เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 เดอะเวิร์ลและสตาร์แพลตตินัม

บทที่ 5 เดอะเวิร์ลและสตาร์แพลตตินัม

บทที่ 5 เดอะเวิร์ลและสตาร์แพลตตินัม


บทที่ 5 เดอะเวิร์ลและสตาร์แพลตตินัม

“นายพูดแบบนั้นกับหัวหน้าทีมได้ยังไง ระวังท่าทีตัวเองให้ดีๆนะ!”

เมื่อเห็นว่าอารุโตะแสดงความเย่อหยิ่งออกมามากแค่ไหน ตำรวจคนหนึ่งก็ทนไม่ได้อีกต่อไป ชี้นิ้วไปที่อารุโตะแล้วตะโกนเสียงดังทันที

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เขาเพียงแค่มองไปยังชายคนนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า

อึก

ใบหน้าของชายผู้นั้นเปลี่ยนไปเป็นสีซีดอย่างกะทันหัน และเขารู้สึกหายใจไม่ออกอย่างรุนแรง ราวกับว่าดวงตาของอารุโตะที่มองเขาได้กลายเป็นมีดที่พยายามจะตัดคอของเขา

“อ๊าก!”

เขาอดกรีดร้องออกมาไม่ได้ ยกมือจับลำคอตัวเองและถอยห่างไปครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมกับเหงื่อเย็นที่ผุดออกมาเต็มหน้าผาก

เป็นภาพลวงตางั้นหรอ?

เมื่ออินาบิเห็นภาพนี้ เขาก็อดประหลาดใจไม่ได้

ไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็น...แรงกดดัน

อารุโตะไม่ได้แสดงเนตรวงแหวนให้เห็น ไม่ต้องพูดถึงการเปิดใช้งานภาพลวงตา แค่อาศัยเพียงแรงกดดันทางจิตวิญญาณของตนเอง เขาก็สามารถสยบผู้คนได้อย่างง่ายดาย

นี้มันถึงขั้นน่ากลัวเกินไปแล้ว

"ไปกันเถอะ!"

อินาบิขมวดคิ้วอย่างเย็นชา พิจารณาอย่างถี่ถ้วน แล้วสั่งให้สมาชิกในทีมนำร่างและข้อมูลของสายลับไป จากนั้นก็รีบหันหลังและจากไป

"กลับกันเถอะ"

เมื่อเห็นว่าเรื่องทั้งหมดจบลงแล้ว อารุโตะก็หันมาพูดกับซามุยแล้วเดินกลับบ้าน

“…ค่ะ” ซามุยหยิบถุงจ่ายตลาดขึ้นมาอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งตามไป

อยู่ไกลออกไป

บนหลังคาอาคาร นินจาอันบุสองคนที่สวมหน้ากากสัตว์เฝ้าดูเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยสายตาที่เย็นชา

พวกเขามาถึงที่เกิดเหตุเกือบจะในเวลาเดียวกันกับพวกคนจากสถานีตำรวจ

ในหมู่บ้านโคโนฮะ นอกเหนือจากกรมตำรวจที่รับผิดชอบโดยตระกูลอุจิวะแล้ว ยังมีอันบุซึ่งอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของโฮคาเงะโดยตรงซึ่งเป็นหน่วยที่ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยอีกด้วย

เนื่องจากการแบ่งอำนาจที่ไม่ชัดเจน

เจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยนี้จึงมักมีความขัดแย้งทางวาจาหรือแม้กระทั่งทางร่างกายในระหว่างกระบวนการบังคับใช้กฎหมายโดยเฉพาะ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของโคโนฮะปราบปรามตระกูลอุจิวะมากขึ้น ความขัดแย้งประเภทนี้ก็เริ่มรุนแรงขึ้นเช่นกัน

เหมือนกับในตอนนี้

เดิมทีอันบุทั้งสองวางแผนที่จะเข้าไปแทรกแซง แต่พวกเขาไม่คาดคิดว่าอารุโตะจะจัดการสายลับทั้งหมดได้ก่อนที่พวกเขาจะลงมือทำอะไรด้วยซํ้า

“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?”

“ดูเหมือนว่าจะเป็นสมาชิกของตระกูลอุจิวะ ควรแจ้งเรื่องนี้ให้ท่านโฮคาเงะทราบหลังจากตรวจสอบแล้ว”

หลังจากพูดคุยกันสั้นๆ ทั้งสองก็สะกดรอยตามอารุโตะไปอย่างเงียบๆ

สิบนาทีต่อมา

อารุโตะและซามุยกลับไปที่โรงยิมแล้วเปิดประตู

เขาหันกลับไปมองที่ตรอกว่างๆ เพียงเล็กน้อยก่อนจะหันหน้ากลับไปแล้วเดินเข้าบ้านพร้อมกับซามุย

ถูกค้นพบแล้วงั้นหรอ?

อันบุทั้งสองคนปรากฏตัวบนหลังคาและมองหน้ากัน

พวกเขามองชื่อยิมและจดเอาไว้ - โรงยิมร่างเหล็กกล้า

หลังจากนั้น หนึ่งในนั้นก็ยังคงเฝ้าสังเกตอยู่ที่เดิม ในขณะที่อีกคนหนึ่งเปิดใช้งานคาถาสลับร่างทันทีและหายตัวไป มุ่งหน้าไปยังอาคารโฮคาเงะ

ด้านในโรงยิม

“บอสค่ะ ขอบคุณมากที่ช่วยชีวิตฉันไว้วันนี้”

ทันทีที่ซามุยกลับมา เธอก็โค้งคำนับอารุโตะอย่างลึกซึ้ง โดยเผยให้เห็นร่องบนหน้าอกของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ

แต่เขาก็ตอบกลับอย่างเฉยเมย

“ฉันเห็นว่าเธอเปื้อนเลือดไปทั้งตัว ไปอาบน้ำก่อนเถอะ”

อารุโตะพูดจบก็เดินจากไปพร้อมกับถือถุงส่วนผสมขนาดใหญ่สองสามถุง จากนั้นหันหลังแล้วเข้าไปในครัว

ซามุยมองไปที่แผ่นหลังของอารุโตะอย่างสับสน กัดริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานก็มีเสียงน้ำไหลดังออกมา

ซ่า

อารุโตะยัดส่วนผสมอาหารไว้ในตู้เย็น ปิดประตู และเดินออกจากครัวไปที่ห้องพักผ่อน

การฝึกฝนต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างความสมํ่าเสมอและการพักผ่อนที่เพียงพอ

อารุโตะเป็นผู้สร้างยิมแห่งนี้ด้วยตัวเขาเอง นอกจากพื้นที่ฝึกความแข็งแรงและพื้นที่ฝึกแอโรบิกแล้ว ยังมีห้องพักผ่อนที่ตกแต่งอย่างเงียบสงบและหรูหราอีกด้วย

เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป เขาก็เห็นลวดลายหยินหยางไทชิขนาดใหญ่บนพื้น

จุดไม้จันทน์แบบสุ่มๆ ควันก็ลอยฟุ้งทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่น

อารุโตะเดินไปที่กลางห้อง นั่งขัดสมาธิบนฟูก หลับตาลงช้าๆ และเข้าสู่ภาวะสมาธิอย่างรวดเร็ว

แสตนด์ “เดอะเวิร์ล” ก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบๆ เบื้องหลังเขา ร่างสูงของแสตนด์เองก็ก้มตัวลงนั่งลงขัดสมาธิบนพื้นพร้อมทำสมาธิกับอารุโตะ

ในเวลานี้

เมื่อเขากำลังผ่อนคลายจิตใจและทำให้มันสงบนิ่ง เขามักจะคิดถึงคำถามนี้เสมอ:

เหตุใดแสตนด์ที่ตื่นขึ้นมาของเขาจึงเป็น "เดอะเวิร์ล" แทนที่จะเป็นสตาร์แพลตตินัมประเภทเดียวกับเดอะเวิร์ลแต่มีค่าสถานะที่แข็งแกร่งกว่า?

คุณต้องรู้ว่าสตาร์แพลตตินัมเป็นที่รู้จักในฐานะแสตนด์ที่แข็งแกร่งที่สุดและไม่มีใครเทียบได้ในประวัติศาสตร์ และยังเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเดอะเวิร์ลอีกด้วย

จะเป็นไปได้ไหมว่า...

เป็นเพราะว่าเขาไม่ได้มีอุปนิสัยแบบพระเอกแต่เหมือนดิโอมากกว่า เขาเกิดมาเพื่อเป็นตัวร้ายใช่ไหม?

แต่ไม่เป็นไร

โชคดีที่อย่างน้อยแสตนด์ของเขาไม่ใช่เฮอร์มิทเพอร์เพิ่ลซึ่งเป็นแสตนด์ของตาแก่นั้น สิ่งนั่นไร้ประโยชน์สุดๆถ้าอยู่กับเขา

จริงๆ แล้ว

หลังจากปลุกพลังของแสตนด์มาได้ครึ่งเดือน เขาก็คุ้นเคยกับวิธีใช้ "เดอะเวิร์ล" และเชี่ยวชาญในความสามารถหยุดเวลาได้ตั้งแต่แรกเริ่ม

เขาค่อยๆเริ่มตระหนักได้

เดอะเวิร์ลนี้อาจจะเหมาะกับเขามากกว่าสตาร์แพลตตินัมก็ได้

ตามสถานการณ์ แม้ว่าแสตนด์จะเป็นเหมือนการแสดงออกถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจของบุคคล แต่ร่างกายที่แข็งแกร่งก็ยังส่งผลดีต่อความสามารถของแสตนด์เช่นกัน

ในมังงะโจโจ้

ดิโอที่เหลือเพียงแค่หัว ได้บังคับครอบครองร่างของโจนาธานและทั้งสองก็รวมเป็นหนึ่ง ก่อให้เกิดแสตนด์ "เดอะเวิร์ล"

ในเวลาต่อมา เมื่อดิโอและคุโจ โจทาโร่เผชิญหน้ากันอย่างเด็ดขาด เขาได้ดูดซับเลือดของโจเซฟเพื่อทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้น และในขณะเดียวกัน ความสามารถในการหยุดเวลาของเดอะเวิร์ลก็ขยายเป็น 9 วินาที

สรุปว่านี่คือการเปิดเผยอีกครั้งหนึ่งที่พระเจ้าแห่งกล้ามเนื้อประทานให้เขา: ยิ่งร่างกายแข็งแกร่งขึ้น แสตนด์ก็จะแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน

ทฤษฎีนี้ยังนำมาซึ่งข้อคิดอื่นๆอีกด้วย

คุโจ โจทาโร่ แสตนด์สตาร์แพลตตินัมของเขา มีส่วนสูง 195 เซนติเมตร และหนักเพียง 82 กิโลกรัม เป็น "สุนัขแสนดี" ที่มีร่างกายที่ได้รับการสนับสนุนจากชุดนักเรียนราคาแพง

โจนาธาน (ดิโอ) แสตนด์เดอะเวิร์ลของเขา มีความสูง 195 เซนติเมตร และน้ำหนัก 97 กิโลกรัม ถือเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของตระกูลโจสตาร์

และเขาอุจิวะผู้มีปานดวงดาวนั้น

เขาสูง 195 ซม. เป็นร่างกายที่ดูเหมือนจะสืบทอดมาจากตระกูลโจสตาร์ แต่ต้องขอบคุณเซลล์มนุษย์ 130 ล้านล้านเซลล์ในโลกของนารูโตะ บวกกับการฝึกฝนอย่างหนักมาตลอด 20 ปี...

น้ำหนักที่หักลบกับสิ่งที่อยู่บนร่างกายของเขาแล้วนั้นสูงถึง 150 กิโลกรัมเลยทีเดียว

เพราะเหตุผลนี้ "เดอะเวิร์ล" แสตนด์ของเขาที่ตื่นขึ้นมาจึงมีร่างกายที่สูงใหญ่กว่าเดอะเวิร์ลของดิโอซึ่งสูงกว่าสามเมตร

จริงๆ แล้ว

ค่าพลังของแสตนด์ไม่สำคัญกับอารุโตะเลย

เพราะ

ไม่ว่าจะเป็นเดอะเวิร์ลหรือสตาร์แพลตตินัม พลังของพวกมันก็ไม่อาจเหนือกว่าเขาได้

สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาจริงๆ ก็คือความสามารถของแสตนด์ทั้งสองตัวนี้: พวกมันทั้งคู่สามารถหยุดเวลาได้

ความแตกต่างก็คือ

สตาร์แพลตตินัมสามารถหยุดเวลาได้เพียง 5 วินาทีเท่านั้น แต่ขีดจำกัดของเดอะเวิร์ลอยู่ที่ 9 วินาที

เกือบสองเท่า

เพียงแค่เรื่องนี้

เดอะเวิร์ลก็เพียงพอที่จะแซงหน้าสตาร์แพลตตินัมได้ และสามารถเรียกได้ว่าเป็นแสตนด์ที่แข็งแกร่งที่สุดจริงๆ

พูดไปแล้ว

หลังจากปลุกแสตนด์ขึ้นมาได้

เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน จิตใจของอารุโตะก็เปลี่ยนไปอย่างไม่รู้ตัวเช่นกัน

ผู้ทะลุมิติหลายคนมักจะมีแผนการที่โอ้อวดไม่มากก็น้อย อย่างเช่นแกล้งทำเป็นหมูกินเสือรอเป็นผู้แข็งแกร่งที่จะครอบงำโลก บางคนก็พูดอย่างทำอย่างหรือแม้แต่โอ้อวดไปตามใจอยากในทันทีที่ได้พลัง

เช่น ได้เป็นโฮคาเงะเมื่ออายุ 6 ขวบ ปกครองโลกนินจาเมื่ออายุ 8 ขวบ ปราบตระกูลโอซึซึกิเมื่ออายุ 10 ขวบ และปล่อยให้เจ้าหญิงคางูยะออกจากผนึกก่อนจะส่งเธอไปปรโลก ทำตัวเป็นวีรบุรุษกู้โลก

แต่เขาไม่เหมือนกัน

เขาไม่เคยคิดที่จะเป็นผู้ช่วยให้รอด

การช่วยโลกหรืออะไรก็ตาม มีคนอย่างอุซึมากิ นารูโตะ ที่จะทำมันอยู่แล้ว เขาเป็นคนนอกที่ไม่ได้ถือว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของโลกนารูโตะ ดังนั้นทำไมต้องกังวลกับมัน

ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาคือการฝึกฝนร่างกาย การก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ครั้งแล้วครั้งเล่า และเพลิดเพลินไปกับความสุขนั้น

นั่นเป็นเหตุผลที่อารุโตะมักจะคอยหลีกเลี่ยงเรื่องของโลกภายนอกและฝึกฝนอย่างเงียบๆ เป็นเวลา 24 ปี

ถ้า

ในโลกนี้ หากมีใครสักคนที่เขาใส่ใจจริงๆ มีเพียงพี่สาวที่เติบโตมากับเขาเท่านั้น—อุจิวะ มิโคโตะ

เขายังรู้ด้วยว่าสองปีหลังจากที่อิทาจิเข้าร่วมกับอันบุ ก็จะเป็นคืนการฆ่าล้างตระกูลอุจิวะ

อิทาจิและโอบิโตะ สองผู้บ้าคลั่ง ได้ร่วมมือกับผู้บริหารระดับสูงของโคโนฮะ สังหารตระกูลอุจิวะทั้งหมด

ก่อนหน้านี้

เขาไม่มีความคิดจะลงในบ่อโคลนอันแสนวุ่นวายนี้

ถึงแม้ว่าเขาจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งและทักษะต่อสู้ที่ไม่เลว แต่การเผชิญหน้ากับโอบิโตะและอิทาจิรวมไปถึงเหล่าชนชั้นสูงของโคโนฮะที่กำลังเฝ้าดูจากความมืดก็ยังเป็นเรื่องยากเกินไป

ร่างกายของเขาไม่ได้ถูกฝึกฝนมาอย่างสมบูรณ์แบบจนไม่สามารถบาดเจ็บได้เหมือนในนิยายกำลังภายในหลายเรื่อง

ดังนั้น

ตามแผนเดิม เขากำลังมองหาโอกาสพาพี่สาวมิโคโตะไปด้วยกันในอนาคตอันใกล้นี้ โดยที่พี่น้องทั้งสองจะต้องเดินทางไปไกลและออกจากแคว้นไฟ

โดยไม่คาดคิดในตอนนั้นเอง “เดอะเวิร์ล” แสตนด์ของเขาได้ตื่นขึ้น

พลังใหม่นี้ทำให้อารุโตะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งหมายถึงเขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขมากขึ้นในโลกที่เต็มไปด้วยวิกฤตนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

แม้จะต้องเผชิญหน้ากับ "คามุย" ของโอบิโตะที่แทบจะโกงจนไม่สามารถหาจุดอ่อนได้ง่ายๆ แต่ "ซาวารูโด้" ของเขาก็สามารถทำให้เขาต่อสู้กับอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน

ครั้งนี้

เมื่อพิจารณาว่าเขาได้เปิดเผยจุดแข็งบางส่วนของเขาต่อหน้าสาธารณะ มันคงจะต้องดึงดูดความสนใจของบางคนแน่

ในเมื่อเป็นแบบนั้นแล้ว

เขาก็ควรเคลื่อนไหวไปตามสถานการณ์ที่เป็นอยู่อย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม อารุโตะก็ตระหนักได้ว่าการที่เขาเอาแต่ฝึกฝนอยู่เบื้องหลังประตูที่ปิดสนิทและก้าวหน้าอย่างช้าๆมาตลอด ในที่สุดมันก็มาถึงจุดอิ่มตัวจนได้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เขามาถึงจุดคอขวดแล้ว

บางทีในเวลานี้การต่อสู้อันเข้มข้นอาจจะเหมาะสมกว่าที่จะใช้มันกระตุ้นร่างกายของเขาให้พัฒนาต่อไป

ผู้คนพูดกันว่ายิ่งใช้เครื่องมือมากเท่าไหร่ เครื่องมือนั้นจะยิ่งมีประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น และยิ่งใช้น้อยมากเท่าไร เครื่องมือก็จะยิ่งมีประโยชน์น้อยลงเท่านั้น

เรื่องเดียวกันนี้ก็เป็นจริงกับร่างกายมนุษย์เช่นกัน

หลังจากที่เขาได้จัดเรียงความคิดของตนเองแล้ว

เมื่อตัดสินใจจะจบการนั่งสมาธิแล้ว เขาก็ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องทำสมาธิทันที

เวลานี้เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว

พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน แสงตะวันที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานของโรงยิม ทำให้พื้นเต็มไปด้วยแสงสีเหลืองทอง

ปึง

ประตูห้องน้ำถูกผลักเปิดออก และซามุยก็เดินออกมาหลังจากอาบน้ำ

เธอสวมเสื้อกล้ามตัวโคร่งและกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ผมสีบลอนด์เปียกของเธอกระจายอยู่รอบไหล่ และยังมีหยดน้ำอยู่สองสามหยดบนกระดูกไหปลาร้าของเธอ

“เธอไม่เป็นไรใช่ไหม ถ้าเธอกลัว ฉันจะให้เธอหยุดงานสองสามวัน” อารุโตะพูดขึ้นโดยไม่เกรงใจพนักงานของเขา

ซามุยได้ยินคำพูดดังกล่าวก็ตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า “ไม่ค่ะบอส ฉันสบายดี”

"ดีแล้ว"

อารุโตะพยักหน้า มองดูท้องฟ้านอกหน้าต่าง แล้วสั่งว่า "มันเย็นแล้ว เราควรปิดโรงยิมและไปพักผ่อนกันเร็วหน่อยในวันนี้"

“ค่ะบอส คุณอยากกินอะไรเย็นนี้ ฉันจะทำทันที” ซามุยพูดขณะที่เธอเดินเข้าไปในครัวก่อนที่จะมีเวลาเช็ดผมให้แห้งด้วยซ้ำ

อารุโตะหยุดเธอไว้:

“ไม่จำเป็น คืนนี้เราออกไปทานข้าวข้างนอกกัน หรือไม่ก็ไปกินเนื้อย่างร้านเมื่อคราวที่แล้ว ฉันเลี้ยงเอง”

“จริงเหรอค่ะ? ขอบคุณมากค่ะ บอส”

ซามุยก็อดไม่ได้ที่จะมองอย่างมีความสุขและยิ้มออกมา

ด้วยนิสัยเย็นชาตามปกติ เธอจึงไม่ค่อยยิ้มต่อหน้าคนอื่น และยิ่งยิ้มจากใจจริงก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก แต่ในตอนนี้ รอยยิ้มของเธอจริงใจมาก

เนื่องจากราคาของเนื้อย่างนั้นแพงมากแต่ก็อร่อยจริงๆ

ดังนั้น

โดยอาศัยโอกาสที่ซามุยทำผมของเธอให้แห้ง อารุโตะจึงเข้าไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วทั้งสองก็ออกไปข้างนอกอีกครั้ง

-

ตามที่คาดไว้การต่อสู้ของเขาในวันนี้ได้ดึงดูดความสนใจจากผู้คนมากมาย

อาคารโฮคาเงะ

ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นซึ่งมีอายุ 62 ปีในตอนนี้ กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา โดยถือไปป์สูบบุหรี่ไว้ในมือข้างหนึ่ง และพลิกดูเอกสารที่เพิ่งนำเข้ามาด้วยอีกมือข้างหนึ่ง

ข้อมูลในมือของเขานั้นเป็นข้อมูลเกี่ยวกับอุจิวะ อารุโตะ

เมื่อมองดูมัน ฮิรุเซ็นก็ขมวดคิ้ว และแม้แต่การเคลื่อนไหวในการสูบไปป์ก็ช้าลง

"เด็กที่ต่อยครูเมื่อตอนนั้นโตเร็วมากจนไม่รู้ตัวเลย"

เขาพ่นควันออกมาช้า ๆ มองดูรูปร่างที่แข็งแรงและสูงใหญ่ในรูปถ่าย แล้วถอนหายใจ

สำหรับอารุโตะ รุ่นที่สามมีความประทับใจที่ลึกซึ้งไม่น้อย

เพราะว่า

เด็กชายวัย 6 ขวบที่เพิ่งเข้าเรียนสามารถต่อยครูจูนินจนนอนลงกับพื้นด้วยพละกำลังอันดุร้ายเพียงอย่างเดียวได้นั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป เรื่องราวแบบนี้เพียงพอที่จะทำให้เขาซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนนินจาในตอนนั้นตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ความคิดแรกของรุ่นที่ 3 ในตอนนั้นคือออกคำสั่งไล่อารุโตะออกจากโรงเรียนนินจาด้วยตนเองเพื่อระงับความวุ่นวายที่อาจจะตามมาในภายหลัง

ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ไม่เคยได้ยินเรื่องของอารุโตะอีกเลย

เขาคิดว่าเด็กคนนี้จะหายไปจากทุกคนแล้ว แต่เด็กน้อยคนนั้นกับใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมานานเกือบสองทศวรรษ และตอนนี้เขาแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเขาอีกครั้ง สร้างความฮือฮาเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นมาอีกรอบ

น่าเสียดาย

รุ่นที่ 3 วางเอกสารที่อ่านจบแล้วลงบนโต๊ะพร้อมถอนหายใจด้วยความเสียดาย

หากเขาไม่รีบร้อนไล่อีกฝ่ายออกจากโรงเรียนในตอนนั้น แต่ได้สอนเขาด้วยจิตวิญญาณแห่งไฟอย่างระมัดระวัง เพื่อที่เขาจะได้แก้ไขความชั่วร้ายและกลับคืนสู่ความถูกต้อง

หากเป็นแบบนั้น

อารุโตะจะสามารถกลายเป็นนินจาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และมีส่วนสนับสนุนหมู่บ้านมากขึ้น บางทีเขาอาจจะเปล่งประกายเหมือนอุจิวะ ชิซุยในสนามรบของสงครามโลกนินจาครั้งที่ 3 ก็ได้

แต่ในตอนนี้

ตระกูลอุจิวะ มีคนก่อปัญหาเพิ่มได้อีกคนแล้ว

ในสายตาของซารุโทบิ ฮิรุเซ็น

อุจิวะ อารุโตะคงรู้สึกไม่พอใจเขาในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนในตอนนั้น เพราะเขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนนินจา

ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายยังคงเป็นอุจิวะ ความเคียดแค้นนี้จะไม่หายไปตามกาลเวลา แต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแทน

นี่คือธรรมชาติของตระกูลอุจิวะ

คิดถึงตรงนี้

รุ่นที่สามก็เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะ แล้วถามว่า "ชิซุย เธอรู้จักอารุโตะมากแค่ไหน"

ชายหนุ่มถือคุไนและมีใบหน้าที่เด็ก แม้ว่าจมูกกลมอันเป็นเอกลักษณ์จะส่งผลต่อรูปลักษณ์ของเขา แต่ก็ทำให้เขาดูอ่อนโยน ซื่อสัตย์ และน่าเชื่อถือ

อุจิวะ ชิซุย

เป็นลูกหลานที่โดเด่นของอุจิวะที่มีฉายาว่า “ชิซุยชั่วพริบตา” เขาคืออุจิวะที่แข็งแกร่งที่สุดในปัจจุบัน และยังเป็นบุคคลหายากในตระกูลอุจิวะที่เชื่อมั่นในเจตจำนงแห่งไฟอย่างมั่นคง

เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของรุ่นที่สาม ชิซุยก็ส่ายหัว พยายามนึกย้อนแล้วพูดว่า:

“ผมไม่รู้จักคุณอารุโตะมากนัก ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ผมเคยเห็นเขาเพียงไม่กี่ครั้งจากระยะไกล ต่อมาผมได้ยินว่าเขาย้ายออกจากบ้านใหญ่ของตระกูลอุจิวะ อาศัยอยู่คนเดียว และใช้ชีวิตอย่างสันโดษ...”

เป็นอย่างนั้นเหรอ?

รุ่นที่สามพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อแสดงความเข้าใจ เขาเชื่อว่าชิซุยจะไม่ปกปิดอะไรจากเขา

“เมื่อชั่วโมงที่แล้ว อารุโตะเพิ่งฆ่าสายลับจากหมู่บ้านอาเมะไปห้าคนด้วยตัวคนเดียว ความเร็วในการโจมตีของเขาเร็วมาก และเขาสามารถล้มศัตรูได้หลายคนในทันที ความสำเร็จของเขาในด้านทักษะการต่อสู้เห็นทีคงจะไม่ด้อยไปกว่าเธอเลย”

ในขณะที่กำลังพูดคุย รุ่นที่สามก็ยื่นเอกสารข้อมูลของอารุโตะให้กับชิซุย

"ท่านโฮคาเงะประเมินผมสูงไปแล้วครับ ผมไม่คิดว่าตัวเองจะเก่งไปกว่าใครหรอกครับ"

ชิซุยเป็นคนถ่อมตัวมาก และไม่แสดงความปรารถนาที่จะแข่งขันเพียงเพราะคำพูดของรุ่นสาม

รุ่นที่ 3 เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็โบกมือและพูดกับชิซุยว่า “เอาล่ะ เธอลงไปก่อนเถอะ”

เมื่อชิซุยลงไปไม่นาน

“รวมโรงยิมของอุจิวะ อารุโตะเข้าไว้ในขอบเขตการเฝ้าระวังหลักด้วย” รุ่นที่ 3 กล่าว

“รับทราบครับ” อันบุปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ตอบรับเพียงคำเดียว จากนั้นก็ถอยตัวกลับเข้าไปในเงามืด

ในเวลาเดียวกัน

อาคารกรมตำรวจ ห้องทำงานของหัวหน้ากรมตำรวจ

หลังจากฟังรายงานของอินาบิ ฟุงาคุก็มีสีหน้าประหลาดใจ

จบบทที่ บทที่ 5 เดอะเวิร์ลและสตาร์แพลตตินัม

คัดลอกลิงก์แล้ว