เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 17 ต้องอดทน!

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 17 ต้องอดทน!

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 17 ต้องอดทน!


บทที่ 17 ต้องอดทน!

หวิว!

ยามราตรีมืดสนิท ลมหนาวพัดโชยเอื่อย สัตว์ป่านานาชนิดแผดเสียงคำรามกึกก้อง…

เยี่ยฉวนถอดดวงจิตแล้วจึงสัมผัสได้ถึงภยันตรายท่ามกลางความมืดมิด

หากเขาบรรลุขั้นซิวฉือการถอดดวงจิตคงกระทำโดยง่าย ครั้นพบเจออันตรายภายนอกยังสามารถป้องกันตนเองได้ ทว่ายามนี้ดวงจิตของเขาอยู่ในสภาวะอ่อนแอเปรียบดังทารกที่ไม่รู้วิธีว่ายน้ำแต่กลับจมดิ่งลงในมหาสมุทร หากประมาทเพียงนิดก็ไม่อาจแก้ไข ดวงจิตอันปั่นป่วนกำลังกระจัดพลัดพรายและต้องการหลีกหนี

ทันใดนั้นพลันมีแสงสว่างนวลให้ความรู้สึกอบอุ่นสาดส่องมายังเขา ไม่นานดวงจิตที่ปั่นป่วนของเขาจึงค่อยๆ สงบลง

โคมบงกชสีครามในห้องตำราเริ่มเผยพลังเร้นลับ!

เยี่ยฉวนสำรวจทิศทางโดยรอบ เมื่อรวบรวมความกล้าได้แล้วจึงบังคับดวงจิตให้ลอยออกไปโดยมีโคมบงกชสีครามนำทาง ดวงจิตของเขาจะไม่เคว้งคว้างตราบใดที่ยังผูกพันอยู่กับโคมดวงน้อย

ทิศเหนือของสำนักหมอกเมฆาคือที่ตั้งของหุบเขามังกรปีศาจ ปรากฏปราณหยางที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นฟ้าพร้อมอันตรายที่ยากอธิบาย! เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเบาบางอันคุ้นเคยจากที่นั่น

ทิศตะวันออกเป็นที่ตั้งของสำนักเครื่องนิล ปราณมารกำลังเคลื่อนไหวพลุ่งพล่านราวแผ่นดินจะแยกตัวออกเป็นเสี่ยงๆ!

ทิศสุดท้ายคือทิศใต้ซึ่งเป็นที่ตั้งของผืนมหาสมุทรอันเวิ้งว้างไร้ขอบเขต ที่นี่มีจิตสังหารและพลังหลากหลายชนิดผสมปนเปอยู่

ดวงจิตของเขาล่องลอยจนเห็นสถานการณ์ของทุกทิศ เขาค่อยๆ ตระหนักและเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมด

พลังที่รบกวนจิตใจของเขาไม่ได้มาจากหุบเขาปีศาจอย่างที่เขาคาดการณ์ในตอนแรก แต่เป็นเพราะปราณมารจากทิศที่ตั้งของสำนักเครื่องนิล ปราณนี้ไร้สีและรูปร่างจึงไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ทว่าเขารับรู้การมีอยู่ของมันผ่านดวงจิตที่ถูกถอดจากร่าง

“ประหลาดนัก...เหตุใดปราณมารจึงหนาแน่นเพียงนี้! หรือสำนักเครื่องนิลคิดการใหญ่จะลอบโจมตี?!”

เยี่ยฉวนตกใจถึงขีดสุดจึงไม่คืบเข้าใกล้ปราณมารทางทิศตะวันตก ปราณมารยิ่งเข้มข้นยิ่งดึงดูดวิญญาณชั่วร้ายทุกดวงโดยง่าย หนำซ้ำดวงจิตของเขายังนับเป็นยาบำรุงชั้นดีของพวกมันเสียด้วย!

ยามราตรียิ่งดึกสงัดสายลมยิ่งทวีความหนาวเย็นถึงกระดูก

ค่ำคืนที่มิดมืดยาวนานเปรียบเสมือนท้องมหาสมุทรอันลึกลับที่เปี่ยมด้วยภยันตราย ดวงจิตของเขาสัมผัสถึงความคุ้นเคยเพียงบางสิ่ง หนานเทียนตูนั่งขัดสมาธิเฝ้าประตูสำนักเมฆาอินทนิลตามคำสั่งอาวุโสลำดับสองอย่างเคร่งครัด ส่วนจูซือเจียอยู่เพียงลำพังบนยอดเขาอีกลูก ไม่ชัดเจนว่านางกำลังฝึกตนหรือหลับพักผ่อน…

ร่างสาวงามยามหลับใหลจะงดงามถึงเพียงใดกัน?

ครั้นนึกถึงรูปร่างอันเย้ายวนและบั้นท้ายงามงอนของนาง เขาพลันยกยิ้มแฝงเลศนัยและคิดให้ดวงจิตล่องลอยไปยังที่พักของนางเพื่อลอบมองเรือนร่างนั้นเสียหน่อย ทว่าเขาทำได้เพียงนึกคิดเพราะดวงจิตของเขาได้ลอยไปยังยอดเขาอีกฝั่งและสัมผัสถึงกลิ่นอายจิตสังหารที่คุ้นเคยอีกครั้ง...จิตพยาบาทของจินหัว!

ภายในจวนสว่างไสว...จินหัวและเหอไท่ซวีนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้น ปรากฎชายวัยกลางคนจมูกคมราวเหยี่ยวนั่งบนบัลลังก์เบื้องหน้า

“ท่านพ่อ! ลูกชายของท่านถูกโบยตีจนสภาพน่าสังเวชนัก โปรดล้างแค้นแทนข้าด้วยเถิดขอรับ...ท่านพ่อ!”

ดึกสงัดแล้วทว่าจินหัวยังคงโอดครวญทั้งน้ำตานองหน้าด้วยความเจ็บปวดพลางอ้อนวอนผู้เป็นบิดาให้ช่วยตนล้างแค้น

หากไม่ฆ่าเยี่ยฉวนเขาก็ไม่มีหน้าไปพบผู้ใดทั้งสิ้น! ความเกลียดชังฝังรากลึกอยู่ภายในจิตใจ! แต่ที่ย่ำแย่คือไม่ว่าเขาจะร่ำไห้ฟูมฟายเพียงใด ‘จินจื่อคุน’ เจ้าแห่งหอแปรธาตุกลับเผยสีหน้าเคร่งเครียดและไม่ปริปากใดๆ แม้แต่คำเดียว

“ท่านพ่อ! ลูกชายของท่านถูกประจานต่อหน้าฝูงชนนับร้อย เหตุใดท่านจึงไม่ทวงความยุติธรรมให้ข้าเสียที?! ไม่เหลือใครที่รักข้าเลย ท่านแม่ก็มาด่วนจาก...ข้าไม่อยากมีชีวิตต่อไปแล้ว!”

จินหัวร่ำไห้พลางอาละวาด หากเยี่ยฉวนไม่ตายไฟโทสะในใจของเขาก็ไม่อาจดับลง! “วันนี้ไอ้สารเลวนั่นฟาดก้นข้าได้ พรุ่งนี้มันอาจจะลงมือกับศิษย์คนอื่นของหอแปรธาตุอีก! บางทีมันอาจใช้ตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่มาเป็นข้ออ้างเพื่อขัดกฎเกณฑ์ของสำนัก มันสาปส่งว่าข้าไม่ได้รับการสั่งสอน! ไม่เพียงเท่านั้น...มันยังกล่าวหาว่าท่านพ่อก็แค่สวะที่คิดยึดครองหอแปรธาตุ! ทั้งหมดที่มันกล่าวหา ท่านพ่อทนได้หรือ?!”

“ว่าอย่างไรนะ! ไอ้เยี่ยฉวนพูดเช่นนั้นจริงรึ?!” ในที่สุดจินจื่อคุนก็กล่าวคำออก สายตาฉายแววเย็นเยือก

เขารับไม่ได้ที่เห็นลูกชายถูกรังแกต่อหน้าฝูงชนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ครั้นรับรู้ว่าอีกฝ่ายสอดรู้สอดเห็นทั้งยังดูแคลนในอำนาจของตนจึงอดรนทนไม่ได้!

“ขอรับ! ไอ้ตัวบัดซบนั่นพูดเช่นนั้นจริงๆ ดังนั้นการที่ลูกชายของท่านถูกโบยตีอย่างไร้ความปราณีต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้นับว่าไม่ถูกต้อง! ท่านต้องช่วยข้าจัดการมันนะขอรับ...ท่านพ่อ!” จินหัวกุเรื่องขึ้นพลางพูดเพ้อเจ้อไปตามอารมณ์ที่คุกรุ่น เขาไม่สนใจสิ่งใดทั้งนั้นนอกจากการแก้แค้น!

“หึ! ไอ้เด็กเหลือขอนั่นเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักแค่ในนาม! เช่นนั้นข้าจะถอดมันออกจากตำแหน่งและขับไล่มันเอง!”

จินจื่อคุนแค่นเสียงอย่างเย็นชาก่อนลุกยืนขึ้นด้วยใบหน้าหนักอึ้ง

“ไม่! ท่านพ่อ! แค่ถอดมันออกจากตำแหน่งและขับออกจากสำนักนั่นไม่เพียงพอ! เราควรฆ่ามันทิ้งเสีย! ทั้งตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่และผลึกเส้นโลหิตมังกรจะได้ตกเป็นของข้าโดยสมบูรณ์!” จินหัวตะโกนลั่น แค่ขับไล่เยี่ยฉวนนั่นไม่อาจทำให้ความชิงชังรังเกียจและความเคียดแค้นราวไฟสุมในอกของเขามอดลง!

“เจ้าจงรอข้าอยู่ที่จวน อย่าออกไปทำเรื่องขายหน้าอีกเด็ดขาด! ข้าจะไปพบอาวุโสลำดับสามแล้วจะกลับมาโดยเร็ว!”

จินจื่อคุนไม่ตอบกลับและเร่งร้อนเดินออกไป

ตัวเขาไม่มีอำนาจมากพอที่จะถอดเยี่ยฉวนออกจากตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่ ดังนั้นจึงต้องเดินทางไปเจรจากับอาวุโสลำดับสามเพื่อขอการสนับสนุน

“หึ! เยี่ยฉวน...เจ้าตายแน่! คราวนี้ข้าจะรอดูว่าเจ้ายังทำท่าโอหังได้อยู่หรือไม่?!” จินหัวมองแผ่นหลังของบิดาที่เดินห่างออกไป เขามีท่าทีผ่อนคลายลงแต่ยังยกยิ้มร้ายกาจ!

“นายน้อยช่างหลักแหลมยิ่ง!”

เหอไท่ซวีสบโอกาสประจบสอพลอ ยามนี้เจ้าแห่งหอแปรธาตุออกโรงด้วยตนเองเห็นทีเยี่ยฉวนคงไม่รอดจากความตายแน่แล้ว! ทว่าคนเหล่านี้ไม่ทันสังเกตเห็นลมเย็นประหลาดที่พัดโชยอยู่ด้านนอก...

ดวงจิตของเยี่ยฉวนลอยออกมาด้านนอกหลังได้ยินทุกเรื่องราวชัดเจน

“คนบางคน ต้องรอให้เห็นโลงศพอยู่ตรงหน้าก่อนจึงจะหลั่งน้ำตาสินะ!”

เขายิ้มเย็นเยือกขณะมองไปยังจินหัวผู้ไม่รู้สูงต่ำและไม่รู้จักยั้งคิด

จินจื่อคุนกลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมสีหน้าเคร่งเครียด ใบหน้าของเขาดำคล้ำกว่าตอนออกไปจนดูคล้ายน้ำหมึกที่กำลังจะหยดมา…เขาเดินไปนั่งในห้องโถงโดยไม่กล่าวคำออกเป็นเวลานาน บรรยากาศโดยรอบพลันเคร่งเครียด

“เป็นอย่างไรบ้างขอรับท่านพ่อ?” จินหัวเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง เห็นบิดามีทีท่าเช่นนี้จึงตระหนักโดยสัญชาตญาณว่าคงไม่อาจจัดการเรื่องนี้ได้โดยง่าย

“เมื่อครู่ข้าได้ข่าวว่าสำนักเครื่องนิลจะจัดขบวนเดินทางมาถึงสำนักหมอกเมฆาของเราในวันพรุ่งนี้พร้อมข้อเสนอในการเชื่อมสัมพันธ์กับท่านอาวุโสสูงสุด ท่านเจ้าสำนักต้องการยกลูกสาวของเขาให้แต่งงานกับศิษย์พี่ใหญ่เพื่อผูกสัมพันธไมตรี!” จินจื่อคุนกล่าวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทว่ามือขวาของเขากลับบีบที่พักแขนของเก้าอี้โดยแรงจนหักออกจากกันดังเปรี๊ยะ!

“อะไรนะ?!” จินหัวคำรามลั่น!

แต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีงั้นหรือ!? หากเยี่ยฉวนแต่งงานกับลูกสาวของเจ้าสำนักเครื่องนิลเช่นนั้นจริง ฐานะของเขายิ่งแข็งแกร่งอย่างสมบูรณ์! หลังจากนี้จะไม่มีผู้ใดกล้าต่อต้านเขาอีก!

ราวพายไส้เนื้อที่ตกลงมาจากฟากฟ้าก็ไม่ปาน!

เหตุใดเขาจึงไม่ได้รับเรื่องดีงามเช่นนี้บ้าง! เหตุใดสิ่งดีๆ จึงตกไปอยู่ที่เยี่ยฉวนเสียหมด...ไอ้บัดซบนั่น?!

จินหัวเอ่ยขึ้นด้วยความริษยาที่ปะทุอยู่ในอก “ไม่ได้นะท่านพ่อ! หากปล่อยให้การแต่งงานนั่นเกิดขึ้นแล้วการแก้แค้นของพวกเราเล่า?!”

“หึ! ลืมเรื่องแก้แค้นไปเสียเถิด! อาวุโสลำดับสามบอกให้พวกเราอดทน...เราต้องอดทนเท่านั้น! นอกจากเราจะแก้แค้นไม่ได้แล้ว นับจากพรุ่งนี้ไปเจ้าจะต้องไปพบเยี่ยฉวนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม! หากตะวันขึ้นเมื่อใดเจ้าจงไปที่ยอดเขาเมฆาอินทนิลแล้วกล่าวขอโทษมันซะ!”

จินหัวถึงกับพูดไม่ออก...

จินหัวร้องผวาอีกครั้งขณะที่ใจคิดอยากกระอักเลือดออกมาให้รู้แล้วรู้รอด!

ยังไม่ทันได้แก้แค้นอีกฝ่ายที่โบยตีเขาต่อหน้าฝูงชน พรุ่งนี้เขายังต้องปั้นหน้ายิ้มแย้มไปขอโทษเยี่ยฉวนอีก ทั้งหมดนี่ไม่เลวร้ายไปหน่อยหรือ?!

“นี่ไม่ใช่คำสั่งของพ่อเจ้า แต่เป็นคำสั่งจากท่านอาวุโสลำดับสาม ดังนั้นเจ้าจะต้องปฏิบัติตามโดยไม่มีเงื่อนไข...”

จินจื่อคุนกำชับกับจินหัวอย่างหนักแน่น จากนั้นก็ล้วงเอาขวดแก้วออกมาจากเสื้อ ภายในขวดมีของเหลวใสหนึ่งหยด “แต่หัวเอ๋อร์...เจ้าวางใจเถิด ข้ามีวิธีทำให้ไอ้เยี่ยฉวนได้ลิ้มรสความทรมานอย่างสาหัสแล้ว! พรุ่งนี้เจ้าจงไปกล่าวขอโทษมันที่ยอดเขาเมฆาอินทนิลเสีย หากสบโอกาสเมื่อใดจงหยดสิ่งนี้ลงในสุราให้มันดื่ม! หึ! หลังมันดื่มสุราผสมยาน้ำทลายหยางเข้าไปก็จะไร้ความรู้สึกพิศวาส แล้วเรามาคอยดูกันว่าไอ้เด็กเหลือขอนั่นจะเข้าหอได้อย่างไร!”

“ท่านพ่อ...ท่านหมายความว่า...” จินหัวที่กำลังหมดอาลัยตายอยากพลันเห็นแสงสว่างแห่งความหวังอยู่ตรงหน้า!

“ยามนี้เรายังไม่สามารถแก้แค้นใดๆ ทำได้เพียงอดทนและเสแสร้งยิ้มแย้มเหมือนเป็นพวกเดียวกับมันเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี แต่แผนการนี้จะทำให้ไอ้เด็กนั่นไม่สามารถเข้าหอได้อย่างราบรื่น วางใจเถิด...เราคงไม่ต้องอดทนนานนักหรอก หากอาวุโสลำดับสามได้ครอบครองอำนาจในสำนักหมอกเมฆาเมื่อใดท่านอาวุโสสูงสุดก็เป็นได้เพียงหุ่นเชิดเท่านั้น! ถึงเวลานั้นแล้วเราจึงจะบดขยี้มันราวฆ่ามดตัวหนึ่ง!” เจ้าแห่งหอแปรธาตุยิ้มอย่างเลือดเย็น

“เป็นเช่นนั้น! อดทน...ข้าจะอดทน!”

จินหัวพยักหน้ารับพลางยื่นมือไปรับขวดหยดน้ำหยางกลั่นที่ไร้สีไร้รส เพียงนึกถึงคืนเข้าหอที่เยี่ยฉวนทำอะไรไม่ได้จนถูกเจ้าสาวไล่ตะเพิดเขาก็ระเบิดหัวเราะทันที!

“ใครอยู่ตรงนั้น!?”

จินจื่อคุนก็ได้ยินเสียงประหลาดตะโกนด้วยน้ำเสียงดุดัน เขารีบเร่งออกไปด้านนอกพลางใช้มือคว้าอากาศและปล่อยปราณฉีทำให้อากาศบิดเบี้ยว แต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า เขาจึงมองดูโดยรอบแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด มีเพียงลมเย็นที่พัดโชยแผ่ว “เอ๊ะ!? ดวงจิตหยินท่องราตรีหรือ? ผู้ใดช่างบังอาจใช้ทักษะเช่นนี้?!”

จินจื่อคุนพึมพำขณะที่ดวงตาเปล่งประกายเข้มจ้า รู้สึกคล้ายถูกสิ่งที่มองไม่เห็นกดดัน ใบหน้าอันน่าเกรงขามและสง่างามของอาวุโสสูงสุดปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง ทันใดนั้นจึงตระหนักได้ว่าตนและอาวุโสลำดับสามจะต้องดำเนินแผนการโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด!

จบบทที่ ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 17 ต้องอดทน!

คัดลอกลิงก์แล้ว