เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 15 ยืนหยัดอย่างน่าเกรงขาม

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 15 ยืนหยัดอย่างน่าเกรงขาม

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 15 ยืนหยัดอย่างน่าเกรงขาม


บทที่ 15 ยืนหยัดอย่างน่าเกรงขาม

จินหัวและเหอไท่ซวีหวาดเกรงยิ่งว่าตนไม่อาจชนะหนานเทียนตูเป็นแน่ เพราะความสามารถของอีกฝ่ายเป็นที่ประจักษ์ชัด หันไปอีกทางก็พบเข้ากับเยี่ยฉวน ทั้งสองเริ่มตึงเครียดเพราะหมดหนทางหนี!

“พวกเจ้าทั้งสองอุตส่าห์มาถึงที่นี่ เหตุใดจึงรีบกลับเล่า?! หวาดกลัวข้าเพียงนั้นเชียวหรือ?”

เยี่ยฉวนเดินเข้าหาพร้อมรอยยิ้ม...

เขายิ้มอย่างไร้พิษภัยราวไม่มีความแค้นต่อกัน แต่สำหรับจินหัวและเหอไท่ซวีแล้ว ยิ่งอีกฝ่ายเผยรอยยิ้มเจิดจรัส จิตใจของพวกเขาก็ยิ่งกระสับกระส่าย!

ยามนี้เยี่ยฉวนกลายเป็นคนใหม่และสร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้อื่นอยู่บ่อยครั้ง ไม่หลงเหลือความขลาดเขลาหรือเหนียมอายอีกต่อไป!

“จะ...เจ้าจะทำการใด?!” จินหัวเผยสีหน้าซีดเผือด!

ครั้นเห็นเยี่ยฉวนเดินคืบเข้าใกล้ เขาพยายามข่มใจให้นิ่งทว่ายังรู้สึกกังวลจนหัวใจสั่นระรัว!

เขาเป็นศิษย์ชั้นเลิศของหอแปรธาตุ อีกทั้งยังเป็นยอดฝีมือขั้นซิวฉือระดับสองและบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านหัวหน้า การถูกเยี่ยฉวนดูหมิ่นเช่นนี้ ต่อไปเขาจะสามารถสู้หน้าผู้ใดได้!?

เขารู้สึกร้อนรนและสูญเสียการควบคุมอีกครั้งขณะอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่คอยสังเกตการณ์ไม่ห่าง

“หึๆ! ข้าจะทำการใดงั้นหรือ?! เหตุใดเจ้าจึงไม่ปริปากออกมาเองเล่า?!”

เยี่ยฉวนเดินตรงเข้าหาทั้งสองพลางแสยะยิ้มพร้อมยกแส้ในมือ “เหตุใดศิษย์น้องอย่างพวกเจ้าจึงกล้ายุยงให้เขาเดินทางมายังยอดเขาเมฆาอินทนิลเพื่อให้เกิดการประลอง?! ถ้าหากข้าไม่สั่งสอนพวกเจ้าแล้วล่ะก็ ข้าคงเป็นศิษย์พี่ที่แย่พอควร!”

“หยุดนะ! ไอ้ตัวบัดซบ! หากเจ้ากล่าวหาว่าพวกข้ากระทำผิดอย่างไรก็ควรให้หออาญาเป็นผู้ตัดสิน! แต่นี่เจ้าจะทำการใดกันแน่?!” เหอไท่ซวีรีบยกนามหออาญามาอ้าง!

ยามนี้เขาต้องการออกจากยอดเขาเมฆาอินทนิลอย่างเร็วที่สุด หากออกไปได้โดยราบรื่นผู้เป็นนายเช่นจินหัวคงใช้ฐานะบุตรชายแห่งเจ้าหอแปรธาตุจัดการปัญหาได้ง่ายขึ้น!

“สำนักหมอกเมฆาของเรามีกฎเกณฑ์และข้อปฏิบัติกำหนดไว้ ศิษย์พี่ใหญ่อย่างข้าก็มีกฎเช่นกัน! ผู้ใดก็ตามที่กล้าล่วงเกิน...ข้าจะลงโทษโดยการลงแส้ฟาดก้นด้วยตัวเอง!”

เยี่ยฉวนประกาศกล่าวโดยไม่กระพริบตา เขาไม่ใส่ใจว่าเหอไท่ซวียกสิ่งใดมาอ้างด้วยซ้ำ!

จินหัวและเหอไท่ซวีรู้ว่าเยี่ยฉวนไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปโดยง่ายเป็นแน่จึงหมุนกลับเพื่อฝ่าออกจากวงล้อมฝูงชน! พวกเขาเคลื่อนกายหลบทั้งทางซ้ายและขวา แม้พวกเขาบรรลุถึงขั้นซิวฉือระดับสองแต่กลับช้ากว่าหนานเทียนตูที่ยกร่างทั้งคู่ทุ่มลงกับพื้นทันที!

“ทำดีทีเดียว! ศิษย์น้องเทียนตู! คราวนี้จงช่วยข้าดึงกางเกงของพวกเขาลงทีเถิด ระหว่างที่ท่านเจ้าสำนักไม่อยู่ศีลธรรมและมารยาทภายในสำนักเสื่อมทรามลงทุกวัน หากข้าปกครองโดยเพิกเฉยบรรดาศิษย์ก็จะไร้ระเบียบ วันนี้ศิษย์พี่ใหญ่จำต้องลงโทษเพื่อไม่ให้ทุกคนยึดเป็นเยี่ยงอย่าง!”

เยี่ยฉวนส่ายศีรษะพลางถอนหายใจเบา เห็นทีเขาคงต้องลงโทษจินหัวโดยการจับถลกกางเกงแพรลงจริงๆ เสียแล้ว!

หนานเทียนตูไม่เอ่ยคำใดทว่าปฏิบัติตามอย่างซื่อตรง พละกำลังของเขาทำให้ร่างกายที่ยังไม่ฟื้นตัวของจินหัวและเหอไท่ซวีไม่อาจขัดขืนใดๆ ได้ ฉับพลันบั้นท้ายขาววับสองคู่ก็เปลือยปรากฎต่อสาธารณะ! ศิษย์หญิงที่ล้อมดูอยู่ต่างกรีดร้องพลางปิดตาด้วยความกระดากอาย ส่วนบรรดาศิษย์ชายต่างเบิกตากว้างและรอคอยความครื้นเครงอย่างจดจ่อ!

ผู้มีสายตาเฉียบคมคงสังเกตได้ว่าจินหัวอับอายเพียงใดที่ถูกถลกกางเกงแพรประจานเช่นนี้! เขาใช้วิธียุยงหนานเทียนตูให้ลงจากเขามาท้าประลองชิงตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่ ทว่าแผนการล้มเหลว! สิ่งที่วางแผนมาอย่างหนักในที่สุดก็หล่นทับเท้าเขาเองจนได้!

ทุกคนรับรู้เรื่องราวอย่างกระจ่างแล้ว แต่ที่น่ารอคอยยิ่งกว่าคือเยี่ยฉวนจะกล้าทำดังป่าวประกาศหรือไม่?!

จินหัวเป็นใคร?!

เขาเป็นบุตรชายเพียงผู้เดียวของเจ้าหอแปรธาตุ ฐานะสูงส่งราวคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ทั้งยังมีข่าวลือแพร่สะพัดว่าอาวุโสลำดับสามโปรดปรานเขาถึงขั้นจะยกให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อไป!

แม้เยี่ยฉวนจะเป็นศิษย์เอกของท่านเจ้าสำนัก ทั้งยังดำรงตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักหมอกเมฆาแต่อำนาจและอิทธิพลของเขาน้อยกว่า ตัวท่านเจ้าสำนักไม่ได้กลับมาที่นี่นานแล้ว บรรดาศิษย์น้องต่างพากัน

รังแกและต่อแถวท้าประลองกับเขาในทุกๆ ห้าวัน เทียบกับจินหัว...สถานะของทั้งสองช่างห่างกันไกลลิบ

แม้เยี่ยฉวนรู้ทันอุบายของอีกฝ่าย แต่เขากล้าหาญพอจะต่อกรกับบรรดาผู้สนับสนุนเหล่านั้นหรือ?! เขาไม่หวาดเกรงการแก้แค้นหรือความไม่พึงใจจากเจ้าแห่งหอแปรธาตุเลยหรืออย่างไร?!

ในใจของทุกคนพลันเกิดข้อกังขาขณะเฝ้าดูอย่างไม่ละสายตา

ยามนี้เยี่ยฉวนไม่ได้คำนึงถึงสิ่งใด เขาตั้งท่ายกแส้เทวะพลางตัดสินใจแน่วแน่...เพื่อยืนหยัดอย่างน่าเกรงขาม วันนี้เขาจะต้องลงโทษทั้งนายและบ่าวเจ้าปัญหาต่อหน้าบรรดาศิษย์ร่วมสำนักให้จงได้!

“ไอ้เลวระยำ! เจ้ากล้าหรือ?!”

จินหัวทั้งตื่นกลัวและโมโหยิ่ง แค่ถูกดึงกางเกงลงต่อหน้าผู้คนก็อับอายเกินพอ หากเยี่ยฉวนใช้แส้ฟาดและทิ้งรอยแดงไว้ตรงบั้นท้ายเขาจริงๆ เล่า?! เขาจะกล้าสู้หน้าผู้ใดได้อีก?!

“อันที่จริงข้าไม่ได้อยากทำเช่นนี้หรอกนะ!”

เยี่ยฉวนโคลงศีรษะพลางวางไม้กวาดในมือลง

หลายคนเริ่มกระซิบกระซาบกันและแสดงความผิดหวัง ตอนแรกเยี่ยฉวนดูเด็ดขาดยิ่งที่ตัดสินใจลงโทษแต่ท้ายที่สุดเขาก็ไม่กล้า ท่ามกลางฝูงชนคงมีเพียงจูซือเจียที่ไม่ปริปากเอ่ยคำใดเพราะยังคงคอยอย่างจดจ่อ แม้แต่บั้นท้ายของนางยังถูกเขาตีมาแล้ว! ไยเขาจะไม่กล้าลงมือ!

จินหัวและเหอไท่ซวีผ่อนคลายลงเพราะคิดว่าพวกตนรอดพ้นแล้ว ขณะนั้นเองเยี่ยฉวนกลับหัวเราะเย็นเยือก เขายกแส้เทวะขึ้นสูงและตีลงเต็มแรงอย่างไร้ความปรานีจนเกิดเสียงเพี้ยะดังลั่น!  จินหัวพลันเปล่งเสียงโอดโอยราวหมูถูกเชือด! ความภาคภูมิใจในพลังยุทธ์แทบมลายสิ้นเมื่อตกอยู่ใต้อาณัติไม้กวาดด้ามนี้!

“ไม้นี้ลงโทษในนามสมุนไพรของอาวุโสลำดับสองที่ถูกเหยียบย่ำ!”

เยี่ยฉวนกล่าวเสียงแข็งพร้อมชูแส้ในมือเป็นครั้งที่สองแล้วฟาดลงไปโดยไม่พูดพล่ามทำเพลง! เสียงเพี้ยะและรอยเลือดซิบอีกรอยปรากฏขึ้นบนบั้นท้ายขาวเนียนของจินหัว!

“ไม้นี้ลงโทษในนามท่านเจ้าสำนักที่พวกเจ้าฝ่าฝืนกฎและทำการยุยงให้เกิดความขัดแย้ง...ถือเป็นอาญาร้ายแรงยิ่ง! การลงแส้ฟาดก้นเช่นนี้ถือเป็นการลงโทษสถานเบาเท่านั้น!”

เยี่ยฉวนลงมือฟาดอีกเป็นครั้งที่สาม ครั้งนี้จินหัวผู้บรรลุขั้นซิวฉือระดับสองเจ็บปวดจนหมดสติ เขาแสดงออกชัดแจ้งว่าขายหน้าและเปี่ยมโทสะเพียงใด!

ถูกลงมือรุนแรงเพียงนี้ เขาสิ้นฤทธิ์เสียแล้ว!

หลังจากนี้หากเขายังไม่เลิกใช้แผนการสกปรกและโหดเหี้ยมหรือแม้กระทั่งคิดฆ่าเยี่ยฉวนอีก เรื่องในวันนี้คงพอจะเป็นที่โจษจันและจะถูกหยิบยกมาเยาะเย้ยให้เขาอับอายไปตลอดชีวิต!

เหอไท่ซวีได้ยินเสียงร้องน่าอนาถของผู้เป็นนายเหงื่อพลันเปียกชุ่มไปทั่วแผ่นหลัง เคราะห์ดีที่ตนยังไม่ถูกแส้ฟาดลงมา ทว่าปลอบใจตนเองได้เพียงครู่เขาก็ได้ลิ้มรสอานุภาพของแส้เทวะในที่สุด! ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นขึ้นมาจากบั้นท้าย! เสียงโหยหวนของทั้งนายและบ่าวดังก้องไปทั่วยอดเขาเมฆาอินทนิล!

ครั้นเห็นสภาพน่าสังเวชของทั้งสอง บรรดาศิษย์ต่างมองเยี่ยฉวนด้วยความสาแก่ใจระคนครั้นคร้าม จากนี้พวกเขาคงต้องไตร่ตรองและระวังกิริยาให้มากขึ้นก่อนกระทำการหยาบโลนใดๆ หรือคิดเพิกเฉยต่อศิษย์พี่ใหญ่!

จบบทที่ ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 15 ยืนหยัดอย่างน่าเกรงขาม

คัดลอกลิงก์แล้ว