เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 134 ชวนเลี้ยงฉลอง

บทที่ 134 ชวนเลี้ยงฉลอง

บทที่ 134 ชวนเลี้ยงฉลอง


“ท่านปู่คิดแบบนั้นไม่ได้หรอกใช่หรือไม่? สำหรับคนที่ไม่ขัดสนเรื่องเงิน การแต่งตัว การใช้ของ และอาหาร ล้วนสำคัญเท่ากันทั้งนั้น” สวี่ต้าจวิ้นกล่าว

ว่ากันตามจริงก็ไม่ผิดเลย ตั้งแต่เปิดร้านมานี้ เขาเองก็เห็นกับตาว่าคนที่ยอมจ่ายนั้น ยอมจ่ายจริง ๆ ต่อให้ราคาแพงแค่ไหนก็ไม่ลังเล อย่างยาสระผมรากเหอโส่วอูนั่น เจิ้งต้ากวนเหรินเหมาทีเดียวถึงยี่สิบกระปุก ไม่แม้แต่จะกระพริบตา แถมยังบอกอีกว่าต่อไปทุกเดือนจะสั่งยี่สิบกระปุกเป็นประจำ!

เขาเองก็ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าขนบนหัวมันมีค่าขนาดนั้นเชียวหรือ?

แต่ก็ช่างเถิด เรื่องของคนมีเงินเขาไม่เข้าใจนักหรอก ขอแค่เป็นเรื่องที่ทำเงินได้ เขาจะไม่ยินดีได้อย่างไร? กระนั้นเมื่อหันสายตากลับมาจากด้านนอก ผู้เฒ่าสวี่ก็อดพูดไม่ได้ว่า

“ว่าแต่ลิ่วหลางเอ้ย พวกเพื่อนเจ้าพวกนี้ช่างดูแลร้านเราดีจริง ๆ โดยเฉพาะเจ้าสองคนนั่น เด็กชื่อจื้ออันกับซวงฉีน่ะ ช่างเป็นเด็กดีจริง ๆ ครึ่งเดือนมานี้ซื้อของจากร้านเรากันไปเท่าไรก็ไม่รู้ ทั้งหมดนี่ก็เห็นแก่หน้าเจ้าทั้งนั้น ปู่ยังรู้สึกเกรงใจอยู่ไม่น้อยเลย เช่นนี้พรุ่งนี้พวกเจ้าได้หยุดใช่ไหม? ถ้าเช่นนั้นเราจัดเลี้ยงขอบใจเพื่อนเจ้าสักมื้อดีหรือไม่?”

ขณะนั้นด้านหลังร้าน สวี่ชุนซานกับจางซิ่วหลานกำลังจัดของเตรียมจะกลับบ้าน พอออกมาก็ได้ยินเข้าพอดี สวี่ซานหลางนึกถึงที่ได้ยินจากจางซานหลางเล่าว่า เพื่อนของลิ่วหลางมักไปกินข้าวที่หอฟู่หม่านโหลวบ่อย ๆ ก็อดเย้าไม่ได้ “ท่านปู่ ที่หอฟู่หม่านโหลวอาหารไม่ถูกนะ ท่านจะยอมควักเงินจริงหรือ?”

“ก็ทำกินเองสิ จะขึ้นไปกินถึงหอฟู่หม่านโหลวทำไมกัน?” ผู้เฒ่าสวี่ว่า เขาเคยได้ยินสะใภ้คนรองพูดไว้ ว่าหอฟู่หม่านโหลวนั้นแค่เลี้ยงแขกสักโต๊ะก็ต้องจ่ายไม่ต่ำกว่าหรือเจ็ดแปดตำลึง เพื่อนของลิ่วหลางตั้งหลายคน คงต้องจัดสามโต๊ะได้แน่ ๆ แล้วจะต้องใช้เงินเท่าไรเชียว? ไม่คุ้มเลย!

ทำเองสิ อย่างมากสุดก็เสียสักห้าตำลึง รับรองว่ามีทั้งไก่ เป็ด ปลา หมูครบทุกอย่าง! สวี่ซานหลางพูดขึ้นว่า

“แต่เพื่อนของลิ่วหลางล้วนเป็นคุณชายตระกูลร่ำรวย จะกินอาหารบ้าน ๆ อย่างพวกเราได้หรือขอรับ?”

ผู้เฒ่าสวี่อ้าปาก แต่ก็เริ่มกลุ้มใจ “เช่นนั้นจะให้เชิญไปที่หอฟู่หม่านโหลวจริง ๆ รึ?”

“ไม่ต้อง ๆ” สวี่ต้าจวิ้นรีบโบกมือ แล้วหันไปหาสวี่ชุนซาน “ท่านพ่อ เช่นนั้นวันนี้อย่ากลับเลย พรุ่งนี้พวกเรากินหม้อไฟกัน! ให้ท่านพ่อทำเถอะ!”

“หม้ออะไร?” ผู้เฒ่าสวี่ไม่เข้าใจ “คือหม้อเนื้อแพะแบบที่พวกเรากินกันที่บ้านท่านปู่เขยคราวก่อนนั่นหรือ?”

สวี่ต้าจวิ้นยิ้มกว้าง “ไม่ใช่ ๆ หม้อนี้รสดีกว่านั้นมากนัก รับรองว่ากินครั้งเดียวต้องอยากกินอีก!” หลานชายพูดอย่างไร เขาก็เชื่ออย่างนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่... “เจ้าชวนพ่อเจ้าทำทำไมกัน? พ่อเจ้าคนนั้นน่ะ แม้แต่ก่อไฟก็ไม่เป็น จะให้เขาทำหม้ออะไร? แต่ก่อนบ้านเรานี่ ต่อให้ถามว่าประตูห้องครัวอยู่ตรงไหน เขายังตอบไม่ได้เลยนะ”

สวี่ชุนซานเริ่มไม่พอใจ เรื่องทำอาหารเนี่ย สวี่จิ้นกั๋วอย่างเขาเคยแพ้ใครเสียที่ไหนกัน! จะว่าเขาเรื่องอื่นก็ได้ แต่จะมาหาว่าเขาทำอาหารไม่เป็นนี่สิ… ใจมันคันอยากเถียงขึ้นมาเชียว!

แต่พอคิดอีกที จะเถียงไปก็ไร้ประโยชน์ เมื่อก่อนสวี่ชุนซานก็เป็นเช่นนี้เอง เถียงให้ตายก็เปล่า ไม่ต้องพูดมาก ทำให้เห็นก็พอ! เขาเหลือบมองลูกชายทีหนึ่ง

สวี่ต้าจวิ้นรีบพูด “ท่านปู่ไม่ต้องห่วง หม้อไฟนี่ ท่านพ่อข้าทำเป็นจริง ๆ พรุ่งนี้ท่านก็รอดูเถอะ!”

ผู้เฒ่าสวี่ยังไม่แน่ใจนัก มองหน้าสวี่ชุนซานอยู่นาน แล้วค่อย ๆ ล้วงเงินจากหีบออกมาหนึ่งแท่ง ห้าตำลึง “เอ้า ไปซื้อของ”

สวี่ต้าจวิ้นรีบก้าวเข้าไปใกล้ “ท่านปู่ เกรงว่าจะไม่พอ เพิ่มอีกสักแท่งเถอะ”

ผู้เฒ่าสวี่เหลือบมองเขา แล้วนึกถึงเงินยี่สิบตำลึงที่เพิ่งได้มาเมื่อครู่ จึงลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ล้วงเศษเงินอีกหนึ่งแท่งส่งให้

สวี่ชุนซานกำเงินไว้แน่น แล้วหันหลังเดินไปทางหลังร้าน ไปหาลูกสาวจะให้ช่วยแลกของสำหรับทำน้ำหม้อไฟ!

รากเหอโส่วอูเป็นของดีและมีราคามาก ดังนั้นเวลาเคี่ยวยาสระผม สวี่อินอินจึงไม่กล้าเผลอแม้แต่น้อย ของราคากระปุกละหนึ่งตำลึงเช่นนี้ ต้องใช้แรงและความละเอียดสูง หากเคี่ยวเสียไปหม้อหนึ่งก็คือขาดทุนยับแน่ เวลานี้หม้อที่เคี่ยวยาสระผมใกล้เสร็จแล้ว สวี่อินอินบีบแขนขยับไหล่ ทั้งร่างเมื่อยล้าไปหมด

สวี่ชุนซานวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาแทบทำให้นางตกใจตาย “ท่านพ่อมาทำอะไรหรือ? ไม่ใช่ว่าจะกลับบ้านแล้วหรือ เหตุใดถึงวิ่งมาอีก?”

สวี่ชุนซานว่า “เอ่อ เจ้าพอแลกของจากระบบเป็นเครื่องปรุงหม้อไฟได้ไหม?”

สวี่อินอินได้ยินเท่านั้นก็รู้ทันที “สวี่ต้าจวิ้นอยากกินหม้อไฟอีกแล้วสิ?”

“เงินหลวงนะ ข้าเองก็อยากกิน” สวี่ชุนซานกระพริบตาเจ้าเล่ห์

สวี่อินอินเลิกคิ้ว “วันนี้ท่านปู่เจอเงินตกหรืออย่างไร?” ไม่เช่นนั้นคงไม่ออกเงินให้พวกเขาทำของกินเล่นหรอก

สวี่ชุนซานหัวเราะ “ท่านปู่เจ้าจะเลี้ยงข้าวพวกเพื่อนของเจ้าต้าจวิ้นที่ดูแลร้าน แต่ก็เสียดายเงิน ไม่อยากไปหอฟู่หม่านโหลวเลยจะทำกินกันเอง ดีเลยนะ ข้าเองก็อยากกินอยู่พอดี”

ในแถบนี้ยังไม่มีพริกแพร่หลาย จะกินของเผ็ดต้องใช้ผลจูอวี๋แทน ครอบครัวธรรมดาอย่างพวกเขาทำกับข้าวส่วนใหญ่ก็แค่น้ำต้มธรรมดา ไม่ค่อยกล้าใช้น้ำมันนัก กินจนลิ้นชืดไร้รสกันไปหมด ในสภาพแบบนี้ ใครจะไม่โหยหาหม้อไฟรสจัดหอมเผ็ดนั่นบ้างเล่า! ของแบบนั้นเคยเป็นอาหารประจำบ้านของพวกเขามาก่อนเชียว

สวี่อินอินแลบลิ้นเล็กน้อย ราวกับได้กลิ่นรสนั้นลอยมา ก็อดน้ำลายสอไม่ได้

แต่แล้วก็ถาม “สวี่ต้าจวิ้นจะจัดเลี้ยงที่ไหนล่ะ? จะจัดที่ร้านหรือ?”

ถ้าใช่ เช่นนั้นนางก็คงต้องหลบอยู่หลังร้านอีกตามเคย แบบนี้จะได้กินที่ไหนกันเล่า?

“ข้าว่าพักนี้เจ้าดูสวยขึ้นนะ!” เสียงของสวี่ต้าจวิ้นดังขึ้นจากทางประตูพอดี

สวี่อินอินหันมามองเขาทีหนึ่ง พลางยกมือแตะใบหน้าตน “จริงหรือ?”

สวี่ชุนซานมองดูบ้าง แล้วพยักหน้ารับ “เออ เจ้าต้าจวิ้นไม่พูดข้าก็ยังไม่ทันสังเกต แต่พอเจ้าว่ามา ข้ากลับเห็นจริง — ดูดีขึ้นมากจริง ๆ ด้วย!”

“จริงหรือ?” ทั้งสองพูดตรงกันแบบนี้ สวี่อินอินก็เริ่มยิ้มแก้มปริ

สวี่ชุนซานพยักหน้า “ถ้าแบ่งความงามออกเป็นสี่ระดับ ตอนเจ้ามาแรก ๆ เจ้าอยู่ระดับศูนย์ ตอนนี้ข้าว่าระดับสองครึ่ง1ได้แล้วล่ะ”

สวี่อินอินเบิกตากลมโต “ท่านพ่อว่าผู้ใดเป็นคนโง่กัน!”

1. ในสำนวนจีนคำว่า 2.5 คือ เอ้อร์ไป่อู่ ที่ไปพ้องเสียงกับคำว่า คนโง่

จบบทที่ บทที่ 134 ชวนเลี้ยงฉลอง

คัดลอกลิงก์แล้ว