เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

การกลับมาของฮีโร่ระดับภัยพิบัติ (The Return of the Disaster-Class Hero) ตอนที่ 7 ไอ้พวกบ้าเอ๊ย (3)

การกลับมาของฮีโร่ระดับภัยพิบัติ (The Return of the Disaster-Class Hero) ตอนที่ 7 ไอ้พวกบ้าเอ๊ย (3)

การกลับมาของฮีโร่ระดับภัยพิบัติ (The Return of the Disaster-Class Hero) ตอนที่ 7 ไอ้พวกบ้าเอ๊ย (3)


ตอนที่ 7 ไอ้พวกบ้าเอ๊ย (3)

“อะไรวะเนี่ย”

สถานการณ์เริ่มจริงจังขึ้น ลีกอนจ้องไปที่คู่ต่อสู้ของเขาด้วยสีหน้าที่ดูคุกคามไม่เหมือนกับตัวตนปกติของเขา ราวกับว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ เขาขมวดคิ้วและพูดว่า “พูดอีกทีซิ แกพูดว่ายังไงนะ”

ฝ่ายตรงข้ามของเขาตอบกลับมาอย่างสงบ

- ระดับของคุณต่ำเกินไป คุณไม่มีคุณสมบัติพอที่จะใช้ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติเครื่องนี้

- กรุณาใช้ในครั้งถัดไป ขอบคุณมากค่ะ

ในท้ายที่สุดลีกอนก็ระเบิดออกมาด้วยความโกรธ “เฮ้ย! อยากตายรึไงวะ นี่แกพึ่งกินเงินฉันเข้าไปนะเว้ย! เร็วสิวะเอาเครื่องดื่มที่ฉันเลือกมาให้ฉันได้แล้ว!’

“ฮ-ฮยอง! ใจเย็นก่อนครับ!”

“ใช่ครับๆ! คุณไม่สามารถไปทำลายทรัพย์สินของคนอื่นได้นะครับ!

ใช่, ลีกอนกำลีงมีปัญหากับตู้กดน้ำหยอดเหรียญ

เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นประมาณสิบห้านาทีหลังจากเหตุการณ์การที่ลีกอนกำลังสืบสวนเกี่ยวกับชายที่สูบบุหรี่ที่เข้ามาหาเรื่องเขาตอนนั้น

* * *

“จริงเหรอเนี่ย เซนต์ที่อยู่ใกล้ที่สุดตอนนี้อยู่ที่อินชอนงั้นหรอ จีนกับญี่ปุ่นงั้นหรอ”

“ใช่เลยล่ะ”

ชายหนุ่มหอบหายใจและส่ายหน้าขณะที่กำลังบอกข้อมูลกับลีกอน

“อะไรเนี่ย นี่นายหอบงั้นหรอ” ลีกอนถาม

“อะไรกันครับ มันก็แค่….”

“ฉันเดาว่าอากาศคงร้อนพอที่จะใส่เสื้อแขนสั้นได้อยู่นะ” ลีกันพึมพำ

“เอ๋?!”

คุณหวางและชายหนุ่มตกตะลึงอีกครั้ง ตอนนี้อุณหภูมิอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส แต่ชายคนนี้พูดเหมือนกับว่ามันวันฤดูร้อนธรรมดาๆ แน่นอนนั่นเป็นสิ่งที่พอเข้าใจได้ ผู้ที่อยู่ระดับสูงคงจะไม่รู้สึกร้อน พวกเขามีความทนทานต่อความร้อนและไฟเพราะพวกเขาค่าความต้านทานไฟอยู่

จะยังไงก็เถอะ จะมีผู้ใช้ระดับสูงคนอื่นๆในโลกนี้ที่จะเหงื่อไม่ไหลเหมือนชายคนนี้มั้ยนะ

“ข้อตกลงเขาคืออะไร”

“เขามีความต้านทานไฟโดยธรรมชาติมากแค่ไหนกันครับเนี่ย”

พวกเขากำลังมองที่ลีกอนราวกับว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาด ลีกอนเข้ามาขัดจังหวะพวกเขา

“เอาล่ะ ฉันจะซื้ออะไรให้พวกนายดื่มหน่อยแล้วกัน” เขากล่าว ด้วยเหตุผลบางอย่าง ลีกอนทำตัวเท่ๆและมุ่งหน้าไปยังตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

เมื่อสหายทั้งสองของเขาเห็นลีกอนดึงเงินของตัวเองออกมา พวกเขาก็ตกใจ

“เฮ้! นี่เขาทำอะไรน่ะ เขาพยายามจะวางยาพิษเราในเครื่องดื่มงั้นหรอ”

“เขากำลังหากระเป๋าตังของเราอยู่รึป่าวนะ”

พวกเขานึกถึงสิ่งที่ลีกอนทำกับคู่รักที่หมดสติไป ชายคนนี้อาจจะกำลังพยายามวางยาพิษใส่เครื่องดื่มอยู่ก็ได้

ลีกอนไม่รอคำตอบ เขาใส่แบงค์หนึ่งหมื่นวอนลงในตู้ขายของอัตโนมัติแล้วกดปุ่ม แต่ถึงกระนั้น...

- ระดับของผู้ใช้ต่ำเกินไป

- โปรดใช้เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเมื่อคุณได้เพิ่มเครดิตทางสังคมของคุณแล้ว

ตู้ขายของอัตโนมัติก็ยังพูดอะไรไร้สาระออกมา ยิ่งกว่านั้น มันไม่ได้ให้เงินคืนเขามาอีกด้วย ลีกอนจึงโกรธมาก

* * *

สถานการณ์ปัจจุบันก็เป็นเช่นนั้น

“เฮ้ย รีบๆเอาเงินคืนฉันมา” ลีกอนตะโกน

- คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้สกุลเงินนี้ โปรดใช้ใบเรียกเก็บเงินอื่น

“ค่อยคุยกันหลังจากที่แกให้เงินฉันก่อนโว้ย”

- ได้โปรดอย่าตีฉัน คุณกำลังทำผิด

“หุบปากแล้วเอาเงินฉันคืนมา!” ลีกอนยืนกราน

- โปรดกลับมาหลังจากเพิ่มระดับของคุณแล้ว

เมื่อ ลีกอน ขยับเข้าใกล้เครื่องมากขึ้น คุณหวางก็เริ่มสติแตก “เฮ้! อย่าไปทำลายมันเส้! เดี๋ยวเราจะซื้อให้เอง! ฉันจะติดต่อหน่วยงานที่ดูแลเครื่องนี้แล้วจะพยายามขอเงินคืนให้!”

ลีกอน จ้องไปที่ตู้ขายของอัตโนมัติ ดูเหมือนว่าจะมีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา

“คุณต้องจ่ายเงินเยอะมากๆหรือไม่ก็ทำงานให้กับจักรราศี”

ดูเหมือนว่าฮีโร่ทั้ง 12 คนได้เริ่มต้นกิจการที่ทำกำไรได้หลายอย่างในนามของจักรราศีของพวกเขา ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

<เครื่องดื่มชูกำลังอันดับ 1 สามปีซ้อน!>

<ถ้าคุณดื่มเครื่องดื่มนี้ อาการตาล้าของคุณจะหายไป! สมาธิของคุณจะเพิ่มขึ้น! เบียร์นี้จะทำให้คุณสวยขึ้นกว่าคนอื่นเลยล่ะ!>

<ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัตินี้เป็นของเซนต์โดยตรง ของที่ซื้อในร้านสะดวกซื้อให้พรเพียง 1%! แต่นี่มันคนละระดับกัน! เครื่องดื่มนี้ไม่มีผลข้างเคียง! กรุณาซื้อเครื่องดื่มของคุณจากเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัตินี้เถอะ!]

<ใครๆก็ดื่มได้!>

แม้ว่าเครื่องกดสินค้าหยอดเหรียญนี่จะดูไม่ธรรมดาสำหรับลีกอน แต่สำหรับเวลาปัจจุบันตอนนี้ มันก็เป็นแค่เครื่องกดสินค้าหยอดเหรียญอัตโนมัติธรรมดาๆ นั่นไม่ใช่ทั้งหมด สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยส่วนใหญ่สำหรับการป้องกัน เกษตรกรรม การขนส่งสาธารณะ การศึกษา การพักผ่อน ทรัพยากร และอื่นๆ อยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเซนต์สิบสองคนทั้งนั้น

“ฉันจะบดขยี้ปรสิตพวกนี้ให้หมดเลย”

ขณะที่เขาไม่อยู่ พวกเซนต์ทั้งสิบสองคนได้ขยายอำนาจของตนอยู่เหนือรัฐบาล อันที่จริงการที่ลีกอนรู้สึกดูถูกพวกเซนต์สิบสองราศีนั้นมันก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อชายหนุ่มแสดงให้เขาเห็นข้อมูลว่าทุกอย่างมันเป็นยังไง

[วิหาร: มีทั้งหมด 12 แห่ง วิหารคือพลังที่สร้างขึ้นจาก <จักรราศี เซนต์ และเหล่าสาวก>!]

[จักรราศี: พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ให้พลังงานและพลังเวทย์มนตร์แก่มนุษย์ พวกเขาคือเหล่าจักรราศี อีกทั้งพวกเขายังปกป้องดินแดนของมนุษย์ด้วย]

[เซนต์: ผู้ตื่นของพลังผู้ทำสัญญาโดยตรงกับเหล่าจักรราศี พวกเขาเป็นดั่งตัวแทนสื่อสารระหว่างจักรราศีและสาวก พวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกับเหล่าจักรราศี]

[สาวก: ผู้ตื่นของพลังที่ถูกปลุกพลังให้ตื่นขึ้นโดยพวกเซนต์ พวกเขาสังกัดอยู่กับวิหารต่างๆ พวกเขามีหน้าที่ดูแลวิหาร และทำงานให้กับจักรราศีด้วย]

“พวกเขาสร้างกิลด์ใหญ่แล้วสินะ”

วิหารเหล่านี้เป็นกิลด์ที่ติดตามเหล่าจักรราศี แน่นอนว่าพวกเขามีอิทธิพลกับประเทศต่างๆและประชากรภายในประเทศนั้นๆ เซนต์ได้สร้างสัญญาระหว่างเหล่าจักรราศีและมนุษย์เพื่อจัดตั้งองค์กรขนาดใหญ่ขึ้นมา โดยมีผู้ตื่นของพลังที่ได้ยืมพลังจากเหล่าจักรราศี

“แต่ยังไงก็ดูเหมือนว่าคนธรรมดาก็ต้องหาเงินให้กับวิหารพวกนั้น”

รูปแบบของ <การบริจาค> แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนการกระทำที่มักจะทำโดยพวกอันธพาล

พวกเขาอาจทำตัวเหมือนนักบุญผู้สูงศักดิ์แต่เงินส่วนใหญ่ก็อาจจะใช้เพียงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนก็เท่านั้น

“ตู้ขายของอัตโนมัตินี่มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่ว่า”

ลีกอนจ้องไปที่ตู้จำหน่ายสินค้าราวกับว่าเขากำลังต้องการอยากจะทำลายมัน ท้ายที่สุดมันก็พูดแต่อะไรไร้สาระ เขาจ้องไปที่เครื่องนั้นเพราะเขาได้เห็นว่าสิ่งที่พวกเซนต์จักรราศีทำนั่นมันแย่แค่ไหน อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่นั้นก็อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป

ชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆเขายังคงกดปุ่มเพื่อขอเงินคืนจากตู้นั้น หลังจากที่เขาโทรไปที่หมายเลขที่เขียนไว้บนเครื่องขายของอัตโนมัตินั้น คุณหวางก็พูดว่า “อ่า ฉันว่ามันไม่น่าช่วยอะไรได้หรอก วิหารที่ดูแลเจ้าเครื่องนี้ไม่รับสายน่ะ แต่ว่ามันก็ตั้งหมื่นวอนเลยนะ งั้นเรามารอกันก่อนเถอะ”

'รอบ้าอะไรอยู่เล่า'

กว๊าง!

ชายสองคนตะโกนขึ้นเมื่อได้ยินเสียงดังของเครื่องที่กำลังถูกตี ลีกอนยังคงทำลายเครื่องนั้นโดยไม่ได้ละอายใจ

- บี๊บ บี๊บ บี๊บ

ตู้ม! กี๊-กี๊-กิ๊ก-

ครืด ครื้น!

สีหน้าของคุณหวางและชายหนุ่มก็ซีดลงด้วยความตกใจ กระป๋องน้ำดื่มเริ่มเทออกจากมาเครื่อง “โอ้! มันให้ฉันมาตั้งสิบสามแก้วเลยล่ะ”

เช่นเคย วิธีที่ดีที่สุดในการซ่อมเครื่องนี่คือการทุบมัน ลีกอนยิ้ม อย่างไรก็ตาม อีกสองคนไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเขา

“เฮ้ย! คุณไม่ควรรีบไปทุบมันแบบนั้นนะ!

“ใช่เลยล่ะ! มันมีสถานีตำรวจอยู่ใกล้ๆที่นี่นะ ! พวกเขาจะจับคุณเอานะเนี่ย!”

หลังจากที่เขาดูเครื่องดื่มทั้งสิบสามกระป๋องที่ออกมาแล้ว ลีกอนก็จ้องไปที่ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติอีกครั้ง “มันไม่ได้คายโคล่าที่ฉันอยากกินออกมาด้วยหนิ”

เมื่อลีกอนเริ่มขยับตัวอีกครั้ง คุณหวางก็ตะโกนขึ้นมาว่า “แค่ครั้งเดียวก็พอแล้วน่า!” จากนั้นเขาก็มองไปรอบๆและพูดต่อว่า “นี่นายรู้ไหมว่านายกำลังทำอะไรอยู่ นี่คือเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติของหนึ่งในเซนต์สิบสองคนเลยนะ!”

ลีกอนที่ดื่มเครื่องดื่มนั้นและเอียงหัวด้วยความงุนงง ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้คิดว่าเป็นปัญหาอะไร

“นี่มันเป็นของเซนต์ราศีธนูเลยนะ” คุณหวางอธิบาย

“ฮ้ะ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรเลยล่ะ” ลีกอนตอบ

“อะไรนะ”

'ทำไมมันถึงจะไม่เป็นอะไรล่ะ' นักล่าทั้งสองจ้องไปที่ลีกอนด้วยสีหน้าที่กระสับกระส่าย พวกเขายังแปลกใจที่ว่าทำไมตู้ขายของอัตโนมัติของเซนต์ถึงถูกขโมยได้ง่ายขนาดนี้ “นี่พวกเขาไม่ได้ตรวจสอบคุณภาพรึไง นี่มันเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเลยนะ”

ชายสองคนมองไปรอบๆเพื่อดูว่าจะมีใครมาจับพวกเขาหรือไม่

“เอ่อ! ขอโทษนะครับ!” ชายหนุ่มคว้าแขนของลีกันด้วยท่าทางกังวล เหตุผลที่เขาทำแบบนั้นนั้นเรียบง่าย เขาบอกว่า “มีคนโทรมาจากหมายเลขนี้เรื่อยๆเลยน่ะครับ”

ชายหนุ่มแสดงหน้าจอโทรศัพท์ของเขาให้ลีกอนดู มันคือเบอร์ที่ลีกอนโทรออกในร้านอาหาร “มันบอกว่าโทรมาจากโอแทคซูน่ะครับ นี่ใช่เบอร์จากคนที่คุณรู้จักมั้ยครับ”

โอ แทคซู คนนี้ก็ยังเป็นเจ้าของตู้ขายของที่ลีกอนได้ทำลายมะนไปด้วย

“คุณบอกว่าเขาไม่รับสาย ผมก็เลยไม่ได้สนใจน่ะครับ แต่ว่า....” ชายหนุ่มพูด

“ใช่ นายทำได้ดีแล้วล่ะ ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก”

ชายหนุ่มกลอกตากับคำตอบของลีกอน “แต่นี่เขาโทรมายี่สิบสายแล้วนะครับ เขาส่งข้อความมาบอกว่าอยากจะคุยกับคุณ”

ลีกอนตอบว่า “ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก บอกเขาว่าคนที่โทรหาเขาตายแล้ว ด่าเขาแล้วก็ตัดสายทิ้งไปเลย”

“อะไรนะครับ” ชายหนุ่มสงสัยว่าเขาควรจะพูดแบบนั้นจริงๆหรอ ลีกอนถอนหายใจ ชายหนุ่มคิดว่าลีกอนจะซื้อเครื่องดื่มให้เขา แต่ว่าตอนนี้ เขากำลังด่าเซนต์คนนั้นอยู่

ลีกอนคิดว่ามันค่อนข้างจะผิดปกติที่เพื่อนของเขาอยากจะติดต่อเขา เพราะว่าเวลาผ่านไปยี่สิบปี ลีกอนเลยคิดว่าเพื่อนของเขาจะลืมเขาไปแล้ว ดูเหมือนว่ามิตรภาพของพวกเขาจะยังไม่หายไป แน่นอนเพื่อนของเขาก็อาจมีแรงจูงใจบางอย่างในการโทรหาเขาเช่นกัน

ลีกอนคิดแบบนั้น เขาเลยโยนกระป๋องเปล่าทั้งสิบสามกระป๋องที่เขาพึ่งเททิ้งไปลงในถังขยะ “ไม่เป็นไรหรอก แค่ไม่ต้องสนใจก็พอแล้ว”

“อ่าโอเค เข้าใจแล้วครับ เอ่อ แล้วเครื่องดื่มของเราล่ะครับ” ชายหนุ่มถาม

อย่างไรก็ตาม ลีกอนไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้น “ไปกันเถอะ”

“?!”

ลีกอนส่งเสียงร้องขณะที่เขาเริ่มเดิน สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มประหลาดใจ เขาจึงถามว่า “เอ่อ ฮยอง! ทำไมคุณถึงจะไปที่ป้าบรถเมล์ล่ะ”

“ฉันจะกลับแล้ว” ลีกอนบอกเขา

“งั้นเหรอครับ แล้วคุณจะไปไหน”

'ไปไหนงั้นหรอ' คิ้วของลีกันขมวดคิ้วอย่างชั่วร้ายขณะที่เขามองไปรอบๆ ป้ายรถเมล์ เขาอยากให้เจ้าของเครื่องขายสินค้าอัตโนมัติที่ไร้ความสามารถนี่ ได้รับบทเรียนเล็กน้อย

* * *

หลังจากเสียงบี๊บดังขึ้น เสียงนั้นบอกผู้โทรว่าให้ฝากข้อความไว้ในวอยซ์เมล เป็นเสียงที่เย็นชาเช่นเคย เจ้าของธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัตินั่นกำลังอยากคุยกับเขา เมื่อเขาคร่ำครวญ ชายที่อยู่อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ก็ทำเสียงจิ๊กในปากของเขา

- นี่คุณยังติดต่อเขาไม่ได้อีกหรอ

นักธนูถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของผู้ใต้บังคับบัญชา เขายังต้องใช้เวลาถึงสิบเอ็ดชั่วโมงกว่าจะถึงเกาหลี ขณะที่ ฮิวโก้ ออสทิส กำลังรอขึ้นเครื่องบิน เขาได้ขอให้ลูกน้องทำการสืบสวนในระหว่างนี้

เนื่องจากฮิวโก้ต้องออกจากอังกฤษโดยไม่ให้ใครรู้ เขาเลยไม่สามารถใช้เครื่องบินส่วนตัวที่รัฐบาลมอบให้เขาได้ ดังนั้นเขาจึงต้องเก็บชุดสูท Brioni ราคาแพงและสะดุดตาไว้ในกระเป๋าเดินทางของเขา

“เวรเอ้ย! ฉันต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้ที่นั่งระดับเฟิร์สคลาสนี้มาตลอดทางเลยนะ” เขากำลังจะเปิดเผยความคับข้องใจของเขา ฮิวโก้ถามลูกน้องของเขาว่า “เจ้าของเบอร์โทรศัพท์นี่เป็นนักเรียนม.ปลายหรอ”

- ใช่ครับ เขาเป็นแค่สาวกระดับล่างจากวิหารเล็กๆถ้าคุณต้องการ ผมยื่นเรื่องร้องเรียนให้ได้นะครับ ด้วยสิทธิพิเศษของคุณในฐานะที่คุณเป็นเซนต์ เราสามารถขอให้อินเตอร์โพลเริ่มการสอบสวนเรื่องนี้ได้ครับ

ดวงตาของฮิวโก้เบิกกว้างทันที “ไม่ต้อง มันไม่ได้มีอะไรมากมายขนาดนั้น! อย่าให้เรื่องมันยุ่งยากเลย” เสียงของเขาดังไปหน่อย และนั่นทำให้ชายที่อยู่ปลายสายแปลกใจ

- อา! ผมว่างั้นเราไม่จำเป็นต้องเรียกพวกตำรวจ ขอโทษด้วยครับ!

ฮิวโก้เอามือก่ายหน้าผากของเขา “ฉันพาตำรวจมาไม่ได้ พวกตำรวจมัน...”

ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในประเทศไหน เซนต์สิบสองราศีก็มีการติดต่อจากหน่วยงานตำรวจทุกแห่ง เหตุการณ์นี้อาจเกี่ยวข้องกับลีกอน ฮิวโก้ไม่มีเหตุผลที่จะต้องตั้งใจผลักดันเหตุการณ์นี้ไปหาเป้าหมายของผู้อื่น ถ้าคนที่โทรหาเขาคือลีกอนจริงๆ ฮิวโก้ไม่กล้ายื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการเด็ดขาด

“ถ้าฉันทำพลาด เขาจะฆ่าฉัน” ฮิวโก้สั่นสะเทือนโดยไม่รู้ตัว เขาจำเสียงที่ทิ้งไว้ในวอยซ์เมลได้อย่างชัดเจน มันรุนแรงมากจนเขารู้สึกหนาวสั่นทุกครั้งที่ได้ฟัง เขารู้สึกไม่สายใจทุกครั้งที่อ่านข้อความนั้นซ้ำ

“บ้าเอ้ย! มีแค่คนเดียวในโลกเท่านั้นแหละที่จะทิ้งข้อความนี้ไว้ได้” ถึงเวลาจะผ่านไปยี่สิบปีแต่ดูเหมือนว่าเพื่อนของเขาก็ยังคงเจ้าอารมณ์เหมือนเดิม “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันลืมไปว่าเขาเคยทำตัวยังไง”

ครั้งหนึ่ง ลีกอนเคยเตะประธานาธิบดีจากสหรัฐอเมริกาในขณะที่กล้องกำลังถ่ายอยู่ เขาเป็นคนประหลาด ฮิวโก้ดูเหมือนอยากจะร้องไห้ในขณะที่เขากำลังเอามือก่ายหน้าผาก

ดูเหมือนว่ารัฐบาลเกาหลีจะไม่สนใจการจากลีกอนเพราะพวกเขาคิดว่ามันเป็นแค่การเล่นตลกทำให้เกิดความโกลาหลขึ้น ตามแหล่งที่มาของฮิวโก้พวกเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้ทำผิดพลาด รัฐบาลเกาหลีไม่เข้มงวดเรื่องการจัดการกับสายตรงของลีกอน

“ไม่มีทางที่เขาจะให้อภัยเรื่องเล็กน้อยแบบนั้นได้หรอก” ฮิวโก้คิด

ลูกน้องของฮิวโก้ตอบรับด้วยความเงียบและพูดขึ้น

- เข้าใจแล้วครับ เราจะตามล่าอาชญากรนั่นอย่างลับที่สุดครับ!

ฮิวโก้ตัดบทเขาทันที "ไม่! นี่มันเป็นช่วงเวลาที่คึกคักที่สุดของปี นายไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น”

- นี่เป็นเรื่องเล็กน้อยที่เซนต์ไม่ต้องทำก็ได้นะครับ”

"ไม่! ฉันต้องดูแลพวกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเพื่อให้เขาเข้าใจ นั่นคือวิธีที่จะทำให้เขารู้ว่าโลกนี้เป็นที่ที่น่ากลัว”

ลูกน้องของเขาพูดออกมา

- เขาเป็นแค่เด็กม.ปลายเองนะครับ ไม่ ได้โปรดละครับอย่าไปสนใจมันเลย!

ลูกน้องของเขากระแอมในลำคอขณะพูด

“วิหารเคยมีปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองเกี่ยวกับผู้เยาว์เมื่อนานมาแล้วนะ” ฮิวโก้เสนอข้อแก้ตัวที่ครึ่งๆกลางๆเพื่อที่ลูกน้องของเขาจะไม่เข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้ จากนั้นเขาก็ดูทีวีในห้องนั่งเล่น

<ข่าวด่วน! พบเกราะของลีกันที่ชั้นหนึ่งของหอคอย!>

<มันคือชุดเกราะในตำนานที่เห็นในตำราเรียน!>

<พบโครงกระดูกข้างเกราะของเขา! ขนาดตัวเท่าลีกอนเลย!>

ดวงตาของฮิวโก้กระสับกระส่ายเมื่อเขาเห็นมัน เหตุผลก็ง่ายๆ

[นี่มันก็ผ่านมาซักพักแล้วนะ ทำไมยังไม่รับสายอีก]

ฮิวโก้รู้สึกกังวลเพราะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งส่งข้อความหาเขา “เซนต์สิบสองคนงั้นนั่นหรอ” พวกเขาเป็นอดีตสหายของเขา และพวกเขาอาจจะขังลีกอนไว้ในหอคอย พวกเขามีเหตุผลเพียงข้อเดียวที่จะติดต่อเขาอย่างไร้ยางอายหลังจากไม่ได้ติดต่อกันมานานสิบปี

“ลีกอน” พวกเขาคงไม่เคยคิดว่าลีกอนจะยังมีชีวิตอยู่ จริงๆแล้วฮิวโก้ก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบากที่จะเชื่อเช่นกัน ถ้าคนที่ติดต่อกับเขาคือลีกอนจริงๆ ถ้าเขามีชีวิตอยู่ในหอคอยนั่นมาตลอดยี่สิบปี มันหมายความว่า...

“กอนตกอยู่ในอันตราย” ฮิวโก้กลืนน้ำลาย ก็จริงอยู่ที่ลีกอนแข็งแกร่งที่สุดในสิบสามคน แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังของชีวิต เขาต้องทำงานให้กับทั้ง 12 คนเพื่อให้พวกเขารักษาร่างกายของเขาให้

ใบหน้าและร่างกายของลีกอนดูไม่ได้และร่างกายของเขาก็เสื่อมโทรมไปตามวัย

'เขาจะมีชีวิตอยู่ในนั้นถึงยี่สิบปีด้วยร่างกายที่แตกสลายแบบนั้นได้ยังไง' ฮิวโก้หลับตาลง ภาพที่ถูกกระตุ้นในใจของเขาช่างน่ากลัวจริงๆ

“เขาอาจจะสามารถดึงความสามารถของเขาออกมาได้ในช่วงแรก แต่ก็...” ตอนนี้ลีกอนอาจเป็นชายชราที่แทบจะไม่สามารถหยิบช้อนด้วยมือของเขาด้วยซ้ำ ยิ่งกว่านั้น ไม่มีทางที่เขาจะปีศาจทั้งหมดและออกจากหอคอยได้โดยไม่เสียสติ นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่เขาจะถูกไล่ล่าโดยพวกปีศาจอีก

“สิ่งที่แปลกก็คือสัมผัสการมองเห็นที่สองของฉันและทักษะประเภทการติดตามไม่ทำงาน” ฮิวโก้รู้สึกประหม่าเพราะเขาไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับลีกอนเลย

“ยังไงฉันก็ต้องหาเขาให้ได้ก่อน” ฉันต้องปกป้องเขาจากคนอื่นๆ “ทำไมนายไม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสักทีวะ ไอ้เวรเอ้ย”

ฮิวโก้กระทืบเท้าด้วยความกระวนกระวายใจ

* * *

ไอ้เจ้าฮิวโก้เจ้าปัญหาและหยาบคายนั่นกำลังคิดว่าเขากำลังเคี้ยวไอศกรีมอยู่แน่ๆ “สนุกจริงๆ”

เวลาแปดโมงเย็น ลีกอนก็ยังคงไม่สนใจว่าคนอื่นจะกังวลเพราะเขาเนื่องจากเขาเพิ่งออกไปเล่นมา เขารู้อยู่แล้วว่าจะต้องทำอะไรในอนาคต แต่เขาเพิ่งกลับมาสู่สังคมปกติ ตอนนี้เขาเลยต้องการพักฟื้นสักหน่อย

“จะยังไงก็เถอะ มันอาจจะอันตรายเพราะพลังงานเวทย์ของฉันมันไม่เต็มอย่างที่ฉันต้องการน่ะสินะ”

ลีกอนได้ค้นคว้าอะไรบางอย่างในห้องคอมพิวเตอร์ ดวงตาของเขาเป็นประกาย ชายหนุ่มเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้

“รูมเมทของผมเป็นสาวกระดับสูงที่ใกล้ชิดกับเซนต์จักรราศีมากน่ะครับ”

เขาแค่โอ้อวดเกี่ยวกับเพื่อนของเขา แต่ลีกอนหัวเราะราวกับว่าเขากำลังจะจับเหยื่อได้ แน่นอนเมินเฉยต่อทุกสายที่เรียกหาเขา ตอนนี้เขาและอีกสองคนมาถึงหน้าวิลล่าห้าชั้นที่สร้างขึ้นใหม่แล้ว

“ขอบคุณที่มาที่บ้านเรานะครับ ผมอยู่ที่ชั้น 1 ตรงที่ไฟยังคงดับอยู่น่ะครับ” คุณหวางผายมือ “ใช่ นายควรเข้าไปเดี๋ยวนี้เลย มีพวกภัยพิบัติมามายปรากฏตัวขึ้นในใจกลางกรุงโซลเมื่อไม่นานนี้ แต่พวกเซนต์ก็ได้ให้พรกับสถานที่นี้ไว้แล้ว ฉันจึงไม่รู้ว่าทำไมมันถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

เหมือนกับว่ากำลังจะแนะนำอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มก้มหัวของเขาไปทางลีกอนอย่างรวดเร็ว “ฮยอง! วันนี้คุณช่วยชีวิตผมแล้วคุณก็ยังพาผมกลับบ้านอีก ขอบคุณมากนะครับ! ผมอยากจะขอบคุณเป็นสองเท่าเลยเพราะว่าที่นี่อันตรายมาก ผมไม่รู้ว่าคุณพักอยู่ที่ไหนแต่ก็ดูแลตัวเองด้วยนะครับ ผมจะตอบแทนบุญคุณคุณแน่นอนเลยครับ เอ่อ”

เมื่อชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น สายตานั่นก็ทำให้เขาประหลาดใจ

“เอ๊ะ เขาไปไหนน่ะ”

ลีกอนหายไปแล้ว อย่างไรก็ตามมันก็แค่แปปเดียวเท่านั้น

“!” ชายหนุ่มตกใจเมื่อเห็นอะไรบางอย่าง

ลีกอนกำลังยืนจับหูอยู่ที่หน้าบ้านของเขา “นี่นายไม่เข้าไปรึไง ฉันง่วงนอนแล้วนะ”

“อะไรนะครับ”

ลีกอรนปล่อยเสียงหัวเราะไร้ยางอายออกมาเล็กน้อย “ฉันช่วยชีวิตนายไว้นะตอนนี้ฉันอยู่ในความดูแลของนายแล้วล่ะ ฉันจะไม่ว่าอะไรหรอกนะถ้านายอยากตอบแทนฉันโดยให้ฉันได้นอนบนเตียงของนายน่ะ”

“เอ๋?”

“อ่า! จะดีมากถ้านายมีหมอนเมมโมรี่โฟมให้ฉันด้วยน่ะ”

'อะไรกันครับเนี่ยยย'

จบบทที่ การกลับมาของฮีโร่ระดับภัยพิบัติ (The Return of the Disaster-Class Hero) ตอนที่ 7 ไอ้พวกบ้าเอ๊ย (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว