เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 ฉางฉิงกลัวการอยู่คนเดียวตอนกลางคืน

บทที่ 27 ฉางฉิงกลัวการอยู่คนเดียวตอนกลางคืน

บทที่ 27 ฉางฉิงกลัวการอยู่คนเดียวตอนกลางคืน


บทที่ 27 ฉางฉิงกลัวการอยู่คนเดียวตอนกลางคืน

 

“งั้นอยากให้ฉัน...ไปจับตัวกว่านอิงมา แล้วให้นายใช้มีดผ่าตัดกรีดหน้าของหล่อนมั้ย” ลี่เซ่าปินหัวเราะอย่างชั่วร้าย

 

“โรคจิต” ซ่งฉู่อี๋พูดว่าเขา

 

“นายต่างหากโรคจิต ฉันเรียนมาจากนายนั่นแหละ” ลี่เซ่าปินกอดอกและทำเสียงฮึดฮัด “พูดตามตรงนะ เรื่องที่กว่านอิงสวมเขาให้นายนั่นน่ะช่างมันเถอะ ฉันได้ยินมาว่าฟู่อวี้พาแม่เขาไปรักษาที่โรงพยาบาลของนายด้วย นายคงไม่รักษาให้แม่เขาด้วยหรอกใช่มั้ย”

 

“รู้ข่าวไวจังเลยนะ” ซ่งฉู่อี๋ขยี้ปลายผม แล้วพูดเสียงเรียบเฉย “ฉันไม่ใช่แพทย์เจ้าของไข้ อีกอย่างถึงจะเป็นฉัน ฉันก็ไม่มีทางทำอะไรที่ขัดต่อจรรยาบรรณแพทย์หรอก”

 

“คร่ำครึ” ลี่เซ่าปินกลอกตา

 

“ไว้เลี้ยงข้าวนายคราวหน้าแล้วกัน” ซ่งฉู่อี๋โบกไม้โบกมือแล้วเดินจากไป

 

_ _ _ _ _ _ _ _

 

เวลาสามทุ่ม หลังจากที่ทานข้าวกับจั่วเชียนและเถ้าแก่สามสี่คนเสร็จแล้ว ฉางฉิงก็กลับมาที่สวนสาธารณะกวานหู

 

ฉางฉิงกดรหัสผ่านเปิดประตู ในห้องเปิดไฟสว่าง แล้วเงาร่างที่คุ้นเคยของเจ้าร็อบเบนก็เข้ามาถูไถในอ้อมแขนเธอ

 

“เจ้าตัวยุ่ง ทำเอาฉันเป็นห่วงแทบตายแน่ะ” ฉางฉิงจับหูสองข้างที่ลู่ลงของมันขึ้นมาอย่างงอนๆ แล้วมองไปรอบๆ ห้องด้วยความหวาดผวา ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่...

 

เธอเดินสำรวจดูทั้งสามห้อง ซ่งฉู่อี๋ไม่อยู่

 

การที่ต้องอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคยเพียงคนเดียวตอนกลางคืน ทำให้ฉางฉิงรู้สึกหวาดกลัวนิดหน่อย เธอเป็นคนขี้ขลาดมาก เมื่อก่อนที่คฤหาสน์เวลาที่เยี่ยนเหล่ยไปทำงานต่างที่ อย่างน้อยก็มีป้าจางอยู่ด้วย

 

จู่ๆ ฉางฉิงก็คิดถึงบ้านขึ้นมา

 

เธอรู้สึกตาแห้งเล็กน้อย ไม่รู้ว่าซ่งฉู่อี๋จะกลับมาเมื่อไร ไอ้จะโทรศัพท์หาเขา เธอก็ไม่กล้าโทร

 

หลังจากอาบน้ำเสร็จออกมา เธอก็ดูโทรศัพท์มือถือ ปรากฏว่าเมื่อกี้ซ่งฉู่อี๋โทรมาหา เธอรีบโทรกลับหาเขาทันที “เมื่อกี้ฉันอาบน้ำอยู่...”

 

“อืม ตอนกลางคืนอย่าลืมล็อกประตูด้วยนะ คืนนี้ผมต้องเข้าเวร ไม่ได้กลับไปนอนที่บ้าน” ซ่งฉู่อี๋ยืนพิงที่ระเบียงทางเดินในโรงพยาบาล เขานึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เยี่ยนเหล่ยโทรมาบอกว่าเมื่อก่อนเวลาที่ฉางฉิงลูกสาวเขาคนนี้อยู่บ้านคนเดียว เธอกลัวจนนอนไม่หลับเลย

 

“ทำไมคุณไม่บอกให้เร็วกว่านี้ล่ะ” ฉางฉิงรู้สึกไม่ดีพลางบ่นพึมพำ “รู้อย่างนี้ฉันน่าจะกลับไปนอนที่บ้าน...”

 

ซ่งฉู่อี๋พูดเสียงฉุนเฉียว “ถ้าไม่ใช่เพราะคุณทำเจ้าร็อบเบนหายจนผมต้องแลกเวรกลางวันกับคนอื่นเพื่อไปตามหามันล่ะก็ คืนนี้ผมจะต้องมาเข้าเวรแบบนี้มั้ยล่ะ”

 

ฉางฉิงรู้สึกร้อนตัวขึ้นมาทันที อีกทั้งเกิดความละอายใจเล็กน้อย

 

“ถ้าตอนกลางคืนคุณกลัว ก็ให้เจ้าร็อบเบนไปอยู่ในห้องคุณด้วยก็แล้วกัน” ซ่งฉู่อี๋บอกเสียงเรียบ

 

“ฉันไม่กลัวหรอกค่ะ คุณไม่อยู่น่ะแหละยิ่งดี” ฉางฉิงทำเสียงฮึดฮัดเบาๆ น้ำเสียงฟังดูน่ารักน่าหยิก

 

ซ่งฉู่อี๋รู้สึกแปลกใจนิดๆ อย่างน่าประหลาด

 

ช่างเถอะ พวกเขาสองคนไม่ได้สนิทคุ้นเคยกัน บางทีการที่คืนนี้เขาไม่อยู่บ้าน เธออาจสบายใจกว่าก็ได้

 

หลังจากวางสาย หลิวเจิน พยาบาลที่เข้าเวรตอนกลางคืนเดินมาหาเขา “คุณหมอซ่งคะ หัวหน้ากัวต้องการพบคุณหมอค่ะ”

 

ซ่งฉู่อี๋รีบไปที่ห้องทำงานของหัวหน้าทันที เมื่อไปถึง คุณหมอเหยียนก็อยู่ที่นั่นด้วย

 

“ฉู่อี๋ ตอนบ่ายคุณไม่อยู่ ผมกับผู้อำนวยการและคุณหมอเหยียนได้ปรึกษากันเรื่องอาการป่วยของคนไข้ห้อง VIP2 แล้ว เราตัดสินใจจะให้คุณและคุณหมอเหยียนดูแลรับผิดชอบร่วมกัน” หัวหน้ากัวพูดเสียงเคร่งขรึม “ประการแรก ญาติของคนไข้คนนี้คือฟู่อวี้ ประธานบริษัทซ่างเหว่ย ประการที่สอง ระดับความยากของการผ่าตัดเคสนี้สูงมาก ซึ่งฝีมือการผ่าตัดของคุณดีที่สุดในโรงพยาบาล ได้คุณมาลงมือผ่าตัด ผมค่อยเบาใจขึ้นหน่อย”

 

ซ่งฉู่อี๋ขมวดคิ้ว เขาเคยเจอฟู่อวี้มาก่อน เขาไม่อยากรับเคสผ่าตัดนี้เลยจริงๆ

 

“มันไม่มีทางเลือกแล้วน่ะ ยังไงฟู่อวี้ก็ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป” หัวหน้ากัวพูด “แน่นอน ผมรู้ดีว่าโรงพยาบาลนี้เป็นของตระกูลซ่งของคุณ แต่ในฐานะหมอ ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้เป็นอันดับแรก”

 

“ครับ ผมเข้าใจแล้ว” ซ่งฉู่อี๋ตอบตกลงด้วยความจำใจ

 

_ _ _ _ _ _ _ _

 

วันต่อมา เวลาเจ็ดโมงเช้า ซ่งฉู่อี๋ลากสังขารอันอ่อนล้ากลับมาที่เพนท์เฮาส์ ไฟในห้องนั่งเล่นเปิดสว่างอยู่ ส่วนประตูห้องนอนของฉางฉิงก็เปิดอ้าทิ้งไว้

 

เขาเดินเข้าไปดู ในห้องมีกลิ่นหอมของผู้หญิงพัดโชยมา เจ้าร็อบเบนที่ยืนอยู่ข้างเตียงส่ายหางดุ๊กดิ๊กให้เขา จากนั้นมันก็คาบมุมหนึ่งของผ้าห่มลากลงมาบนพื้น แล้วทันใดนั้นร่างเล็กบอบบางที่อยู่บนเตียงก็ปรากฏออกมาให้เห็น หญิงสาวนอนตะแคง สวมแค่ชุดนอนสายเดี่ยวสีขาวตัวเดียว คอเสื้อเว้าลึกจนเห็นเนินอก ส่วนชายกระโปรงของชุดนอนก็เลิกขึ้นมาหมด เผยให้เห็นสีดำข้างใน...

 

.........................................

 

 

 

จบบทที่ บทที่ 27 ฉางฉิงกลัวการอยู่คนเดียวตอนกลางคืน

คัดลอกลิงก์แล้ว