เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 68 เรื่องผิดคาด

ตอนที่ 68 เรื่องผิดคาด

ตอนที่ 68 เรื่องผิดคาด


ตอนที่ 68 เรื่องผิดคาด

ในตอนนี้ การต่อสู้ทางฝั่งของพวกเขาได้สิ้นสุดลงแล้ว

ส่วนอีกด้านหนึ่ง ลวี่ตงที่กลายร่างเป็นสิงเทียนไร้หัว ยังคงต่อสู้อย่างดุเดือดกับแม่ทัพไร้หัว

แต่ผู้ใช้อักขระชะตาที่อยู่ในที่นี้ นอกจากหลินหยวนแล้ว คนอื่นๆ ไม่มีโอกาสที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้เลย ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่เพียงแรงกระแทกจากการต่อสู้ของลวี่ตงและแม่ทัพไร้หัว พวกเขาก็ไม่อาจทนรับไหวแล้ว

สำนวนที่ว่า “ไฟไหม้ประตูเมือง ปลาในคูพลอยรับเคราะห์” เป็นคำสอนจากประสบการณ์ของบรรพบุรุษโดยแท้

หลินหยวนยังไม่สะใจกับการสังหารขุนพลยมโลกระดับเจ็ดสามตน เขาอยากจะพุ่งเข้าไปประมือกับแม่ทัพไร้หัวดูสักตั้ง

หลินหยวนรู้ดีว่า ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ หากปลดปล่อยเต็มที่ การรับมือกับอสูรระดับหกทั่วไปย่อมไม่มีปัญหา แต่แม่ทัพไร้หัวตนนี้ไม่ใช่อสูรระดับหกธรรมดา

มันคือระดับหกขั้นสูงสุด อีกครึ่งก้าวสู่ระดับห้า ห่างจากการก้าวเข้าสู่ระดับห้าเพียงแค่ก้าวเดียว

สำหรับอสูรแล้ว ระดับหกและระดับห้าถือเป็นเส้นแบ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะอสูรระดับห้า ได้ครอบครองพลังแห่ง “แดน”

แดนอสัตย์

อสูรระดับห้าสามารถเลือกพื้นที่แห่งหนึ่ง แล้วหลอมมันให้กลายเป็นแดนอสัตย์ของตนเองได้ ในแดนอสัตย์ พลังของมันจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล กระทั่งจะกล่าวว่าเป็นราชันย์ในแดนอสัตย์ก็ไม่เกินจริง

ชาติก่อน หลินหยวนเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับแดนอสัตย์มามากมาย เขาเคยได้ยินว่ามีอสูรตนหนึ่งชื่อว่าอสัตย์เฒ่าแห่งภูเขาอินซาน ได้หลอมเทือกเขาที่ทอดยาวกว่าสิบลี้ให้กลายเป็นแดนอสัตย์ของตนเอง ยังมีอสูรอีกตนหนึ่งชื่ออสัตย์เฟิงเหมิน ได้หลอมหมู่บ้านแห่งหนึ่งให้กลายเป็นแดนอสัตย์ หมู่บ้านนั้นต่อมาถูกเรียกว่าหมู่บ้านเฟิงเหมิน...

กว่าที่แดนอสัตย์จะเริ่มปรากฏตัวอย่างแพร่หลาย ก็เข้าสู่ช่วงกลางถึงช่วงปลายของวันสิ้นโลกแล้ว แต่ว่า...หลินหยวนก็ม่องเท่งไปเสียก่อน!

ดังนั้น เขาจึงเคยแค่ได้ยินเรื่องแดนอสัตย์ แต่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะของอย่างแดนอสัตย์นั้น เมื่อเข้าไปแล้ว การจะออกมาทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นเรื่องยากยิ่ง

สรุปก็คือ แดนอสัตย์นั้นเป็นสิ่งที่อสูรระดับห้าเท่านั้นจึงจะมีได้ หลังจากอสูรก้าวเข้าสู่ระดับห้า ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ แดนอสัตย์ที่ครอบครองก็จะยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น

แม่ทัพไร้หัวที่อยู่ตรงหน้านี้ แม้จะแสดงพลังต่อสู้ออกมาอย่างแข็งแกร่ง แต่มันไม่มีแดนอสัตย์เป็นของตัวเอง ดังนั้น ท้ายที่สุดแล้วมันจึงนับได้เพียงว่าเป็นระดับหกขั้นสูงสุด อีกครึ่งก้าวสู่ระดับห้า

หากมันก้าวเข้าสู่ระดับห้าอย่างสมบูรณ์ และมีแดนอสัตย์เป็นของตัวเองได้จริงๆ... เมื่อนั้น คงไม่มีใครสามารถรับมือมันได้อีกแล้ว

หลินหยวนจ้องมองแม่ทัพไร้หัวเขม็ง เขาอยากจะพุ่งเข้าไปประลองกับมันดูสักตั้ง แต่เมื่อมองไปยังลวี่ตงที่กลายร่างเป็นสิงเทียนไร้หัว ท้ายที่สุดหลินหยวนก็ไม่ได้ลงมือ

บางที ตัวเอกของวันนี้ น่าจะเป็นเขาสินะ!

เพื่อการนี้ เขาได้จ่ายค่าตอบแทนด้วยชีวิต ดังนั้น การเอาชนะแม่ทัพไร้หัวควรจะเป็นเกียรติยศของเขา หลินหยวนรู้สึกว่าตนเองไม่ควร และไม่อาจแย่งชิงเกียรติยศซึ่งควรจะเป็นของลวี่ตงไปได้

...

ปราณอสัตย์ที่เข้มข้นราวกับหมอกที่จับต้องได้ กำลังม้วนตัวอย่างต่อเนื่อง

หลินหยวนมองไปยังผู้ใช้อักขระชะตาในที่นั้น แล้วเอ่ยขึ้นก่อนว่า “ทุกคนรีบดูดซับปราณอสัตย์ ฟื้นฟูพลังกายกันเถอะ!”

กองทัพยมโลกนี้ถูกสังหารโดยผู้ใช้อักขระชะตาทุกคนร่วมกัน ดังนั้น ปราณอสัตย์เหล่านี้จึงควรแบ่งปันกันทุกคน แม้จะเป็นการแบ่งปัน ก็ยังนับว่าเป็นการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่ ผู้ใช้อักขระชะตาที่อยู่ที่นี่ แม้แต่ตัวหลินหยวนเอง ก็ไม่เคยเห็นปราณอสัตย์ที่มากมายมหาศาลเช่นนี้มาก่อน

ฉากที่หลินหยวนเพิ่งสังหารขุนพลยมโลกระดับเจ็ดสามตนไป ทุกคนต่างก็เห็นกับตา ในที่นี้ นอกจากลวี่ตงที่สละชีพกลายเป็นสิงเทียนไร้หัวไปแล้ว ก็มีหลินหยวนที่แข็งแกร่งที่สุด

ดังนั้น หลังจากหลินหยวนเอ่ยปาก ผู้ใช้อักขระชะตาเหล่านี้จึงพากันนั่งขัดสมาธิ เริ่มดูดซับปราณอสัตย์ที่เกือบจะกลายเป็นของเหลวอยู่รอบๆ

ปราณอสัตย์โดยรอบนั้นเข้มข้นเกินไปจริงๆ เมื่อเหล่าผู้ใช้อักขระชะตากระตุ้นพลังรอยสักในร่างกาย ปราณอสัตย์เหล่านี้ก็พากันแทรกซึมเข้าไปในรอยสัก

หลินหยวนก็นั่งขัดสมาธิ หลับตารวบรวมสมาธิเช่นกัน ในตอนนี้ เขารู้สึกว่ารอยสักยมทูตดำบนร่างกายราวกับกลายเป็นหลุมดำวน กำลังสูบกลืนปราณอสัตย์โดยรอบอย่างบ้าคลั่ง

หากจะบอกว่าความเร็วในการดูดซับปราณอสัตย์ของผู้ใช้อักขระชะตาคนอื่นๆ เหมือนกับลำธารสายเล็กที่ไหลเอื่อยๆ ในหุบเขา เช่นนั้น ความเร็วในการดูดซับปราณอสัตย์ของหลินหยวนก็เปรียบได้กับแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำฮวงโหที่ไหลเชี่ยวกราก

เดิมที รอยสักยมทูตดำบนร่างกายของหลินหยวนยังขาดปราณอสัตย์อีกมากโขกว่าจะตื่นขึ้น แต่เมื่อปราณอสัตย์โดยรอบถูกเขาสูบกลืนเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง รอยสักยมทูตดำก็เริ่มมีวี่แววว่าจะตื่นขึ้นแล้ว

ผู้ใช้อักขระชะตารอบๆ เพิ่งจะนั่งขัดสมาธิได้ไม่ถึงสิบนาที เพิ่งจะดูดซับปราณอสัตย์เพื่อชดเชยพลังที่สูญเสียไป ในขณะที่กำลังจะดูดซับต่อเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของตนเอง พวกเขาพลันพบว่า ปราณอสัตย์หายไปแล้ว

ใช่แล้ว... หายไปหมดแล้ว

ทันทีที่พวกเขาลืมตาขึ้น ก็ได้เห็นภาพที่น่าตกตะลึง

ปราณอสัตย์ที่เกือบจะกลายเป็นของเหลวอยู่โดยรอบ กลับกลายสภาพเป็นสายธารแห่งปราณอสัตย์ที่จับต้องได้ ราวกับน้ำตกที่ไหลย้อนกลับ แขวนอยู่เหนือศีรษะของหลินหยวน เบื้องบนของสายธารคือท้องฟ้าอันมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด เบื้องล่างเชื่อมต่อกับร่างกายของเขา ปราณอสัตย์ที่มหาศาลและบริสุทธิ์ราวกับสายน้ำร้อยสายไหลสู่ทะเล พุ่งทะลักเข้าสู่ร่างของหลินหยวนอย่างบ้าคลั่ง

เหล่าผู้ใช้อักขระชะตา “?????”

เมื่อเห็นภาพนี้ ผู้ใช้อักขระชะตาทุกคนต่างรู้สึกมึนงงไปหมด

เดี๋ยวนะ พวกเราทุกคนต่างก็เป็นผู้ใช้อักขระชะตาเหมือนกัน ทำไมปราณอสัตย์พวกนี้ถึงให้แต่นายดูดซับ ไม่ให้พวกเราดูดซับล่ะ

ในตอนนี้ ในใจของผู้ใช้อักขระชะตาที่อยู่ที่นี่กำลังคิดแบบนี้

พี่น้องทั้งหลาย...

งานนี้ถึงกับไปไม่เป็น

ใครจะไปเข้าใจล่ะเนี่ย!

วันนี้ปราณอสัตย์พวกนี้มันผีเข้าหรือไง! ไม่ให้พวกเราดูดซับ แต่ให้เขาดูดซับไปคนเดียวทั้งหมด

“เดี๋ยวนะ”

“ไอ้หนุ่มนี่มันจะเกินไปหน่อยแล้วมั้ง”

“ปราณอสัตย์มากมายขนาดนี้เขาดูดไปคนเดียวหมดเลย เขากินเนื้อไม่เหลือแม้แต่น้ำแกงให้พวกเราซดเลยนี่หว่า!” ผู้ใช้อักขระชะตาคนหนึ่งพูดอย่างหงุดหงิด

เห็นได้ชัดว่า คนที่คิดแบบนี้ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว เพราะวันนี้ทุกคนต่างก็ออกแรงสังหารทหารยมโลกเหล่านี้ กระทั่งผู้ใช้อักขระชะตาหลายคนยังต้องสละชีวิต ตอนนี้ตอนที่ดูดซับปราณอสัตย์ พวกเขารวมๆ แล้วดูดไปไม่ถึงสิบนาที ยังไม่ถึงหนึ่งในสิบของปริมาณทั้งหมดด้วยซ้ำ ผลคือ ปราณอสัตย์ที่เหลือทั้งหมดถูกหลินหยวนฮุบไปคนเดียว การที่ทุกคนรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง จึงเป็นเรื่องสมควร

ในตอนนั้น ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมาจากกลุ่มผู้ใช้อักขระชะตาของทางการ เขาก้าวออกมาข้างหน้า แล้วกล่าวปลอบอารมณ์ของทุกคน

“พี่น้องทั้งหลาย พวกคุณน่าจะมองออกนะว่าน้องชายคนนี้ไม่ได้ตั้งใจทำ”

“น่าจะเป็นเพราะระดับรอยสักของเขาสูงเกินไป ตอนที่ดูดซับปราณอสัตย์จึงเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น”

“นี่เป็นเหตุสุดวิสัย แต่พวกเราก็ได้เห็นฝีมือของน้องชายคนนี้แล้ว การที่เขาดูดซับปราณอสัตย์เหล่านี้ไป ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มยอดฝีมือให้กับเมืองเผิงของเราอีกหนึ่งคน”

“วันนี้ เขาสามารถมาที่นี่ได้ ผมเชื่อว่าครั้งหน้าที่เมืองเผิงของเราประสบภัยพิบัติ เขาจะไม่นิ่งดูดายอย่างแน่นอน”

“แน่นอน ความสูญเสียของทุกท่านในวันนี้จะไม่ทำให้ทุกคนต้องเสียเปล่า ผมในนามของทางการขอประกาศว่า ปราณอสัตย์ที่ทุกคนไม่สามารถดูดซับได้ในวันนี้ รออีกสักพัก ทางเราจะไปล่าอสูรแล้วนำปราณอสัตย์มาชดเชยให้ทุกคนเอง”

จบบทที่ ตอนที่ 68 เรื่องผิดคาด

คัดลอกลิงก์แล้ว