เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 24 ไม้กวาดสังหารคน

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 24 ไม้กวาดสังหารคน

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 24 ไม้กวาดสังหารคน


บทที่ 24 ไม้กวาดสังหารคน

ยามนี้จินหัวเสมือนสัตว์ร้ายที่ถูกต้อนให้จนมุมจนต้องดิ้นรนเฮือกสุดท้ายเพื่อเอาตัวรอด เขาพุ่งเข้าหาเยี่ยฉวนด้วยจิตสังหารที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทว่าเยี่ยฉวนยังอยู่ในอาการสงบ “ศิษย์น้องจินหัว...อย่าพยายามเอาชนะข้าเลย อย่างไรเจ้าก็หนีไม่พ้น ยอมจำนนต่อความผิดโดยดีเถิด...โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา ข้าจะใช้ฐานะศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักร้องขอให้ท่านอาวุโสสูงสุดไว้ชีวิตเจ้า!”

แสร้งทำต่อไป! แสร้งเป็นคนดีไว้ก่อน!

‘ประสบการณ์ของเจ้ายังอ่อนนัก! ระดับข้าต้องปะทะกับบิดาจอมเจ้าเล่ห์ของเจ้าจึงเหมาะสม!’

เขาลอบยิ้มเยาะและแสร้งพูดดี เพราะอาวุโสสูงสุดแอบฟังอยู่ที่ไหนสักแห่งและยังไม่ตอบสนองใดๆ ต่อเหตุการณ์ตรงหน้า...

“ฮ่าๆๆ ไอ้บัดซบ! ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตาย!” ความโกรธของจินหัวทวีถึงขีดสุด เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนพุ่งเข้าหาเยี่ยฉวน!

"เจ็ดก้าว!" เยี่ยฉวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก!

“เจ็ดก้าว?! หมายความว่าอย่างไร?!” จินหัวหยุดชะงักทว่าพลังปราณภายในร่างยังแปรปรวนพลุ่งพล่าน

เยี่ยฉวนกระชับแส้เทวะในมือ “ข้าหมายความว่า...หากเดินเข้ามาเพียงเจ็ดก้าว เจ้าต้องตายอย่างแน่นอน!”

“ฮ่าๆๆ! ไร้สาระ!”

ยามนี้จินหัวโกรธายิ่งจนไม่อาจยับยั้ง เขาหัวเราะราวคนสติก่อนพุ่งเข้าหาอีกฝ่าย! เพียงก้าวเดียวเท่านั้น...เสียงหัวเราะพลันเงียบลง ร่างกายสั่นสะท้านด้วยชีพจรที่จู่ๆ ก็เต้นแรงอย่างไร้เหตุผล

“ฆ่า!”

จินหัวไม่ใส่ใจอาการแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับตนพลางพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายอีกครั้งด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า!

ก้าวที่สอง...ความแน่นอึดอัดก่อตัวขึ้นในทรวงอก แขนและขาทั้งหมดพลันอ่อนแรง!

ก้าวที่สาม...ทรวงอกค่อยๆ ร้อนขึ้นราวมีเปลวไฟโหมอยู่ภายใน!

ก้าวที่สี่...ความเจ็บปวดในทรวงอกสาหัสรุนแรงราวถูกมีดจ้วงแทงเป็นแผลฉกรรจ์!

การฝึกตนจนเป็นศิษย์ชั้นเลิศแห่งหอแปรธาตุทำให้เขาแข็งแกร่งและมีความอดทนสูงกว่าผู้อื่น! เขากัดฟันข่มความเจ็บปวดทั้งมวลก่อนรวบรวมพลัง...ทันใดนั้นอสูรเสือร้ายพลันปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ!

ก้าวที่หก...ความเจ็บปวดทวีความรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลันราวทรวงอกระเบิดออกเป็นเสี่ยง! เสมือนหลอดเลือดและลำไส้ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ!

“อ๊าก!”

เขาแผดเสียงกรีดร้องราววัวถูกเชือด! รู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัสเสียจนโสตประสาทขาวโพลนและว่างเปล่าไปชั่วขณะ การเคลื่อนที่ค่อยๆ เฉื่อยชาลง ทว่ายังฝืนสังขารเฮือกสุดท้ายให้เดินต่อเป็นก้าวที่เจ็ด...ทันใดนั้นทรวงอกของเขาพลันถูกแหวกออกก่อนที่จักจั่นป่าสีทองจะบินออกมาจากโพรงน่าสยดสยองนั้น เลือดคาวคลุ้งซึมกระจายเป็นวงกว้าง!

ตอนอยู่บนยอดเขาเมฆาอินทนิล เยี่ยฉวนไม่เพียงมองเห็นแผนการสกปรกของอีกฝ่ายอย่างทะลุปรุโปร่งและขับพิษน้ำยาทลายหยางออกได้ทันท่วงที ทว่ายังซ้อนแผนโดยการปล่อยบริวารเช่นจักจั่นป่าสีทองให้ชอนไชเข้าไปในร่างกายของจินหัวขณะส่งมอบผลึกเส้นโลหิตมังกรโดยไม่มีผู้ใดทันสังเกต จักจั่นตัวน้อยบินพล่านซุกซนไปอุดเส้นเอ็นและหลอดเลือด ทำให้จินหัวไร้ประสาทสัมผัสจนไม่สามารถสานสัมพันธ์ทางกายกับศิษย์น้องหญิงเสี่ยวซิงได้!

จินหัวนึกกระหยิ่มไปเองว่าพลังของตนมีความก้าวหน้าขึ้นหลังขัดเกลาผลึกเส้นโลหิตมังกรสำเร็จ โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกสับขาหลอก! ความเป็นจริงเขาถูกจักจั่นป่าสีทองที่แฝงอยู่ในร่างกายดูดกินเลือดและพลังวิญญาณราวปรสิต ประสาทสัมผัสและสมรรถภาพทางเพศถูกมันทำลายย่อยยับ! ที่สำคัญ...ภายในร่างของเขาปราศจากสมบัติล้ำค่าใดๆ เยี่ยฉวนไม่ได้มอบผลึกเส้นโลหิตมังกรให้แก่เขาจริงๆ!

“ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าหากเดินเพียงเจ็ดก้าวเจ้าจะสิ้นใจโดยไร้หนทางเอาชนะ ทว่าเจ้ากลับไม่เชื่อ...จนต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้!” ดวงตาคมกริบของเยี่ยฉวนฉายแววเย็นชา เขาส่ายหน้าพลางแสดงความสงสารขณะมองอีกฝ่ายที่กำลังกรีดร้องโหยหวน

"อะ-ไอ้สารเลว! จะ-เจ้า...กล้าลงมือสังหารข้า?"

จินหัวรู้สึกกลัวลนลานขณะเห็นจักจั่นป่าสีทองบินออกจากโพรงแผลบริเวณทรวงอกของตน ไม่คาดคิดว่าเยี่ยฉวนจะกล้าลงมือสังหารโดยใช้อาวุธที่น่ากลัวถึงเพียงนี้!

"ศิษย์น้องจินหัว...เจ้าช่างพูดมากเสียจริง!"

ดวงตาเยี่ยฉวนพลันปรากฏแสงสว่างวาบขณะโคจรยันต์กลืนกินสวรรค์ จักจั่นป่าทองคำบินเข้าไปภายในร่างและซ่อนตัวอยู่ในผลึกเส้นโลหิตมังกรอย่างรวดเร็ว เขาเงื้อแส้เทวะขึ้นสูงก่อนฟาดเข้าที่ลำตัวของอีกฝ่ายสุดแรงจนเกิดเสียงเพี้ยะดังก้องทั่วบริเวณ! จินหัวเบิกตากว้างก่อนกระอักเลือด...ลมหายใจสุดท้ายของเขาถูกพรากไปด้วยการตีเพียงครั้งเดียว! ร่างไร้วิญญาณล้มลงกับพื้นทันที!

"หยุดมือ!"

อาวุโสสูงสุดตะโกนสุดเสียงพลางวิ่งออกไปหมายห้ามเยี่ยฉวน ทว่าสายไปเสียแล้ว...

“เยี่ยฉวน! นี่เจ้า...”

ชายชราผู้เป็นที่รู้จักในนามปรมาจารย์แห่งเต๋าของสำนักหมอกเมฆายืนนิ่งอย่างตื่นตะลึง! เหตุการณ์ตรงหน้าเกิดขึ้นรวดเร็วจนเขาไม่ทันตั้งตัว ไม่คาดคิดว่าจินหัวผู้บรรลุขั้นซิวฉือระดับสองจะถูกสังหารโดยไม้กวาดธรรมดาๆ ของศิษย์พี่ใหญ่ผู้บรรลุเพียงขั้นอู่เจ๋อระดับห้า! ทั้งเยี่ยฉวนยังไม่ถูกอีกฝ่ายโจมตีเลยแม้แต่ครั้งเดียว!

“อาวุโสสูงสุด…ขออภัยที่ข้าไม่สามารถยั้งมือไว้ได้ทัน ไม่นึกว่าเขาจะสิ้นใจเร็วถึงเพียงนี้...บั้นปลายชีวิตของศิษย์น้องจินหัวหมกมุ่นอยู่แต่กับการทำลายข้า!” เยี่ยฉวนไม่ปรายตามองร่างไร้ลมหายใจของอีกฝ่ายแม้แต่น้อยราวร่างนั้นเป็นเพียงแมลงวันที่ตกตาย!

“เยี่ยฉวน...เจ้าฆ่าจินหัวด้วยไม้กวาดด้ามนี้จริงหรือ?!”

ซู่โกวหง อาวุโสสูงสุดเบิกตากว้าง! แม้เขาจะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยตาตนเองทว่ายังทำใจให้เชื่อได้ยากยิ่ง!

“ศิษย์น้องจินหัวทำการขัดเกลาผลึกเส้นโลหิตมังกรอย่างเร่งด่วน ทว่าอานุภาพของผลึกนั้นมหาศาลเกินกว่าร่างกายของเขาจะรับไหว ข้าอาจใช้ไม้กวาดตีถูกจุดอ่อนบางอย่างของเขาเข้า ทำให้ร่างที่อ่อนแออยู่แล้วไม่สามารถทนรับความเจ็บปวดเพิ่มอีก”

เยี่ยฉวนยกเหตุผลอื่นที่มีความเป็นไปได้สูงมาอธิบายแทน เพราะไม่ต้องการเปิดเผยว่าตัวเขามีจักจั่นป่าทองคำอยู่ในครอบครอง “ศิษย์น้องจินหัวเป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยความสามารถ ทว่าเขากลับวางแผนการชั่วร้ายเพื่อกำจัดข้าครั้งแล้วครั้งเล่า เขาละโมบอยากดำรงตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักหมอกเมฆามาโดยตลอด สุดท้ายแม้หลีกหนีอย่างไรก็ไม่พ้นอำนาจสวรรค์...ยามนี้ผลกรรมที่คิดร้ายต่อข้าย้อนคืนสนองเขาแล้ว!”

อาวุโสสูงสุดได้ยินเช่นนั้นจึงกล่าวคำใดไม่ออก สิ่งที่เยี่ยฉวนพูดทั้งหมดเป็นความจริง เขาได้ยินกับหูและเห็นกับตาว่าจินหัวรับสารภาพทุกอย่าง ไม่ว่าเรื่องลอบทำร้ายเยี่ยฉวนหรือเรื่องบุุกรุกหอคัมภีร์สงครามเพื่อขโมยตำราลับมังการอวตารก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทั้งสิ้น แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือการที่เยี่ยฉวนรู้เท่าทันแผนการของอีกฝ่ายอย่างทะลุปรุโปร่ง! คนที่เคยโง่เขลาเบาปัญญาและพูดน้อยราวเป็นใบ้เช่นเขาจะฉลาดถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? หรือก่อนหน้านี้เขาแสร้งโง่มาโดยตลอด?!

“หากเจ้ารู้อยู่แล้วว่าการขัดเกลาผลึกเส้นโลหิตมังกรอาจเกิดอันตรายใหญ่หลวงต่อตัวผู้ฝึกตน แล้วเหตุใดเจ้าจึงจงใจมอบมันเป็นของกำนัลให้จินหัวเล่า?” ชายชราเอ่ยถาม

“ท่านเจ้าสำนักออกท่องยุทธภพจึงไม่มีผู้ใดชี้แนะวิธีการขัดเกลาผลึกนั้น หากข้าไม่แสร้งผูกมิตรและมอบมันให้จินหัว ไม่ช้าก็เร็วข้าคงต้องตายด้วยเงื้อมมือเขาในสักวัน ด้วยระดับการฝึกตนที่อ่อนแอ...ข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตัดสินใจเช่นนั้น” เยี่ยฉวนนึกอยู่แล้วว่าจะต้องมีคนตั้งคำถามเช่นนี้ ดีที่เขาเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้า

ชายชรามองไปยังเยี่ยฉวนผู้ได้รับแต่สายตาที่เย็นชาจากบรรดาผู้อาวุโสหลายๆ ท่าน ทั้งยังถูกกลั่นแกล้งมาโดยตลอด เขากล่าวคำเบาอย่างรู้สึกผิด “ทั้งหมดถือเป็นความผิดของข้าที่ไม่คอยดูแลสารทุกข์สุกดิบจนทำให้เจ้าเผชิญความยากลำบากมานานหลายปี...”

ชายชราถอนหายใจยาว เขาแสร้งหลับหูหลับตาไม่รับรู้ความขัดแย้งภายในสำนักมาหลายต่อหลายปี การที่เยี่ยฉวนอดทนต่อความอัปยศอดสูที่ผู้คนหยิบยื่นให้มาจนถึงวันนี้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย “แม้จินหัวสมควรตายทว่าเขาก็ตายด้วยน้ำมือของเจ้า เจ้าแห่งหอสายนเวทรวมถึงอาวุโสลำดับสามไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้เป็นแน่ โท่วป่าเซียงอีกเล่า?! บุตรสาวของเขากำลังจะได้แต่งงานกับจินหัวอยู่แล้ว...เขาจะยอมรับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร?!”

“อาวุโสสูงสุดไม่ต้องกังวลไป ข้าจะจัดการเรื่องทุกอย่างด้วยตนเองโดยไม่พาดพิงให้ท่านและสำนักหมอกเมฆาต้องเสื่อมเสีย!”

ขณะที่ชายชรารู้สึกวิตกกังวลกับความร้าวฉานระหว่างสำนักที่อาจเกิดขึ้น ทว่าเยี่ยฉวนกลับสงบนิ่งราวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องทั้งหมด เขากล่าวออกหลังนิ่งเงียบเป็นเวลานาน “ระหว่างนี้เกิดเรื่องแปลกๆ ขึ้นมากมาย สามเดือนก่อนบรรดาผู้พิทักษ์ถูกลอบสังหารในสุสานเทพเจ้า ผู้ใดกันที่รู้ความเคลื่อนไหวและแข็งแกร่งพอจะทำเช่นนั้น?! ครั้นระยะเวลาการประลองระหว่างสามสำนักใกล้เข้ามา โท่วป่าเซียงที่เป็นสำนักคู่แข่งกลับเดินทางมาเยือนถึงที่ ทั้งยังต้องการผูกสัมพันธไมตรีโดยการแต่งงานกับคนของเราอย่างกะทันหัน เรื่องทั้งหมดนี้ท่านไม่รู้สึกสงสัยแม้แต่น้อยเชียวหรือ?!”

“เยี่ยฉวน! เจ้ากำลังจะบอกว่า...” ชายชราพึมพำพร้อมสายตาวูบไหว

“ข้าสงสัยว่าอาจมีหนอนบ่อนไส้ที่มีตำแหน่งสูงอยู่ในสำนักของเรา!” เยี่ยฉวนเว้นจังหวะก่อนกล่าวต่อด้วยสีหน้าจริงจัง “ขณะท่านเจ้าสำนักออกท่องยุทธภพ การแก่งแย่งชิงดีในอำนาจและผลประโยชน์ภายในสำนักทวีความรุนแรงราวคลื่นใต้น้ำ ท่านอาวุโสสูงสุดคงรู้ดีว่าผู้ใดผูกขาดการดูแลหอศาสตราวุธถึงขั้นห้ามไม่ให้บุคคลอื่นเข้าไปหากไม่มีหลักฐานการอนุญาตมาแสดง บุคคลผู้นั้นเป็นคนเดียวกันกับที่คอยเกณฑ์บรรดาศิษย์มาท้าประลองกับข้าอยู่เนืองๆ โท่วป่าเซียงเจ้าสำนักเครื่องนิลอาจรับรู้อยู่แล้วว่าข้าอ่อนแอเช่นไรจึงระบุเจาะจงว่าบุตรสาวของเขาจะต้องแต่งงานกับศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักเท่านั้น! เป็นไปได้ว่าการผูกสัมพันธไมตรีนี้เป็นเพียงฉากบังหน้าและกลยุทธ์สกปรกในการทำลายสำนักหมอกเมฆาทางอ้อม ยามนี้เขาทำให้คนของสำนักเรากลายเป็นตัวตลก ที่แต่งงานกับบุตรสาวผู้มีรูปโฉมน่าเกลียดราวนกอินทรียักษ์ ทว่าภายภาคหน้าผู้ที่โชคร้ายอาจเป็นข้า เป็นท่าน หรือแม้แต่จูซือเจีย...”

“พวกมันเหิมเกริมถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?!” สีหน้าของชายชราเย็นเยือกราวน้ำแข็ง จิตสังหารของเขาปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่ง!

ช่วงเวลาไม่นานมานี้เขาเพิ่งสูญเสียครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่งไป ยามนี้จูซือเจียเป็นหลานสาวผู้เดียวที่หลงเหลืออยู่ในชีวิต หากผู้ใดกล้าเคลื่อนไหวและกระทำการหยาบช้า หรือกล้าแตะต้องแม้เพียงเส้นผมของนาง เขาสามารถฉีกร่างคนผู้นั้นออกเป็นชิ้นๆ!

“ถึงขั้นนี้แล้วไม่มีสิ่งใดที่พวกเขาไม่กล้าทำอย่างแน่นอน ความขัดแย้งภายในสำนักอาจก่อให้เกิดการต่อสู้ที่โหดเหี้ยมยิ่งกว่าการสู้รบระหว่างสำนักเสียอีก! ดังนั้นท่านไม่ควรนิ่งนอนใจ!” เยี่ยฉวนรีบตีเหล็กขณะที่ยังร้อน

“เฮ้อ...”

ชายชราถอนหายใจอีกครั้งและไตร่ตรองอย่างเงียบเชียบ ตลอดช่วงชีวิตอันยาวนานเขาต้องเผชิญกับภยันตรายที่ไม่คาดคิดมากมาย ทว่าเขาเลือกที่จะต่อสู้ด้วยตนเองเพราะไม่อาจทนเห็นบรรดาศิษย์ร่วมสำนักต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย

“ท่านอาวุโสสูงสุด...”

ครั้นเห็นท่าทีลังเลไม่กล้าตัดสินใจของอีกฝ่ายเยี่ยฉวนถึงกับลอบถอนหายใจ ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงฝีเท้าคนใกล้เข้ามาจึงไม่ทันได้กล่าวหว่านล้อมใดๆ ต่อ

ในบรรดาผู้คนที่วิ่งออกมาจากความมืดและตรงมายังที่เกิดเหตุ มีเสียงคร่ำครวญหวนไห้อย่างโศกเศร้าราวใจจะขาดดังขึ้น...

“หัวเอ๋อร์! หัวเอ๋อร์ลูกชายข้า! ผู้ใดฆ่าเจ้า?! มันเป็นใคร...”

ร่างกายของจินหัวเย็นเยียบ ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด ดวงตาเบิกโพลงและแดงก่ำราวกับเลือด จินจื่อคุนเห็นสภาพน่าเวทนาเช่นนั้นจึงทิ้งตัวลงกอดร่างไร้วิญญาณของบุตรชายไว้ในอ้อมแขนพลางร่ำไห้โหยหวนด้วยความเสียใจอย่างที่สุด อาวุโสลำดับสามและผู้ติดตามจำนวนหนึ่งเร่งรุดมาถึง ครั้นเห็นว่าเกิดเหตุใดขึ้นกับลูกศิษย์คนโปรดใบหน้าของเขาจึงแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด จิตสังหารรุนแรงแผ่เป็นวงกว้างราวเมฆหมอกบนท้องฟ้า!

เยี่ยฉวนต้องเตรียมรับมือกับอาวุโสลำดับสามและเจ้าแห่งหอแปรธาตุซึ่งเป็นบุคคลสำคัญภายในสำนักก่อน ส่วนโท่วป่าเซียงแห่งสำนักเครื่องนิลผู้เป็นบุคคลนอกยังมาไม่ถึง

แสงจากคบเพลิงสว่างเรืองเป็นแนวยาวในความมืด เสียงฝีเท้าของบรรดาศิษย์และเหล่าทหารองครักษ์หลายสิบคู่ดังสนั่นราวฟากฟ้ากัมปนาทขณะวิ่งตรงมาจากทุกทางจนพื้นดินสั่นสะเทือน...

จบบทที่ ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 24 ไม้กวาดสังหารคน

คัดลอกลิงก์แล้ว