เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 30 แขกไม่ได้รับเชิญ

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 30 แขกไม่ได้รับเชิญ

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 30 แขกไม่ได้รับเชิญ


บทที่ 30 แขกไม่ได้รับเชิญ

เสียงฝีเท้าปริศนาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากนั้นจึงหยุดชะงักชั่วครู่ก่อนอ้อมไปยังประตูด้านหลัง...

เยี่ยฉวนนั่งขัดสมาธิบนพื้นทำเป็นไม่รับรู้เหตุการณ์รอบข้างทว่าได้ยินเสียงอย่างชัดเจนพร้อมคาดคะเนความสูงและน้ำหนักจากเสียงฝีเท้า พบว่าแขกไม่ได้รับเชิญผู้นั้นมีรูปร่างสูงกำยำและมีพละกำลังพอสมควร เขาจึงส่งดวงจิตออกไปตรวจสอบ

บุคคลนั้นมีลักษณะสูงโปร่งดังคาด เขาสวมชุดคลุมยาวเช่นเดียวกับศิษย์ของสำนักหมอกเมฆา ผูกผ้าสีดำชิ้นหนึ่งปิดบังใบหน้าไว้ พินิจอย่างถี่ถ้วนก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าชายผู้นั้นบรรลุการฝึกตนเพียงขั้นอู่เจ๋อระดับที่หกเท่านั้นทั้งยังห่างไกลจากความเป็นยอดฝีมือนัก!

จินจื่อคุนเสียสติหรืออย่างไรจึงส่งสาวกที่บรรลุเพียงขั้นอู่เจ๋อระดับที่หกมาจัดการเขา!

สถานการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่เยี่ยฉวนไม่คาดคิด เขาลุกขึ้นพร้อมกระโดดออกจากหน้าต่างไปอย่างรวดเร็ว!

แขกไม่ได้รับเชิญผู้นั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงปีนข้ามกำแพงเข้ามาในตัวเรือนพลางย่องเบาและกวาดสายตาสอดส่องโดยรอบ แม้ระมัดระวังเท่าไรแต่เขาก็เผลอทำขวดบรรจุสมุนไพรที่วางไว้ล้มระเนระนาด เยี่ยฉวนที่ลอบเดินตามส่ายศีรษะเมื่อเห็นดังนั้น

ไม่มีผู้ใดอยู่ในห้องตำรา...

ห้องปรุงยาว่างเปล่า มีเพียงยาเม็ดและสมุนไพรที่บรรจุในขวดโหลเท่านั้น...

แม้แต่ห้องนอนก็ไม่มีผู้ใด!

ชายร่างสูงขมวดคิ้วมุ่น ภายใต้แสงจันทร์สลัวเขาค้นหาจนทั่วยอดเขาเมฆาอินทนิลแต่กลับไม่พบผู้ใดแม้แต่คนเดียว

“ศิษย์น้อง ตามหาข้าอยู่หรือ?!”

เยี่ยฉวนปรากฏตัวขึ้นพร้อมตบไหล่ชายร่างสูง เขาลอบเดินตามมาสักพักแล้วแต่ไม่มีท่าทีว่าแขกไม่ได้รับเชิญผู้นี้จะไหวตัวทันแม้แต่น้อย

“เหวอ...”

ชายผู้นั้นกระโดดโหยงพลางแผดเสียงร้องดังลั่นด้วยความตกใจ เมื่อหันกลับไปจึงเห็นว่าผู้ที่ปรากฏตัวอย่างลึกลับและตบไหล่ตนเป็นเยี่ยฉวน! ทันใดนั้นร่างกายของเขาพลันสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ “ศะ...ศิษย์พี่ใหญ่! ขะ-ข้า...”

“บอกชื่อแซ่มา...เจ้าเป็นศิษย์สังกัดหอใด?!” เยี่ยฉวนเอ่ยถามก่อนส่งสายตาคมกริบคาดคั้น

ชายผู้นั้นสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว สายตาคู่นั้นดุดันยิ่งกว่าสายตาของอาวุโสสูงสุดเสียอีก! เขารีบตอบทันที “ขะ...ข้า กงซุนเยี่ย ปะ-เป็นศิษย์ในสังกัดหอแปรธาตุ...”

“อืม ชื่อเจ้าความหมายดี...ข้าชอบ บอกมา! ผู้ใดใช้ให้เจ้ามาสังหารข้า?!” เยี่ยฉวนถามด้วยสายตาแข็งกร้าวพลางยกยิ้มมุมปากอย่างชั่วร้ายก่อนกล่าวเสริม “ไม่สิ คำถามนี้ไม่ถูก แมวขี้ขลาดเช่นเจ้าไม่สามารถสังหารผู้ใดได้หรอก ไม่ว่าเจ้าจะรู้หรือไม่แต่จงตระหนักไว้ว่าผู้ที่ส่งเจ้ามาต้องการให้เจ้าตายด้วยน้ำมือของข้าผู้นี้แหละ!”

“มะ-ไม่ศิษย์พี่ใหญ่! ขะ-ข้า ปะ-เปล่า...”

กงซุนเยี่ยกระวนกระวายจนพูดติดอ่าง ถ้อยคำของเขาทั้งสับสนและยุ่งเหยิง

แม้ร่างกายของเขาสูงโปร่งกว่าเยี่ยฉวนแต่กลับมีท่าทางหวาดผวาและสั่นสะท้านไม่หยุุดราวหนูที่พบแมว

“สังหารเจ้าไปก็เปล่าประโยชน์...กลับไปฝึกตนซะ!”

เยี่ยฉวนโคลงศีรษะก่อนโคจรยันต์กลืนกินสวรรค์พร้อมเหวี่ยงอีกฝ่ายออกไปนอกกำแพง ปัง! ร่างของกงซุนเย่ผู้แข็งแกร่งกระเด็นออกอย่างรุนแรงราวว่าวที่บินสูงแต่เชือกขาดผึงโดยกะทันหัน เขาแผดเสียงร้องโอดโอยดังลั่นและพยายามตะเกียกตะกายหนีอย่างตื่นตระหนก! เยี่ยฉวนปัดฝ่ามือทั้งสองเป็นเชิงเสร็จการก่อนเข้าไปในห้องตำราเพื่อทำการฝึกตนต่อ...

บรรยากาศช่วงก่อนรุ่งสางมืดมนและหนาวเหน็บกว่ายามอื่น สายลมร้องหวีดหวิวทั้งยังพัดโชยความหนาวเย็นจนเสียดแทงเข้าไปถึงกระดูกดำ

เยี่ยฉวนไม่แยแสเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย ทว่าเขานั่งลงได้เพียงครู่เดียวก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอกอีกครั้ง!

ยังไม่หลาบจำอีกรึ?!

เยี่ยฉวนขบกรามแน่น สีหน้าแปรเป็นเย็นชา

แขกไม่ได้รับเชิญปรากฏตัวบนลานกว้างของยอดเขาเมฆาอินทนิลอีกครั้ง รอบนี้ไม่ใช่กงซุนเย่แต่เป็นชายร่างเตี้ยม่อต้อผู้บรรลุเพียงขั้นอู่เจ๋อระดับที่หกเช่นเดียวกัน สังเกตจากการกระโดดข้ามกำแพงแต่ละด้านจึงพบว่าร่างกายของเขามีความยืดหยุ่นยิ่ง!

เยี่ยฉวนพิจารณาชายผู้นั้นอย่างถี่ถ้วน ทว่ารอบนี้เขาเกียจคร้านที่จะออกไปประจันหน้า ไวเท่าความคิด...ราชันจักจั่นทองคำจึงบินนำแมลงวันอสูรฝูงใหญ่พุ่งตรงมา!

แขกไม่ได้รับเชิญร้องอุทานอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นฝูงแมลงวันอสูรพุ่งตรงเข้าหาตน พริบตาเดียวพวกมันบินวนราวพายุหมุนปกคลุมร่างของเขาโดยเร็วจนเสียหลักล้มกลิ้งลงไปกับพื้น ชายร่างเตี้ยล้มลุกคลุกคลานกลับออกไปพร้อมกับร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวดและอับอายตลอดทาง ไม่ทันเผชิญหน้ากับเยี่ยฉวนร่างกายของเขาก็บาดเจ็บหนักเสียแล้ว!

“ใครว่าแมลงวันอสูรเหล่านี้เป็นผู้ทำลายเพียงอย่างเดียวล่ะ? พอนำมาใช้งานก็เกิดประโยชน์ไม่น้อย!”

เยี่ยฉวนระเบิดเสียงหัวเราะลั่นเมื่อได้ยินชายผู้นั้นร้องโอดครวญ ทันใดนั้นเขาก็คิดแผนการบางอย่างออก...

แม้อาวุโสลำดับสองคร่ำหวอดอยู่กับการแก้ไขปัญหาการรุกรานจากแมลงวันอสูรตลอดทั้งวันทั้งคืนแต่ก็ไม่สามารถกำจัดได้จนหมดสิ้น พวกมันยังคงกัดกินต้นพืชสมุนไพรเช่นเดิม ก่อนหน้านี้เยี่ยฉวนคิดวิธีการไม่ตกเสียทีแต่ดูเหมือนจะมีหนทางจัดการกับปัญหานี้แล้วหลังจักจั่นป่าปีกทองคำตัวน้อยกลายร่างเป็นราชันจักจั่นทองคำสี่ปีก!

เยี่ยฉวนเกิดความคิดว่าหากสามารถขับไล่ฝูงแมลงวันอสูรออกไปยอดเขาเมฆาอินทนิลจึงจะกลับคืนสู่สภาพเดิมอีกครั้ง และหากเขาหาวิธีควบคุมพวกมันได้ ฝูงแมลงวันเหล่านั้นจะกลายเป็นบริวารและองครักษ์ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่ากลุ่มผู้พิทักษ์เสียอีก!

คิดเช่นนั้นแล้วเยี่ยฉวนจึงเริ่มปฏิบัติการทันที เขาส่งกระแสจิตสั่งราชันจักจั่นทองคำให้บินวนไปรอบยอดเขาเพื่อต้อนแมลงวันอสูรให้รวมกลุ่มเป็นฝูงใหญ่ ทันทีที่มันปรากฏตัวเหนือลานกว้าง แมลงวันอสูรจากทั่วสารทิศแม้แต่ตัวที่หลบอยู่ในซอกหินและพุ่มไม้ก็กระพือปีกบินตามจนขนาดฝูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ปกคลุมทั่วท้องฟ้า!

ผ่านไปหนึ่งชั่วยามการต้อนเหล่าแมลงวันอสูรให้รวมฝูงก็สำเร็จโดยราบรื่น ทั้งพวกมันยังรุมกัดแขกไม่ได้รับเชิญหลายคนที่พยายามบุกรุกยอดเขาเมฆาอินทนิลอย่างไม่ละเว้น!

คนเหล่านั้นต่างวิ่งหนีอลหม่านด้วยความตื่นตระหนกโดยที่เยี่ยฉวนไม่จำเป็นต้องลงแรงเองด้วยซ้ำ ถึงกระนั้นเขาเกิดความฉงนระคนแปลกใจ...

มีชายนิรนามบุกเข้ามาหมายจัดการเขาหลายคนแต่ในบรรดาคนเหล่านั้นไม่มีผู้ใดเลยที่แข็งแกร่ง นับเป็นเรื่องที่แปลกยิ่ง!

เยี่ยฉวนนั่งลงและเข้าสู่สมาธิ ดวงจิตของเขาค่อยๆ ล่องลอยออกจากร่างอย่างเงียบเชียบภายใต้การคุ้มครองจากโคมบงกชสีคราม เขาล่องลอยออกไปด้านนอกพลางสอดส่องรอบด้านอย่างระมัดระวัง ยันต์กลืนกินสวรรค์ในร่างของเขาควบแน่นและแข็งแกร่งขึ้นอย่างสมบูรณ์เมื่อเขาบรรลุขั้นอู่เจ๋อระดับที่หก เมื่อดวงจิตลอยออกมาด้านนอกเขาจึงสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงและภยันตรายโดยรอบ!

ทิศตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักเครื่องนิลยังคงมีพลังปราณพุ่งทะยานขึ้นไปทางผืนมหาสมุทรอย่างบ้าคลั่งและอันตรายยิ่ง! ส่วนทิศเหนือซึ่งเป็นที่ตั้งของหุบเขามังกรปีศาจแผ่จิตสังหารอานุภาพรุนแรงกว่าครั้งใดๆ ให้ความรู้สึกน่าหวาดกลัวราวมีปีศาจร้ายกำลังจะผุดขึ้นจากก้นหุบเหวนั่น!

ปราณฉีช่างแข็งแกร่งนัก!

ลึกลงไปเบื้องล่างของหุบเขามังกรปีศาจมีความลับใดซ่อนอยู่กันแน่?!

แม้เยี่ยฉวนเคยเป็นถึงมหาปราชญ์ผู้มากประสบการณ์ทว่าจิตสังหารรุนแรงที่แผ่ออกมาจากหุบเขามังกรปีศาจกลับทำให้เขารู้สึกตระหนกยิ่ง! ยามนี้เขาออกสำรวจโดยดวงจิตไม่ใช่กายหยาบจึงไม่สามารถสำรวจทั่วอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า เขาเร่งลอยวนรอบลานกว้างบนยอดเขาเมฆาอินทนิลและกลับเข้าร่างทันที ทันใดนั้นเขาสัมผัสได้ถึงความคุ้นเคยบางอย่างคล้ายกระแสจิตของเหอไท่ซวี ครั้นเขาต้องการตรวจสอบให้แน่ชัดขึ้นกระแสจิตนั่นก็หายไป!

“เหอไท่ซวีอีกแล้ว! บรรดาแขกไม่ได้รับเชิญเหล่านั้นคงถูกมันสั่งให้มาจัดการข้าสินะ! ทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไรกัน?!”

เขาลุกขึ้นพร้อมวิ่งตามร่องรอยกระแสจิตจางๆ ไปจนถึงเชิงเขาด้วยสายตาที่แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยือก ทว่าเมื่อไปถึงกลับไม่พบผู้ใดอยู่ที่นั่นแม้แต่คนเดียว!

จบบทที่ ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 30 แขกไม่ได้รับเชิญ

คัดลอกลิงก์แล้ว