เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 034 – แม้ว่าเจ้าจักต้องตายตก เจ้าจักต้องได้รับชัยชนะ

ตอนที่ 034 – แม้ว่าเจ้าจักต้องตายตก เจ้าจักต้องได้รับชัยชนะ

ตอนที่ 034 – แม้ว่าเจ้าจักต้องตายตก เจ้าจักต้องได้รับชัยชนะ


ตอนที่ 034 – แม้ว่าเจ้าจักต้องตายตก เจ้าจักต้องได้รับชัยชนะ

 

การแข่งขันรอบคัดเลือกทุกปีมักจะมีความน่าสนใจแตกต่างกัน และในปีนี้การแข่นขันรอบคัดเลือกวันแรก ก็ระเบิดไปด้วยการแข่งขันที่น่าตื่นเต้น

และตัวเอกผู้โดดเด่นก็คือ ผู้งมงายยุทธ์ถังเทียนแห่งเมืองเมฆาดารา

ยามเมื่อหลายคนได้ยินข่าวเรื่องนี้ พวกเขาต่างคิดว่าพวกเขาได้ยินผิดพลาดไป แต่ทุกคนที่ได้เป็นพยานการต่อสู้นั้นจะบอกกล่าวต่อสหายของพวกเขาทั้งหมดเกี่ยวกับการต่อสู้ และยอดฝีมือที่เรียงรายมาในแท่นผู้ชม นามของทุกผู้คนเหล่านั้นทำให้ถึงกับร้องไห้ด้วยความอัศจรรย์ได้เลย

เพียงมองไปยังผู้คนบนแท่นชม ทุกคนสามารถบอกกล่าวได้เลยว่า เป็นการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูงมาก สมกับการที่ตั้งตารอคอย

ยอดฝีมือจากทั้งสามสถาบัน มิขาดสักเพียงคนเดียว

สิ่งที่เป็นที่กล่าวขานกันมากสุดก็คือ [หมัดอัสนีบาต] ของถังเทียนที่เอาชัย [วิชาพลองวายุสลาตัน] ของคู่ต่อสู้ มีเพียงน้อยคนที่ฝึกฝน [วิชาพลองวายุสลาตัน] แต่ความยากของมันต่างรู้กันดี และเมื่อเทียบกับจำนวนผู้คนที่ฝึก [หมัดอัสนีบาต] มันก็เสมือนขนของวัวกับวัวเมื่อเทียบกัน

ศิษย์ที่คนที่ฝึกฝน [หมัดอัสนีบาต] มิได้เชื่อเกี่ยวกับเรื่องราวที่พวกเขาได้ยินในยามแรก แต่ข่าวลือยังคงแพร่กจาย และความจริงก็ปรากฏขึ้น และในที่สุดทุกผู้คนก็ต่างเชื่ออย่างแท้จริงแล้วว่า [หมัดอัสนีบาต] ที่พวกเขาต่างฝึกฝนสามารถที่จะทำลาย [วิชาพลองวายุสลาตัน] ได้ จิตวิญญาณของพวกเขาต่างลุกโชนพยายามที่จะลอกเลียนวิชาของถังเทียน

เพียงแต่มันมีความลับที่ยิ่งใหญ่อยู่!

มิว่าพวกเขาจะพยายามอย่างมากแค่ไหนหรือพวกเขาจะเค้นสมองอย่างไร ในท้ายที่สุดพวกเขายังคงมิสามารถกระทำได้

[หมัดอัสนีบาต] เป็นเพียงวิชาระดับสอง ขณะที่ [วิชาพลองวายุสลาตัน] เป็นวิชาระดับสาม มันมีระดับที่ต่างกัน เป็นช่องว่างขนาดใหญ่ ไม่มีทางที่จะสามารถเทียบกันได้เลย

ยังคงมีผู้คนที่สงสัยถังเทียนอาจจะมิได้ใช้ออก [หมัดอัสนีบาต] ด้วยเช่นกัน แต่เป็นการใช้ออกวิชาการต่อสู้ระดับสามที่อาจจะคล้ายคลึง [หมัดอัสนีบาต]

ตลอดจนการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ผู้ที่ซึ่งชมดูอยู่บนแท่นชม คำกล่าวที่พวกเขากล่าวค่อยๆแพร่กระจายออกไป จนทำให้ผู้คนต่างได้รับรู้

พื้นฐานวิชาการต่อสู้!

ถังเทียนสามารถใช้ออก [หมัดอัสนีบาต] ระดับสองทำลายวิชาระดับอย่างเช่น [วิชาพลองวายุสลาตัน] ได้ และทั้งหมดเป็นความสมบูรณ์ของพื้นฐานวิชาการต่อสู้ แม้กระทั่งซือหม่าเซียงซานได้ประกาศต่อผู้คนภายในสถาบันผลึกฟ้าว่าถังเทียนผู้นั้นมีพื้นฐานวิชาการต่อสู้ที่สมบูรณ์แบบ และความสามารถการใช้พลังจากกล้ามเนื้อของเขา มิมีใครภายในเมืองเมฆาดาราสามารถเทียบได้

ผู้คนหลังจากนั้นจดจำได้ทันทีว่า ถังเทียนใช้เวลาถึงห้าปีเพื่อฝึกฝนเพียงพื้นฐานการต่อสู้ของเขา และพวกเขาก็ปราศจากคำพูดที่จะกล่าว

ฝึกฝนห้าปีกับพื้นฐานวิชาการต่อสู้ เพื่อบรรลุถึงขั้นนั้นของเขา ผู้คนต่างตระหนักได้ทันที เพียงแต่พวกเขาเริ่มที่จะชั่งน้ำหนักว่า มันคุ้มค่าแล้วหรือ? ใช้เวลาถึงห้าปี เพื่อใช้ออกเพียง [หมัดอัสนีบาต] วิชาระดับสองเพื่อทำลายวิชาระดับสาม [วิชาพลองวายุสลาตัน]

ผู้คนแล้วคนเล่าต่างส่ายหัวของเขา การฝึกฝนวิชาเช่นนี้ มันมิได้คุ้มค่าเลย เริ่มแรกพวกเขาคาดคิดว่ามันจะต้องมีความลับอยู่เบื้องหลังของเขาเป็นแน่ เพียงแต่ตระหนักได้ว่ามันมิใช่ความลับอันใดเลย และมันยังเป็นสิ่งที่เหล่าอาจารย์บอกต่อพวกเขา ยามแรกที่ได้เข้าไปยังสถาบัน

แต่ตัวอย่างนี้ก็ทำให้ศิษย์ใหม่หลายคนเกิดการเปลี่ยนแปลง พวกเขากลับกลายเป็นมีกำลังใจขึ้น และยังใช้เวลากับพื้นฐานวิชาการต่อสู้ วิชาที่พวกเขาคิดว่ามันไร้ประโยชน์ในก่อนหน้านี้

“ถ้าหากศิษย์พี่ถังเทียนยังคงอยู่ มันคงจะดีมิใช่น้อย!”

“มันเป็นเพราะสารเลวโจวเผิง!”

ศิษย์ในชั้นเรียนกระบี่ต่างระลึกถึงความทรงจำเกี่ยวกับถังเทียน

ถังเทียนเข้ามาอยู่ในสายตาพวกเขาอีกครา เพียงแต่ครานี้ ถังเทียนมิได้เป็นดั่งการล้อเลียนอีก  ผู้อาวุโสหลายคนได้สังเกตการณ์เห็นในตัวเขาและมันชัดเจนพอที่จะพูดกล่าวถึง สำหรับหลายการแข่งขันรอบคัดเลือก มีเพียงสองเท่านั้นผู้ที่ซึ่งมีค่าต่อการสังเกตการณ์ หนึ่งคือถังเทียนและอีกหนึ่งคืออาโม่หลี่ เหลียงชิวปรากฏยังแท่นชมของการแข่งขันอาโม่หลี่ นี้มันคือการที่ศิษย์พี่ห่วงใยในตัวศิษย์น้องของเขา อาโม่หลี่เป็นถึงอันดับเจ็ดของสถาบันอสูรอำมหิต และมิมีผู้ใครกังขาในความสามารถของเขามาก่อน ในสายตาพวกเขา เขาไม่ต่างไปจากนักสู้ที่ถูกเลือกไว้แล้ว

เพียงแค่ถังเทียน

เขาเป็นดั่งม้ามืดที่ปรากฏออกมาอย่างไร้ที่มา มิมีใครเข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงได้ตกเป็นเป้าสายตาต่อพวกผู้อาวุโส

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผู้คนต่างก็สนใจในตัวของถังเทียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทันที เหล่าผู้คนที่มิได้มีความสนใจเกี่ยวกับการแข่งขันรอบคัดเลือกทันใดนั้นก็ตระหนักได้ถึงม้ามืดที่มีค่าแค่การสังเกตการณ์ มันกระตุ้นให้สนใจและหลงใหลในตัวทุกผู้คน ถังเทียน กำหนดการแข่งของถังเทียนต่างให้มีการเปลี่ยนแปลงโดยผู้คน

ผู้ตัดสินใจการต่อสู้ได้เห็นถึงสถานการณ์นี้และรีบเร่งการเปลี่ยนแปลงการแข่งขันของถังเทียนให้เป็นไปในสนามใหญ่กว่าเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ก่อนหน้านี้ ที่ที่ซึ่งคับแคบภายในแท่นชม เนื่องจากทางเข้าคอขวด และด้วยการแก้ไขดั่งกล่าว มันกลายเป็นดั่งการแข่งขันรอบแท้จริง

เมื่อมีการประกาศการตัดสินใจครานี้ ผู้คนต่างยินดีเปิดแขนกว้างยอมรับมัน

การแข่งขันรอบที่สองของถังเทียนจะเป็นในเวลาสองวันต่อมา ขณะที่การเดิมพันของถังเทียน พร้อมที่จะรับเดิมพัน เริ่มขึ้นที่ตลาดแลกเปลี่ยน

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

เคร้ง!

ถ้วยชากระแทกลงบนพื้นอย่างและกลายเป็นฝุ่น เศษชิ้นส่วนกระจายออกไปทั่ว

ในห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่สถาบันสันติธรรม ศิษย์สองคนที่ผ่านไปยังห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ต่างตกใจ

“ถังเทียน! เจ้าสารเลวนั่น!”

“ข้าจะให้มันตกตายอย่างน่าอนาถ!”

….

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

โจวเผิงยังคงปราศจากการแสดงออก ในตอนนี้ เขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ผิวที่เคลือบไปด้วยสีขาวของเขากลายเป็นมืดและลึกลับเนื่องจากการตากแดด ดวงตาที่ปูนพองของเขาในตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นทรงสามเหลี่ยมดั่งงูพิษ เปล่งประกายแผ่รัศมีความแหลมคมและเยือกเย็น

“ในที่สุดข้าก็รู้ได้ว่ามันน่าทึ่งเพียงไรที่ได้รู้สึกมีพลังเช่นนี้ มันจะหอมหวานดั่งการใช้ชีวิตที่หรูหรา”

เขาก้มหัวของเขาและมองไปยังฝ่ามือของเขาที่อ่อนนุ่มและขาว แต่ในตอนนี้มันเต็มไปด้วยรอยย่นและรอยพับ ขณะที่เขาถอนหายใจในความปิติและเศร้าโศก “มันช่างเป็นฝีมือที่สมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง!”

“นายน้อย ผู้อาวุโสสูงสุดเรียกหาท่าน” คนรับใช้ผู้หนึ่งกล่าวด้วยความเคารพ

โจวเผิงจ้องมองและยิ้มแย้มราวกับว่าเขากำลังเยาะเย้ยในเวลาเดียวกัน ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด รอยยิ้มก็จางหายไปในพริบตาขณะที่เขาจัดคอเสื้อของเขาเล็กน้อยพลางก้าวเดินก้าวใหญ่ไปยังห้องโถงใหญ่

ทั่วทั้งตระกูลโจวเต็มไปด้วยผู้ที่มีระดับสูงมากันหมด พวกเขาทุกคนต่างจ้องมองไปยังโจวเผิงที่กำลังย่างก้าวเข้ามา ย่างก้าวของโจวเผิงมั่นคง เขายังคงสำรวมและสุขใจกับสายตาที่เขาได้รับ

มันช่างเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมนัก!

เขาสามารถรู้สึกได้ถึงความชื่นชม อิจฉา ตื่นตกใจ และสายตาอันเหลือเชื่อ รอยยิ้มก็คืบคลานขึ้นมาที่มุมปากของเขา

ผู้อาวุโสสูงสุดกระแอมไออย่างแผ่วเบาเพื่อทำลายความเงียบ และจับจ้องไปยังโจวเผิง เขาพลางกล่าว “ดีมาก! นี่ควรจะที่เป็นการกระทำของนายน้อยของตระกูลที่ควรกระทำ! มิว่าความลำเอียงอันใดที่ข้ากระทำต่อเจ้าในอดีต ณ ตอนนี้ ข้าขอยอมรับในตัวตนที่เป็นผู้สืบทอดของตระกูลโจว”

ดวงตาของผู้นำตระกูลโจวเต็มไปด้วยความปลื้มปิติและมองไปที่โจวเผิงอย่างสบายใจ

ทั่วห้องโถงเงียบกริบ มีเพียงคำกล่าวของผู้อาวุโสสูงสุดดังก้องกังวาน

“เจ้ามีพรสวรรค์ที่สามารถทำให้ผู้คนอิจฉา เจ้าเปลี่ยนแปลงตัว แม้ว่าข้ารู้จะมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันนั้น ข้ายังคงหวังว่าเจ้าจะนำความรุ่งเรืองมาสู่ตระกูลเมื่อยามที่อยู่ในมือของเจ้า”

โจวเผิงคำนับพลางกล่าวตอบอย่างภาคภูมิใจ “ถูกต้องแล้ว ตระกูลโจวจะมีเพียงรุ่งเรืองมากขึ้นเท่านั้น”

“งานชุมนุมยุทธ์นับเป็นโอกาสที่ดี ให้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับตระกูลโจว์!” ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวอย่างภูมิใจ “ให้ซือหม่าเซียงซานเป็นแท่นหินเหยียบสำหรับตระกูลโจวของพวกเรา!”

โจวเผิงยิ้มอย่างมั่นใจแต่ภายในแขนเสื้อของเขา เขากำหมัดของเขาแน่น

ยังมีผู้คนอีกหนึ่งคน ถังเทียน!

ข้าจะสังหารเจ้าต่อหน้าทุกผู้คน!

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

ถังเทียนยังคงจมอยู่กับการบ่มเพาะของเขา เขาเหงื่อไหลราวกับชุ่มโชกไปด้วยฝน และมิมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในการแข่งขันรอบคัดเลือก และเช่นเดียวกันกับการแข่งรอบที่สองที่จะเริ่มขึ้น มิมีสิ่งใดรบกวนการบ่มเพาะของเขาได้

อาโม่หลี่ก็บ่มเพาะเช่นเดียวกันด้วยพลังของเขาทั้งหมด เขามิคาดคิดว่าพี่ใหญ่เหลียงชิวจะมาด้วยตัวเองเพื่อดูการแข่งขันของเขา พี่ใหญ่เหลียงชิวเป็นดั่งแบบอย่างของเขาและยังบุคคลที่เขาต้องการเอาชนะ นึกถึงยามที่เขาพบเห็นเงาที่คุ้นเคยบนแท่นชม อาโม่หลี่ก็เต็มไปด้วยแรงกระตุ้นและแรงผลักดันไปข้างหน้า

มีเพียงตาเฒ่าเว่ยที่ดูไม่ได้ห่วงใยราวกับว่ามันมิใช่เรื่องของเขา

ในช่วงเวลาพัก ทั้งสองนั่งอยู่บนพื้น รู้สึกเหนื่อยล้า เหงื่อไหลชุ่มอย่างไม่หยุดหย่อน

“เจ้าช่างกล้านักที่กล่าวอย่างถือดีต่อหน้าซือหม่าเซียงซาน” อาโม่หลี่กล่าวขณะที่เขาหอบหายใจ

ถังเทียนหอบหายใจอย่างหน้า พลางมองอย่างงุนงง “ทำไมข้าถึงมิกล้าทำ?”

“เขาคือผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งของเมืองเมฆาดารา!” อาโม่หลี่อธิบาย

ถังเทียนเอียงคอ “หากกล่าวเช่นนั้น ถ้าหากข้าชนะเขาข้าก็จะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในเมืองเมฆาดารา?”

“ถูกต้อง!” อาโม่หลี่พยักหน้า

ทันใดนั้นถังเทียนก็คิดอันใดออก “มิต้องสงสัยเลยเชียนฮุ่ยมักจะเอาชนะเขาในเวลานั้น เนื่องเพราะถ้าหากนางชนะเขา นางก็สามารถบรรลุถึงอันดับแรก!”

อาโม่หลี่ “…”

ถังเทียนกล่าวถามอย่างอยากรู้ “แมลงวันวัว เป้าหมายในครานี้คืออันใดกัน?”

อาโม่หลี่ยังคงเงียบอยู่ชั่วครู่และเงยหัวของเขาขึ้นในทันที “เป้าหมายของข้าคือพบกับพี่ใหญ่เหลียงชิวและเอาชนะเขา!”

“แมลงวันวัว เจ้าเอาชนะได้อย่างแน่นอน!” ถังเทียนกล่าวอย่างดังด้วยความจริงจังของเขา

“ข้ามิรู้…” อาโม่หลี่พึมพำ

“เจ้ามิรู้อันใด?” ถังเทียนเบิกตากว้างและกล่าวอย่างดัง “เจ้าจะต้องได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน! เจ้าจักต้องได้รับชัยชนะนี้! มิมีสิ่งใดที่จะต้องกลัว! อย่าได้กล่าวกับตัวเองว่าหากพ่ายแพ้ก็ไม่เป็นไร! ชัยชนะ! มีเพียงชัยชนะ! ความยากลำบากที่เจ้าได้ผ่านมามันมิได้น้อยไปกว่าพวกเขา! มิมีชัยชนะอันใดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรดาพวกที่พูดเช่นนั้นที่เจ้าได้เก็บมันมาใส่ใจทั้งหมด และนั้นเจ้ามิต้องเสียใจอันใด พวกมันต่างหลอกลวงทั้งนั้น บรรดาพวกที่พูดเช่นนี้ พวกมันมิได้เข้าใจอะไรเลย! เหงื่อที่หลั่งไหลและความยากลำบาก พวกเขาทำเพื่ออันใด? เพื่อที่เจ้าจะกลายมาเป็นขลาดเขลายามเมื่อต่อสู้งั้นหรือ? เพื่อบอกกล่าวต่อตัวเจ้าเองว่าเจ้าได้พยายามอย่างที่สุดแล้วมันมิเป็นไรหากจะยอมรับในความล้มเหลว? พวกนั้นมันเป็นเพียงข้ออ้าง! เป็นเพียงเรื่องไร้สาระ! ยามเมื่อเจ้าได้รับชัยชนะ เจ้าสามารถที่จะประกาศต่อโลกทั้งใบได้ว่าเจ้ามีตัวตนอยู่ที่นี้!”

อาโม่หลี่หน้าแดงขณะที่ถังเทียนบรรยาย

“แมลงวันวัว!” ถังเทียนมองอาโม่หลี่อย่างเคร่งขึม

อาโม่หลี่เงยหน้าของเขาขึ้นรู้สึกอับอาย

ถังเทียนกระชับหมัดของเขาพลางจ้องมองไปยังสีหน้าอันแดงของอาโม่หลี่ เขากล่าวเพียงประโยคเดียวในเวลานั้น แค่นพวกมันออกผ่านมาระหว่างรอยฟันของเขา “แม้ว่าเจ้าจะต้องตายตก เจ้าจักต้องได้รับชัยชนะ!”

แม้ว่าเจ้าจักต้องตายตก เจ้าจักต้องได้รับชัยชนะ...

อาโม่หลี่จิตใจล่องลอย ดวงตาของเขาก็มุ่งมั่น พลางย้ำประโยคซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“แม้ว่าเจ้าจักต้องตายตก เจ้าจักต้องได้รับชัยชนะ…”

ตาเฒ่าเว่ยที่อยู่ใกล้เคียงด้วยสีหน้าที่กำลังจมอยู่ในความคิด ฉับพลันก็แปรเปลี่ยนเป็นไร้อารมณ์ สายตาเหม่อลอยของเขาแปรเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ ภาพนับไม่ถ้วนแวบเข้ามาในดวงตาของเขา เขาไขว่เขวไปชั่วครู่ ขณะที่เสียงการสังหารดังก้องภายในหูของเขา

แม้ว่าเจ้าจักต้องตายตก เจ้าจักต้องได้รับชัยชนะ!

ตาเฒ่าเว่ยพลันหัวร่ออย่างเงียบๆ ดวงตาของเขาเปล่งประกายไปด้วยความคาดหวัง

บางทีเจ้าเด็กเหลือขอนี้ในท้ายสุดมันอาจจะกลายเป็นบุคคลผู้ทรงอำนาจก็ได้

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 034 – แม้ว่าเจ้าจักต้องตายตก เจ้าจักต้องได้รับชัยชนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว