- หน้าแรก
- แต้มชะตาข้ามพิภพ
- บทที่ 260 - หลงอี้ลงมือ
บทที่ 260 - หลงอี้ลงมือ
บทที่ 260 - หลงอี้ลงมือ
บทที่ 260 - หลงอี้ลงมือ
ได้ยินเสียงตวาดดั่งฟ้าผ่าจากเบื้องบน ฉินโจวขมวดคิ้ว หรี่ตามองเซียวเหยียนด้วยหางตา
"แหะๆ!" เหมือนจะรู้ตัวว่าก่อเรื่อง เซียวเหยียนหัวเราะแห้งๆ สองที
"ฟืดฟาด..." เสียงลมหายใจหนักหน่วงดังขึ้นอีกครั้ง ราชสีห์ปีกม่วงจ้องมองไปยังใต้ต้นไม้ข้างเนินเขาไม่ไกลเบื้องล่าง ดวงตาขนาดมหึมาฉายแววดุร้าย "ข้าจะพูดอีกครั้ง ไสหัวออกมา!"
วันเดียวมีมนุษย์บุกรุกถิ่นของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิดว่ามันเป็นก้อนดินนิ่มๆ หรือไง!
บนเนินเขาอีกด้านหนึ่ง มีสัตว์อสูรระดับห้าสามตัวหมอบซุ่มอยู่ และในที่อื่นๆ ก็มีสัตว์อสูรระดับต่างๆ กระจายอยู่ไม่น้อย แต่อย่างต่ำก็ระดับสามขึ้นไป พวกมันล้วนเป็นสัตว์อสูรในเขตนี้ อยู่ภายใต้การปกครองของราชสีห์ปีกม่วง
สัตว์อสูรในระดับนี้เริ่มมีสติปัญญา แตกต่างจากสัตว์อสูรระดับต่ำด้านนอกที่เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ และการต่อสู้ระดับนี้ มีเพียงสัตว์อสูรระดับสามขึ้นไปเท่านั้นที่มีสิทธิ์อยู่ชมการต่อสู้
แน่นอนว่าก็แค่ชมเท่านั้น แม้สัตว์อสูรเหล่านี้จะมีจำนวนมาก แต่ไม่มีตัวไหนกล้าเสนอหน้าไปช่วยราชสีห์ปีกม่วง
เพราะพวกมันรู้ดีว่า ในฐานะราชาแห่งเทือกเขาสัตว์อสูรฝั่งตะวันออก ใครยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ คือการดูหมิ่นศักดิ์ศรีของราชาสัตว์อสูรตนนี้
ทว่า แม้จะช่วยสู้ไม่ได้ แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างอื่นก็พอทำได้...
ได้ยินเสียงตวาดของราชสีห์ปีกม่วง พวกมันย่อมรู้ว่ามีมนุษย์อื่นบุกรุกเข้ามา ทันใดนั้น สัตว์อสูรทั่วทั้งหุบเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว
ดวงตาที่เต็มไปด้วยความดุร้ายนับพันคู่ จ้องมองไปยังจุดที่ราชสีห์ปีกม่วงจับจ้อง จากนั้นก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปหา
หลังเนินเขา ได้ยินความเคลื่อนไหวด้านนอก หน้าของเซียวเหยียนซีดเผือด สัตว์อสูรนับพันตัวที่อย่างต่ำก็ระดับสาม หากไปอยู่ที่เมืองไหนในจักรวรรดิเจียหม่า ก็เพียงพอจะทำลายกองทัพได้ง่ายๆ!
"ท่านอาจารย์..." น้ำเสียงของเซียวเหยียนสั่นเครือ มองชายหนุ่มข้างกายอย่างขอความช่วยเหลือ
"ดูสิว่าวันหน้าจะจำใส่สมองไหม!" ปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ฉินโจวหันหลังเดินออกไปอย่างสงบนิ่ง
เซียวเหยียนรีบเดินตามหลังไปติดๆ
วูบ!
เห็นคนสองคนเดินออกมาจากหลังเนินเขา สัตว์อสูรนับพันตัวชะงักฝีเท้า!
จากนั้น แววตาของพวกมันก็ยิ่งดุร้ายขึ้น คำรามลั่นพุ่งกระโจนเข้ามา!
บนท้องฟ้า เห็นฉากนี้ นัยน์ตาขนาดมหึมาของราชสีห์ปีกม่วงฉายแววเย้ยหยันและสะใจ กล้าบุกรุกถิ่นของข้า นี่คือจุดจบ!
อีกด้านหนึ่ง หยุนอวิ๋นก็หยุดต่อสู้กับราชสีห์ปีกม่วงชั่วคราว ระวังตัวพลางมองลงไปที่พื้นดิน
เห็นสองคน หนึ่งใหญ่หนึ่งเล็ก หยุนอวิ๋นขมวดคิ้วเรียวงามดุจใบหลิว แต่ในเมื่อไม่รู้จักกัน นางก็ไม่ได้คิดจะยื่นมือเข้าช่วย ยิ่งไปกว่านั้น ฝั่งตรงข้ามยังมีราชสีห์ปีกม่วงจ้องตาเป็นมันอยู่!
ที่สำคัญที่สุด ไม่รู้ทำไม นางรู้สึกว่าเมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ สองคนนั้นดูเหมือนจะไม่ตื่นตระหนกสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะชายหนุ่มร่างสูง สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่เห็นฝูงสัตว์อสูรทั่วภูเขาอยู่ในสายตา
คงคิดไปเองมั้ง?
ขมวดคิ้ว หยุนอวิ๋นส่ายหน้าเบาๆ เจอสถานการณ์แบบนี้ ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ก็ต้องรับมืออย่างจริงจัง นับประสาอะไรกับคนอายุเท่านี้สองคน
สองคนนี้ ไม่รอดแน่!
"ท่านอาจารย์!" เห็นฝูงสัตว์อสูรพุ่งเข้ามา สัตว์อสูรระดับห้าขนาดยักษ์สามตัวนั้นก็เข้ามาใกล้แค่เอื้อม เซียวเหยียนร้อนรน มองฉินโจวอย่างตื่นตระหนก
ไม่สนใจเซียวเหยียนที่กำลังลนลาน มองฝูงสัตว์อสูรที่พุ่งเข้ามา มุมปากฉินโจวกระตุกเล็กน้อย จากนั้นค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น...
"ออกมาเถอะ! มีของกินแล้ว!"
"หา? อะไรนะ?" เซียวเหยียนขมวดคิ้ว มองฉินโจวอย่างงุนงง
ทว่า ขณะที่เขายังไม่เข้าใจคำพูดของฉินโจว แขนขวาที่ยกขึ้นของฉินโจว ชายเสื้อพลันขยับไหว จากนั้น เงาดำยาวเรียวสายหนึ่งก็พุ่งออกมา ลอยตัวอยู่กลางอากาศเบื้องหน้า แถมยังอ้าปากเล็กๆ หาวหวอด ราวกับยังตื่นไม่เต็มตา...
"นี่มัน..." มองสิ่งมีชีวิตยาวเรียวเหมือนงูตัวเล็กๆ นั่น เซียวเหยียนรู้สึกคุ้นๆ ตาชอบกล
ทันใดนั้น!
เหมือนเห็นของน่าสนใจ สิ่งมีชีวิตยาวเรียวนั้นดวงตาเป็นประกาย จากนั้น เซียวเหยียนก็ได้เห็นฉากที่ยากจะลืมเลือนที่สุดในชีวิต...
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเซียวเหยียน สิ่งมีชีวิตยาวเรียวตรงหน้าพลันขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็วในอากาศ เพียงพริบตา ก็กลายเป็นสัตว์ยักษ์ลำตัวยาวร้อยเมตร มีสี่กรงเล็บงอกออกมาจากท้อง!
"โฮก..." ตามด้วยเสียงมังกรคำรามกึกก้องยาวนาน ดังสนั่นไปทั่วท้องฟ้า!
"นี่มัน..." ชี้นิ้วไปที่สัตว์ยักษ์กลางอากาศอย่างเหลือเชื่อ เซียวเหยียนหน้าตาบื้อใบ้ จากนั้นพึมพำเสียงสั่น "มังกร! นั่นมันมังกร..."
กลางอากาศ มองสัตว์ยักษ์ลำตัวยาวหลายสิบจวา (วาจีน) หยุนอวิ๋นก็หน้าตาตื่นตะลึงเช่นกัน แค่ขนาดตัวก็ใหญ่กว่าราชสีห์ปีกม่วงหลายสิบเท่า นี่มันสัตว์อสูรบ้าอะไรกัน?!
มองไปอีกด้าน ตั้งแต่ร่างเทพมังกรขยายใหญ่ ราชสีห์ปีกม่วงก็ถูกแรงกดดันมังกรอันมหาศาลกดจนร่วงลงไปหมอบกราบอยู่กับพื้น ไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ส่วนสัตว์อสูรนับพันตัวบนพื้น ก็หยุดชะงักตั้งแต่เทพมังกรปรากฏตัว หมอบกราบตัวสั่นเทา
ความจริงแล้ว เทพมังกรไม่ได้จงใจปล่อยแรงกดดัน แต่นี่คือแรงกดดันจากสายเลือดส่วนลึก!
สถานการณ์ตกอยู่ในความเงียบสงัดทันที
ทว่า 'หลงอี้' ไม่สนใจว่าพวกมันจะขยับได้หรือไม่ ในสายตามัน พวกนี้คืออาหารอันโอชะ!
หลับใหลมานาน พอได้ยินเจ้านายบอกว่ามีของกิน หลงอี้จะทนไหวได้อย่างไร
"โฮก~" เสียงมังกรคำรามดังสนั่นอีกครั้ง หลงอี้อ้าปากกว้าง สัตว์อสูรระดับห้าสามตัวบนพื้น ถูกดูดเข้าไปในปากทันที เคี้ยวกร้วมๆ สองที แล้วกลืนลงท้องไปดังเอื๊อก
"กรุบ... กรับ..."
เสียงเคี้ยวอันน่าสยดสยองดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงัด!
ราชสีห์ปีกม่วงที่หมอบอยู่กับพื้น และสัตว์อสูรระดับต่ำทั่วภูเขา เห็นพวกพ้องถูกกลืนกินต่อหน้าต่อตา แต่กลับไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
ในโลกของสัตว์อสูร ระบบชนชั้นเข้มงวดมาก สัตว์อสูรระดับต่ำต้องเชื่อฟังสัตว์อสูรระดับสูงอย่างไม่มีเงื่อนไข แม้ต้องตาย!
ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือแรงกดดันทางสายเลือดจากส่วนลึกของวิญญาณ เป็นสิ่งที่พวกมันไม่เคยพบเจอมาก่อน ราวกับเป็นราชาของสัตว์อสูรทั้งปวง!
อีกด้านหนึ่ง เสียงเคี้ยวของหลงอี้ทำให้หยุนอวิ๋นได้สติ มองสัตว์ยักษ์มหึมานั้น ดวงตาคู่งามฉายแววหวาดกลัวอย่างลึกซึ้ง ไม่ต้องพูดถึงพลัง แค่ขนาดตัว นางก็สู้ไม่ได้แล้ว!
หนี!
ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจ หยุนอวิ๋นเตรียมจะหนีไปจากที่นี่ทันที
ทว่าในตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวล็อคเป้ามาที่นาง เงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นเจ้ายักษ์ใหญ่นั้นหันหัวมา ดวงตาขนาดมหึมาราวโคมไฟคู่ยักษ์ กำลังจ้องมองนางอย่างสงบนิ่ง
......
"ท่าน... ท่านอาจารย์!"
ตอนนี้ เซียวเหยียนก็ได้สติจากความตกตะลึง ชี้นิ้วสั่นระริกไปที่หลงอี้กลางอากาศ กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก "นั่นคือเทพมังกรใช่ไหมขอรับ?"
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เจ้าตัวเล็กที่บินออกมาจากแขนเสื้ออาจารย์ จะกลายเป็นยักษ์ใหญ่ขนาดนี้ในพริบตา
แถม... นี่มันเทพมังกรในตำนานจากชาติก่อนของเขาชัดๆ!
เมื่อเชื่อมโยงกับวิถียุทธ์ วิถีเซียนที่อาจารย์เคยพูดถึง หัวใจของเซียวเหยียนก็เริ่มเต้น "ตึกตัก ตึกตัก" อย่างรุนแรง
......
[จบแล้ว]