เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 279 ฝึกฝนวิชาลอกคราบอสรพิษ

บทที่ 279 ฝึกฝนวิชาลอกคราบอสรพิษ

บทที่ 279 ฝึกฝนวิชาลอกคราบอสรพิษ


บทที่ 279 ฝึกฝนวิชาลอกคราบอสรพิษ

เหรินชิงเบิกตากว้าง จ้องมองเรือผีที่หลอมรวมกับวิญญาณอาวุธอย่างไม่วางตา เขาพบว่าเคล็ดวิชาหลอมศาสตราวุธทั้งสองแขนงนั้นเข้ากันได้ดีอย่างยิ่ง

อาจกล่าวได้ว่า ในแง่หนึ่ง ครรภ์ประหลาดก็ถือกำเนิดจากสิ่งมีชีวิต ซึ่งมีแก่นแท้คล้ายคลึงกับเคล็ดวิชาวิญญาณอาวุธเป็นอย่างมาก

วิญญาณอาวุธเปรียบเสมือนตันเถียนที่มนุษย์สร้างขึ้น สามารถฝึกฝนกลิ่นอายของปีศาจฝันร้ายได้ด้วยตนเอง ปริมาณที่จะเก็บสะสมได้นั้นขึ้นอยู่กับขีดจำกัดสูงสุดของศาสตราวุธเป็นหลัก

เรือผีที่หลอมจากวัตถุดิบระดับเทพหยาง เกรงว่าจะสามารถรองรับกลิ่นอายของปีศาจฝันร้ายได้มหาศาล

วิญญาณอาวุธได้เข้ามาแทนที่จิตสำนึกของอาวุธครรภ์ประหลาดแล้ว หลังจากกลิ่นอายของมันบรรลุถึงระดับที่สอดคล้องกัน ก็จะสามารถหลอมรวมเข้ากับสิ่งประหลาดในระดับที่สูงขึ้นได้

แน่นอนว่า การเลื่อนขั้นของอาวุธครรภ์ประหลาดยังคงมีความเสี่ยง อัตราความสำเร็จยากที่จะรับประกัน ทั้งแหล่งที่มาของสิ่งประหลาดระดับสูงก็เป็นปัญหาเช่นกัน

อีกทั้งกลิ่นอายของปีศาจฝันร้ายที่อยู่ในเรือผี เหรินชิงยังไม่รู้ว่าจะนำไปใช้อย่างไร เคล็ดวิชาสร้างอาวุธครรภ์ประหลาดยังคงต้องพัฒนาต่อไปอีกยาวไกล

“โฮก…”

หัวเรือส่งเสียงหมาป่าหอน

เรือผีเคลื่อนที่ไปบนผิวน้ำของทะเลสาบสุราราวกับมีชีวิต ทำให้เกิดคลื่นลมโหมกระหน่ำ คุนเผิงเห็นดังนั้นก็ไม่กล้าเข้าไปขวาง

ความเคลื่อนไหวในทะเลสาบสุราดึงดูดความสนใจในทันที

เหล่าศิษย์ในอารามที่เดิมอยู่ในตลาดเซียนอดไม่ได้ที่จะเดินไปยังสุดปลายถนนเพื่อมุงดู เหล่าผู้คุมเขตหวงห้ามจากตลาดผีก็ทยอยกันแห่มา พวกเขาสนใจอาวุธครรภ์ประหลาดที่แปลกพิสดารลำนี้เป็นอย่างยิ่ง

แม้ว่าเรือผีจะดัดแปลงมาจากเรือทราย แต่บัดนี้ทั้งสองก็แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน

หากจะกล่าวว่าเรือผีเป็นวัตถุประหลาดก็คงไม่มีใครคัดค้าน แต่มันกลับแผ่กลิ่นอายของอาวุธครรภ์ประหลาดออกมา

ผู้คุมเขตหวงห้ามที่เชี่ยวชาญเคล็ดวิชาสร้างอาวุธครรภ์ประหลาดมีอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะท่านเจ้าพิธีแห่งสุ่ยเจ๋อที่แทบทุกคนล้วนหลอมศาสตราวุธ เนื่องจากความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์โดยธรรมชาติ

พวกเขาสำรวจเรือผีอย่างละเอียด พร้อมกับติดต่อผู้คุมเขตหวงห้ามที่คุ้นเคย

ในสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้ผู้คนในตลาดเซียนยิ่งมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

เสี่ยวซานเอ๋อร์รีบร้อนมาถึงตลาดเซียน เมื่อเห็นเรือผีก็ถึงกับตกตะลึง

เนตรซ้อนในดวงตาทั้งสองข้างของเขาหมุนวน แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเรือผีที่อยู่ในระดับทูตผีแล้ว ก็ย่อมมิใช่สิ่งที่เขาสามารถมองทะลุได้

“สมกับที่เป็นท่านอาวุโสเริ่น ผู้ริเริ่มเคล็ดวิชาสร้างอาวุธครรภ์ประหลาด…”

หัวเรือของเรือผีปริออกเป็นรอยแยก ก่อตัวเป็นปากขนาดใหญ่มหึมา ไล่ตามปลาที่ว่ายอยู่ในน้ำแล้วกลืนลงท้องไปโดยตรง

ทุกคนต่างฮือฮา สิ่งนี้เป็นอาวุธครรภ์ประหลาดจริง ๆ หรือ?

ทำไมถึงรู้สึกว่ามันประหลาดพิกลนัก

เสี่ยวซานเอ๋อร์กล้ำกลืนคำพูดครึ่งหลังลงไป อดเกิดความสงสัยในตนเองไม่ได้ รู้สึกว่าเรือผีลำนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ศาสตราวุธ

สาเหตุหลักที่เรือผีเป็นเช่นนี้เพราะมันได้กลายสภาพเป็นปีศาจฝันร้าย จึงมีลักษณะใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตยิ่งขึ้น วิญญาณอาวุธปกติจะไม่มีปรากฏการณ์เช่นนี้

เหรินชิงกำลังจะสั่งให้เรือผีสงบเสงี่ยมลงบ้าง ก็พบว่าสมองในโถปรากฏตัวขึ้นในตลาดเซียน สีหน้าของอีกฝ่ายดูซับซ้อนอย่างยิ่ง

เสี่ยวซานเอ๋อร์ก็สังเกตเห็นสมองในโถเช่นกัน ทั้งสองเคยพบกันที่โรงตีเหล็กต้าเมิ่งสองสามครั้ง

“ท่านอาวุโส”

เขากำหมัดคารวะอย่างนอบน้อม เหล่าผู้ฝึกตนโดยรอบต่างหลีกทางให้อย่างเชื่อฟัง

สมองในโถถอนหายใจยาว ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ปากก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนเสียงต่ำ “เจ้าหนูเหรินชิง…”

ฝูงชนถอยหลังไปอีกสิบเมตร ปลายสุดของตลาดเซียนพลันว่างเปล่าขึ้นทันที

ร่างจิตสำนึกของเหรินชิงปรากฏขึ้นข้าง ๆ สมองในโถ กล่าวพลางยิ้มแหย ๆ “ท่านอาวุโส ไม่ได้พบกันนาน ข้ากำลังจะติดต่อท่านพอดี”

“น่าผิดหวังโดยแท้ เจ้าลองดูเคล็ดวิชาสร้างอาวุธครรภ์ประหลาดที่ข้าปรับปรุงแล้วดูสิ”

สมองในโถส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ก่อนจะโยนหนังสือเล่มหนาให้เหรินชิง

หลังจากเหรินชิงรับหนังสือมา ก็พบว่าสมองในโถได้เพิ่มคำอธิบายประกอบจำนวนมากเข้าไปในเนื้อหาเดิม เห็นได้ชัดว่าทุ่มเทความพยายามไปไม่น้อย

เมื่อเขาเห็นเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการบำรุงเลี้ยงจิตสำนึกของศาสตราวุธ มุมตาก็กระตุกทันที

สมองในโถเดินผิดทางอย่างเห็นได้ชัด น่าจะอ้างอิงมาจากวิชาหลอมศาสตราวุธวิถีสวรรค์ เนื้อหาส่วนใหญ่ล้วนใช้ศพเป็นวัตถุดิบ

หากต้องการให้อาวุธครรภ์ประหลาดบรรลุถึงระดับยมทูต เกรงว่าต้องใช้ศพนับพันร่าง ส่วนระดับเทพหยางคงต้องเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบเท่า

เมื่อเทียบกันแล้ว เคล็ดวิชาวิญญาณอาวุธดูน่าเชื่อถือกว่ามาก

จากสิ่งนี้จะเห็นได้ว่า หากเหรินชิงไม่ได้สร้างเคล็ดวิชาวิญญาณอาวุธขึ้นมา เคล็ดวิชาหลอมศาสตราวุธของหอคุมเขตหวงห้ามจะค่อย ๆ พัฒนาไปในทิศทางที่แปลกประหลาดพิสดาร บางทีอาจจะลงเอยเหมือนกับจันทร์โลหิตที่ใช้คนเป็น ๆ มาหลอมศาสตราวุธ

ในขณะนั้นหลี่เทียนกังก็ปรากฏตัวขึ้นในตลาดเซียน เขาเข้าใจถึงเหตุและผลจากคำพูดของเหล่าผู้คุมเขตหวงห้ามแล้ว อดไม่ได้ที่มุมปากจะเผยรอยยิ้ม

“เหรินชิง นี่คือศาสตราวุธอันใดกัน?”

“เป็นอาวุธครรภ์ประหลาดที่ผสมผสานกับวิญญาณอาวุธ โดยให้วิญญาณอาวุธมาแทนที่จิตสำนึกของศาสตราวุธ”

เหรินชิงเอ่ยปากอธิบาย “ส่วนวิญญาณอาวุธคือเคล็ดวิชาหลอมศาสตราวุธที่ได้มาจากอสูรประหลาด แต่เงื่อนไขในการหลอมนั้นสูงมาก”

เขาส่งตำราเคล็ดวิชาวิญญาณอาวุธที่รวบรวมไว้ให้คนทั้งสอง สมองในโถรีบพลิกอ่าน ปากก็พึมพำไม่หยุด

“น่าเหลือเชื่อจริง ๆ… การใช้สิ่งมีชีวิตบ่มเพาะศาสตราวุธ…”

เหล่าผู้ฝึกตนก็ฮือฮาอยู่บ้าง ต่างก็อยากรู้ว่าวิญญาณอาวุธคือสิ่งใดกันแน่ แต่ใครเล่าจะกล้าไปขัดจังหวะผู้มีพลังระดับยมทูต

เมื่อหลี่เทียนกังเห็นดังนั้นจึงส่งสัญญาณให้พวกเขาสลายตัวไป เหลือเพียงเสี่ยวซานเอ๋อร์ที่ถูกเหรินชิงรั้งไว้

เหรินชิงไม่กังวลเรื่องการเผยแพร่เคล็ดวิชาวิญญาณอาวุธ ที่อาจทำให้เกิดสถานการณ์ใช้คนเป็นมาหลอมศาสตราวุธได้

เพราะการสลักลวดลายนั้นมิใช่ว่าทุกคนจะทำได้ แม้แต่เหรินชิงก็ยังยากที่จะเชี่ยวชาญ ต้องอาศัยภูตเงาจึงจะหลอมวิญญาณอาวุธออกมาได้สำเร็จ

เขาถึงกับรู้สึกว่า หากมิใช่เพราะภูตเงามีหนอนวิถีสวรรค์อาศัยอยู่ ทำให้พลังวิญญาณเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เกรงว่าการหลอมคงไม่ง่ายดายถึงเพียงนี้

หลังจากสมองในโถอ่านเคล็ดวิชาวิญญาณอาวุธจบ ก็ยิ้มขมขื่นแล้วส่งตำราให้เสี่ยวซานเอ๋อร์ สีหน้าราวกับถูกกระทบกระเทือนอย่างหนักจนกลับสู่ความสงบ

“ข้ากล้าพูดได้เลยว่าวิธีการก่อตัวของอสูรประหลาดมิได้มาจากการสลักลวดลายเป็นแน่ เจ้าใช้พรสวรรค์ของเจ้าบังคับถอดรหัสเคล็ดวิชาหลอมศาสตราวุธนี้ออกมา…”

“ผู้เฒ่าเช่นข้านับถือเจ้าโดยแท้”

สมองในโถคาดว่าหากตนต้องการจะใช้เคล็ดวิชาวิญญาณอาวุธให้คล่องแคล่ว หากไม่มีเวลาหลายปี ย่อมมองไม่เห็นแม้แต่ผิวเผิน แต่เหรินชิงกลับสามารถหลอมได้สำเร็จในเวลาอันสั้นหลังจากที่สร้างมันขึ้นมา

บางทีช่องว่างระหว่างอัจฉริยะกับคนธรรมดาก็เป็นเช่นนี้เอง

เหรินชิงพูดคุยกับเสี่ยวซานเอ๋อร์ เขาจึงได้ทราบถึงสถานการณ์ล่าสุดของเสี่ยวอู่และคนอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้แต่งงานมีครอบครัวแล้ว

ไม่นึกเลยว่าเสี่ยวอู่ที่เคยเดินตามก้นเขาต้อย ๆ บัดนี้กลับกลายเป็นพ่อคนไปแล้ว

หลังจากหลี่เทียนกังอ่านเคล็ดวิชาวิญญาณอาวุธจบแล้วก็ไม่ได้ประหลาดใจมากนัก เพียงกล่าวว่า “ในอีกหลายสิบปีข้างหน้าคงยากที่จะมีผู้ใดเชี่ยวชาญได้ เหรินชิง เจ้าจงจัดหาวิญญาณอาวุธให้หอคุมเขตหวงห้ามไปก่อนแล้วกัน”

“มิใช่ปัญหาใหญ่ รอข้าปิดด่านเสร็จแล้วค่อยว่ากัน”

หลี่เทียนกังรีบเรียกเหรินชิงไว้ “เดี๋ยวก่อน พอดีมีเรื่องจะคุยกับเจ้า”

“แคว้นจิ้งโจวเกิดเรื่องอันใดขึ้นรึ?”

สีหน้าของเหรินชิงเคร่งขรึมลง เดิมทีเขาคิดว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจจะดำเนินต่อไปอีกหลายปี เพราะขอบเขตอิทธิพลของอสูรประหลาดต้องใช้เวลาค่อย ๆ ขยายตัว

หลี่เทียนกังส่ายหน้ากล่าว “หาไม่ เจ้าได้ให้ความสนใจกับเขตต้องห้ามฉางเซิงหรือไม่ สถานการณ์ค่อนข้างซับซ้อน…”

ตามการประเมินเบื้องต้นของมหาปราชญ์ต้าเมิ่ง ในเขตต้องห้ามฉางเซิงมีสิ่งประหลาดอย่างน้อยนับพันชนิด และภายในได้ก่อเกิดเป็นกฎเกณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว

การจะกำจัดสิ่งประหลาดแกนกลางนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แม้จะใช้ชีวิตคนเข้าแลกก็ถมไม่เต็มหลุมนี้ เว้นแต่จะมีผู้ฝึกตนระดับเซียนดินลงมือ

ดังนั้นการสำรวจเขตต้องห้ามฉางเซิงของหอคุมเขตหวงห้ามจึงได้ระงับไปแล้ว

ต้องรู้ว่าเขตต้องห้ามกลืนกินเซียนที่มีสิ่งประหลาดเพียงสิบกว่าชนิดก็สามารถสร้างโลกใบเล็กได้แล้ว จึงไม่เกินจริงเลยหากจะกล่าวว่าสิ่งมีชีวิตในเขตต้องห้ามฉางเซิงอาจมีจำนวนมากกว่าประชากรในเซียงเซียงเสียอีก

“มหาปราชญ์ต้าเมิ่งให้เจ้าปิดด่านเสร็จแล้วไปหาเขาสักครั้ง เพื่อปรึกษาหารือเรื่องเขตต้องห้ามฉางเซิง”

“ก็ได้”

เหรินชิงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขตต้องห้ามฉางเซิงแม้แต่ระดับเทพหยางก็ยังไม่กล้าแตะต้อง เขาที่เป็นผู้ฝึกตนระดับยมทูตที่ยังไม่สมบูรณ์ก็ไม่ต่างอะไรกับตั๊กแตนที่คิดจะขวางทางเกวียน

แต่บางทีมหาปราชญ์ต้าเมิ่งอาจจะค้นพบอะไรบางอย่างก็เป็นได้

ภายใต้เงื่อนไขที่รับประกันความปลอดภัยของตนเอง เหรินชิงก็อยากจะลองสำรวจเขตต้องห้ามแห่งนี้อย่างยิ่ง เพราะมันเกี่ยวข้องกับคำว่า “ฉางเซิง”

“เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว ทางจิ้งโจวยังมีเรื่องต้องจัดการอีกไม่น้อย”

หลี่เทียนกังท่องจำเนื้อหาของเคล็ดวิชาวิญญาณอาวุธไว้ จากนั้นก็รีบร้อนจากไป

สมองในโถยังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับเคล็ดวิชาวิญญาณอาวุธ เมื่อนึกถึงประเด็นสำคัญบางอย่างก็อดไม่ได้ที่จะกลับไปยังหอตำราลับเพื่อเตรียมลองหลอมวิญญาณอาวุธ

เหรินชิงกล่าวลาเสี่ยวซานเอ๋อร์ แล้วจิตสำนึกของเขาก็กลับคืนสู่ร่าง

ตลาดเซียนกลับสู่ความสงบอีกครั้ง แต่นาน ๆ ครั้งก็จะมีผู้ฝึกตนที่สนใจการหลอมศาสตราวุธมาเยือน เห็นได้ชัดว่าล้วนมาเพื่อสังเกตการณ์เรือผีในระยะใกล้

คุนเผิงดูเหมือนจะเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง ช่วงนี้จึงเริ่มปรากฏตัวบ่อยครั้งขึ้น

อาการบาดเจ็บของเหรินชิงฟื้นฟูเกือบหมดแล้ว ส่วนการกลายสภาพที่เหลืออยู่ต้องใช้เวลากดข่มอย่างช้า ๆ ดังนั้นเขาจึงต้องการอาศัยวิชาลอกคราบอสรพิษเพื่อกำจัดมันให้สิ้นซาก

หากวิชาลอกคราบอสรพิษไร้ซึ่งความสามารถในการลอกคราบ ในบรรดาวิชาอาคมทั้งหลายก็ถือว่าธรรมดามาก

แต่กลับเป็นเพราะการลอกคราบนี่เอง สำหรับเหรินชิงผู้ครอบครองกระแสข้อมูลแล้ว ขอเพียงมีอายุขัยเพียงพอ เขาก็สามารถทะลวงผ่านระดับพลังได้ทุกเมื่อเพื่อกระตุ้นมัน

เส้นทางการกลายสภาพของวิชาลอกคราบอสรพิษแบ่งออกเป็น:

[ผู้ดมกลิ่นอสรพิษ: เข้าใจภาษางู]

[ผู้มีเกล็ดอสรพิษ: ผิวหนังดุจเกล็ด]

[ผู้เลี้ยงงูพิษ: เลี้ยงงูสร้างภัย]

เนื่องจากในเมืองซานเซียงมี “สมาคมอสรพิษเกล็ด” ที่เชี่ยวชาญการฝึกฝนวิชาลอกคราบอสรพิษโดยเฉพาะ ทำให้บันทึกของหอคุมเขตหวงห้ามเกี่ยวกับวิชานี้ค่อนข้างสมบูรณ์

ผู้ดมกลิ่นอสรพิษคือเส้นทางการกลายสภาพของจางชิว ความสามารถเน้นไปทางการสนับสนุน สามารถรับรู้ตำแหน่งด้วยความร้อนได้เหมือนอสรพิษ รับรู้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของสิ่งมีชีวิต

ผู้มีเกล็ดอสรพิษเน้นการกลายสภาพร่างกายเป็นหลัก เหมาะสมที่จะใช้เป็นผู้คุม

ส่วนผู้เลี้ยงงูพิษจะพิเศษอยู่บ้าง ต้องอมไข่งูที่แกะเปลือกแล้ว เสริมด้วยกระสายยา จนกระทั่งก่อตัวเป็น “งูเหลือมโลหิต” ชนิดพิเศษขึ้นมา

งูเหลือมโลหิตไร้รูปไร้เงา ดำรงอยู่เพียงในเลือดเนื้อเท่านั้น หากต้องการเรียกออกมาจะต้องสละร่างกายบางส่วน เพื่อใช้สร้างร่างงูขึ้นมาชั่วคราว

เส้นทางการกลายสภาพนี้อันตรายเกินไป หลังจากเลื่อนขึ้นสู่ระดับทูตผี “งูเหลือมโลหิตสร้างภัย” แล้ว หนึ่งในสามของร่างกายจะถูกงูเหลือมโลหิตยึดครอง ทำให้ทุกครั้งที่ใช้พลังก็เท่ากับเสียชีวิตไปครึ่งหนึ่ง

เดิมทีเหรินชิงตั้งใจจะเลือกผู้มีเกล็ดอสรพิษ เพราะวิชาประเภทกลายร่างเป็นสัตว์เหมาะแก่การเข้าสิง แต่เมื่อคิดดูแล้วผู้เลี้ยงงูพิษยังสามารถเสริมกลยุทธ์ในการกลายร่างเป็นเทาเที่ยได้

การกลายร่างเป็นเทาเที่ยที่ไม่มีวิชาอย่างภูตเงาผสมอยู่ จะประกอบขึ้นจากร่างกายของผู้คุมสิบชนิด ซึ่งสามารถใช้กรวดทรายของมนุษย์ทรายเรียกงูเหลือมโลหิตออกมาได้

เหรินชิงใช้อายุขัยของตนเลื่อนขึ้นสู่ระดับกึ่งศพโดยตรง ผิวหนังพลันรู้สึกคันยิบ ๆ เมื่อดึงอย่างแรงก็ลอกออกมาครึ่งหนึ่ง

หลังจากบรรลุถึงระดับทูตผี “งูเหลือมโลหิตสร้างภัย” แล้ว ร่างของเขาก็ถูกไข่งูปกคลุมโดยสิ้นเชิง ผ่านไปครึ่งวันจึงฟักออกมาจากเปลือก และการกลายสภาพก็หายไปอย่างสมบูรณ์

ระดับยมทูตของผู้เลี้ยงงูพิษมีชื่อว่า “มารดางูอสูรโลหิต” แม้เหรินชิงจะมีอายุขัยเพียงพอ แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนเลื่อนขั้น

หากประสบกับอาการบาดเจ็บปางตาย ก็จะสามารถอาศัยสิ่งนี้เพื่อรักษาชีวิตไว้ได้พอดี

เหรินชิงนำงูเหลือมโลหิตไปคุมขังในอเวจีไม่สิ้นสุดให้กลายเป็นผู้คุม สิ่งประหลาดก่อตัวเป็นงูยาวสิบเมตรขดตัวอยู่ในป่าเขา

หลังจากป้อนเลือดงูจนกลายสภาพถึงขีดสุด งูเหลือมโลหิตก็ยาวประมาณยี่สิบเมตร

ตำแหน่งที่งูเหลือมโลหิตอยู่ค่อนข้างห่างไกล เพราะทำเลดี ๆ ถูกหมาป่าปีศาจและตนอื่น ๆ ยึดครองไปหมดแล้ว

เหล่าผู้คุมล้วนมีสติปัญญาที่ไม่ด้อย พวกมันต้องการอาณาเขตของตนเอง มิฉะนั้นย่อมต้องเกิดการต่อสู้อย่างแน่นอน

เหรินชิงพิจารณาพื้นที่ของโลกในกระเพาะ จึงเลือกวิชาอาคมเพียงสามแขนง มิฉะนั้นการรวบรวมให้ครบสิบแขนงก็เป็นเรื่องง่ายมาก

เขาพลิกอ่าน “พลังเส้นเอ็นหินผา” กับ “วิชาผลึกน้ำแข็ง” จากนั้นก็ค่อย ๆ ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 279 ฝึกฝนวิชาลอกคราบอสรพิษ

คัดลอกลิงก์แล้ว