็กซี่ตรงไปยังโรงแรมเจียงเฉิงทันที ทันทีที่ก้าวเข้าไป พนักงานเสิร์ฟในชุดสูทก็เดินตรงเข้ามา
"ขอประทานโทษครับ ไม่ทราบว่าได้จองโต๊ะไว้หรือเปล่าครับ"
"ไม่ได้จอง"
"ครับ งั้นจะรับประทานในห้องโถงรวมหรือห้องส่วนตัวดีครับ"
"ห้องส่วนตัวต้องเสียค่าธรรมเนียมไหม"
"เสียครับ ค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันไปตามประเภทห้อง" พนักงานตอบพร้อมรอยยิ้ม
"จางฟาน เรากินกันที่ห้องโถงรวมก็ได้นะ"
ฉีอวี้หยวนกระซิบเสียงเบา
"ไม่ได้ เราจะเอาห้องส่วนตัว ห้องส่วนตัวที่แพงที่สุดราคาเท่าไหร่"
"คุณลูกค้าครับ ห้องส่วนตัวที่แพงที่สุดของเราอยู่ที่สามสิบหยวนครับ"
จางฟาน: "..."
อุตส่าห์เก๊กมาตั้งนาน ผลลัพธ์กลับจ้อยร่อยแค่นี้ ร้านอาหารใหญ่โตขนาดนี้คิดค่าห้องส่วนตัวแค่สามสิบหยวนเองเหรอ? มันจะพื้นๆ เกินไปไหมเนี่ย?
"โอเค เอาห้องนั้นแหละ"
"ได้ครับ"
พนักงานนำทางทั้งสองเข้าไปด้านใน ต้องยอมรับว่าบรรยากาศของห้องส่วนตัวระดับท็อปนั้นยอดเยี่ยมมาก การนั่งทานอาหารข้างในได้บรรยากาศสุดๆ
ทว่า ฉีอวี้หยวนกลับมองดูห้องส่วนตัวด้วยความรู้สึกปวดใจเล็กน้อย พลางแตะกระเป๋าเงินของตัวเอง
ไม่นาน พนักงานก็นำเมนูมาให้ทั้งสอง
"หัวหน้าห้อง ไม่ต้องเกรงใจนะ อยากกินอะไรสั่งเลย เลือกที่แพงๆ เข้าไว้ ถ้าสั่งของถูก เดี๋ยวฉันโกรธนะ"
ฉีอวี้หยวนพยักหน้า
"งั้น... ฉันขอ 'ไข่มุกหยก' ที่หนึ่งค่ะ"
จางฟานเหลือบมองเมนูแล้วพูดไม่ออกทันที ตั้งชื่อซะหรูหราว่า 'ไข่มุกหยก' แต่ราคาแค่ห้าหยวนเนี่ยนะ! ยังไม่พอค่าวัตถุดิบเลยมั้ง!
"ไม่เอาสิหัวหน้าห้อง สั่งอะไรที่มันใหญ่ๆ หน่อย กินของราคาห้าหยวนจะมีประโยชน์อะไร หากินที่ไหนก็ได้ อุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว สั่งของดีๆ สิ"
"ห้าหยวนก็เยอะแล้วนะ"
ฉีอวี้หยวนพูดอย่างระมัดระวัง
จางฟานกลอกตา แล้วเปิดเมนูเอง
"เอาแบบนี้ เดี๋ยวฉันสั่งเอง"
พอกวาดตามองเมนู โอ้แม่เจ้า โรงแรมใหญ่ขนาดนี้มีแต่กับข้าวราคาเจ็ดหยวน แปดหยวน หรือสิบกว่าหยวนเรียงเป็นตับ เขาพลิกหาอยู่นานกว่าจะเจออะไรที่พอดูได้
"เอาทรัฟเฟิลขาวอัลบาจากอิตาลีนี่มาให้ฉันสองกิโล"
ดวงตาเรียวรีของฉีอวี้หยวนเบิกกว้าง ทรัฟเฟิลขาวอัลบานั่นกิโลละหนึ่งหมื่นหยวนเลยนะ! นาย... นาย... เงินหนึ่งหมื่นหยวนทำอะไรได้ตั้งเยอะแยะ นายเอามากินไอ้นี่เนี่ยนะ?
"แล้วก็อาหารพวกนี้... ช่างเถอะ ไล่จากแพงที่สุดลงมา เอามาสักห้าอย่าง"
"ด... ได้ครับ!"
นี่เป็นครั้งแรกที่พนักงานเห็นคนสั่งอาหารแบบนี้ แม้จะผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี แต่เขาก็เกือบจะเก็บอาการไม่อยู่ รีบวิ่งไปแจ้งห้องครัวทันที
"จางฟาน แบบนี้มันจะไม่ฟุ่มเฟือยไปหน่อยเหรอ?"
ฉีอวี้หยวนพูดขึ้น รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย
เธอลองคำนวณเงินในกระเป๋าตัวเองดูแล้ว พบว่าน่าจะจ่ายไม่ไหว
คำพูดของเธอยิ่งทำให้จางฟานไม่พอใจ
"ฟุ่มเฟือยตรงไหน? เธอดูร้านที่เธอเลือกมาสิ อาหารพวกนี้มันราคาเท่าไหร่กันเชียว ฉันจะบอกให้นะ ถ้าขืนยังทำแบบนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วเจ๊งแน่นอน"
"..."
ไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ ต้องยอมรับว่าร้านนี้ราคาแปลกประหลาด แต่รสชาติอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว
ทั้งสองกินกันจนอิ่มหนำสำราญ เมื่อหนังท้องตึง พนักงานก็เดินเข้ามาถามด้วยรอยยิ้ม "อาหารรสชาติถูกปากไหมครับ?"
จางฟานพยักหน้า ในขณะที่ฉีอวี้หยวนรู้สึกประหม่ามาก
"ก็โอเค รสชาติดี เช็คบิลด้วย"
"ครับ ค่าใช้จ่ายวันนี้ทั้งหมดสามหมื่นหยวนครับ"
จางฟานหยิบบัตรที่ระบบมอบให้ออกมาวางใส่มือพนักงาน เมื่อพนักงานเห็นบัตร สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
บัตรแบล็คการ์ดสุพรีมระดับโลก! มีเพียงสิบใบในโลกเท่านั้น! เฉพาะบุคคลชั้นนำสิบอันดับแรกของโลกเท่านั้นที่มีสิทธิ์ครอบครอง
แต่เดิมเธอคิดว่าจางฟานแค่ขี้อวด แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเขามีสิทธิ์ที่จะมองข้ามพวกเธอจริงๆ เพราะเขาเห็นโลกมามากแล้ว
เธอรีบรับบัตรของจางฟานแล้ววิ่งไปหาผู้จัดการ
เพียงครู่เดียว ผู้จัดการโรงแรมก็รีบออกมาด้วยตนเองและส่งบัตรคืนให้จางฟานอย่างนอบน้อม
"คุณชายจาง นี่บัตรของท่านครับ ต้องขออภัยอย่างสูง ทางเราไม่ทราบว่าท่านจะมาเยือนจึงดูแลได้ไม่ทั่วถึง โปรดอภัยให้เราด้วยครับคุณชายจาง"
"ไม่เป็นไร ฉันกินอิ่มดี ติดอยู่อย่างเดียว ราคาอาหารของพวกคุณมันถูกเกินไป ฉันจะบอกให้นะ... ทำแบบนี้ไม่คุ้มทุนหรอก!"
"เอ่อ คุณชายจางพูดถูกครับ"
ผู้จัดการตอบรับอย่างกระอักกระอ่วนใจ เขาคิดว่าราคาร้านเขาก็แพงมากแล้วนะ
"เห็นไหม คุณไม่เชื่อใช่ไหม? ฉันจะบอกให้ คนที่มีปัญญามากินที่นี่ได้น่ะ มีกี่คนที่ขัดสนเรื่องเงิน? พวกเขามากินร้านคุณเพื่ออะไร? เพื่อรสชาติเหรอ? เพื่อหน้าตาต่างหาก! คุณต้องให้หน้าตาพวกเขา คนที่ยอมจ่ายหนึ่งหมื่นได้ ย่อมไม่เกี่ยงที่จะจ่ายเพิ่มอีกสองสามหมื่นหรอก คุณฟันราคาพวกเขาให้ยับ พอกลับไปพวกเขาก็ยังจะชมคุณอยู่ดี"
ตอนแรกผู้จัดการก็ไม่ได้ใส่ใจคำพูดของจางฟานมากนัก แต่ยิ่งฟัง เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่จางฟานพูด... มันมีเหตุผลมาก!
"คุณชายจาง เชิญพูดช้าๆ หน่อยครับ เดี๋ยวผมไปหยิบปากกาแป๊บ"
ผู้จัดการรีบสั่งลูกน้องไปเอาปากกากับสมุดโน้ตมา พร้อมยกเก้าอี้เล็กมานั่งฟัง
"เชิญคุณชายจางว่าต่อได้เลยครับ"
จางฟานเองก็เริ่มเครื่องติด รู้สึกเหมือนได้กลับไปโม้ให้เพื่อนร่วมหอพักฟังอีกครั้ง
"แล้วดูการตกแต่งร้านคุณสิ ฉันไม่ได้จะบอกว่ามันแย่นะ แต่มันมีคำเดียวเลย... 'ดาษดื่น'! ดาษดื่นจนทนดูไม่ได้ คุณทำอาหารจีน แต่ตกแต่งสไตล์ตะวันตก นี่มันอะไรกัน? ไม่มีธีมเลย! ตีโจทย์ไม่แตก คนเขามากินข้าว แค่เห็นของฉูดฉาดพวกนี้ก็กินไม่ลงแล้ว"
"แล้วเราควรทำยังไงดีครับ?"
ชายหนุ่มใส่สูทคนหนึ่งถามแทรกขึ้นมา
"ก็ต้องให้เหมือนดอกบัวที่โผล่พ้นน้ำใส งดงามตามธรรมชาติไม่ต้องปรุงแต่ง สร้างบรรยากาศที่มีสุนทรียภาพ มีสะพานเล็กๆ สายน้ำไหล บ้านเรือน เมืองแห่งสายน้ำเจียงหนาน ดนตรีคลาสสิก อะไรที่ทำให้คนมองแล้วรู้สึกสงบ นั่นแหละคือรสนิยม มองให้ไกลหน่อย อย่ามองแค่ในเจียงเฉิง มองให้ใหญ่เข้าไว้ ตั้งเป้าเป็นโรงแรมอันดับหนึ่งของประเทศ ของโลกไปเลย!"
"เยี่ยม!"
ชายหนุ่มร้องออกมาอย่างตื่นเต้น แล้วคว้ามือจางฟานมาเขย่า
"คุณชายจาง ฟังคำชี้แนะจากท่านเพียงครั้ง ดีกว่าเรียนหนังสือสิบปีเสียอีก คุณชายจาง ผมเป็นเจ้าของที่นี่ ชื่อ หวงซวน ให้โอกาสผมสักครั้งได้ไหมครับ? มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง และต่อจากนี้ไป ไม่ว่าท่านจะมาทานเมื่อไหร่ ฟรีตลอดชีพครับ!"
พรืด!
พอได้ยินแบบนั้น จางฟานก็หน้าตื่น แย่แล้ว โม้เพลินไปหน่อย ขืนเป็นแบบนี้ ความพยายามทั้งหมดไม่สูญเปล่าเหรอ? อุตส่าห์ผลาญเงินไปได้ตั้งสามหมื่นกว่า
"ไม่ ฉัน..."
"คุณชายจาง โปรดไว้หน้าผู้น้อยคนนี้เถอะครับ นี่เบอร์โทรศัพท์ผม ต่อไปหากท่านมีเรื่องอะไรให้รับใช้ ตราบใดที่ผู้น้อยทำได้ จะไม่รีรอเลยครับ!"