- หน้าแรก
- ระบบอักขระยมโลก
- ตอนที่ 59 ทำโลงมังกรเก้าตัวลากให้ท่านผู้เฒ่าดีไหม?
ตอนที่ 59 ทำโลงมังกรเก้าตัวลากให้ท่านผู้เฒ่าดีไหม?
ตอนที่ 59 ทำโลงมังกรเก้าตัวลากให้ท่านผู้เฒ่าดีไหม?
ตอนที่ 59 ทำโลงมังกรเก้าตัวลากให้ท่านผู้เฒ่าดีไหม?
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้
ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ ตอนนั้นน่าจะเผาศพพ่อของเหวินอิ๋งอิ๋งเสีย ตอนนี้ศพถูกทำลายย่ำยีจนเป็นแบบนี้ มันน่าขยะแขยงจริงๆ
“เฮ้อ!” หลินหยวนมองเหวินอิ๋งอิ๋งที่น้ำตานองหน้า แล้วเอ่ยขึ้น “หรือว่า… เผาศพพ่อของเธอเถอะ!”
เมื่อได้ยินข้อเสนอนี้ เหวินอิ๋งอิ๋งก็ส่ายหน้า แล้วพูดว่า “บ้านเกิดของฉันให้ความสำคัญกับการฝัง คนตายแล้ว การได้ฝังร่างลงดินคือความสงบสุข”
“ฝังไปเลยดีกว่า ยังไงอักขระชะตาบนตัวพ่อของฉัน พวกเขาก็เอาไปหมดแล้ว คง...คงจะไม่ทำอะไรกับศพของพ่อฉันอีกแล้ว”
การฝัง! นี่ก็เป็นเรื่องปกติมาก ถึงแม้ว่าก่อนที่อสัตย์จะรุกราน ทางการจะส่งเสริมการเผาศพอย่างจริงจัง แต่ก็ยังมีพื้นที่ห่างไกลอีกมาก รวมถึงชนกลุ่มน้อยบางกลุ่ม ที่ยังคงยึดถือการฝังศพอยู่ ธรรมเนียมประเพณีของแต่ละท้องถิ่นแตกต่างกันไป เรื่องนี้พอจะเข้าใจได้
เป็นอย่างที่เหวินอิ๋งอิ๋งพูด คนของพรรคราชันย์อสัตย์ได้สิ่งที่พวกเขาต้องการไปแล้ว ศพนี้ สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่มีค่าอะไรอีกต่อไป
ขณะที่กำลังจะเตรียมฝังศพพ่อของเหวินอิ๋งอิ๋งอีกครั้ง หลินหยวนก็พูดกับจางเจิ้นขึ้นมาทันที “ไปหากระสอบป่านมา เอาศพใส่ไว้ข้างใน”
จางเจิ้น “?????”
จางเจิ้นงงเป็นไก่ตาแตก คิดในใจ ‘ลูกพี่! ทำไมลูกพี่ชอบสั่งให้ผมทำอะไรแปลกๆ อยู่เรื่อยเลย’
ตอนแรกก็ให้ผมไปถอดเสื้อผ้าศพผู้ชาย แล้วก็มาให้ผมขุดหลุมศพ ตอนนี้ยังจะมาให้ผมเอากระสอบป่านมาใส่ศพอีก
นี่มันไม่ใช่แล้ว ลูกพี่เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ! ดูจากงานที่ผมทำอยู่ตอนนี้ ตำแหน่งที่ลูกพี่ให้ผมไม่ใช่ผู้อำนวยการการไฟฟ้า แต่เป็นสัปเหร่อใหญ่ใช่ไหมครับ?
ตอนนี้ผมเริ่มสงสัยแล้วว่า ผมโดนหลอกหรือเปล่า! ถ้าผมจะไปตอนนี้ ยังทันไหม! ผมล่ะยอมเลยจริงๆ!
ในแววตาที่ใสซื่อแต่แฝงความโง่เขลาของจางเจิ้น ตอนนี้เจือปนไปด้วยความสงสัยเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
หลินหยวนลูบศีรษะของเหวินอิ๋งอิ๋งที่กำลังซบหน้าร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของเขา แล้วพูดว่า “เอาศพพ่อของเธอกลับไปเถอะ ไปฝังไว้ข้างทะเลสาบจำลองนั่น!”
“แบบนั้น ต่อไปเธอก็จะได้เห็นเขาบ่อยๆ”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยวน แววตาของเหวินอิ๋งอิ๋งก็เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง ดูจากสายตาของเธอตอนนี้แล้ว จะบอกให้ก็ได้ว่าพอความโศกเศร้านี้ผ่านพ้นไป อย่างน้อยๆ ก็คงต้อง ‘ตอบแทน’ บุญคุณของหลินหยวนสักสิบแปดรอบ
“ยังจะยืนบื้ออยู่อีกทำไม?”
“ยังไม่รีบไปหากระสอบป่านมาใส่ศพอีก?” หลินหยวนเห็นจางเจิ้นยังคงยืนนิ่งอยู่ก็ตวาดออกไป
จางเจิ้น “?????”
จางเจิ้นสะดุ้งตกใจกับเสียงตวาดของหลินหยวน รีบขานรับ “ครับ! ครับ! ไปเดี๋ยวนี้แหละครับ ไปเดี๋ยวนี้!”
จางเจิ้นเดินเข้าไปหากระสอบป่านในบ้าน ขณะที่เดินก็คิดในใจไปด้วย ‘กับเธอช่างอ่อนโยน กับเราช่างดุร้าย’
เยี่ยมเลย! ลูกพี่ นี่ลูกพี่ลำเอียงเพราะเป็นผู้หญิงใช่ไหม? เดี๋ยวพอกลับไปผมจะโพสต์ลงเวยปั๋วเลย คอยดูเถอะว่าพี่น้องเราจะถล่มลูกพี่ไหม! จะบอกให้นะ ไม่ใช่แค่ฝ่ายหญิงที่พร้อมจะเปิดวอร์ พี่น้องผู้ชายเราก็พร้อมจะเปิดวอร์เหมือนกัน แถมดุเดือดมากด้วย
จางเจิ้นไปหากระสอบป่านมาจากในบ้าน เอาศพของพ่อเหวินอิ๋งอิ๋งใส่เข้าไปข้างใน จากนั้นหลินหยวนก็ขับรถ ทั้งสามคนเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านวิลล่า
รถคันนี้คงจะเอาไว้ใช้ต่อไม่ได้แล้ว ในรถถูกเย่โหยวพ่นเลือดใส่ไปหลายที เหมือนกับซอสมะเขือเทศหกใส่ไม่มีผิด ตอนนี้ยังจะมาขนศพอีก กลิ่นในรถนี่ตลบอบอวลจนแทบสลบ
ไม่เอาก็ไม่เอา! ยังไงซะตอนนี้ของแบบนี้ก็สามารถหาใหม่ได้ฟรีๆ วันหลังค่อยไปหาโชว์รูมรถสักแห่ง แล้วถอยรถป้ายแดงคันใหม่เลย
...
หลังจากวุ่นวายมาทั้งคืน ตอนที่กลับถึงหมู่บ้านวิลล่าก็เป็นเวลาแปดโมงเช้าแล้ว
บริเวณรอบนอกของหมู่บ้านวิลล่า เกิ่งโหย่วไฉกำลัง ‘อึ้บ’ ‘อึ้บ’ สร้างกำแพงของที่หลบภัยอยู่
จะว่าไปแล้ว พลังจากอักขระชะตารูปหลู่ปันนี่มันใช้ดีจริงๆ นี่เพิ่งผ่านไปไม่นาน ก็สร้างกำแพงไปได้ยี่สิบสามสิบเมตรแล้ว
เมื่อเห็นรถของหลินหยวนหยุดลง เกิ่งโหย่วไฉก็รีบวิ่งเข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น “ลูกพี่ กลับมาแล้วเหรอครับ!”
หลินหยวนพยักหน้า แล้วพูดกับเกิ่งโหย่วไฉ “วางงานในมือไว้ก่อน มาต่อโลงศพให้หน่อย”
ขณะที่พูดคุยกัน จางเจิ้นก็ยกศพลงมาจากรถแล้ว แม้จะถูกคลุมด้วยกระสอบป่าน แต่จิ้งจอกเฒ่าอย่างเกิ่งโหย่วไฉก็ดูออกว่านี่คือศพ
“นี่คือ?” เกิ่งโหย่วไฉลองหยั่งเชิงถาม
หลินหยวนไม่ได้ปิดบังอะไร ตอบไปตรงๆ “พ่อของอิ๋งอิ๋ง”
พอได้ยินว่าเป็นพ่อของเหวินอิ๋งอิ๋ง เกิ่งโหย่วไฉก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที พูดรัวๆ ว่า “ต่อโลงศพเหรอครับ!”
“เรื่องนี้ง่ายมาก นี่มันงานถนัดของผมเลย รับรองว่าจะต่อโลงให้ท่านผู้เฒ่าพอใจแน่นอน”
เกิ่งโหย่วไฉรู้ดีว่าเหวินอิ๋งอิ๋งคือผู้หญิงของหลินหยวน การช่วยงานเหวินอิ๋งอิ๋ง ก็คือการช่วยงานหลินหยวน
“จริงสิ!”
“โลงศพนี่เราจะทำเป็นแบบฝาพับ หรือแบบฝาสไลด์ดีครับ!”
“ถ้าให้ผมพูดนะ ตัวโลงใช้ไม้แท้ ส่วนฝาโลงก็ใช้กระจกไปเลย แบบนี้เขาเรียกหลังคาแก้วแบบพาโนรามา ทันสมัยสุดๆ!” เกิ่งโหย่วไฉแนะนำโลงศพของตน
เจ้าเกิ่งโหย่วไฉนี่มันนักประดิษฐ์ตัวยงจริงๆ ลูกเล่นของเขามันเยอะจริงๆ! แค่ต่อโลงศพ ยังมีทั้งแบบฝาพับ ฝาสไลด์ หลังคาแก้วพาโนรามาให้เลือกอีก
“พ่อของฉันเป็นคนที่ค่อนข้างจะหัวโบราณในเรื่องพิธีศพ ต่อโลงแบบดั้งเดิมเถอะ!” เหวินอิ๋งอิ๋งกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
แบบดั้งเดิม?
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ เกิ่งโหย่วไฉก็ตบต้นขาฉาดหนึ่งแล้วพูดว่า “โลงมังกรเก้าตัวลากเป็นไงครับ?”
“ผมจะแกะสลักโลงศพใหญ่โตโอ่อ่าให้ท่านผู้เฒ่า ด้านหน้าก็แกะสลักมังกรอีกเก้าตัว เป็นไงครับ ความคิดนี้มันยอดเยี่ยมสุดๆ ไปเลย!”
หลินหยวน “?????”
โลงมังกรเก้าตัวลาก? นี่แกจะส่งพ่อตาฉันไปดาวอังคารหรือไง! ถ้าเกิดมังกรมันฟื้นขึ้นมา แล้วลากโลงศพหนีไปดาวอังคารจะทำยังไง?
“โลงศพโอ่อ่าน่ะได้ แต่มังกรเก้าตัวไม่ต้อง!” หลินหยวนตัดสินใจ
พูดจบ หลินหยวนก็พูดกับจางเจิ้น “นายอยู่ช่วยเขาที่นี่ รีบสร้างที่หลบภัยให้เสร็จเร็วที่สุด”
ก่อนจะไป หลินหยวนยังถลึงตาใส่เกิ่งโหย่วไฉอย่างแรง สายตานั้นเป็นการบอกเขาว่า อย่าเล่นลูกเล่นอะไรแพรวพราว
หลังจากหลินหยวนไปแล้ว จางเจิ้นก็ถามเกิ่งโหย่วไฉอย่างกระตือรือร้น “ลูกพี่บอกว่าจะให้ผมเป็นผู้อำนวยการการไฟฟ้าล่ะ จริงสิ ที่หลบภัยของเรานี่มีคนกี่คนเหรอครับ!”
“คุณว่าผู้อำนวยการการไฟฟ้าอย่างผมจะได้ดูแลคนกี่คน?”
เกิ่งโหย่วไฉ “?????”
เกิ่งโหย่วไฉคิดในใจ ‘นี่ลูกพี่ไปหลอกเด็กโง่ที่ไหนมาอีกแล้วเนี่ย!’
“รวมนายด้วยก็ห้าคน?”
“ยังจะมาดูแลคนอีก แกมันก็แค่แม่ทัพไร้ทหาร!” เกิ่งโหย่วไฉพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“อ๊ะ!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น จางเจิ้นก็อดที่จะรู้สึกผิดหวังไม่ได้
เมื่อเห็นจางเจิ้นมีสีหน้าผิดหวัง เกิ่งโหย่วไฉก็ยุยง “หรือว่า เราสองคนหนีไปด้วยกันดีไหม!”
“ฉันได้ยินมาว่าที่หลบภัยของทางการก็ไม่เลวนะ!”
เกิ่งโหย่วไฉถูกพลังฝีมือของหลินหยวนที่สังหารอสูรราวกับหั่นผักทำให้ขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ว เขาคนเดียวไม่กล้าหนีอย่างแน่นอน แต่ถ้ามีคนไปด้วยกัน มันก็ยังน่าลองดู
“ไม่! ไม่!” จางเจิ้นส่ายหัวเป็นพัลวัน แล้วพูดว่า “ผมไม่หนีหรอก ถึงตอนนี้คนจะน้อย แต่ต่อไปพอคนเยอะขึ้น ผมก็ยังเป็นผู้อำนวยการการไฟฟ้าอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?”
“ถ้าผมไปอยู่ที่หลบภัยของทางการ ก็ต้องเป็นแค่ลิ่วล้อแน่ๆ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ จางเจิ้นก็ถามอย่างสงสัย “คุณมาก่อนผมอีก คุณได้ตำแหน่งอะไรเหรอครับ?”
“ผู้อำนวยการกรมการก่อสร้าง!” เกิ่งโหย่วไฉคิดในใจ ‘ลูกพี่ไม่ได้พูดเรื่องแต่งตั้งตำแหน่งให้ฉันนี่นา!’
แต่เขามาก่อนจางเจิ้น จะยอมแพ้ในเรื่องบารมีไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงแต่งตั้งตำแหน่งให้ตัวเองเสียเลย