- หน้าแรก
- ออร่ามาสเตอร์ ฉันคือนักซัพพอร์ตระดับเทพ
- บทที่ 49 คำเชิญจากมหาวิทยาลัยเก้าสววรรค์! เงื่อนไขสุดอลังการที่ทำให้ผู้คนคลั่งไคล้!
บทที่ 49 คำเชิญจากมหาวิทยาลัยเก้าสววรรค์! เงื่อนไขสุดอลังการที่ทำให้ผู้คนคลั่งไคล้!
บทที่ 49 คำเชิญจากมหาวิทยาลัยเก้าสววรรค์! เงื่อนไขสุดอลังการที่ทำให้ผู้คนคลั่งไคล้!
บทที่ 49 คำเชิญจากมหาวิทยาลัยเก้าสววรรค์! เงื่อนไขสุดอลังการที่ทำให้ผู้คนคลั่งไคล้!
รอยแยกมิติขนาดมหึมาปรากฏขึ้นในที่สุด ทำให้บรรดาอาจารย์ที่รอมาครึ่งวันรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที พวกเขารีบวางถ้วยชาลง แล้วพุ่งทะยานขึ้นสู่บนท้องฟ้าในพริบตาเพื่อเฝ้ารอด้วยความหวัง
ในเสี้ยววินาทีต่อมา ร่างหนึ่งก็ถูกพ่นออกมาจากรอยแยก ใบหน้าที่เคยเห็นมานับไม่ถ้วนทำให้หลายคน
ตาเป็นประกาย!
“อันหยาง... น้องชาย?”
เจ้าเมืองเป็นคนแรกที่เปิดปากพูด แต่เมื่อพูดไปเรื่อย ๆ เขาก็เริ่มลังเลเล็กน้อย เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ามีใบหน้ามอมแมม เสื้อผ้าที่สวมอยู่ก็ขาดวิ่น ดูราวกับว่า... เพิ่งจะปีนออกมาจากรูไหนสักแห่ง ท่าทางของเขาไม่สอดคล้องกับภาพที่ทุกคนจินตนาการถึงเด็กหนุ่มที่เปี่ยมด้วยความเยาว์วัยและไฟแรง
เขาดูไม่ได้มีความสง่างามของแชมป์ผู้เข้าทดสอบประจำปีนี้และผู้เปิดตัวจัดตารางอันดับการทดสอบเก้าสวรรค์เลย ดูค่อนข้างน่าอับอายขายหน้าทีเดียว ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย รอยแยก
บนท้องฟ้าสูงก็หายวับไป บรรยากาศจึงค่อนข้างดูแปลกประหลาด
“อ๊ะ? แฮ่ม ๆ… สวัสดีตอนเย็นครับทุกคน!”
อันหยางก็รู้สึกอายไม่แพ้กัน เขาไม่คิดเลยว่าจะมาพบทุกคนในรูปแบบนี้ ตรงหน้าเขามีผู้แข็งแกร่งกว่าสิบคน แต่ละคนมีท่าทางสง่างาม ลมหายใจมั่นคงดุจภูเขาหรือมหาสมุทร มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างน้อยที่สุดระดับสามเปลี่ยนขึ้นไป!
ท่านเจ้าเมืองแห่งหวงกู่ ที่ปกติเห็นได้แค่ในหนังสือพิมพ์ ในตอนนี้กลับต้องยืนอยู่ตรงมุม มีคนมากมายออกมาต้อนรับ ทำให้อันหยางรู้สึกปลื้มปิติเล็กน้อย
“อัน... น้องชายอันสมกับเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ จริง ๆ แม้แต่วิธีปรากฏตัวก็ไม่เหมือนใคร ฮ่าฮ่า!”
อาจารย์คนหนึ่งตอบกลับอย่างเร็วที่สุดพร้อมกับหัวเราะเพื่อเบี่ยงเบนสถานการณ์นี้ไป
“ฮ่าฮ่าฮ่า ได้ยินมาไม่เท่าได้เห็นเอง แม้จะเปื้อนฝุ่นแต่ก็ไม่อาจบดบังความสง่างามที่โดดเด่นของน้องชายอันหยางได้เลย!”
“ใช่แล้ว โหนกคิ้วมน สายตาแน่วแน่ นี่คือลางบอกของ ผู้มีพรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่!”
“ถูกต้อง! น้องชายอันหยางมีพรสวรรค์เป็นเลิศ ใช้เวลาเพียงสองวันก็ทำความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการเลื่อนระดับถึงเลเวล 20 ในดินแดนแห่งการทดสอบ นี่ถือเป็นความโชคดีของประเทศมังกรของเรา!”
“...”
บรรดาอาจารย์ฝ่ายรับสมัครเหล่านี้ ถึงแม้จะอายุมากแล้ว แต่ฝีมือในการประจบสอพลอก็ไม่แพ้ใครเลย
คำชมเชยต่าง ๆ นานาถูกพ่นออกมา หากเป็นเด็กหนุ่มคนอื่นอาจจะเคลิบเคลิ้มไปแล้ว
“ผู้อาวุโสทุกท่านชมเกินไปแล้ว เราลงไปพูดคุยกันข้างล่างก่อนดีไหมครับ?”
โชคดีที่อันหยางเป็นคนที่กลับมาเกิดใหม่เป็นครั้งที่สอง จึงไม่รู้สึกเหลิง คนกลุ่มนี้ไม่ได้แนะนำตัว แต่เขาก็พอจะเดาที่มาของพวกเขาได้แล้ว เพียงแต่ตอนนี้เขาเพิ่งออกจากดินแดนแห่งการทดสอบ ตัดบัลลังก์มาตั้งครึ่งวัน ดูมอมแมมไปหมด ซึ่งไม่ค่อยสมกับสถานะของเขาเท่าไหร่
“ใช่! ใช่แล้ว! ผู้อาวุโสทุกท่าน ไปนั่งรอที่จวนเจ้าเมืองก่อนดีไหม? ข้าจะพาอันหยางไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วค่อยมาพบกันพวกท่านว่าเป็นอย่างไรบ้าง?”
เจ้าเมืองรีบตอบกลับและเสนอขึ้นมา
“เป็นพวกเราที่ประมาทไปแล้ว ท่านเจ้าเมืองซู เชิญ!”
“สมควรแล้ว สมควรแล้ว น้องชายอันหยางอย่าได้ถือสา!”
“ทุกท่าน เชิญ!”
“...”
บรรดาอาจารย์ฝ่ายรับสมัครที่มีสายตาเร่าร้อนต่างพยักหน้าและพากันรุมล้อมอันหยางลงสู่พื้น
“ท่านผู้กล้าอันหยาง เชิญทางนี้!”
เจ้าเมืองซูนำทางด้วยตัวเอง พาอันหยางเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง ปรากฏว่ามีอ่างไม้ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยน้ำร้อนที่กำลังมีไอน้ำพุ่งขึ้น มีกลีบกุหลาบลอยอยู่ในอ่าง ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง
อันหยางมีสีหน้าแปลกประหลาด รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เจ้าเมืองคนนี้สามารถคาดการณ์ได้ถึงสิ่งที่เขาเจออย่างนั้นหรือ? ถึงขนาดเตรียมน้ำอาบไว้พร้อมแล้ว? อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาดูโทรมจริง ๆ จึงไม่สนใจอะไรมาก ขอบคุณเจ้าเมืองแล้วก็ถอดเสื้อผ้าลงไปแช่น้ำทันที
“สบาย!”
น้ำร้อนที่แช่กายดูเหมือนจะขับไล่ความเหนื่อยล้าตลอดสองวันออกไป สองวันที่อยู่ในดินแดนแห่งทดสอบดูเหมือนจะไม่นาน แต่อันหยางก็ไม่ได้นอนเลย
พอได้ผ่อนคลายลง เขาก็เพิ่งรู้ตัวว่าร่างกายเหนื่อยล้าไปทั้งตัว
ขณะที่แช่น้ำ กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ก็อบอวลอยู่รอบจมูก อันหยางนึกถึงเหตุการณ์ในหอทดสอบการสืบทอดเมื่อครู่นี้ เพื่อที่จะตัดบัลลังก์นั้น เขาใช้พละกำลังทั้งหมดที่มี! อุปกรณ์ระดับโกลด์ในมือหักไปแล้วชิ้นแล้วชิ้นเล่า
โชคดีที่แร่หยกม่วงไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น ในที่สุดเขาก็สามารถตัดมันออกมาทั้งชิ้นได้สำเร็จ! นอกจากการได้เก้าอี้ที่แกะสลักจากแร่หยกม่วงทั้งก้อนแล้ว เขายังได้รับหยกที่ว่านั้นมาโดยบังคับด้วย!
[ได้รับมรดกสืบทอด - ผู้ถักทอเวลา]
[ได้รับพลังบางส่วนของผู้ถักทอเวลา, เรียนรู้การควบคุมพลังแห่งเวลา]
[ข้อกำหนดในการใช้งาน: เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองเลเวล 30]
รางวัลสำหรับความสำเร็จลับในดินแดนแห่งการทดสอบนั้นมีมากมายเกินกว่าจะจินตนาการได้!
ก่อนหน้านี้อันหยางคิดว่าอย่างมากก็คงเป็นอุปกรณ์ระดับอีพิคหรือสูงสุดก็ระดับกลอรี่แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้รับอุปกรณ์ระดับศักดิ์สิทธิ์โดยตรง! ได้รับอุปกรณ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ก็แล้วไป แต่ยังได้รับมรดกอันทรงพลังอีกด้วย
ตามขั้นตอนปกติจะต้องผ่านการประเมินของเงาโบราณ อันหยางคาดเดาว่าการประเมินนี้จะถูกกฎหมายหรือไม่ก็ยังเป็นที่น่าสงสัย มีความเป็นไปได้มากกว่าที่มันเป็นแผนสำรอง ที่ลุงเซียงเตรียมไว้สำหรับการฟื้นคืนชีพและคนที่กระตุ้นความสำเร็จลับเช่นเขา อาจเป็นเป้าหมายในการยึดร่างของเขา!
เพียงแต่การปรากฏตัวของเทพสงคราม ทำให้แผนฟื้นคืนชีพของเขาล้มเหลวและเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเอง ทำให้ได้รับของขวัญสุดยอดทั้งสองชิ้นนี้ไป!
ผู้ถักทอเวลา สามารถเป็นอาชีพหรือเป็นมรดกสืบทอดแห่งกฎเกณฑ์ก็ได้! หากไม่พอใจกับอาชีพปัจจุบันของตนก็สามารถเปลี่ยนอาชีพเป็นผู้ถักทอเวลาได้โดยตรงหรือจะคงอาชีพเดิมไว้ และรับเพียงแค่ความเข้าใจในกฎแห่งเวลาเท่านั้น!
อันหยางยังไม่แน่ใจถึงมูลค่าของมัน แต่เขารู้ข้อหนึ่งคือ การก้าวสู่เทพในการเปลี่ยนอาชีพครั้งที่หก
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีความเข้าใจใน กฎเกณฑ์บางอย่าง จึงจะสามารถใช้พลังของกฎเกณฑ์นั้น
และเปลี่ยนอาชีพเพื่อก้าวสู่เส้นทางแห่งเทพได้สำเร็จ!
สามารถพูดได้อย่างไม่เกินจริงว่า ด้วยมรดกนี้ อันหยางก็เท่ากับได้ทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพครั้งที่หก ในส่วนที่ยากที่สุดล่วงหน้าแล้ว ในอนาคตก็เพียงแค่พัฒนาไปตามขั้นตอน ก็สามารถกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มแนวหน้าของโลกนี้ได้!
“กฎแห่งเวลา ยังเป็นหนึ่งในกฎเกณฑ์ที่ทรงพลังที่สุด ในบรรดากฎเกณฑ์ทั้งหมด!”
อันหยางรู้สึกตื่นเต้นในใจ หากเรื่องนี้แพร่ออกไปจะมีผู้แข็งแกร่งและผู้ยิ่งใหญ่มากมายอิจฉาอย่างแน่นอน!
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้ ต้องรอให้ถึงเลเวล 30 เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สอง เสียก่อนจึงจะสามารถเปิดใช้พลังมรดกได้
“คุณชายอัน น้ำอุ่นพอดีไหมคะ?”
คนรับใช้สองคนเปิดประตูเข้ามา ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มือของพวกเขากำลังถือชุดเสื้อผ้าใหม่เอี่ยมหลายชุด
“พอดีครับ!”
อันหยางผงะไปเล็กน้อย แต่ก็ตอบกลับอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่านี่คือ การแสดงความปรารถนาดี ของเจ้าเมืองซู คนรับใช้ทั้งสองมีใบหน้าสวยงาม สวมชุดผ้าโปร่งบาง คอเสื้อต่ำมากเพื่อแสดงความเย้ายวน แต่เมื่อคุ้นเคยกับรูปลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบของหลินหลิงเอ๋อร์แล้ว อันหยางก็ไม่สนใจคนรับใช้เหล่านี้มากนัก
“คุณชายอัน ท่านเจ้าเมืองสั่งให้พวกเรามาปรนนิบัติคุณชายอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ!”
คนรับใช้คุกเข่าอยู่หน้าอ่างอาบน้ำ มือเล็ก ๆ ที่อ่อนนุ่มราวไร้กระดูกยื่นเข้าไปในอ่างน้ำอุ่น นวดที่ไหล่ของอันหยาง ต้องบอกว่าคนที่คอยปรนนิบัติการอาบน้ำของจวนเจ้าเมืองนั้น ไม่ธรรมดา จริง ๆ เทคนิคการนวดนั้นยอดเยี่ยมมาก ทำให้อันหยางที่อ่อนล้า กลับรู้สึกสบายไปทั้งตัว ความเหนื่อยล้าได้รับการปลดปล่อยอย่างถึงที่สุด!
“พอแล้ว พวกเจ้าออกไปได้ ข้าจะลุกแล้ว!”
อันหยางหลับตาพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากผ่านไปสิบนาทีก็กล่าวอย่างแผ่วเบา
“ให้พวกเราช่วยคุณชายเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะค่ะ?”
ทั้งสองลุกขึ้นยืน กล่าวด้วยความเคารพ
“ไม่จำเป็น!”
อันหยางส่ายหัวเล็กน้อย เขารู้ดีว่าเจ้าเมืองซูกำลังคิดอะไรอยู่ หากเป็นเวลาปกติ เขาก็คงไม่ปฏิเสธที่จะ 'กิน' ทั้งสองคนนี้เพื่อเป็นการผ่อนคลาย
แต่ตอนนี้การทดสอบเพิ่งจะสิ้นสุดลงและมีอาจารย์ฝ่ายรับสมัครหลายคนรออยู่ข้างนอก แม้ว่าเขาจะตัดสินใจไปดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์แล้ว แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้อาจารย์ฝ่ายรับสมัครเหล่านั้นต้องรอ เพราะอาจารย์ฝ่ายรับสมัครของมหาวิทยาลัยเก้าสวรรค์แต่ละคนล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งในพื้นที่ อย่างน้อยที่สุดก็คือเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สาม เลเวล 60 ขึ้นไป จะละเลยได้อย่างไร?
“นี่...” คนรับใช้สองคนมองหน้ากันด้วยความเสียดาย เจ้าเมืองส่งพวกเธอมา ย่อมมีการสั่งการบางอย่าง
น่าเสียดายที่คุณชายผู้ผงาดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ผู้นี้มีความมุ่งมั่นเป็นเลิศ ไม่ต้องพูดถึงการร่วมรัก
แม้แต่การฉวยโอกาสเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังไม่ทำเลย!
เมื่อไล่คนรับใช้ออกไป อันหยางก็ลุกขึ้น หยิบเสื้อคลุมสีน้ำเงินมาสวมตามใจ แล้วจึงเปิดประตูออกไป
“คุณชายอัน เชิญทางนี้ครับ!”
ด้านนอกประตูมีพ่อบ้านรออยู่แล้ว เมื่อเห็นอันหยางออกมาก็รีบโค้งคำนับและยื่นมือออกไปนำทาง
“ขอบคุณมาก!”
อันหยางพยักหน้า เดินตามพ่อบ้านผ่านจวนเจ้าเมือง ภายในจวนมีการแกะสลักอย่างวิจิตร มีพืชสมุนไพรหายากราคาแพงอยู่ทุกที่ ที่นี่เป็นสถานที่ที่เมื่อก่อนเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึง
แต่ตอนนี้เขาสามารถเข้ามาได้อย่างอิสระและเป็นแขกผู้มีเกียรติ! การเปรียบเทียบทั้งสองทำให้อันหยางที่เกิดใหม่เป็นครั้งที่สองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื้นตันใจอย่างยิ่ง!
“ถึงแล้วครับ คุณชาย เชิญ!”
ในไม่ช้า ทั้งสองก็มาถึงโถงหลักของจวนเจ้าเมือง พ่อบ้านโค้งตัวถอยไปยืนข้างประตู เชิญอย่างนอบน้อม
“ฮ่าฮ่า คุณชายอันมาแล้วหรือ?”
เจ้าเมืองซูหัวเราะและเดินออกไปต้อนรับ อาจารย์ที่นั่งดื่มชาจนเกือบจะอ้วกอยู่บนที่นั่งแขกก็รีบลุกขึ้นมองไปยังเด็กหนุ่มที่เดินเข้ามาจากนอกประตู ดวงตาของพวกเขาก็เปล่งประกายไปในทันที!
“ช่างเป็น คุณชายที่สง่างาม เสียจริง!”
“คนงามดุจหยกบนถนน สุภาพบุรุษหาใครเทียบไม่ได้... คงหมายถึงคุณชายอันใช่ไหม?”
“คุณชายอัน รูปงามสง่า สมกับเป็นอัจฉริยะแห่งประเทศมังกรของเรา!”
“...”
อาจารย์กลุ่มนี้ต่างพากันชื่นชม ไม่ได้พูดเกินจริงเลย ก่อนหน้านี้อันหยางที่เพิ่งออกมาจากดินแดนแห่งการทดสอบนั้น มอมแมม แม้จะมีท่าทางสง่างาม แต่ก็ดูน่าอับอายขายหน้าเล็กน้อย
ไม่ค่อยสมกับชื่อเสียงที่โด่งดังของเขา แต่ตอนนี้อันหยางที่ผ่านการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว มีใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ที่ติ ดวงตาเปล่งประกายดุจทางช้างเผือกและอารมณ์ที่สงบและอ่อนโยน ใครเห็นก็ต้องชมว่าเป็นสุภาพบุรุษที่สง่างาม!
“พรสวรรค์เป็นเลิศ แข็งแกร่งไม่ธรรมดา แถมยังหล่อเหลาถึงขนาดนี้อีก... คุณชายอันจะให้ผู้ชายคนอื่น
มีชีวิตอยู่ได้อย่างไร? ฮ่าฮ่า!”
สายตาของเจ้าเมืองซูยิ่งร้อนรุ่มมากขึ้น เขาจูงมืออันหยางอย่างสนิทสนมเข้ามานั่งในจวน ความกระตือรือร้นนี้ทำให้อันหยางรู้สึกปลื้มปิติเล็กน้อย
“ผู้เยาว์อันหยาง ขอคารวะผู้อาวุโสทุกท่าน ทุกท่านเชิญนั่งครับ!”
อันหยางกวาดตามองผู้คนรอบตัว ลมหายใจที่ทรงพลังของเขาแผ่ออกมาอย่างแผ่วเบา แต่กลับก่อให้เกิดแรงกดดันจนบรรยากาศหนักอึ้ง
เพียงแค่ลมหายใจของใครสักคนในโถงใหญ่แห่งนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจของเขาเต้นรัว จึงไม่กล้าทำตัวเย่อหยิงเกินไป หลังจากยกมือคารวะเสร็จ เขาจึงค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงอย่างสำรวม
ท่าทีเช่นนี้ ทำให้เหล่าอาจารย์ที่ผ่านประสบการณ์มามากมายยิ่ง พึงพอใจมากขึ้น
ในสถานการณ์ปกติ อาจารย์ฝ่ายรับสมัครของมหาวิทยาลัยเก้าสวรรค์ไม่จำเป็นต้องออกโรงด้วยตัวเอง
นักเรียนนับไม่ถ้วนต่างแย่งชิงเพื่อที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเก้าสวรรค์ พวกเขาเพียงแค่รอให้นักเรียนมาสมัคร
จากนั้นก็นอนอย่างสบาย ๆ ในสำนักงาน ตรวจสอบข้อมูลเพื่อตัดสินว่านักเรียนคนใดจะผ่านหรือถูกคัดออก ด้วยการโบกมือเพียงครั้งเดียว ก็สามารถตัดสินอนาคตของพวกเขาได้!
เมื่อพวกเขาต้องลงมือเอง นั่นหมายความว่านักเรียนคนนั้นต้องมีผลงานดีมาก เช่น อาชีพที่เลื่อนระดับถึง12 หรือ 13 หรือสูงกว่านั้น ในดินแดนแห่งการทดสอบ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์ แต่อาจจะไม่สามารถเข้าได้
การเลือกในระดับรองลงมาของมหาวิทยาลัยเก้าสวรรค์อย่างพวกเขา จึงต้องออกไปแข่งขันกับมหาวิทยาลัย
อื่นและคนเหล่านี้ล้วนเป็นพวกที่หยิ่งผยองและทะนงตัว ถือว่าตนเองมีพรสวรรค์และแข็งแกร่ง
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับพวกเขาก็ยังทำท่าเชิดหน้าราวกับว่าตนเองเป็นที่หนึ่งและพวกเขาเป็นที่สอง จะมีใครเหมือนอันหยางที่ยังคงสงบเสงี่ยมและมีมารยาทครบถ้วนเช่นนี้อีก?
“ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเราไม่ควรมีพิธีรีตองกันขนาดนี้ ในเมื่อไม่มีใครเปิดปาก งั้นฉันขอพูดก่อนแล้วกัน!” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเปิดปากพูด ก่อนมองอันหยางด้วยรอยยิ้ม
“คุณชายอัน ฉันเป็นอาจารย์ฝ่ายรับสมัครของ มหาวิทยาลัยโยวโจว นามสกุลเฉิน!”
“ในฐานะมหาวิทยาลัยท้องถิ่นของโยวโจว ฉันขอพูดก่อนแล้วกัน!”
อาจารย์เฉินกระแอมเบา ๆ พร้อมกับมีสีหน้าเริ่มจริงจังขึ้น
“ผลงานของคุณชายอัน ล้วนเป็นที่ประจักษ์ต่อสายต่อของทุกคนแล้ว ความสำเร็จเลเวล 20 นั้น ไม่มีใครเทียบได้ในประวัติศาสตร์!”
“เข้าร่วมการทดสอบในฐานะ อาชีพสายสนับสนุน เป้าหมายของคุณชายอัน ทุกคนคงทราบดี นั่นคือ
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์!”
“และเมื่อวานนี้ จดหมายเชิญจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์ ก็มาถึงเมืองหวงกู่แล้ว!”
สีหน้าของอันหยางดีใจ เขาได้รับการการันตีแล้ว? แต่ก็ถือว่าอยู่ในความคาดหมาย เพราะโดยปกติแล้วเลเวล 15 ก็เพียงพอสำหรับการการันตีแล้ว
เขาเลื่อนถึงเลเวล 20 แม้จะหักลบปัจจัยของอาชีพสายสนับสนุนไปบางส่วน อย่างไรก็เพียงพอสำหรับการรับเข้าเป็นกรณีพิเศษแล้ว
“แต่ในฐานะบุคลากรในระบบการศึกษา ฉันก็ยังมีบางสิ่งอยากจะบอกคุณชายอัน!”
“...”
อาจารย์เฉินมีสีหน้าเคร่งขรึม จ้องมองอันหยางอย่างตั้งใจ
“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์เป็นที่รู้กันว่าเป็น สถาบันการศึกษาสูงสุดแห่งประเทศมังกรของเรา!”
“แม้จะเรียกว่า 'สถาบัน' แต่ในความเป็นจริงคือ ระบบนิกาย นักเรียนภายในแบ่งออกเป็น 5 ระดับ : ลูกศิษย์รับใช้, ศิษย์นอก, ศิษย์ใน, ศิษย์แกนหลัก, และศิษย์ถ่ายทอดโดยตรง พวกเขาเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการบุกเบิกดันเจี้ยนและดินแดนลับแห่งประเทศมังกรของเรา!”
“ข้อกำหนดด้านความสามารถในการต่อสู้สูงมาก ลูกศิษย์ทุกคนได้รับการฝึกฝนให้เป็นตำแหน่งศูนย์กลางของทีม!”
“คุณชายอันอาจจะไม่ทราบ แต่มหาวิทยาลัยเก้าสวรรค์ของเรา ในความเป็นจริงคือ ฐานกำลังสำรองของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการฝึกฝน อาชีพสายสนับสนุนให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์มาก!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ อาจารย์เฉินอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ อาจารย์คนอื่น ๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คุยโว
“ทุกครั้งที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์พบกับภารกิจบุกเบิก พวกเขามักจะเลือกอาชีพสายสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเก้าสวรรค์ของเราเพื่อจัดทีม ดังนั้น การเข้าร่วมมหาวิทยาลัยเก้าสวรรค์ไม่ได้หมายความว่า คุณจะต่ำต้อยกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์!”
“คุณชายอัน การใช้สถานะอาชีพสายสนับสนุนเพื่อพยายามเข้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์ ไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาด!”
“หากคุณยินดีเข้าร่วมมหาวิทยาลัยโยวโจวของเรา ฉันสามารถเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยและให้คำมั่นสัญญา ณ ที่นี้ได้!”
“1. คุณชายอันสามารถเลือกอาจารย์อาชีพสายสนับสนุนระดับเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สี่ขึ้นไป คนใดก็ได้ในมหาวิทยาลัยเป็นอาจารย์ประจำตัว และจะถ่ายทอดทุกอย่างให้คุณแน่นอน!”
“2. รางวัลเป็นทองคำสิบล้านเหรียญและตำราสกิลพื้นฐานประเภทรัศมีแห่งแสงสิบเล่มให้เลือก!”
“3. หอพักเป็นวิลล่าส่วนตัวในเขตเทียนจื้อของมหาวิทยาลัย ที่พักและอาหารฟรีทั้งหมด!”
“4. ทุกครั้งที่ภารกิจบุกเบิกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์ต้องการอาชีพสายสนับสนุน คุณชายอันจะได้รับสิทธิ์ในการเลือกก่อน!”
“5. ดันเจี้ยนทั้งหมดภายในระดับเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองของมหาวิทยาลัยโยวโจว ฟรีค่าเข้าทั้งหมด! ดันเจี้ยนภายในระดับเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สาม ลดราคาค่าเข้า 50%!”
อาจารย์เฉินพูดรวดเดียวจบ พร้อมเสนอทั้ง 5 เงื่อนไขของเขา ซึ่งทำให้อาจารย์คนอื่น ๆ สูดหายใจเข้าลึกทันที!
“บ้าชิบ! อาจารย์เฉิน คุณใจร้ายเกินไปแล้วมั้ง?”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ดูอายุสามสิบกว่า ๆ ร้องออกมาทันที ใบหน้าของเขากลายเป็นสีเขียว
“มหาวิทยาลัยโยวโจว... ลงทุนอย่างหนัก จริง ๆ!”
อาจารย์อีกคนยิ้มอย่างขมขื่นและส่ายหัว เงื่อนไขทั้ง 5 นี้ เกินจริงไปหน่อย
มหาวิทยาลัยเก้าสวรรค์มีการรับนักเรียนพิเศษมาตลอด ทุกครั้งที่มีคนที่มีพรสวรรค์เป็นเลิศปรากฏตัว ก็จะมีการแย่งชิง เพื่อดึงดูดเข้ามหาวิทยาลัย แต่ไม่เคยมีเงื่อนไขที่บ้าคลั่งขนาดนี้มาก่อน!
โดยปกติแล้ว เพียงแค่เงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งในห้านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คน ดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว
สองเงื่อนไขคือการปฏิบัติที่มอบให้เฉพาะผู้ที่ติดอันดับท็อปเท็นของระดับทวีปเท่านั้น
ส่วนการให้สามเงื่อนไขพร้อมกัน มีเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์! แต่ครั้งนี้สำหรับอันหยาง กลับให้ห้าเงื่อนไขพร้อมกัน! แม้แต่พวกเขาเองก็ยังตกตะลึง!
“อวดรู้ต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญ สินะ... มหาวิทยาลัยเหลียงโจวขอยอมแพ้!”
อาจารย์คนนั้นส่ายหัวอย่างขมขื่น เมื่อเจอเงื่อนไขที่หรูหราเช่นนี้ เขาไม่มีหน้าที่จะเสนอเงื่อนไขของมหาวิทยาลัยตัวเองแล้ว
“ร้ายกาจเกินไป... มหาวิทยาลัยเก้าสวรรค์สามารถเสนอได้สูงสุดแค่ 4 เงื่อนไข เท่านั้น!”
“เงื่อนไขแบบนี้ ถึงเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์แล้วอย่างไร?”
“ฮิฮิ ในครั้งนี้มหาวิทยาลัยโยวโจวคงตั้งใจจะเอาชนะให้ได้!”
“ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์เฉิน การแข่งขันความท้าทายของเก้าสวรรค์ในปีนี้คงจะเป็นมหาวิทยาลัย
โยวโจวของคุณแล้ว!”
“...”
อาจารย์หลายคนถอนหายใจ ในที่สุดมีเพียงสถาบันการศึกษาจี้โจวและสถาบันการศึกษาหยงโจวเท่านั้นที่เสนอเงื่อนไขของตน เงื่อนไขของสถาบันการศึกษาจี้โจวคล้ายกับโยวโจว
แต่เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยนอกพื้นที่ จึงคาดว่าไม่มีความสามารถในการแข่งขันมากนัก
ส่วนมหาวิทยาลัยหยงโจว ข้อที่ 1 2 3 และ 5 เหมือนกัน แต่ข้อที่ 4 เปลี่ยนเป็นการจัดให้นักเรียนรุ่นพี่หลายคนมาเป็นเพื่อนอ่านหนังสือ...