- หน้าแรก
- ระบบอักขระยมโลก
- ตอนที่ 34 อสูรหนังมนุษย์
ตอนที่ 34 อสูรหนังมนุษย์
ตอนที่ 34 อสูรหนังมนุษย์
ตอนที่ 34 อสูรหนังมนุษย์
กำจัดมารต้องถอนรากถอนโคน
ชาติก่อน แม้หลินหยวนจะยังไม่ได้ปลุกพลังรอยสัก แต่ก็เคยได้ยินผู้ใช้รอยสักชะตาที่แข็งแกร่งคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า ‘เจออสูรที่ไหน ก็ต้องกำจัดมันที่นั่น ถ้าเจอในห้องน้ำ ก็ต้องจับมันกดน้ำในโถส้วมให้ตาย’
สำหรับคำพูดนี้ หลินหยวนเห็นด้วยอย่างยิ่ง
เมื่อครู่คนกระดาษส่วนใหญ่ถูกเหวินอิ๋งอิ๋งเผาตายไปแล้ว ส่วนน้อยที่เหลืออยู่ล้วนหนีเตลิดมาในทิศทางนี้แทบทั้งสิ้น ดังนั้น หลินหยวนจึงสรุปได้ว่า ข้างหน้าคือรังของพวกมัน
เจียฝูเล่อซูเปอร์มาร์เก็ต
เมื่อมองดูป้ายร้านที่คุ้นตา หลินหยวนสัมผัสได้ถึงปราณอสัตย์ที่เข้มข้นภายใน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ที่นี่คือฐานทัพหลักของพวกคนกระดาษ
ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตเครือข่ายขนาดใหญ่ว่างเปล่าไร้ผู้คน มีเพียงแสงสลัวๆ จากไฟฉุกเฉินเท่านั้น
“ตึก...ตึก...ตึก”
รอบด้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าของคนสามคนที่ดังก้อง ปฏิกิริยาของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป
หลินหยวนมีใบหน้าเรียบเฉย การฆ่าอสูรสักสองสามตัว สำหรับเขาแล้วก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาเหมือนการกินข้าว ดื่มน้ำ
เหวินอิ๋งอิ๋งถือกระบี่เพลิงแดงไว้ในมือข้างหนึ่ง ถือพัดใบกล้วยไว้ในอีกข้าง ในแววตามีทั้งความตื่นเต้นกระหายที่จะลองและมีความหวาดกลัวปนอยู่
สุดท้ายคือเกิ่งโหย่วไฉ เขามีสีหน้าตื่นตระหนก ขนทั่วร่างกายลุกชัน รู้สึกถึงไอเย็นยะเยือกแล่นวาบไปตามสันหลัง
“แปะ!”
หลินหยวนหาตู้ควบคุมไฟฟ้าเจอ หลังจากสับคัตเอาต์ขึ้น ไฟทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกันในทันที
“อ๊า!”
ในวินาทีที่ไฟสว่างขึ้น เกิ่งโหย่วไฉก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมา เขาโซซัดโซเซถอยหลังไปสองสามก้าว แล้วทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
“เป็นอะไรไป?” หลินหยวนหันไปถาม
เกิ่งโหย่วไฉชี้ไปยังมุมหนึ่งของซูเปอร์มาร์เก็ต พูดอย่างตื่นตระหนก “คน...คน!”
หลินหยวนมองตามทิศทางที่เขาชี้ไป...ปรากฏว่าทางด้านขวา บนเพดานของซูเปอร์มาร์เก็ต มีคนถูกแขวนอยู่เรียงราย เหมือนกับเนื้อที่คนขายเนื้อแขวนไว้รอขายไม่มีผิด
เนื่องจากตอนที่เขาสับคัตเอาต์ขึ้น เขาหันหลังให้กับทิศทางนี้ จึงไม่ทันได้สังเกตเห็นในตอนแรก
“ช่วยด้วย!”
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
หลังจากไฟเปิด คนที่ถูกแขวนอยู่ก็เห็นพวกหลินหยวนเช่นกัน ในตอนนี้ พวกเขาราวกับได้เห็นผู้ช่วยให้รอด ต่างพากันตะโกนร้องขอความช่วยเหลือเสียงดัง
อย่างไรเสียก็เป็นมนุษย์ด้วยกัน หลินหยวนไม่อาจทนดูโดยไม่ช่วยได้
“ปล่อยพวกเขาลงมา!” เขาหันไปสั่งเหวินอิ๋งอิ๋ง
เธอตวัดกระบี่เพลิงแดงในมือ ปราณกระบี่สีแดงฉานหลายสายพุ่งออกไปตัดเชือกที่แขวนคนเหล่านั้นจนขาด
“ตุ้บ...ตุ้บ...ตุ้บ”
คนเหล่านั้นร่วงลงมาจากเพดานราวกับเกี๊ยวที่ถูกโยนลงหม้อ โชคดีที่เพดานไม่สูงนัก ตกลงมาอย่างมากก็แค่เจ็บก้นชั่วครู่
หลังจากเป็นอิสระ ทุกคนก็ร้องไห้คร่ำครวญกันอย่างสับสนวุ่นวาย
“มัวยืนบื้ออะไรกันอยู่ตรงนี้? ถ้าไม่อยากตาย ก็รีบไสหัวไป!”
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกแกจะอยู่ได้” หลินหยวนตะคอกเสียงดัง ทำให้ฝูงชนที่กำลังโกลาหลสงบลง
ที่นี่มีอสูรอยู่ และเป็นอสูรที่ฝีมือไม่ธรรมดา คนที่ถูกแขวนอยู่เหล่านี้คือเหยื่อที่มันบงการคนกระดาษไปจับมา เมื่อเขาปล่อยเหยื่อของมันไปแล้ว อีกไม่นานมันก็จะปรากฏตัวออกมา
ยังไม่รีบหนีไปอีก เดี๋ยวพอเขาเริ่มสู้กับอสูร แค่คลื่นพลังที่แผ่ออกมาก็สามารถฆ่าคนธรรมดาได้แล้ว
พอถูกหลินหยวนตะคอกใส่ พวกเขาจึงเพิ่งได้สติกลับคืนมา ทุกคนมีสีหน้าหวาดกลัว เริ่มวิ่งหนีกันอย่างไม่คิดชีวิต
หญิงสาวคนหนึ่งวิ่งผ่านข้างกายพวกเขาไปพลางพูดอย่างร้อนรน “พวกคุณก็รีบหนีไปเถอะ! มันฆ่าคนไปเยอะมาก ถลกหนังคนไปก็เยอะ! รีบหนีไป!”
พูดจบหญิงสาวคนนั้นก็วิ่งหนีออกไป
หลังจากทุกคนหนีไปหมดแล้ว หลินหยวนก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เป็นอสูรตนนั้นที่กำลังใกล้เข้ามา
“ถ้านายกลัว จะกลับไปรอพวกเราที่รถก่อนก็ได้!” หลินหยวนพูดกับเกิ่งโหย่วไฉ
แม้ว่าเกิ่งโหย่วไฉจะเป็นผู้ใช้รอยสักชะตา แต่เขาก็ไม่ใช่สายต่อสู้ ผู้ใช้รอยสักชะตาสายสนับสนุนที่มีรอยสักหลู่ปันเช่นเขา ไม่ว่าจะไปอยู่กับขุมกำลังใด ก็ล้วนเป็นของล้ำค่า
“ผม...ผมไม่กลัว!” เกิ่งโหย่วไฉกัดฟันกราม พูดอย่างแข็งใจ
อันที่จริง เขากลัวมาก แต่เมื่อเทียบกับการกลับไปที่รถคนเดียว เขายินดีที่จะอยู่ใกล้ๆ หลินหยวนกับเหวินอิ๋งอิ๋งมากกว่า ในสายตาของเขา ทั้งสองคือจอมโจรนอกกฎหมาย แม้จะไม่ใช่นิสัยที่ดี แต่เขาก็ยอมรับในพลังของพวกเขาอย่างยิ่ง การอยู่ใกล้ๆ ย่อมปลอดภัยกว่า
เมื่อเห็นว่าเกิ่งโหย่วไฉไม่กล้ากลับไปคนเดียว หลินหยวนจึงสั่งเหวินอิ๋งอิ๋ง “คุ้มครองเขาให้ดี!”
“เข้าใจแล้ว!” เธอพยักหน้ารับ
หลินหยวนยังหวังให้เกิ่งโหย่วไฉสร้างศูนย์พักพิงให้เขาอยู่เลย จะไม่ยอมให้เขามาตายในตอนนี้เด็ดขาด
หลังจากสั่งการเรียบร้อย กลิ่นอายที่หนาวเหน็บนั้นก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
“เหะ...เหะ...เหะ”
เป็นเสียงหัวเราะอันโอหังที่ไม่ใช่ทั้งชายและหญิงดังขึ้นอีกครั้ง
ครู่ต่อมา รอบตัวของพวกหลินหยวน ทั่วทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตก็เต็มไปด้วยคนกระดาษจนแน่นขนัด ท่ามกลางการห้อมล้อมของคนกระดาษนับไม่ถ้วน หลินหยวนเห็นคนผู้หนึ่งมีผมยาวสลวยสีดำขลับ แต่งกายเหมือนหญิงสาวสวยในเมือง
แม้ภายนอกจะดูเหมือนคน แต่หลินหยวนสามารถสัมผัสถึงปราณอสัตย์บนร่างกายของนางได้อย่างชัดเจน
อสูรหนังมนุษย์...
ชาติก่อนเขาเคยได้ยินเรื่องอสูรชนิดนี้ พวกมันไม่มีผิวหนังเป็นของตัวเอง ดังนั้น พวกมันจะถลกหนังคนเป็นประจำเพื่อใช้เป็นผิวหนังของตน เมื่อใช้ไปนานๆ หนังมนุษย์ก็จะเน่าเปื่อย พวกมันก็จะเปลี่ยนหนังผืนใหม่ ดังนั้น อสูรหนังมนุษย์มักจะกักขังมนุษย์ไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นคลังหนังสำรองของตนเอง
พลังของอสูรหนังมนุษย์ไม่ธรรมดา แม้แต่ตัวที่อ่อนแอที่สุด ก็ยังมีพลังถึงระดับแปด
แต่อสูรหนังมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าหลินหยวน เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่อสูรที่อ่อนแอที่สุด...มันคืออสูรระดับเจ็ด!
แม้อสูรหนังมนุษย์ตรงหน้าจะเป็นระดับเจ็ดเช่นเดียวกับราชาผีดิบ แต่พลังของมันอยู่เหนือกว่าราชาผีดิบมาก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่วิชาควบคุมคนกระดาษนี้ ก็เหนือกว่าไปไกลแล้ว ราชาผีดิบจัดอยู่ในระดับที่อ่อนแอที่สุดของอสูรระดับเจ็ด แต่อสูรหนังมนุษย์ตัวนี้อย่างน้อยก็อยู่ในระดับกลาง