- หน้าแรก
- เทพกล้ามเนื้อแห่งอุจิวะ
- บทที่ 307 ได้รับเทวรูปมารรีต
บทที่ 307 ได้รับเทวรูปมารรีต
บทที่ 307 ได้รับเทวรูปมารรีต
บทที่ 307 ได้รับเทวรูปมารรีต
ตามคำอธิบายของฮานาบิ
โอซึซึกิ โทเนริตาบอดและไม่มีดวงตา ดังนั้นเขาจึงได้มาชิงเนตรสีขาวของเธอไป
ด้วยร่างกายของตระกูลโอซึซึกิ พวกเขาสามารถปรับตัวเข้ากับพลังของเนตรสีขาวได้อย่างดีเยี่ยม
แน่นอนว่าเราไม่สามารถปล่อยให้ผู้ชายอันตรายคนนี้อยู่ลอยหน้าลอยตาต่อไปได้
หลังจากทราบเรื่องที่เกิดขึ้นจากมาริสะ ฟุงาคุก็เรียกคาคาชิมาทันที และสั่งให้อันบุจัดตั้งทีมพิเศษเพื่อติดตามและจับกุมโอซึซึกิ โทเนริ
“หนูก็อยากเข้าร่วมเหมือนกัน!”
มาริสะตะโกนว่าเธอจะควักดวงตาของฮานาบิออกมาจากเบ้าตาของโทเนริด้วยมือของเธอเอง และจะทุบตีเขาด้วยกำปั้นเหล็กของเธอ
เพื่อระบายความโกรธแทนฮานาบิ
"มาริสะ หลานอย่าใจร้อนสิ เรามารอกันจนกว่าการสืบสวนของอันบุจะคืบหน้าก่อน" ฟุงาคุรู้ว่าหลานสาวของเขามีนิสัยฉุนเฉียว เขาจึงไม่ได้ปฏิเสธคำขอของเธอตรงๆ แต่ทำให้เธอใจเย็นลงแทน
เรื่องนี้อาจไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
เขาควรรอข้อมูลมากกว่านี้จะดีกว่า
ณ เวลานี้ที่ไหนสักแห่งในโลกนินจา
ในห้องใต้ดินอันมืดมิด จอทีวียังคงกระพริบ ส่องแสงไปที่ใบหน้าของโคนันอย่างสว่างไสวในความมืดมิด
เธอดูข่าวที่ออกอากาศทางทีวีโคโนฮะจบด้วยสีหน้าว่างเปล่า
ข้างต้นกล่าวไว้ว่าอุซึมากิ นารูโตะ ผู้นำองกรณ์แสงอุษา ได้โจมตีโคโนฮะและพ่ายแพ้ต่อโฮคาเงะรุ่นที่หกผู้ยิ่งใหญ่ หลังจากที่เขาสำนึกผิด เขาได้ใช้คาถาสังสาระสวรรค์กำเนิดเพื่อชุบชีวิตคนตายทั้งหมด
เมื่อจบข่าว พิธีกรได้เตือนองค์กรแสงอุษาอย่างเข้มงวดว่า:
ผู้นำของคุณตระหนักถึงความผิดพลาดของตนเองแล้ว และได้ใช้ชีวิตเพื่อชดใช้บาปของตน สมาชิกที่เหลือก็ควรยอมแพ้โดยเร็วเช่นกัน อย่าดื้อรั้นอีกต่อไป!
"กรอด"
โคนันกัดฟันแน่นอย่างเย็นชา และทันทีที่ดวงตาของเธอสั่นไหว จอทีวีก็สัญญาณขาดหายและมีเกร็ดสีขาวดำปรากฏขึ้นมาแทน
การที่นารูโตะกลับใจหมายความว่ายังไง? เขาทำผิดพลาดอะไรหรือเปล่า?
อาชญากรตัวจริงควรจะเป็นพวกหมู่บ้านนินจาใหญ่อย่างโคโนฮะต่างหาก ซึ่งนำพาสงครามและความวุ่นวายมาสู่โลกนินจามาโดยตลอด แต่กลับปลอมตัวเป็นดอกบัวขาว
หน้าซื่อใจคดถึงขีดสุดและน่ารังเกียจ
"อุจิวะ อารุโตะ นายใช้วิธีไหนกันถึงหลอกให้นารูโตะใช้คาถาสังสาระสวรรค์กำเนิดได้? หรือว่านายใช้ภาพลวงตาเพื่อควบคุมนารูโตะ..."
โคนันพึมพำ ความเกลียดชังต่ออารุโตะในใจของเธอพุ่งถึงขีดสุด
ก่อนหน้านี้ก็คือ นางาโตะ และตอนนี้ก็คือ นารูโตะ ชายที่ชื่ออุจิวะ อารุโตะ ได้ฆ่าคนสำคัญที่สุดสองคนในชีวิตของโคนันด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความโกรธและความเกลียดชังในหัวใจของเธอจะพลุ่งพล่านเหมือนภูเขาไฟ แต่เมื่อโคนันสงบลง เธอก็ต้องยอมรับว่า:
หลังจากการตายของนารูโตะ ด้วยพลังที่เหลืออยู่ของเธอและองค์กรแสงอุษา พวกเขาไม่สามารถต่อกรกับอุจิวะ อารุโตะและหมู่บ้านโคโนฮะที่อยู่ข้างหลังเขาได้เลย
ท้ายที่สุด แม้แต่เนตรสังสาระของนารูโตะก็ยังตกอยู่ในมือของอารุโตะไปแล้ว
ทุกอย่างแย่ลงไปหมด
ต่อไปนี้ฝ่ายตรงข้ามคงจะฉวยโอกาสจากสถานการณ์เพื่อไล่ตามและกวาดล้างองค์กรแสงอุษาในคราวเดียว
เมื่อรู้ถึงเรื่องนี้ โคนันก็รีบออกจากห้องใต้ดิน เรียกนกกระดาษจำนวนมากออกมา และใช้พวกมันเพื่อสั่งการครั้งสุดท้ายแก่สมาชิกขององค์กรแสงอุษา:
จากนี้ไป ให้รีบถอดเสื้อคลุมเมฆสีดำแดงของพวกเขาออก แล้วแยกย้ายกันไปที่ที่พวกเขาควรอยู่
ในตอนนี้
สิ่งที่โคนันทำได้คือพยายามหลีกเลี่ยงการสูญเสียเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เธอไม่คิดก็คือ
หลังจากผ่านไปหนึ่งวัน
“พวกเธอมาที่นี่ทำไม?”
โคนันมองไปที่กาอาระและฟูที่อยู่ตรงหน้าเธอด้วยความตกใจ
“ครูโคนัน พวกเราไม่มีที่ไป” ฟูไหล่ตก รู้ว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์อันตราย แต่เธอยังคงยิ้มอย่างขี้เล่น
กาอาระยังคงเงียบเหมือนเช่นเคยและไม่พูดอะไร แต่เมื่อเขามาถึงที่นี่ เขาก็แสดงทัศนคติของเขาออกมาชัดเจนแล้ว
ในช่วงแปดปีที่ผ่านมา
โคนัน นารูโตะ กาอาระ และฟู อยู่ด้วยกันเกือบทั้งวันทั้งคืน และพวกเขาก็ได้พัฒนาความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดแต่พวกเขาก็เหมือนเป็นญาติกันจริงๆ
แล้วเมื่อเกิดวิกฤต ญาติพี่น้องจะทอดทิ้งกันได้อย่างไร?
"พวกเธอรีบหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้เถอะ ฉันรู้สึกได้ว่าอุจิวะ อารุโตะจะมาถึงหน้าบ้านฉันเร็วๆ นี้แล้ว!"
โคนันรู้สึกวิตกกังวลและเร่งเร้าพวกเขาทั้งสองอย่างเร่งรีบ
"แล้วครูโคนันล่ะ? ไปกับพวกเราเถอะ พวกเราจะได้หนีไปต่างแคว้นทางเรือ และหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในโลกนินจาได้..."
ฟูเสนอแนะและบอกโคนันว่าเธอได้เตรียมเรือและวางแผนเส้นทางออกทะเลแล้ว
โคนันส่ายหัวและถอนหายใจ:
"เปล่าประโยชน์ อุจิวะ อารุโตะมีเป้าหมายที่จะรวบรวมสัตว์หางทั้งหมด และกลายเป็นร่างสถิตสิบหาง เขาจะไม่ยอมปล่อยพวกเราไปง่ายๆ แน่ เว้นเสียแต่..."
หลังจากพูดจบ เธอผนึกอินต่อหน้าคนทั้งสอง แล้วก็ได้ยินเสียงดังกึกก้อง และพื้นดินก็สั่นสะเทือน
พื้นดินแตกออก และเทวรูปมารนอกรีตตัวใหญ่ก็ผุดขึ้นจากพื้นดิน
ที่ทำให้ฟูและกาอาระต้องประหลาดใจก็คือ ในเวลานี้เทวรูปมารนอกรีตถูกปกคลุมไปด้วยยันต์ระเบิดที่ทำโดยโคนัน
“ครูโคนัน คุณต้องการที่จะ...” ฟูเดาเจตนาของโคนันออกอย่างคลุมเครือ
แน่นอนว่า
"พวกเธอไปก่อนเถอะ ฉันวางแผนจะใช้เทวรูปมารนอกรีตล่ออารุโตะ แล้วระเบิดเทวรูปต่อหน้าเขา เทวรูปมารนอกรีตคือร่างของสิบหาง หากปราศจากมัน อารุโตะจะไม่สามารถกลายเป็นร่างสถิตสิบหางได้อีกต่อไป เมื่อถึงตอนนั้น การที่เขาจะตามล่าพวกเธอสองคนต่อไปก็ไร้ประโยชน์"
โคนันบอกแผนของเธอ
“แล้วครูจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง” ฟูถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล และแล้วเธอก็รู้ว่าเธอถามคำถามโง่ๆ ไป
แม้แต่นารูโตะก็หนีไม่พ้นจากเงื้อมมือของอารุโตะ แล้วคนอื่นๆ ล่ะ?
ครูโคนันพร้อมที่จะตายแล้ว
"ฟู กาอาระ ในฐานะครูของพวกเธอ นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะทำให้พวกเธอได้ ไปเถอะ"
โคนันพูดอย่างใจเย็น จิตใจของเธอมั่นคงแล้ว
แต่น่าเสียดาย
ตอนนี้มันช้าไผแล้ว ทั้งสองจึงไม่อาจออกเดินทางได้
แรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็นตกลงมาจากท้องฟ้าในทันที ทำให้โคนันและอีกสองคนตึงเครียดในทันที
วินาทีถัดมา
เกิดการสั่นไหวคล้ายระลอกคลื่นในอากาศ ชายที่พวกเขาสามคนไม่อยากเจอที่สุดก็ปรากฏตัวขึ้น นั่นก็คือ อุจิวะ อารุโตะ
“โอ้ พวกเธอมาอยู่กันครบเลยหรอเนี่ย ดูเหมือนฉันไม่ต้องตามไปหาทีละคนแล้ว โชคดีจริงๆ”
เขาลอยอยู่กลางอากาศ มองลงมาที่พวกโคนันทั้งสามคนบนพื้นและเทวรูปมารนอกรีตที่อยู่ข้างหลังพวกเขา แล้วกล่าวทักทาย
แต่
เมื่อเทียบกับอารุโตะที่ดูผ่อนคลาย ท่าทางของคนทั้งสามที่อยู่บนพื้นกลับเคร่งเครียดกว่ามาก
“ฉันไม่คิดเลยว่านายจะมาเร็วขนาดนี้”
โคนันดูเงียบขรึม แต่ภายในเธอรู้สึกประหลาดใจอย่างมากและรู้สึกเหลือเชื่อ
เธอเพิ่งปลดผนึกของเทวรูปมารนอกรีตออกมา และปล่อยให้มันปลดปล่อยออร่าออกมา อีกฝ่ายก็ไล่ตามเธอมาถึงได้แทบจะในทันที นี่มันไม่เร็วเกินไปงั้นหรอ?
ดูเหมือนเขาจะเดาออกว่าโคนันกำลังคิดอะไรอยู่ เขาจึงยิ้มและตอบข้อสงสัยของเธอ:
"ต้องขอบคุณนารูโตะที่บอกฉันเกี่ยวกับที่นี้"
"นายใช้คาถาลวงตาควบคุมนารูโตะจริงๆ สิน่ะ" สายตาของโคนันเย็นชา เธอรู้มานานแล้วว่าการที่รายการทีวีพูดถึงนารูโตะว่า "สำนึกผิดและกลับใจ" นั้นเป็นเรื่องที่ไร้สาระสิ้นดี
“ไม่ ไม่ เธอเข้าใจผิด”
แต่อารุโตะกับส่ายหัวและอธิบายว่า "ฉันไม่ได้ทำอย่างนั้น เป็นนารูโตะเองต่างหากที่ต้องการใช้คาถาสังสาระสวรรค์กำเนิด และเป็นเขาเองที่ริเริ่มบอกที่ซ่อนของเทวรูปมารนอกรีตให้ฉันรู้"
"แต่เขาก็มีเงื่อนไขอย่างหนึ่งคือ...ปล่อยเธอไป
"ฉันเป็นคนที่รักษาสัญญา ดังนั้นเธอวางใจได้เลยว่า เนื่องจากฉันสัญญากับนารูโตะไว้ ฉันจะไม่ฆ่าเธอ”
หลังจากได้ยินคำพูดของอารุโตะ โคนันก็ตกใจและแข็งค้างไปในทันที
หลายเป็นว่า
นารูโตะเป็น...คนโง่กลับใจจริงๆ
“ส่วนพวกเธอสองคน”
เมื่อโคนันยังอยู่ในอาการตกตะลึง อารุโตะก็มองไปที่กาอาระและฟูที่ยืนอยู่ข้างๆ และยกมือแตะคางอย่างครุ่นคิด "เอาล่ะ มอบสัตว์หางในร่างกายของพวกเธอให้กับฉัน แล้วฉันจะไว้ชีวิตพวกเธอ"
“เหอะ คิดว่าคำนี้มาใช้หลอกใครกัน” เมื่อเผชิญกับวิกฤติ
“อย่าแม้แต่จะคิดเรื่องนี้!”
กาอาระปฏิเสธอย่างแข็งกร้าว
ฟูจ้องมองอารุโตพด้วยความเกลียดชังและเยาะเย้ย:
"ถ้าสัตว์หางถูกดึงออกไป ร่างสถิตก็ต้องตายแน่ๆ คิดว่าพวกเราไม่รู้เรื่องนี้กันรึไง? อุจิวะ อารุโตะ ต่อให้ฉันต้องตายไปพร้อมเจ็ดหาง ฉันก็ไม่วันยกมันให้นายหรอก"
ต่อมา
จักระอันรุนแรงปะทุออกมาจากร่างกายของทั้งสองในเวลาเดียวกัน และพวกเขาวางแผนที่จะต่อสู้เพื่อชีวิตของพวกเขา
“ฉันขอพูดหน่อยน่ะ…”
อารุโตะยังคงมีสีหน้าผ่อนคลาย ก่อนจะหันไปถามพวกเขา "พวกนายไม่คิดจะทำอะไรให้นารูโตะหน่อยเหรอ? แค่ส่งสัตว์หางมาให้ฉัน แล้วฉันจะชุบชีวิตเขาขึ้นมาให้ ว่าไงล่ะ?"
คืนชีพให้นารูโตะ
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา กาอาระและฟูก็ตกตะลึงเช่นกัน
“อย่าไปเชื่อคำโกหกของเขา!”
ตอนนี้เอง โคนันก็รู้สึกตัวและรีบเตือนทั้งสองคนว่า "ถ้าอุจิวะ อารุโตะใช้คาถาสังสาระสวรรค์กำเนิดเพื่อชุบชีวิตนารูโตะ เขาจะต้องตาย เขาแค่หลอกพวกเธอก็เท่านั้น"
คาถาสังสาระสวรรค์กำเนิดได้รับการบอกกล่าวแก่ นางาโตะ โดยโอบิโตะเป็นคนแรก
เขาบอกว่าคาถานี้สามารถใช้เพื่อชุบชีวิตคนตายได้ และผู้ใช้จะไม่ตายเป็นผล แต่จะใช้จักระในปริมาณมาก ทำให้ร่างกายถูกดึงเกินขีดจำกัดในช่วงเวลาสั้นๆ
ในตอนแรกโคนันเชื่อ แต่ภายหลังก็เริ่มคิดได้
ไอ้โอบิโตะนั่นโกหก
จุดประสงค์ของเขาคือการใช้นางาโตะ เพื่อชุบชีวิต อุจิวะ มาดาระ นี่คือสาเหตุที่ มาดาระปลูกถ่ายเนตรสังสาระของเขาให้กับนางาโตะ
แล้วอุจิวะ อารุโตะจะยอมใช้ชีวิตของเขาเองเพื่อชุบชีวิตนารูโตะได้ยังไง?
"ใครบอกว่าฉันจะใช้คาถาสังสาระสวรรค์กำเนิด อุซึมากิ นารูโตะคู่ควรงั้นหรอ?"
อารุโตะหัวเราะเยาะเย้ยความโง่เขลาของโคนัน
อย่าพูดถึงนารูโตะเลย แม้ว่าภรรยาและลูกๆ ของเขาจะตายไป เขาก็ไม่มีทางที่จะเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อฟื้นคืนชีพครอบครัวของเขาได้
ไม่มีใครในโลกนี้ที่คู่ควรกับเขาที่จะทำสิ่งนี้
ท้ายที่สุดแล้ว เขาคือชายที่กำลังไขว้คว้าสู่การเป็นเทพเจ้าแห่งกล้ามเนื้อ
“แล้วนายจะใช้วิธีไหน?”
เมื่อเผชิญหน้ากับการเยาะเย้ยอย่างไร้ความปราณี โคนันกัดฟันและถามอารุโตะ
เขาลงสู่พื้นอย่างช้าๆ และพูดอย่างใจเย็นว่า:
"ต้องขอบคุณความฉลาดของเหล่านินจา พวกเขาได้คิดค้นคาถานินจาต่างๆ มากมายเพื่อชุบชีวิตคนตาย แต่อย่าเข้าใจฉันผิด ฉันไม่ได้พูดถึงคาถาชุบชีวิตปลอมๆ อย่าง คาถาสัมภเวสีคืนชีพ แต่เป็นการฟื้นคืนชีพที่ไร้ที่ติอย่างแท้จริง"
"คาถานี้คิดค้นโดยหมู่บ้านซึนะงาคุเระ ชื่อว่า ย้ายชีวิต ฉันได้รับมันมาจากคาเสะคาเงะชิโยะแล้ว"
"เอาล่ะ ขอเล่าเรื่องที่น่าสนใจให้ฟังหน่อยแล้วกัน ผู้ใช้คาถาย้ายชีวิตก็คือ ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น อดีตโฮคาเงะรุ่นที่สามน่ะ เป็นยังไงบ้าง น่าสนใจไหมล่ะ"
เมื่อได้ยินแบบนี้ โคนันก็รู้สึกทั้งเชื่อและไม่เชื่อในเวลาเดียวกัน
"ครูโคนัน ซึนะงาคุเระมีคาถาต้องห้ามชุบชีวิตอยู่จริงๆ" กาอาระเดินเข้ามาและพูดกระซิบข้างหูของโคนัน
ในที่สุดโคนันก็เชื่อเรื่องนี้
ให้ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น สละชีวิตตัวเองเพื่อชุบชีวิตนารูโตะ พฤติกรรมเล่นตลกกับชีวิตคนอื่นแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นพฤติกรรมของอุจิวะ อารุโตะ
ดังนั้นสิ่งที่เขาพูดอาจจะเป็นความจริง
ฟูกับกาอาระมองหน้ากันและเข้าใจความคิดของกันและกัน จากนั้นฟูก็ก้าวมาข้างหน้าและพูดกับกาอาระว่า
"ก็ได้ เราตกลงตามเงื่อนไขของคุณและหวังว่าคุณจะรักษาสัญญานะคะ ท่านโฮคาเงะรุ่นที่หก!"
ทั้งสองคนรู้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถมีชีวิตรอดได้อยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงควรแลกชีวิตของตนเพื่อการฟื้นคืนชีพของนารูโตะ เพื่อที่เขาและครูโคนันจะได้กลับมารวมกันอีกครั้ง
“ฟู กาอาระ ฉันจะไม่ยอมให้พวกเธอทำแบบนี้!”
โคนันกางแขนออกและยืนตรงหน้าพวกเขาทั้งสอง เธอจะมองพวกเขาไปตายอย่างสงบได้ยังไง
เมื่อเห็นแบบนี้ อารุโตะก็หาวเล็กน้อยด้วยความเบื่อหน่าย แล้วพูดว่า:
"ฉันขอพูดอีกทีเถอะ ช่วยหยุดแสดงละครดราม่าได้ไหม ใครบอกว่าร่างสถิตจะต้องตายแน่ๆ ถ้าสูญเสียสัตว์หางไป ฉันสัญญากับคาเสะคาเงะชิโยะไว้แล้วว่าฉันจะคืนกาอาระที่มีชีวิตให้ซึนะงาคุเระ และพี่สาวกับพี่ชายของเขาก็รอเขากลับไปอยู่"
เมื่อได้ยินคำพูดของอารุโตเ โคนันและทั้งสองคนก็ดูตกใจ
“แต่ว่าการใช้คาถาผนึกเก้าวิถีมังกรมายาเพื่อดึงสัตว์หางออกมา จะทำให้ร่างสถิตถูกฆ่า...” โคนันยังคงมีข้อสงสัย
“นั่นเป็นเพราะว่าทั้งนารูโตะและนางาโตะนั้นไม่ได้มีเนตรสังสาระเป็นของพวกเขาเองจริงๆ และพวกเขาก็ไม่สามารถใช้พลังที่แท้จริงของเนตรนี้ได้”
อารุโตะพูดอย่างไม่แยแส เนตรสังสารสะปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา และเขาพูดอย่างใจเย็นต่อว่า "ฉันได้ปรับปรุงคาถาผนึกเก้าวิถีมังกรมายาแล้ว และฉันสามารถแยกสัตว์หางออกจากร่างสถิตได้อย่างปลอดภัย แค่ต้องใช้ความพยายามเพิ่มอีกเล็กน้อย"
"ว่าไงล่ะ จะไปกับฉันได้หรือยัง? พวกเธอควรจะตัดสินใจกันได้แล้ว"
"จำไว้ว่าความอดทนของฉันมีจำกัด"
ในเวลานี้ อารุโตะเริ่มรำคาญเล็กน้อยแล้ว
ถ้าโคนันยังบ่นจูจี้ต่อไป อารุโตะจะไม่สุภาพอีก เขาจะเข้าไปต่อยหน้าเธอ แล้วพาเทวรูปมารนอกรีตและร่างสถิตทั้งสองจากไป
ท้ายที่สุดแล้ว เขาสัญญากับนารูโตะเพียงว่าจะไม่ฆ่าโคนันเท่านั้น แต่ไม่ได้รวมถึงการไม่อัดเธอด้วย
โคนันและอีกสามคนมองหน้ากันด้วยความสับสน
ในที่สุด
“ได้ เราจะไปกับคุณ”
ดวงตาของโคนันเป็นประกายและเธอก็ตอบตกลง
อย่างไรก็ตาม เธอ กาอาระ และฟู ก็ไม่ได้ลดความระมัดระวังลงเลย โดยเฉพาะโคนันที่พร้อมเสมอ เมื่อไหร่ที่เธอรู้ว่าสิ่งที่อารุโตะพูดเป็นเรื่องโกหก เธอจะจุดชนวนยันต์ระเบิดบนร่างของเทวรูปมารนอกรีต แล้วทำลายเทวรูปให้สิ้นซาก
อารุโตะเพียงแค่ยิ้มและไม่สนใจ และยังเตือนโคนันอย่างใจดีด้วยว่า:
"เทวรูปมารนอกรีตคือร่างของสิบหาง มันไม่สามารถถูกทำลายได้ด้วยยันต์รางระเบิดงอกง่อยของเธอหรอกน่ะ เธอต้องระวังตอนระเบิดมันให้ดี อย่าให้ระเบิดตัวเองเด็ดขาด ไม่งั้นฉันจะอธิบายให้นารูโตะฟังไม่ได้"
"เมื่อถึงเวลาเขาจะต้องกลับมาหาฉันอีกครั้งเพื่อชุบชีวิตเธอขึ้นมา ดังนั้นอย่าทำให้เรื่องมันยากขึ้นโดยใช้เหตุจะดีกว่า”
เมื่อเผชิญหน้ากับการเยาะเย้ยของอารุโตะ โคนันก็เงียบไป ไม่สามารถหาคำพูดใดมาโต้แย้งได้
ในที่สุดเธอก็ถอนหายใจอย่างท้อแท้ โบกมือ และยันต์รางระเบิดที่ติดอยู่กับเทวรูปมารนอกรีตก็บินออกมาและหายไปในพื้นดิน
ภายใต้การจ้องมองของทั้งสามคน
วูบ
อารุโตะกระโดดขึ้นไปบนยอดหัวเทวรูปมารนอกรีต จากนั้นจึงปลดปล่อยพลังเนตรออกมา ทำให้เกิดความผันผวนคล้ายกระแสน้ำวน และนำเทวรูปมารนอกรีตขนาดใหญ่เข้าไปในพื้นที่ต่างมิติที่ไม่รู้จักต่อหน้าคนทั้งสามคน
ได้รับเทวรูปมารนอกรีตแล้ว
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
อารุโตะพาโคนันและคนอื่นๆ กลับมาที่โคโนฮะ
หอคอยเออิจิ ห้องทำงานของโฮคาเงะ
“คาคาชิ พาพวกเขาลงไปพักผ่อนก่อน แล้วแจ้งให้ฉันทราบเมื่อซารุโทบิ ฮิรุเซ็นพร้อมแล้ว”
หลังจากสั่งงานคาคาชิแล้ว อารุโตะก็พร้อมที่จะกลับบ้านไปสร้างความบันเทิงให้กับลูกๆ ของเขา
อย่างไรก็ตาม ขณะที่เขากำลังจะไป—
“อารุโตะ รอเดี๋ยว มีเรื่องด่วนเกิดขึ้น” ฟุงาคุเดินเข้ามาในสำนักงานแล้วเล่าให้อารุโตะฟังเกี่ยวกับเรื่องที่โอซึซึกิ โทเนริมาชิงเนตรสีขาวของฮานาบิไป