เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 470 - เซียนตี้ซากศพผู้ตื่นตะลึง

บทที่ 470 - เซียนตี้ซากศพผู้ตื่นตะลึง

บทที่ 470 - เซียนตี้ซากศพผู้ตื่นตะลึง


บทที่ 470 - เซียนตี้ซากศพผู้ตื่นตะลึง

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

สิ้นคำกล่าวนี้

ราชาสวรรค์หยวนสื่อก็กระทำการเบิกฟ้าผ่าปฐพี มหาวิถีอันลึกล้ำพิสดารปรากฏขึ้น ทุกท่วงท่าที่ขยับขับเคลื่อนล้วนเปี่ยมด้วยปราณโกลาหลที่พลุ่งพล่าน ราวกับมังกรฟ้าคำราม ประหนึ่งพหุจักรวาลเพิ่งเริ่มก่อกำเนิด ทุกสรรพสิ่งยังไม่ถูกกำหนด

แสงสว่างเจิดจรัสสาดส่อง ลูกแก้ววิเศษสำแดงฤทธานุภาพ ให้กำเนิดสวรรค์ชั้นฟ้า ควบแน่นเป็นหมื่นปราณ เหนือศีรษะปรากฏเมฆมงคลหยวนสื่ออู๋จี๋ที่ดูสลัวรางคล้ายความโกลาหล ทิ้งตัวลงมาเป็นแสงสีขาวไร้ประมาณ ความว่างเปล่าก่อเกิดเป็นดอกบัวทองนับล้านล้านดอก มั่นคงดุจขุนเขา

"เบิกฟ้า!"

พลังในมือของราชาสวรรค์หยวนสื่อควบแน่นเป็นแสงขวานอันกว้างใหญ่ไพศาล ในชั่วขณะที่แสงขวานนี้ปรากฏขึ้น หยินหยางกลับตาลปัตร ธาตุทั้งห้าพังทลาย กาลอวกาศระเบิดออกทีละนิ้ว

พลังแห่งการเบิกฟ้าผ่าปฐพีนั้น พุ่งเป้าตรงไปยังกึ่งเซียนตี้ทั้งสี่ ไม่อาจหลีกเลี่ยง ไม่อาจขัดขวาง ชะตากรรมถูกลิขิตไว้แล้วว่าจะต้องรับขวานนี้

แสงขวานส่องประกายเจิดจ้า ราวกับสายฟ้าแห่งการทำลายล้างที่ฉีกกระชากจักรวาลอันมืดมิด ครอบคลุมทั่วทั้งฟ้าดินกาลอวกาศไว้ภายในชั่วพริบตา

ตามมาด้วยการระเบิดของแสงแห่งการเบิกฟ้า ราวกับบิ๊กแบงของจักรวาล สายธารแห่งกาลเวลาปรากฏขึ้น เพราะประวัติศาสตร์ได้ดำเนินมาถึงจุดที่สำคัญที่สุดอีกครั้ง

อดีต ปัจจุบัน อนาคต สายตานับไม่ถ้วนต่างจับจ้องไปที่ขวานเล่มนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ขวานเบิกฟ้าปรากฏขึ้นในโลกมนุษย์

ดวงวิญญาณวีรชนในอดีตที่เคยต่อสู้ในทะเลแห่งภพ ตัวตนทั้งหลายในปัจจุบันที่กำลังต้านทานการรุกรานของความมืด และชนรุ่นหลังในอนาคตที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของกาลเวลา เป็นอมตะไม่ดับสูญ ต่างจ้องมองแสงขวานนั้นเขม็ง น้ำตานองหน้า

ฉับพลันทันใด

ทะเลแห่งภพส่งเสียงคำราม ตัวตนทั้งหลายพลันรู้สึกโล่งใจขึ้นมา

"ความมืด หายไปแล้ว..."

ความมืดที่ดำสนิทดุจน้ำหมึกในทะเลแห่งภพ บัดนี้กำลังถดถอยกลับไปด้านหลังอย่างบ้าคลั่ง เผยให้เห็นร่างต้นที่ควรจะเป็นความว่างเปล่า นี่จึงจะเป็นทะเลแห่งภพที่แท้จริง

แต่มันยังมีอีกชื่อหนึ่ง

แดนโกลาหล

ใช่แล้ว ในตอนที่ดึงโลกเจ้อเทียนเข้ามา กุยหยวนก็ได้ค้นพบแล้วว่า โลกไตรภาคเพอร์เฟกต์นี้มีความพิเศษอยู่บ้าง ถึงกับมีการตัดแบ่งส่วนหนึ่งของแดนโกลาหลออกมา เพื่อใช้เป็นฐานในการให้กำเนิดโลก

นั่นหมายความว่า

มียอดฝีมือระดับหุนหยวนเคยตกตายอยู่ที่นี่มาก่อน และกลายเป็นอาหารหล่อเลี้ยงโลกทั้งสามใบนี้

มิน่าล่ะในภายหลังถึงสามารถให้กำเนิดตัวตนอย่างฮวงเทียนตี้ เย่เทียนตี้ และกวนเทียนตี้ขึ้นมาได้ นับว่าเป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่จริงๆ แต่เมื่อนึกถึงผู้อยู่เบื้องหลัง

ว่าเป็นตัวตนระดับแปดดาวเจ็ดพิภพ ก็ดูจะเป็นเรื่องปกติ

แสงขวานนี้ยังสั่นสะเทือนไปถึงส่วนลึกที่สุดของแดนต้นกำเนิดความมืด

เซียนตี้ซากศพที่ซ่อนตัวอยู่ในตำหนักโบราณลืมตาขึ้น

สายตาสองข้างทะลุทะลวงฟ้าดิน ทำลายกาลอวกาศ มองผ่านอุปสรรคทั้งปวงจนเห็นเงาร่างที่ส่องสว่างไปทั่วทั้งจักรวาล เฉกเช่นเดียวกับเขาในอดีต

แต่สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ลอยอยู่ข้างกายคนผู้นั้น

"นั่นคือตัวข้าเอง ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าจะสมบูรณ์แล้ว!!!"

เซียนตี้ทมิฬที่เหลือเพียงร่างกายครึ่งซีก สีดำสนิทราวกับผลึกที่ควบแน่นจากความมืดที่ลึกที่สุด ระเบิดเปลวแสงสีดำไร้ประมาณออกมา

เซียนตี้ทมิฬแสยะยิ้มอย่างน่าเกลียด ทั่วร่างระเบิดเพลิงทมิฬ ร่างกายครึ่งซีกเผาไหม้จนหมดสิ้นในพริบตา กลายเป็นลำแสงสีดำที่เข้มข้นถึงขีดสุด

ราวกับเป็นจุดรวมของความมืดทั้งหมดในฟ้าดิน

เซียนตี้ซากศพกล่าวด้วยความน่าเกรงขามและเย็นชาว่า "ผู้มาเยือน ไม่เลวเลย! รอให้ข้ากลับคืนสู่เซียนตี้อีกครั้ง! วันหน้าจะพาเจ้าไปพิสูจน์มรรคา!"

เสียงนี้ยิ่งใหญ่ ก้องกังวานไปพร้อมกับฟ้าดิน สั่นสะเทือนผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาล ราวกับมีเซียนตี้จุติลงมา กดข่มโลกมนุษย์

เขาบรรลุธรรมมาเนิ่นนาน และยังเป็นสิ่งมีชีวิตตนแรกที่บรรลุธรรมในโลกใบนี้ ทุกตารางนิ้วในจักรวาลล้วนมีกลิ่นอายมรรคาของเขา

แม้ว่าเขาจะบกพร่องไปส่วนหนึ่ง

กุยหยวนแค่นเสียงเย็น "แสร้งทำเป็นผีสางเทวดา!"

เขายกมือขึ้น ทันใดนั้นความโกลาหลและหงเหมิงอันไร้ที่สิ้นสุดก็พวยพุ่ง อานุภาพแห่งการเบิกฟ้าผ่าปฐพี พาดผ่านเก้าสวรรค์สิบปฐพี สั่นไหวอดีตและอนาคต พลังอันไร้เทียมทานพุ่งกระแทกไปข้างหน้า ตรงไปยังเงาร่างที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูง

"เซียนตี้พิการครึ่งตัวก็กล้ามาหาเรื่องข้า?"

กุยหยวนส่ายหน้า

"บัดซบ! เจ้ารู้ไหมว่า..."

เพียงชั่วพริบตา แสงขวานของเขาก็ฟาดฟันลงมาอีกครั้ง สำหรับเขาแล้ว เซียนตี้พิการครึ่งตัวก็ไม่ได้ต่างอะไรกับกึ่งเซียนตี้สี่ตนนั้นเลย

ในเสี้ยววินาทีของล้านล้านล้านส่วน

ร่างแสงสว่างที่ลอยออกมาจากหีบไม้ผุพัง ได้เห็นร่างความมืดที่มีพลังส่วนใหญ่ของตน กลับไม่อาจต้านทานกระบวนท่าเดียวของคนผู้นี้ได้

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "เจ้าเป็นใครกันแน่! ทำไมเจ้าถึงเชี่ยวชาญในขอบเขตเซียนตี้ถึงเพียงนี้!"

เขาตกตะลึงไปแล้ว ราวกับว่าคนผู้นี้รู้แจ้งเห็นจริงในขอบเขตเซียนตี้อย่างทะลุปรุโปร่ง ในขณะที่ตอนเขาเพิ่งทะลวงขอบเขตเซียนตี้ใหม่ๆ ยังถูกลอบกัดเพราะระดับพลังยังไม่มั่นคง

แต่คนผู้นี้กลับทะลวงขอบเขตเซียนตี้เสร็จสิ้นในพริบตา โดยไม่ต้องอาศัยพลังใดๆ มาช่วยหนุนเสริม ราวกับมีพลังไร้ที่สิ้นสุดอยู่ในตัว และการสร้างโลกก่อนหน้านี้ก็เป็นเพียงการทำภารกิจบางอย่างให้สำเร็จเท่านั้น

"โลกทัศน์ของเจ้าคับแคบเกินไป"

กุยหยวนกล่าวเสียงเรียบ และในเวลานั้นเอง เงาร่างสองสายก็ติดตามมาถึง เซียนตี้ซากศพที่อยู่ด้านข้างถึงกับใจหายวาบ ทำไมถึงมีเซียนตี้เพิ่มมาอีกสองตน

แถมดูจากสีหน้าของเซียนตี้ทั้งสอง ราวกับคาดการณ์เรื่องทั้งหมดนี้ไว้แล้ว

"ยินดีกับต้าเซียนกุยหยวนที่บรรลุธรรม!"

"ยินดีกับท่านหัวหน้ากลุ่มที่ทำสำเร็จ"

"เรื่องเล็กน้อยน่า"

กุยหยวนตอบกลับเรียบๆ เซียนตี้ซากศพซึ่งเป็นพยานเพียงหนึ่งเดียวถึงกับเหม่อลอย การทะลวงขอบเขตเซียนตี้สำหรับคนผู้นี้ช่างดูง่ายดายราวกับกินข้าวื่มน้ำ

"จริงสิ"

ทันใดนั้น

แผ่นหินในตำหนักโบราณก็ลอยออกมา นั่นคือส่วนสุดท้ายของ 'คัมภีร์สัจธรรมดั้งเดิม' แต่มันก็เหมือนกับตอนที่ไร้ประโยชน์สำหรับฮวงเทียนตี้

มันก็ไร้ประโยชน์สำหรับกุยหยวนเช่นกัน

"ของพวกนี้ก็คืนให้เจ้าไปเถอะ..." ภายในกายของกุยหยวนปรากฏชิ้นส่วนกระดูกที่เขาเคยใช้ฝากฝังจิตวิญญาณลอยออกมา ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นของเซียนตี้ซากศพ

รวมถึงร่างความมืดที่ถูกกุยหยวนทำลายจิตสัมผัสไปแล้ว

"ฟ้าดินจงสงบนิ่ง!"

อิทธิฤทธิ์ที่ผสานกฎเกณฑ์แห่งการชำระโลก ได้กวาดล้างพลังความมืดในซากร่างนั้นจนหมดสิ้น เหลือเพียงร่างครึ่งซีก ดาบครรภ์มารต้าหลัวในมือสือฮ่าวที่อยู่ด้านข้างก็ลอยออกมาเช่นกัน

โลงทองแดงที่ซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของเซียนตี้ซากศพ ก็ลอยออกมาสมทบจนครบถ้วน

ชั่วพริบตาเดียว

พลังความมืดในกายของเขาก็ถูกชำระล้างจนสะอาดเอี่ยม

เซียนตี้ซากศพเห็นพลังความมืดที่ตนทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งชีวิตก็ยังไม่อาจกำจัดได้ กลับถูกคนผู้นี้ทำลายลงอย่างง่ายดาย

นี่มันตัวตนระดับไหนกันแน่

"เจ้า..."

แต่ความตกตะลึงที่มอบให้เซียนตี้ซากศพยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เซียนตี้ซากศพเห็นชิ้นส่วนที่เป็นของตนเองเหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุมของกุยหยวน

"อิทธิฤทธิ์พลิกผันสร้างสรรค์!"

กุยหยวนรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดไว้ในมือ

ฉับพลันทันใด

พลังแห่งกฎเกณฑ์การสร้างสรรค์นับล้านล้านสายพรั่งพรูออกมา ความมหัศจรรย์แห่งการสร้างสรรค์ อิทธิฤทธิ์ไร้ประมาณปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา

พลังแห่งอิทธิฤทธิ์พลิกผันสร้างสรรค์เหมาะสมที่สุดที่จะทำเรื่องเช่นนี้

เพียงชั่วพริบตา เขาก็หลอมรวมพลังทั้งหมดของเซียนตี้ซากศพเข้าด้วยกันด้วยวิธีการที่แม้แต่เจ้าตัวยังดูไม่เข้าใจ และยังเป็นการหลอมรวมที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ

"เข้าไปซะ"

กุยหยวนโยนมันกลับไปให้เซียนตี้ซากศพอย่างไม่ใส่ใจ มรรคาต้าหลัวในนั้นเขาถอดรหัสจนหมดสิ้นแล้ว สำหรับเขาจึงไร้ประโยชน์ แต่ถึงอย่างไรก็เป็นพลังรบระดับต้าหลัว

เก็บเอาไว้ใช้งานดีกว่า

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 470 - เซียนตี้ซากศพผู้ตื่นตะลึง

คัดลอกลิงก์แล้ว