เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 เวทลอยตัว! ยืนแลกหมัดกับบอสเผ่าบูลเฮด!

บทที่ 33 เวทลอยตัว! ยืนแลกหมัดกับบอสเผ่าบูลเฮด!

บทที่ 33 เวทลอยตัว! ยืนแลกหมัดกับบอสเผ่าบูลเฮด!


บทที่ 33 เวทลอยตัว! ยืนแลกหมัดกับบอสเผ่าบูลเฮด!

“ไอ้สารเลวเอ๊ย!”

เฉินเส้าฮวามองเงาหลังที่หายลับไปของคนทั้งสาม ด้วยสีหน้าบูดบึ้งและอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา

ท่าทีของหลินหลิงเอ๋อร์และการขัดขวางของหานตู่เฟิง ได้กระตุ้นความหยิ่งในศักดิ์ศรีของเขาอย่างรุนแรง!

ความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนอาชีพเป็นอาชีพสายต่อสู้หายากต้องพบกับความล้มเหลว

โดยเฉพาะคมดาบที่รวดเร็วราวกับสายฟ้าของหานตู่เฟิง ความหนาวเย็นที่กัดกินกระดูกนั้นราวกับเคียว

ของยมทูต เมื่อครู่เขาเกือบจะเห็นเงาของยมทูตแล้ว!

ในชั่วขณะนั้น สติและโทสะของเขามลายหายไปทั้งหมด เหลือไว้เพียงความกลัวตาย จนกระทั่งบัดนี้ความโกรธที่ถูกกดไว้จึงได้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับต้องการจะกินคน!

“คุณชายเฉิน นั่นมันคุณหญิงตระกูลหลินนะครับ....”

มีคนมองเฉินเส้าฮวาด้วยความเป็นห่วง คุณหญิงตระกูลหลินไม่ใช่แค่ชื่อเรียกเล่นๆ ถ้าหากล่วงเกินเธอ จะไม่มีที่ยืนในทั่วทั้งจิ่วโจว!

“หึ กลัวอะไรกัน?”

เฉินเส้าฮวาจ้องเขาด้วยสายตาหนึ่งที ชายคนนั้นก็หดคอลงทันที พวกเขาเป็นเพียงอาชีพสายต่อสู้ธรรมดา การได้ร่วมทีมกับคุณชายเฉินถือเป็นโชคครั้งใหญ่

การลงดันเจี้ยนโดยมีเฉินเส้าฮวานำทีม ทำให้ความเร็วในการอัปเลเวลเร็วกว่าการล่ามอนสเตอร์ในป่าด้วยตัวเองมาก เป็นธรรมดาที่พวกเขาไม่กล้าขัดคำสั่งของเฉินเส้าฮวา

“เป็นคุณหญิงตระกูลหลินแล้วจะวิเศษหรือไง? ถ้าไม่รู้ก็คงคิดว่าเมืองจิ่วฮวาเป็นของตระกูลหลินเสียหมดแล้ว!”

เฉินเส้าฮวาแค่นเสียงออกมาเย็นชา แววตาเป็นประกายพร้อมกับตัดสินใจแล้ว เขาจัดการหลินหลิงเอ๋อร์ไม่ได้ แต่ไอ้สารเลวที่กล้าเอาดาบมาจ่อคอตัวเองน่ะ เขาไม่มีทางปล่อยมันไปแน่นอน!

....

นอกดันเจี้ยน เฉินเส้าฮวามีท่าทีเหมือนกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง แต่ภายในดันเจี้ยน อันหยางและ

พรรคพวกไม่รู้เรื่องนี้หรือพูดอีกอย่างคือ ถึงรู้ก็ไม่ได้ใส่ใจ

ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาในตอนนี้ แม้แต่หานตู่เฟิงที่อ่อนแอที่สุด ภายใต้การสนับสนุนรัศมีแสงของอันหยางก็กลายเป็นตัวตนระดับบั๊กที่มีพลังโจมตีทะลุพัน และฟื้นฟูเลือดกับมานาได้หลายร้อยต่อวินาที

ในดินแดนแห่งการทดสอบที่พลังโจมตีและการป้องกันโดยทั่วไปไม่เกินสามร้อยนี้ ตราบใดที่ไม่ถูกสังหารทันที ก็สามารถพูดได้ว่าเป็นตัวตนที่ไร้เทียมทานแล้ว!

พูดได้เลยว่าหานตู่เฟิงก็เป็นตัวตนระดับบอส ยิ่งกว่านั้นยังมีหลินหลิงเอ๋อร์ที่แข็งแกร่งกว่าและอันหยางที่ผิดปกติซึ่งสามารถล้มบอสได้คนเดียว!

“ป่าโลแลนด์ เป็นอาณาเขตของก็อบลินและหัวหน้าเผ่าบูลเฮด ความแข็งแกร่งพอๆ กับป่าแห่งความมืด

แต่มีประเภทมอนสเตอร์หลากหลายกว่า!”

หานตู่เฟิงรู้ตัวดีจึงเดินตามหลังไปสิบเมตร อันหยางเดินเคียงข้างหลินหลิงเอ๋อร์ หลินหลิงเอ๋อร์เดินด้วยฝีเท้าที่คล่องแคล่ว พร้อมกับแนะนำสถานการณ์ของดันเจี้ยนนี้ไปพลาง

ดันเจี้ยนนี้ในเมืองจิ่วฮวาถือเป็นดันเจี้ยนสาธารณะ โดยพื้นฐานแล้วทุกคนก็รู้กันหมด ยิ่งกว่านั้น ในวันที่สองของการทดสอบทุกครั้ง ที่นี่จะเต็มไปด้วยผู้คน ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายทีมต้องต่อสู้กันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งสิทธิ์ในการเข้าดันเจี้ยน

ข้อมูลพื้นฐานของดันเจี้ยนนี้เป็นที่รู้กันอย่างแพร่หลายอยู่แล้ว แต่สำหรับเมืองหวงกู่ที่อยู่ห่างไกล สิ่งที่รู้ก็จำกัดอยู่แค่ป่าต้องห้ามและบ่อน้ำพระจันทร์เสี้ยวเท่านั้น.... แม้แต่ป่าเบิร์ชก็ยังรู้น้อยมาก เพราะหลายปี

ก็แทบจะไม่มีใครเลเวล 10 แล้วออกมาได้ จึงไม่มีใครเดินทางมาถึงที่นี่เลย

อย่างไรก็ตาม หลินหลิงเอ๋อร์ก็แค่หาเรื่องคุยเท่านั้น เพราะภายใต้แสงแห่งการทำลายล้างเลเวล 5 ของอันหยางที่มีรัศมีกว้างถึง 2,500 เมตร มอนสเตอร์ทั้งหมดก็ถูกสังหารทันที โดยที่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าด้วยซ้ำ จึงไม่จำเป็นต้องรู้ข้อมูลที่ว่านี้เลย

“อัตราการดรอปก็เยอะกว่าด้วยนะ ว่ากันว่าตอนที่เคลียร์ระดับธรรมดาเป็นครั้งแรก ดรอปอุปกรณ์ระดับโกลด์ได้หนึ่งชิ้นเลยทีเดียว!”

หลินหลิงเอ๋อร์เสยผมขึ้นมาพร้อมกับเล่าให้อันหยางฟังเหมือนเป็นเรื่องเล่า เธอแตกต่างจากตอนแรกที่

ดูเย่อหยิ่งราวฟ้ากับเหวมาก

“สิบปีที่แล้ว ดันเจี้ยนป่าโลแลนด์ระดับนักรบก็ถูกเคลียร์เป็นครั้งแรกเช่นกัน อาเล็กของฉันเป็นคนจัดการ

นำคนเข้าเคลียร์ได้!”

หลินหลิงเอ๋อร์รู้สึกภูมิใจเล็กน้อย การเคลียร์ดันเจี้ยนที่มีความยากสูงเป็นครั้งแรกในดินแดนแห่งการทดสอบถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่คู่ควรแก่การนำไปโอ้อวด!

“อย่างนั้นเหรอ?”

อันหยางเริ่มเห็นแล้วว่าสาวน้อยคนนี้มีใจให้เขา แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกแย่กับเธอ จึงปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติและพูดต่อว่า

“ถ้าอย่างนั้น วันนี้เราก็จะเคลียร์ดันเจี้ยนระดับราชาของป่าโลแลนด์นี้เป็นครั้งแรกให้ได้อีกครั้ง!”

“อื้อ!”

หลินหลิงเอ๋อร์รู้สึกดีใจเล็กน้อยพร้อมกับแก้มที่แดงระเรื่อขึ้นนิด ๆ แต่เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแค่พยักหน้ารับแรง ๆ

“ไม่ใช่แค่ดันเจี้ยนนี้! ดันเจี้ยนทั้งหมดในพื้นที่นี้ ระดับราชาพวกเราต้องเป็นคนเคลียร์ให้หมด!”

แต่ความทะเยอทะยานของอันหยางไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เขามองไปรอบทิศทางและพูดอย่างฮึกเหิม

“ดี!”

หลินหลิงเอ๋อร์เงยหน้ามองอันหยาง ดวงตาแทบจะกลายเป็นรูปดาว ความรู้สึกชื่นชมแสดงออกอย่างชัดเจน

“....เชอะ!”

หานตู่เฟิงเดินตามหลังมาอย่างเงียบๆ พยายามทำตัวเป็นเพียงฉากหลัง ลดการมีอยู่ของตัวเองให้มากที่สุด แต่เมื่อเห็นทั้งสองคนสาดความหวานใส่กันขนาดนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำในใจ คิดถึงตอนที่เขาเคยพูดประโยคนี้มาก่อน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการถูกหลินหลิงเอ๋อร์เมินเฉย....

ความคืบหน้าในป่าโลแลนด์ไม่มีอะไรต้องพูดถึงมาก หลังจากมีประสบการณ์ในดันเจี้ยนป่าแห่งความมืด

ทั้งสามคนก็คุ้นเคยกันดีแล้ว

กระทั่งเมื่อเจอบอสใหญ่ตัวแรก หานตู่เฟิงกับหลินหลิงเอ๋อร์ก็กระตือรือร้นที่จะเข้าไปท้าสู้แบบตัวต่อตัว อาศัยความเร็วในการฟื้นฟูที่ไร้เทียมทานและพลังโจมตีที่ทะลุพัน ทั้งสองคนสามารถดวลกับบอสใหญ่

ได้โดยไม่เป็นรอง!

ดูเหมือนว่าบอสใหญ่จะโจมตีจนทั้งสองบาดเจ็บสาหัส แต่ด้วยความเร็วในการฟื้นฟูอันน่ากลัวของแสงแห่งความทนทาน เลือดก็กลับมาเต็มในพริบตา พวกเขาสามารถยืนแลกหมัดกับบอสใหญ่ได้อย่างสบายๆ!

ด้วยความร่วมมือของทั้งสอง การเคลียร์ดันเจี้ยนครั้งนี้จึงยิ่งง่ายขึ้นไปอีก ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็มาถึงห้องบอสใหญ่สุดท้าย ซึ่งเป็นบอสเผ่าบูลเฮดขนาดยักษ์สูงประมาณ 5 เมตร บอสระดับโกลด์!

[บอสเผ่าบูลเฮด]

[ระดับ: โกดล์]

[พลังชีวิต: 3000000/3000000]

[มานา: 10000/10000]

[พลังโจมตี: 1800]

[พลังป้องกัน: 600]

[สกิล: ร่างเหล็ก, พุ่งชน, ผ่าปฐพี, เสียงคำรามที่ป่าเถื่อน]

[คำอธิบาย: หนึ่งในบอสเผ่าบูลเฮด มีร่างกายที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษและมีพละกำลังมหาศาล]

“ว้าว! เลือดสามล้าน!!”

แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อเข้ามาในห้องบอสและเห็นคุณสมบัติของบอส ทั้งสามคนก็ยังคงตกตะลึง!

คุณสมบัติของบอสเผ่าบูลเฮดนี้ผิดปกติยิ่งกว่าบอสก็อบลินทองคำสายฟ้าเสียอีก! พลังชีวิตสูงถึงสามล้าน เมื่อรวมกับขนาดตัวที่ใหญ่ มันก็เหมือนสัตว์ร้ายยักษ์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์

อันหยางและทั้งสองยืนอยู่ตรงหน้าบอสตัวนี้ยังสูงไม่ถึงหน้าแข้งของมันด้วยซ้ำ แรงกดดันที่มาจากขนาด

อันใหญ่โตนั้นก็มากพอที่จะทำให้ขวัญผวาแล้ว!

“ให้ตายสิ พลังโจมตีหนึ่งพันแปดร้อย.... แค่สัมผัสตัวก็สังหารฉันได้ทันทีแล้ว!”

เมื่อเห็นคุณสมบัติของบอส หานตู่เฟิงรู้สึกเสียวสันหลัง เขาตัดสินใจอย่างชาญฉลาดที่จะยอมแพ้

“หนีละนะ หนีละนะ พี่อัน สู้ๆ!”

“พี่อันหยาง ระวังด้วยนะ....”

หลินหลิงเอ๋อร์มองอันหยางด้วยความกังวล กำชับหนึ่งประโยคแล้วจึงถอยออกไป

“ไม่ต้องห่วง!”

อันหยางกลับสงบ แค่ห้าเมตรเท่านั้นเอง....

จากนั้นในใจของเขาก็เคลื่อนไหวทันที!

“เวทลอยตัว!”

ในสายตาที่ตกตะลึงของทั้งสอง อันหยางก็ลอยขึ้นไปในอากาศทันที ลอยอยู่เหนือหัวบอสเผ่าบูลเฮดและเริ่มโจมตีจากด้านบน!

“บ้าจริง พี่อัน พี่บินได้ด้วยเหรอเนี่ย?”

หานตู่เฟิงอ้าปากค้างและแหงนหน้ามองอันหยางที่อยู่บนฟ้า ด้วยดวงตาที่มีแต่ความอิจฉาริษยา!

“เจ้ามดที่ต่ำต้อย กล้าดียังไงมารบกวนข้าผู้ยิ่งใหญ่....”

เสียงคำรามเดิมๆ ของบอสดังมา บอสเผ่าบูลเฮดโกรธอย่างบ้าคลั่งอยู่ด้านล่างแต่ทำอะไรไม่ได้ มันพุ่งชนอย่างบ้าคลั่ง ขวานยักษ์ฟาดลงพื้นจนเกิดรอยแยกขนาดใหญ่มากมาย แต่ก็ไม่มีทางจัดการอันหยางที่อยู่เหนือหัวได้เลย ทำได้เพียงมองดูหลอดเลือดค่อยๆ ลดลง

ในที่สุดก็ล้มลงบนพื้นอย่างไม่ยินยอม กลายเป็นเศษชิ้นส่วนเต็มพื้น และ....หีบสมบัติสองกล่อง!

จบบทที่ บทที่ 33 เวทลอยตัว! ยืนแลกหมัดกับบอสเผ่าบูลเฮด!

คัดลอกลิงก์แล้ว