เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 026 – ถ้างั้นก็ต้องสู้!

ตอนที่ 026 – ถ้างั้นก็ต้องสู้!

ตอนที่ 026 – ถ้างั้นก็ต้องสู้!


ตอนที่ 026 – ถ้างั้นก็ต้องสู้!

 

ท่าเท้าท่องไพรของถังเทียนพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่าเท้าท่องไพรวิชาระดับสองบรรจุไปด้วยการย่างก้าวค่อนข้างมาก และมันเป็นเพียงพื้นฐานในการใช้ปราณ ความยากลำบากในการฝึกจึงสูงไม่มากเมื่อเทียบกับฝ่ามือลอยล่อง

ถังเทียนฝึกท่าเท้าท่องไพรอย่างขยัน ซึ่งการย่างก้าวเป็นจุดอ่อนของเขา ภายในการต่อสู้ การย่างก้าวเป็นสิ่งสำคัญอย่างชัดเจน

เขามิได้ใช้เวลามากไปกับฝ่ามือลอยล่อง เขาเพียงฝึกมันเพื่อที่จะสามารถฝึกฝ่ามือไร้เงาวิชาระดับสาม

ถังเทียนใช้ความเพียรทั้งหมดของเขาไปกับหมัดจุลวินาศ เนื่องด้วยคำบอกกล่าวเกี่ยวกับมหาวินาศของสือโถว ทำให้เขาประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

หมัดนั่น ช่างทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง!

มันรุนแรงอย่างยิ่งจนทำให้ถังเทียนจำต้องระลึกถึง เขาอดมิได้เลยที่หัวใจเขาจะสั่นสะท้าน

เป็นคราแรกที่ถังเทียนพบเห็นวิชาการต่อสู้ ที่ก่อเกิดความปรารถนาอย่างแรงกล้า มันช่างแข็งแกร่งและทรงพลังรุนแรงอย่างแท้จริง! ถ้าหากเขาได้เรียนรู้ หมัดมหาวินาศ มันคงจะดีอย่างยิ่งที่มันจะเป็นสาเหตุทำให้ผู้คนต่างตกตะลึง!

ในทุกคราช่วงเวลาแห่งความเพียรที่ผ่านมา แม้ว่าเขาจะมิได้เกียจคร้าน ส่วนมากเขาก็กัดฟันอย่างเด็ดเดี่ยว แต่ในเวลานี้ ภายในร่างกายของเขาปรากฏเพลิงลุกโชติไปด้วยความเร่าร้อน

เขาฝึกด้วยทุกวิถีทางของเขา ใช้เวลาทั้งหมดในช่วงเวลาแห่งความเพียรฝึกหมัดจุลวินาศ

ระดับความยากลำบากสูงเป็นอย่างยิ่งสำหรับการฝึก หมัดจุลวินาศ และเมื่อเทียบกับหมัดอัสนีบาต จำนวนความสำเร็จของหมัดที่เพื่อจะเชี่ยวชาญมันสูงมาก หมัดจุลวินาศ 400,000 หมัด มันเป็นความต้องการถึงสองเท่าของหมัดอัสนีบาต และเพื่อให้ได้รับ หมัดมหาวินาศ มันมีความต้องการความสำเร็จหมัดจุลวินาศอย่างมากมายถึง 1,000,000 หมัด

ถ้าหากมิได้พบเห็นพลังของหมัดมหาวินาสด้วยตาของเขาเอง ถังเทียนคงจะเมินมันอย่างแท้จริง 1,000,000 หมัด มันจะใช้เวลานานเท่าใดกัน?

แต่ในตอนนี้ ถังเทียนมีเพียงความศรัทธาอันแรงกล้า

มิใช่แค่เพียง 1,000,000 หมัดเองรึ? 1,000,000 หมัดของจุลวินาศเพื่อแลกกับกระบวนท่าสังหารที่น่ากลัว มันได้กำไรอย่างยิ่งยวด!

เขามองเห็นยันต์สีทองบนประตูกางเขน เช่นเดียวกับกำแพงหมอกที่สลายหายไปโดยหมัดอัสนีบาตสังหาร แต่ตอนนี้ในหัวของถังเทียนมีเพียง หมัดมหาวินาศ!

กำแพงหมอกสลายไปเป็นเบาบาง แสดงให้เห็นอีกชั้นของกำแพง

ถ้างั้นกำแพงหมอกก็สามารถที่จะทำลายได้สินะ

ถังเทียนประหลาดใจเพียงชั่วครู่ ก่อนที่จมตัวเองอยู่กับการฝึกหมัดจุลวินาศอย่างโหดร้ายรุนแรง สถานที่นี้อาจจะมีความลึกลับมากมาย แต่ในขณะนี้ มิมีสิ่งใดน่าสนใจไปกว่าการที่จะได้รับหมัดมหาวินาศ

หลังจากฝึกมา 20 วัน รวมกับช่วงเวลาแห่งความเพียรด้วย ถังเทียนสำเร็จหมัดจุลวินาศไปแล้ว 80,000 หมัด

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

หานปิงหนิงมายังบึงหยกทะเลไผ่ดั่งเช่นปกติ งานชุมนุมยุทธ์ใกล้เข้ามาแล้ว นางจำต้องใช้เวลาเพื่อฝึกวิชาตัวเบา นางเชี่ยวชาญในวิชากระบี่ นางชำนาญวิชากระบี่วารีธาตุอันสง่างาม [พิรุณโปรยปราย] และยังเป็นที่รู้จักกันดีในนามผู้เชี่ยวชาญอันดับสูงของสถาบันนางแอ่นเหนือ

ซือหม่าเซียงซานแห่งผลึกฟ้า หานปิงหนิงแห่งนางแอ่นเหนือ และเหลียงเซียวแห่งอสูรอำมหิต ต่างเป็นสามอันดับแรกระหว่างร้อยอันดับของสถาบันในเมืองเมฆาดารา ยามเมื่อเฉียนฮุ่ยจากไป พวกเขาต่างอยู่ในอันดับนั้นและมิมีผู้ใดสามารถจะแทนที่

ในระหว่างทั้งสาม นางแอ่นเหนืออาจจะถือได้ว่าเป็นสถาบันที่พิเศษเนื่องจากเป็นสถาบันสตรีล้วน ศิษย์ทุกคนในสถาบันต่างเป็นสตรี

หานปิงหนิงเป็นที่รู้จักในเรื่องงามของนาง เด็กหนุ่มจำนวนนับไม่ถ้วนต่างโอ้อวดว่ารู้จักกับนางแต่พวกเขาก็ถูกปฏิเสธหมดโดยนาง การกระทำของนางคล้ายคลึงเฉียนฮุ่ยเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้คนต่างเรียกนางว่า ‘เฉียนฮุ่ยน้อย’ หานปิงหนิงยังได้กล่าวไว้ว่าเฉียนฮุ่ยเป็นบุคคลที่นางเลื่อมใส

หานปิงหนิงเดินทางด้วยมือเปล่า นางเหินเข้าสู่ทะเลไผ่อย่างรวดเร็ว ร่างของนางแลดูงดงามและเปรื่องปราด

นางมองลงต่ำอย่างเฉยชา ผู้คนที่ต่างอาศัยอยู่ที่นี้เป็นพิเศษกำลังจับตัวต่อ นางมิชอบที่จะพบปะกับผู้คนและนางมักจะหลีกเลี่ยงการสบตา

ทันใดนั้น สายตานางก็แข็งค้าง

ในพื้นที่ว่างด้านข้างของบึงหยกทะเลไผ่ บุรุษผู้หนึ่งกำลังฝึกบ่มเพาะวิชาตัวเบา หานปิงหนิงสามารถที่จะจดจำวิชาตัวเบาที่บุรุษผู้นั้นบ่มเพาะได้ในทันทีมันเป็นวิชาตัวเบาระดับสอง ท่าเท้าท่องไพร การย่างก้าวของเขาดูติดๆขัดๆ ในสายตานาง ท่วงท่าช่างดูงุ่มงามนัก

นางยังคงไม่จากไป นางจดจำบุรุษผู้นี้ได้

ถังเทียน!

ทั่วทั้งเมืองเมฆาดารา มีเพียงผู้เดียวที่สามารถทำให้เฉียนฮุ่ยยิ้มได้คือบุรุษผู้นี้ ยามเมื่อเฉียนฮุ่ยยังอยู่ในเมืองเมฆาดารา หานปิงหนิงพึ่งเข้าศึกษาในสถาบัน ยามนั้นนางเลื่อมใสเฉียนฮุ่ยเป็นอย่างยิ่ง

เฉียนฮุ่ยสมบูรณ์แบบภายในหัวใจนาง นางมิได้สังเหตุเลยว่าการกระทำและบุคลิกของนาง ได้เรียนรู้และถอดแบบมาจากเฉียนฮุ่ยโดยไม่รู้ตัว

มีเพียงสิ่งเดียวที่หานปิงหนิงมิอาจเข้าใจได้มาจนถึงทุกวันนี้ และนั่นคือถังเทียน

หานปิงหนิงมิสามารถเข้าใจได้ว่าทำไมคนที่สมบูรณ์ดั่งเช่นเฉียนฮุ่ยถึงมองเห็นบางอย่างในบุรุษไร้ค่าผู้นี้!

แม้กระทั่งวิชาระดับสองง่ายๆอย่าง [ท่าเท้าท่องไพร] บุรุษผู้นี้ยังคงมีปัญหา สิ่งใดกันที่เขาสามารถทำให้เฉียนฮุ่ยโปรดปรานในตัวเขา?

หานปิงหนิงยืนอยู่บนต้นไผ่ จมอยู่ในความคิดของนาง

ทันใดนั้น กิ่งที่อยู่ใต้เท้านางก็สั่นไหวพลางปลุกหานปิงหนิงกลับมาสู่ความเป็นจริง สีหน้าเต็มไปด้วยความตระหนก กิ่งไผ่ยังคงสั่นอย่างต่อเนื่อง เสียงดังก้องสามารถได้ยินมาแต่ไกล

หานปิงหนิงผู้มากไปด้วยประสบการณ์รู้ได้ทันทีว่าจะต้องมีอสูรมหึมาอยู่ใกล้ๆบริเวณนี้

แต่นางก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อย มันยากนักที่อสูรมหึมายังปรากฏในบึงหยกทะเลไผ่แห่งนี้ เนื่องด้วยทั่วทั้งสถานที่นี้เป็นบึง สายตาหานปิงหนิงสงบนิ่ง ท่ามกลางทะเลไผ่อันหนาแน่น นางค้นหาอย่างช้าๆ

อย่างไม่คาดคิด ม่านตาของนางก็หดเล็ก

เงาร่างที่สับสนเหินไปมาระหว่างต้นไผ่ เป็นเด็กหญิงตัวน้อยวัยเพียงเจ็ดถึงแปดปี ผมของนางถูกหวีถักไว้และด้วยใบหน้าแดงแต้มไปด้วยคราบน้ำตาสองสาย สีหน้าของนางซีดเผือดขณะที่เม้มริมฝีปากเล็กของนางแน่น นางวิ่งด้วยกำลังทั้งหมดของนาง

หานปิงหนิงจดจำเด็กหญิงตัวน้อยได้ นางควรที่จะอยู่ในตระกูลผู้ซึ่งคอยจับตัวต่อ ในช่วงเวลาที่นางมายังทะเลไผ่เพื่อฝึกวิชาตัวเบานี้ หานปิงหนิงได้พบเจอนางสองสามครา

มันจักต้องมีอสูรตามหลังนางมา!

หานปิงหนิงหดเอวของนางพลางเตรียมตัวที่จะหนี แต่ในขณะนั้น อสูรมหิมาสีดำก็พุ่งออกมาจากป่าไผ่ในทันที

ตึง ตึง ตึง!

ต้นไผ่ที่หานปิงหนิงยืนอยู่ต่างสั่นอย่างบ้าคลั่ง นางสูญเสียการควบคุมแต่ก็กลับมามั่นคงอีกคราได้อย่างรวดเร็ว

แรดเกราะเหล็กหมึกดำ!

การแสดงออกของหานปิงหนิงเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ทำไมอสูรระดับสูงถึงปรากฏตัวที่บึงหยกทะเลไผ่แห่งนี้ได้กัน

หานปิงหนิงมีปราณแท้จริงขั้นสี่ระดับกลางและยังอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด แต่มันก็ยังยากที่จะชนะ จะมีอันใดแย่ไปกว่านี้อีกเมื่อวันนี้นางมิได้พกกระบี่ออกมาด้วย

ให้ตายสิ!

แรดเกราะเหล็กหมึกดำขนาดใหญ่คล้ายดั่งภูเขาลูกย่อมๆ ร่างของมันปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีเขียวซึ่งยากที่จะสร้างบาดแผลด้วยกระบี่ มันเป็นสัตว์อสูรที่โหดร้าย แรดเกราะเหล็กหมึกดำมีขนาดมหึมา แต่มันก็มิได้ดูเงอะงะเลย เสียงที่ยามมันวิ่งช่างน่าตื่นตระหนก มันมิได้สนใจต้นไผ่พลางวิ่งตรงเหยียบย่ำไผ่ทั้งหมด

น้ำตาของเด็กหญิงตัวน้อยก็ไหลลงมาอย่างรวดเร็ว แต่นางก็ยังคงมีสติดี นางมิได้ร้องไห้พลางวิ่งราวกับชีวิตขึ้นอยู่กับการวิ่ง

อย่างไรก็ตามระยะห่างของทั้งสองก็เข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ

หานปิงหนิงกัดฟันของนางพลางเร่งรีบลงไป

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

ถังเทียนกำลังฝึกท่าเท้าท่องไพรและหมัดจุลวินาศภายในช่วงเวลาแห่งความเพียร และพึ่งฝึกวิชาตัวเบาเสร็จสิ้น การใช้ชีวิตแบบนี้ มันช่างมีค่าอย่างยิ่ง

ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนใต้เท้าของเขา

เอ๊ะ?

ถังเทียนสงสัยพลางหยุดชะงัก และทันใดนั้น เขาก็พบเงาร่างเล็กพุ่งออกมาจากทะเลไผ่

มันเป็นเพียงเด็กหญิงตัวน้อยที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตกใจ และนางก็มองเห็นถังเทียนยามเมื่อนางพุ่งออกมา

“พี่ชาย รีบหนีเร็วเข้า!”

เสียงนิ่มนวลกระวนกระวายของนางก็ดังเข้ามาในหูของถังเทียน

ในเวลาเดียวกัน เงาดำมหึมาก็ดังครึกโครมพุ่งออกมาจากทะเลไผ่ ต้นไผ่เมื่อปะทะเข้ากับไหล่ของเงาดำต่างหักขาดคล้ายกระดาษภายในชั่วพริบตาและมันก็หักกระจายเป็นชิ้นไปทุกทิศทาง

สัตว์อสูรตัวนี้ถังเทียนมิเคยพบเห็นมาก่อนเลย มันช่างดุร้ายนัก!

ไม่ดีแล้ว!

ม่านตาของถังเทียนหดเล็กลง เด็กหญิงตัวน้อยพยายามที่จะล่อสัตว์อสูรไปยังทิศทางอื่น แต่ด้วยเหตุนั่นเอง ก็ทำให้นางล่าช้าไปชั่วขณะและสัตว์อสูรก็เข้าใกล้นาง

ช่างเป็นเด็กหญิงที่กล้าหาญนัก...

แรดเกราะเหล็กหมึกดำก็กระทืบเท้าหลังของมันทันทีพุ่งตรงไปยังเด็กหญิงตัวน้อย

ในขณะเดียวกันถังเทียนก็กระโจนออกไปโดยปราศจากความลังเล

เขาคล้ายดั่งเสือชีตาห์ที่ระเบิดพลังอันแข็งแกร่งเข้าจู่โจม วาดผ่านเป็นการเคลื่อนไหวที่งดงาม ขณะที่ระยะห่างของพวกเขาใกล้เข้ามาและด้วยการตอบสนองของถังเทียนรวดเร็วอย่างยิ่ง เขาก็เข้าใกล้แรดเกราะเหล็กหมึกดำเพียงชั่วพริบตา

ทันใดนั้นเงาร่างของถังเทียนก็สลายหายไป

ลำแสงสีเงินของรังสีหมัดเส้นหนึ่งคล้ายดั่งอัสนีบาตก็ฉีกกระชากท้องฟ้า

[อัสนีบาตสังหาร]!

อัสนีบาตสีเงินพุ่งโจมตีไปยังร่างของแรดเกาะเหล็กหมึกดำ

ทันใดนั้นร่างใหญ่ของแรดเกราะเหล็กหมึกดำก็เซล้มไปด้านข้าง

ถังเทียนผู้ซึ่งอยู่กลางอากาศก็ได้โอกาสแหวกว่ายไปคว้าเด็กหญิงพลางจากไป

ช่างอันตรายยิ่งนัก!

แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ถังเทียนหอบหายใจอย่างหนัก ใช้พลังที่หมดเกลี้ยงคลานขึ้นมา หันหัวมองไปยังเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมกอดของเขา นางหลับตาแน่นใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“นี่ นี่ นี่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง!”

ถังเทียนเขย่าเด็กหญิงตัวน้อยภายในอ้อมแขน ขณะนั้นเด็กหญิงตัวน้อยผู้ซึ่งเม้มปากของนางอย่างแน่น ก็อดกลั้นมิได้อีกต่อไปพลางร้องไห้เสียงดัง

ถังเทียนก็ทำอะไรไม่ถูก “นี่ นี่ นี่ หยุดร้องนะ หยุดร้อง เจ้าบาดเจ็บที่ใดหรือไม่?”

ตึงตึง!

ทันใดนั้นพื้นดินก็สั่นสะเทือนและดังมาจากด้านหลังพวกเขา

ถังเทียนตกใจและเด็กหญิงตัวน้อยก็หยุดร้องไห้

ถังเทียนหันหน้าไปเพื่อมองดูแรดเกราะเหล็กหมึกดำใช้ความพยายามที่จะคลานขึ้นมาอีกครา ถังเทียนหายใจเข้าอย่างหนาวเหน็บและผมเผ้าเขาก็ตั้งชันในทันที

[อัสนีบาตสังหาร]!

นั่นคือกระบวนท่าสังหารหมัดอัสนีบาต [อัสนีบาตสังหาร]!

[อัสนีบาตสังหาร] สามารถแม้กระทั่งทำลายกำแพงหมอกเบื้องหลังประตูนั่นได้ แต่สัตว์อสูรตัวนี้ลิ้มรสไปหนึ่งครา แต่มันกลับมิได้เป็นอันใดเลย?

ถังเทียนวางเด็กหญิงตัวน้อยเบื้องหลังเขา ด้วยความยุ่งยากใจพลางพึมพำ “หนีเร็วเข้า!”

“พี่ชาย หนีไปด้วยกันเถอะ!” เด็กหญิงตัวน้อยดึงเสื้อของถังเทียน

พี่ชายก็ต้องการหนีเช่นกัน...

ภายในใจถังเทียนรู้สึกขมขื่น เขานึกถึงวิชาตัวเบาอันต่ำต้อยของเขา เขารู้ว่ามิสามารถจะหนีจากสัตว์อสูรตัวนี้ไปได้

ถังเทียนสังเกตุเห็นเด็กหญิงตัวน้อยมองมายังเขาอย่างฉุนเฉียว ไฮ้ ถ้าหากเขาจำต้องบอกกล่าวนาง เขาคงจะอับอายขายหน้าเป็นอย่างยิ่ง...

ปราศจากความกังวล ถังเทียนคว้าไปยังเด็กหญิงตัวน้อย หอบหายใจเข้าด้วยตาที่เบิกกว้าง กล้ามเนื้อแขนของเขาก็ปูนโปดเขาพลางพ่นลมออก เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดของเขาโยนเด็กหญิงด้านข้างราวกับนางเป็นดั่งกระสอบทราย

“พี่ชาย…”

เด็กหญิงตัวน้อยลอยไปบนอากาศแกว่งแขนขาของนางอย่างร้อนรนใจ ด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น

ทันใดนั้นเงาร่างงดงามและเปรื่องปราดก็เหินลงมาจากฟ้า คว้าเด็กหญิงและหันร่างเหินกลับไปยังต้นไผ่อีกครา

ถังเทียนเห็นว่าเป็นหญิงสาวที่เขาไม่ได้รู้จัก แต่เขาก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย หันกลับไปเผชิญหน้ากับแรดเกราะเหล็กหมึกดำ การแสดงออกของเขาแปรเปลี่ยนเป็นดุดันและเหี้ยมโหด เขากระชากชุดของเขาเปิดเผยให้เห็นกล้ามเนื้อบนร่างของเขา

‘ในเมื่อข้าหนีไม่ได้ ถ้างั้นก็ต้องสู้!’

ขวับ เขาดึงขาขวาดั่งเหล็กไถวาดผ่านเป็นรอยลึกลงบนพื้นย่อเอวของเขาตั้งท่าม้า กางแขนทั้งสองออก เหยียดนิ้วทั้งสิบของเขา หลังจากนั้นก็ชี้ไปยังแรดเกราะเหล็กหมึกดำปราศจากความหวาดกลัวบนใบหน้าของเขา

“เข้ามาเลย! เจ้ากระทิงเขลายักษ์!”

เสียงคำรามของถังเทียนก็ดังก้องไปทั่วป่าไผ่

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 026 – ถ้างั้นก็ต้องสู้!

คัดลอกลิงก์แล้ว