เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34 อสูรหนังมนุษย์

ตอนที่ 34 อสูรหนังมนุษย์

ตอนที่ 34 อสูรหนังมนุษย์


ตอนที่ 34 อสูรหนังมนุษย์

กำจัดมารต้องถอนรากถอนโคน

ชาติก่อน แม้หลินหยวนจะยังไม่ได้ปลุกพลังรอยสัก แต่ก็เคยได้ยินผู้ใช้รอยสักชะตาที่แข็งแกร่งคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า ‘เจออสูรที่ไหน ก็ต้องกำจัดมันที่นั่น ถ้าเจอในห้องน้ำ ก็ต้องจับมันกดน้ำในโถส้วมให้ตาย’

สำหรับคำพูดนี้ หลินหยวนเห็นด้วยอย่างยิ่ง

เมื่อครู่คนกระดาษส่วนใหญ่ถูกเหวินอิ๋งอิ๋งเผาตายไปแล้ว ส่วนน้อยที่เหลืออยู่ล้วนหนีเตลิดมาในทิศทางนี้แทบทั้งสิ้น ดังนั้น หลินหยวนจึงสรุปได้ว่า ข้างหน้าคือรังของพวกมัน

เจียฝูเล่อซูเปอร์มาร์เก็ต

เมื่อมองดูป้ายร้านที่คุ้นตา หลินหยวนสัมผัสได้ถึงปราณอสัตย์ที่เข้มข้นภายใน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ที่นี่คือฐานทัพหลักของพวกคนกระดาษ

ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตเครือข่ายขนาดใหญ่ว่างเปล่าไร้ผู้คน มีเพียงแสงสลัวๆ จากไฟฉุกเฉินเท่านั้น

“ตึก...ตึก...ตึก”

รอบด้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าของคนสามคนที่ดังก้อง ปฏิกิริยาของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป

หลินหยวนมีใบหน้าเรียบเฉย การฆ่าอสูรสักสองสามตัว สำหรับเขาแล้วก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาเหมือนการกินข้าว ดื่มน้ำ

เหวินอิ๋งอิ๋งถือกระบี่เพลิงแดงไว้ในมือข้างหนึ่ง ถือพัดใบกล้วยไว้ในอีกข้าง ในแววตามีทั้งความตื่นเต้นกระหายที่จะลองและมีความหวาดกลัวปนอยู่

สุดท้ายคือเกิ่งโหย่วไฉ เขามีสีหน้าตื่นตระหนก ขนทั่วร่างกายลุกชัน รู้สึกถึงไอเย็นยะเยือกแล่นวาบไปตามสันหลัง

“แปะ!”

หลินหยวนหาตู้ควบคุมไฟฟ้าเจอ หลังจากสับคัตเอาต์ขึ้น ไฟทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกันในทันที

“อ๊า!”

ในวินาทีที่ไฟสว่างขึ้น เกิ่งโหย่วไฉก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมา เขาโซซัดโซเซถอยหลังไปสองสามก้าว แล้วทรุดตัวลงนั่งกับพื้น

“เป็นอะไรไป?” หลินหยวนหันไปถาม

เกิ่งโหย่วไฉชี้ไปยังมุมหนึ่งของซูเปอร์มาร์เก็ต พูดอย่างตื่นตระหนก “คน...คน!”

หลินหยวนมองตามทิศทางที่เขาชี้ไป...ปรากฏว่าทางด้านขวา บนเพดานของซูเปอร์มาร์เก็ต มีคนถูกแขวนอยู่เรียงราย เหมือนกับเนื้อที่คนขายเนื้อแขวนไว้รอขายไม่มีผิด

เนื่องจากตอนที่เขาสับคัตเอาต์ขึ้น เขาหันหลังให้กับทิศทางนี้ จึงไม่ทันได้สังเกตเห็นในตอนแรก

“ช่วยด้วย!”

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”

หลังจากไฟเปิด คนที่ถูกแขวนอยู่ก็เห็นพวกหลินหยวนเช่นกัน ในตอนนี้ พวกเขาราวกับได้เห็นผู้ช่วยให้รอด ต่างพากันตะโกนร้องขอความช่วยเหลือเสียงดัง

อย่างไรเสียก็เป็นมนุษย์ด้วยกัน หลินหยวนไม่อาจทนดูโดยไม่ช่วยได้

“ปล่อยพวกเขาลงมา!” เขาหันไปสั่งเหวินอิ๋งอิ๋ง

เธอตวัดกระบี่เพลิงแดงในมือ ปราณกระบี่สีแดงฉานหลายสายพุ่งออกไปตัดเชือกที่แขวนคนเหล่านั้นจนขาด

“ตุ้บ...ตุ้บ...ตุ้บ”

คนเหล่านั้นร่วงลงมาจากเพดานราวกับเกี๊ยวที่ถูกโยนลงหม้อ โชคดีที่เพดานไม่สูงนัก ตกลงมาอย่างมากก็แค่เจ็บก้นชั่วครู่

หลังจากเป็นอิสระ ทุกคนก็ร้องไห้คร่ำครวญกันอย่างสับสนวุ่นวาย

“มัวยืนบื้ออะไรกันอยู่ตรงนี้? ถ้าไม่อยากตาย ก็รีบไสหัวไป!”

“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกแกจะอยู่ได้” หลินหยวนตะคอกเสียงดัง ทำให้ฝูงชนที่กำลังโกลาหลสงบลง

ที่นี่มีอสูรอยู่ และเป็นอสูรที่ฝีมือไม่ธรรมดา คนที่ถูกแขวนอยู่เหล่านี้คือเหยื่อที่มันบงการคนกระดาษไปจับมา เมื่อเขาปล่อยเหยื่อของมันไปแล้ว อีกไม่นานมันก็จะปรากฏตัวออกมา

ยังไม่รีบหนีไปอีก เดี๋ยวพอเขาเริ่มสู้กับอสูร แค่คลื่นพลังที่แผ่ออกมาก็สามารถฆ่าคนธรรมดาได้แล้ว

พอถูกหลินหยวนตะคอกใส่ พวกเขาจึงเพิ่งได้สติกลับคืนมา ทุกคนมีสีหน้าหวาดกลัว เริ่มวิ่งหนีกันอย่างไม่คิดชีวิต

หญิงสาวคนหนึ่งวิ่งผ่านข้างกายพวกเขาไปพลางพูดอย่างร้อนรน “พวกคุณก็รีบหนีไปเถอะ! มันฆ่าคนไปเยอะมาก ถลกหนังคนไปก็เยอะ! รีบหนีไป!”

พูดจบหญิงสาวคนนั้นก็วิ่งหนีออกไป

หลังจากทุกคนหนีไปหมดแล้ว หลินหยวนก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เป็นอสูรตนนั้นที่กำลังใกล้เข้ามา

“ถ้านายกลัว จะกลับไปรอพวกเราที่รถก่อนก็ได้!” หลินหยวนพูดกับเกิ่งโหย่วไฉ

แม้ว่าเกิ่งโหย่วไฉจะเป็นผู้ใช้รอยสักชะตา แต่เขาก็ไม่ใช่สายต่อสู้ ผู้ใช้รอยสักชะตาสายสนับสนุนที่มีรอยสักหลู่ปันเช่นเขา ไม่ว่าจะไปอยู่กับขุมกำลังใด ก็ล้วนเป็นของล้ำค่า

“ผม...ผมไม่กลัว!” เกิ่งโหย่วไฉกัดฟันกราม พูดอย่างแข็งใจ

อันที่จริง เขากลัวมาก แต่เมื่อเทียบกับการกลับไปที่รถคนเดียว เขายินดีที่จะอยู่ใกล้ๆ หลินหยวนกับเหวินอิ๋งอิ๋งมากกว่า ในสายตาของเขา ทั้งสองคือจอมโจรนอกกฎหมาย แม้จะไม่ใช่นิสัยที่ดี แต่เขาก็ยอมรับในพลังของพวกเขาอย่างยิ่ง การอยู่ใกล้ๆ ย่อมปลอดภัยกว่า

เมื่อเห็นว่าเกิ่งโหย่วไฉไม่กล้ากลับไปคนเดียว หลินหยวนจึงสั่งเหวินอิ๋งอิ๋ง “คุ้มครองเขาให้ดี!”

“เข้าใจแล้ว!” เธอพยักหน้ารับ

หลินหยวนยังหวังให้เกิ่งโหย่วไฉสร้างศูนย์พักพิงให้เขาอยู่เลย จะไม่ยอมให้เขามาตายในตอนนี้เด็ดขาด

หลังจากสั่งการเรียบร้อย กลิ่นอายที่หนาวเหน็บนั้นก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

“เหะ...เหะ...เหะ”

เป็นเสียงหัวเราะอันโอหังที่ไม่ใช่ทั้งชายและหญิงดังขึ้นอีกครั้ง

ครู่ต่อมา รอบตัวของพวกหลินหยวน ทั่วทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตก็เต็มไปด้วยคนกระดาษจนแน่นขนัด ท่ามกลางการห้อมล้อมของคนกระดาษนับไม่ถ้วน หลินหยวนเห็นคนผู้หนึ่งมีผมยาวสลวยสีดำขลับ แต่งกายเหมือนหญิงสาวสวยในเมือง

แม้ภายนอกจะดูเหมือนคน แต่หลินหยวนสามารถสัมผัสถึงปราณอสัตย์บนร่างกายของนางได้อย่างชัดเจน

อสูรหนังมนุษย์...

ชาติก่อนเขาเคยได้ยินเรื่องอสูรชนิดนี้ พวกมันไม่มีผิวหนังเป็นของตัวเอง ดังนั้น พวกมันจะถลกหนังคนเป็นประจำเพื่อใช้เป็นผิวหนังของตน เมื่อใช้ไปนานๆ หนังมนุษย์ก็จะเน่าเปื่อย พวกมันก็จะเปลี่ยนหนังผืนใหม่ ดังนั้น อสูรหนังมนุษย์มักจะกักขังมนุษย์ไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นคลังหนังสำรองของตนเอง

พลังของอสูรหนังมนุษย์ไม่ธรรมดา แม้แต่ตัวที่อ่อนแอที่สุด ก็ยังมีพลังถึงระดับแปด

แต่อสูรหนังมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าหลินหยวน เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่อสูรที่อ่อนแอที่สุด...มันคืออสูรระดับเจ็ด!

แม้อสูรหนังมนุษย์ตรงหน้าจะเป็นระดับเจ็ดเช่นเดียวกับราชาผีดิบ แต่พลังของมันอยู่เหนือกว่าราชาผีดิบมาก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่วิชาควบคุมคนกระดาษนี้ ก็เหนือกว่าไปไกลแล้ว ราชาผีดิบจัดอยู่ในระดับที่อ่อนแอที่สุดของอสูรระดับเจ็ด แต่อสูรหนังมนุษย์ตัวนี้อย่างน้อยก็อยู่ในระดับกลาง

จบบทที่ ตอนที่ 34 อสูรหนังมนุษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว