เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 ต่อไปอย่าเดินใกล้ฟู่อวี้เกินไปนัก

บทที่ 33 ต่อไปอย่าเดินใกล้ฟู่อวี้เกินไปนัก

บทที่ 33 ต่อไปอย่าเดินใกล้ฟู่อวี้เกินไปนัก


บทที่ 33 ต่อไปอย่าเดินใกล้ฟู่อวี้เกินไปนัก

 

ซ่งฉู่อี๋ไม่ตำหนิเธอ แม้แต่ตัวเขาเองก็คิดว่าอาหารดูต๊อกต๋อย “สองสามวันนี้ผมงานยุ่งมาก ก็เลยไม่มีเวลาไปซื้อกับข้าว วันนี้ก็กินถูไถไปก่อนแล้วกันนะ แล้วพรุ่งนี้ผมค่อยไปซื้ออาหารอร่อยๆ ที่คุณชอบทานมาให้ดีมั้ย”

 

ฉางฉิงพลันนึกขึ้นมาได้ว่าเขาทำงานมาหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ เขากลับมาทำอาหารให้ แล้วเธอยังบ่น เธอนี่ใช้ไม่ได้จริงๆ แต่การที่เขาพูดปลอบเธอเบาๆ แบบนี้ เธอได้ยินแล้วก็รู้สึกสบายใจมาก มีความรู้สึกว่าเธอกำลังถูกตามใจอีกแล้ว “เอาล่ะค่ะ งั้นมื้อนี้ฉันกินถูไถไปก่อนก็แล้วกันค่ะ”

 

หลังจากมองเขาอย่างเย่อหยิ่งทีหนึ่งแล้ว เธอก็ลุกขึ้นไปตักข้าวใส่ชาม

 

อาจจะเป็นเพราะเธอหิวแล้ว หรือไม่ก็อาจจะเพราะฝีมือทำอาหารของเขาไม่เลว ฉางฉิงจึงรู้สึกว่าซุปสาหร่ายใส่ไข่รสชาติใช้ได้ทีเดียว

 

“ไม่ชอบกินแตงกวาเหรอ” ซ่งฉู่อี๋ไม่เห็นเธอคีบกินเลยสักชิ้น

 

“อืม” เธอก้มหน้าก้มตาซดน้ำซุป

 

“แล้วคุณชอบกินอะไรล่ะ”

 

ฉางฉิงครุ่นคิด แล้วตอบอย่างไม่เกรงใจว่า “ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง เนื้อผัดเสียบไม้ แพนเค้กข้าวโพด เนื้อปลาในน้ำพริกเผา...”

 

ซ่งฉู่อี๋พยักหน้าหงึกหงัก

 

ฉางฉิงประหลาดใจ “คุณทำเป็นหมดเลยเหรอ”

 

“ไม่เป็นสักอย่าง” เขาส่ายหัว

 

ฉางฉิง “...”

 

ทำไม่เป็นแล้วพยักหน้าทำไมเนี่ย

 

หลังจากทานข้าวไปได้ครึ่งชาม ฉางฉิงถามเสียงกังวลว่า “พรุ่งนี้คุณเป็นคนลงมือผ่าตัดให้กับคุณป้าเสิ่นใช่มั้ยคะ”

 

“อืม”

 

“แล้วคุณมั่นใจแค่ไหนคะ” ดวงตาใสแป๋วของฉางฉิงมองเขาอย่างเปี่ยมด้วยความหวัง

 

ซ่งฉู่อี๋กินข้าวไปหนึ่งคำ แล้วตอบว่า “ห้าสิบเปอร์เซนต์มั้ง”

 

“น้อยจังเลย...” ฉางฉิงหน้าม่อยคอตก “คุณช่วยพยายามอย่างสุดความสามารถเลยได้มั้ยคะ คุณป้าเสิ่นท่านเป็นคนดีจริงๆ”

 

ซ่งฉู่อี๋จ้องเธอเขม็ง “ฉางฉิง ผมรักษาคนไข้ทุกคนอย่างสุดความสามารถเสมอ ไม่ว่าเธอคนนั้นจะเป็นใครหรือจะป่วยเป็นอะไรก็ตาม”

 

พอพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นไปตักข้าว ฉางฉิงมองดูรูปร่างที่สูงชะลูดของเขา แล้วพลันรู้สึกว่าเขาดูเท่อยู่เหมือนกัน

 

พอกลับมานั่งที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง ซ่งฉู่อี๋ก็พูดเสียงเรียบว่า “เรื่องที่คุณเป็นห่วงเสิ่นลู่น่ะไม่เป็นไรหรอก แต่ต่อไปคุณอย่าเดินใกล้ฟู่อวี้เกินไปนัก แล้วก็ยิ่งไม่ควรออกไปทานข้าวกับเขาด้วย”

 

ฉางฉิงไม่พอใจพลางบุ้ยปาก “เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าจะไม่ก้าวก่ายชีวิตกันและกัน”

 

“ถ้าเป็นคนอื่น ผมไม่ก้าวก่ายหรอก แต่สำหรับฟู่อวี้ไม่ได้” ซ่งฉู่อี๋ตีหน้าขรึม “คราวนี้แล้วก็แล้วกันไป แต่ถ้าคราวหน้าผมเห็นคุณกับเขาอยู่ด้วยกันตามลำพังอีกล่ะก็ อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจก็แล้วกัน”

 

ฉางฉิงโมโห เธอเกลียดการถูกข่มขู่ที่สุด “คุณว่ามาคุณจะไม่เกรงใจยังไง”

 

“คุณอยากลองดูจริงๆ เหรอ” ซ่งฉู่อี๋หรี่ตา ความเย็นยะเยือกแผ่กระจาย

 

ฉางฉิงกลัวหัวหดอย่างไม่เอาไหน เธอเบ้ปาก ทำเสียงฮึดฮัดทางจมูก แล้วทานข้าวต่อ

 

ซ่งฉู่อี๋พออกพอใจมาก เขาล่ะชอบผู้หญิงประเภทเสือกระดาษ[1]แบบนี้

 

หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว เขาก็ขอตัวกลับห้องไปอาบน้ำนอนก่อน

 

ฉางฉิงนั่งขุ่นเคืองอยู่คนเดียวอยู่นานสองนาน ตอนกลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับด้วย

 

วันรุ่งขึ้นตอนที่เธอตื่นขึ้นมา ซ่งฉู่อี๋ก็ออกไปทำงานเรียบร้อยแล้ว ในห้องอาหารมีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังเทนมสดอยู่ เจ้าร็อบเบนวางสองขาหน้าอยู่บนโต๊ะและทำสีหน้าตะกละตะกลาม ฉางฉิงขยี้ตาเบาๆ “คุณคือ...”

 

“ฉันเป็นแม่บ้านพาร์ทไทม์ที่คุณซ่งจ้างมาเมื่อคืนค่ะ ฉันแซ่หวังค่ะ” หญิงวัยกลางคนยิ้มพลางพูด “อาหารเช้าเตรียมเสร็จแล้ว คุณผู้หญิงล้างหน้าบ้วนปากแล้วก็มาทานได้เลยค่ะ”

 

นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนเรียกเธอว่า ‘คุณผู้หญิง’ ฉางฉิงแอบรู้สึกแปลกๆ ไม่ค่อยพอใจนัก แต่พอเห็นอาหารเช้าสไตล์ตะวันตกวางอยู่เต็มโต๊ะ ฉางฉิงก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที “ฝีมือทำอาหารไม่เลวเลยนะคะ”

 

ป้าหวังยิ้ม “เมื่อคืนคุณซ่งโทรไปที่สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลให้เจ้านายเราช่วยหาแม่บ้านพาร์ทไทม์ให้ค่ะ คุณซ่งบอกว่าคุณสมบัติแรกคือต้องทำอาหารเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องทำพวกเนื้อผัดเสียบไม้ ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งอะไรพวกนี้เป็นค่ะ”

 

ฉางฉิงหัวใจเต้นตึกตัก

 

หรือว่าที่เมื่อวานเขาถามเธอเยอะแยะขนาดนั้นก็เพื่อหาแม่บ้านพาร์ทไทม์

 

เธอคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเขาจะดีกับเธอขนาดนี้

 

ป้าหวังยิ้มตาหยีพลางมองเธอ ฉางฉิงหน้าแดงเรื่อขึ้นมาทันที แล้วหันหลังเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำ เมื่อส่องดูกระจก ขอบตาเธอดูหมองคล้ำจากการที่เมื่อคืนนอนไม่หลับ แล้วจู่ๆ ฉางฉิงก็รู้สึกว่าตัวเองใจแคบจริงๆ

 

.............................................

 

 

[1] เสือกระดาษ หมายถึง คนประเภทแข็งนอกอ่อนใน

จบบทที่ บทที่ 33 ต่อไปอย่าเดินใกล้ฟู่อวี้เกินไปนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว