- หน้าแรก
- ผมมีสกิลคัดลอกระดับพระเจ้า
- บทที่ 17 [การค้าและเบาะแสสำคัญ]
บทที่ 17 [การค้าและเบาะแสสำคัญ]
บทที่ 17 [การค้าและเบาะแสสำคัญ]
บทที่ 17 [การค้าและเบาะแสสำคัญ]
◉◉◉◉◉
จังหวะนั้นเอง เด็กสาวเห็นเย่ซิวหยิบปืนที่พื้นขึ้นมา เข่าก็อ่อนยวบยาบแทบทรุด
"พี่ชายจ๋า ไว้ชีวิตหนูด้วยเถอะ หนูมีแม่แก่ชราวัยแปดสิบ น้องชายวัยเก้าขวบ ส่วนตรงกลาง..." เด็กสาวเริ่มร่ายยาวขอความเห็นใจ
"พอๆ เลิกพล่ามได้แล้ว เธอชื่ออะไร?" เย่ซิวถามเสียงเรียบ
"จางซืออิ่งค่ะ" จางซืออิ่งรีบตอบ
"พาฉันไปที่ค่ายของเธอหน่อย"
...
ในขณะเดียวกัน ณ ป่าลึกอันรกทึบ รถออฟโรดสีดำหลายคันค่อยๆ จอดสนิท หมายเลขหนึ่งมองดูท้องฟ้าที่เริ่มมืดสลัว แล้วขมวดคิ้วแน่น
"หัวหน้าครับ ฟ้าจะมืดแล้ว เราพักกันก่อนดีไหม?" นักรบตัวทดลองคนหนึ่งถามขึ้น
หมายเลขหนึ่งแววตาไหววูบ ก่อนจะกัดฟันพูดว่า "ไม่! ตามล่าต่อด้วยความเร็วเต็มพิกัด ต้องรีบฆ่าไอ้หมายเลขศูนย์ให้ได้!"
"รับทราบ!"
...
ไม่นานนัก เย่ซิวก็มาถึงชุมชนคนพเนจร
พอเห็นคนแปลกหน้าสองคนเดินเข้ามา คนในค่ายก็มองด้วยสายตาระแวดระวัง
ทันใดนั้น ชายวัยกลางคนหน้าเหลี่ยมก็เดินตรงเข้ามา
พอเห็นชายคนนั้น จางซืออิ่งก็รีบวิ่งเข้าไปหาแล้วกระซิบว่า "พ่อ..."
"ออกไปซนอีกแล้วสิแก สักวันคงได้หาเรื่องใส่ตัวเข้าสักวัน" จางกั๋วเหว่ยถลึงตาใส่ลูกสาว ก่อนจะหันมามองเย่ซิวกับหานเซียว แล้วพูดว่า
"พวกคุณคงเป็นคนนอกที่หลงเข้ามาใน 'ป่าปีศาจ' สินะ แต่บอกไว้ก่อนว่าที่นี่ไม่ใช่โรงทาน ถ้าอยากได้อาหารก็ต้องมีของมาแลก"
"เห็นแก่ที่ลูกสาวฉันไปกวนพวกคุณ แถมยังล่วงเกินพวกคุณด้วย ฉันยอมทำการค้ากับพวกคุณก็ได้"
"รู้กฎของที่นี่ใช่ไหม?"
เย่ซิวเลิกคิ้ว "กฎอะไร?"
"ยื่นหมูยื่นแมว เงินตราของพวกหกอาณาจักรที่นี่มันก็แค่กระดาษเช็ดก้นเท่านั้นแหละ" จางกั๋วเหว่ยตอบเสียงเรียบ
"ไม่มีปัญหา" เย่ซิวยิ้ม เข้าทางพอดี เพราะเขากับหานเซียวถังแตก ไม่มีเงินสักแดง
"ตามมาสิ เดี๋ยวพาไปที่ร้าน ลองดูเอาว่าอยากได้อะไร" จางกั๋วเหว่ยพูดจบก็เดินนำเข้าไปด้านในค่าย
เย่ซิวกับหานเซียวสบตากันแวบหนึ่ง ด้วยความมั่นใจในฝีมือ จึงเดินตามเข้าไป
ระหว่างทาง พวกคนพเนจรต่างพากันซุบซิบเมื่อเห็นพวกเขา
"ไม่ได้เห็นคนนอกมานานแล้วนะเนี่ย"
"เฮ้ย ไอ้หนุ่มชุดขาวนั่นหล่อเอาเรื่องเลยนะ"
"หล่อแค่ไหน?"
"ก็หล่อพอๆ กับแกนั่นแหละ"
"เหรอ? งั้นก็ถือว่าหล่อใช้ได้เลยสิ"
ไม่นาน เย่ซิวก็มาถึงร้านค้าที่ดัดแปลงมาจากซากรถเมล์ ด้านในมีอาหารและอาวุธกระสุนวางขายอยู่พอสมควร
ทั้งในและนอกรถเมล์มีคนพเนจรถือปืนหน้าตาประหลาดๆ ยืนคุมอยู่เพียบ ถ้าเย่ซิวกับหานเซียวตุกติก พวกนี้พร้อมจะรัวกระสุนใส่ทันที
เย่ซิวระวังตัวอยู่ตลอด แต่ภายนอกยังคงยิ้มแย้ม "เราต้องการแผนที่หนึ่งแผ่น น้ำเปล่าห้าถัง แล้วก็บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมปังแห้ง..."
พูดจบ เขาก็ล้วงกระสุนกำมือหนึ่งออกมาจากกระเป๋าของหานเซียว "จ่ายด้วยไอ้นี่"
"กระสุน?!" พวกคนพเนจรตาลุกวาว หายใจแรงขึ้นมาทันที
ในแดนเถื่อนแบบนี้ ปืนและกระสุน รวมถึงอาหาร คือของมีค่าที่แท้จริง ยิ่งกว่าทองคำเสียอีก
"สำรวมหน่อย" จางกั๋วเหว่ยโบกมือปรามลูกน้อง แล้วทำหน้าจริงจัง "ทำการค้า ต้องมีความซื่อสัตย์"
เขาหันมาทางเย่ซิว "ของพวกนี้ อย่างต่ำต้องใช้กระสุน 230 นัด"
เย่ซิวหันไปมองหานเซียว พอเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าเบาๆ ก็ตอบตกลง "ได้"
การซื้อขายจบลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองฝ่ายต่างได้สิ่งที่ต้องการ วินวินกันทั้งคู่
สำหรับเย่ซิว กระสุนพวกนี้ก็ได้มาจากยามในห้องทดลองวัลคีรี ถือว่าได้มาฟรีๆ ไม่เจ็บตัว
ส่วนพวกจางกั๋วเหว่ย นี่คือของจำเป็นสุดๆ ในป่าปีศาจแห่งนี้ มีสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่น่ากลัวกว่าความอดอยากเสียอีก
"น้องชาย สนใจ 'ฟาสต์ฟู้ด' สไตล์แดนเถื่อนหน่อยไหม รสชาติเด็ดอย่าบอกใครเชียว" พอเห็นว่าเย่ซิวคุยง่าย ไม่เรื่องมาก จางกั๋วเหว่ยก็เริ่มรู้สึกถูกชะตาขึ้นมา
ในแดนเถื่อนที่ยึดถือความแข็งแกร่งเป็นธรรม คนนอกส่วนใหญ่มักจะวางก้าม หรือไม่ก็ดูถูกคนพเนจร เวลาซื้อขายถ้าไม่ปล้นก็กดราคายับ
นานวันเข้า ชุมชนส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยอยากค้าขายกับคนนอกเท่าไหร่
"ฟาสต์ฟู้ด?" เย่ซิวเกือบจะบอกว่าหิวพอดี แต่พอเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของจางกั๋วเหว่ย เขาก็นึกถึงความหมายแฝง 18+ ขึ้นมาทันที
"ไม่ดีกว่าครับ ผมเป็นคนรักนวลสงวนตัว แต่เพื่อนผมคนข้างๆ อาจจะสนใจ" เย่ซิวยิ้ม
"ไสหัวไปเลย" หานเซียวเบ้ปาก ก่อนจะขมวดคิ้ว "ซื้อเสร็จแล้วก็ไปเถอะ อย่าอยู่นาน"
"รอแป๊บ ฉันต้องซื้อข้อมูลอีกอย่าง" เย่ซิวพยักหน้า แล้วหันไปถามจางกั๋วเหว่ย "ในรัศมีหลายสิบกิโลเมตรแถวนี้ มีชุมชนคนพเนจรขนาดใหญ่ที่มีหัวหน้าเป็นผู้มีพลังพิเศษบ้างไหม?"
ได้ยินคำถามนี้ จางกั๋วเหว่ยสะดุ้งโหยง
ฟังจากน้ำเสียง ดูเหมือนหมอนี่จะไปหาเรื่องเขาซะด้วย!
คุณพระ นอกจากจะหล่อแล้วยังใจกล้าบ้าบิ่นอีก
ตอนแรกจางกั๋วเหว่ยก็มีความคิดไม่ซื่อกับเย่ซิวอยู่บ้าง (แน่นอนว่าไม่ใช่จับทำผัวลูกสาวนะ)
แต่ตอนนี้ ความดูแคลนในใจหายวับไปทันที
คนที่จะมาเป็นหัวหน้าค่ายได้ นอกจากฝีมือแล้ว ตาต้องถึงด้วย
"ขอคิดดูก่อนนะ..." จางกั๋วเหว่ยลูบคางทำท่าครุ่นคิด ก่อนตาจะเป็นประกาย "ห่างออกไปสามสิบกิโล มีอยู่ที่หนึ่ง ส่วนตำแหน่ง..."
จางกั๋วเหว่ยพูดไม่จบ แต่ทำนิ้วถูๆ กัน เป็นอันรู้กันทั่วโลก
"เท่าไหร่?" เย่ซิวถาม
"กระสุน 30 นัด"
"จัดไป" เย่ซิวไม่ลังเล ล้วงกระสุนจากกระเป๋าหานเซียวออกมาอีกกำมือ
ข้อมูลนี้สำคัญกับเขามาก
จางกั๋วเหว่ยรับกระสุนไปนับ แล้วยิ้มกว้าง "ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีที่หนึ่งชื่อ 'ค่ายพยัคฆ์' หัวหน้าเป็นผู้มีพลังพิเศษ พลังคือ [เสริมแกร่งกล้ามเนื้อ] ฝีมือใช้ได้เลย เป็นผู้มีพลังพิเศษระดับเฉียดๆ F+"
"เยี่ยม" เย่ซิวตาเป็นประกาย คิดคำนวณในใจ
พลังสาย [เสริมแกร่งกล้ามเนื้อ] แถมระดับไม่สูงมาก เหมาะจะเป็นเป้าหมายของเขาพอดีเป๊ะ
เดินออกมาจาก "ร้านค้า" หานเซียวเก็บความสงสัยไม่ไหว ถามเสียงเบา "ที่นายถามไปตอนท้าย หมายความว่าไง?"
"ก็หมายความว่าจะไปฆ่ามันไง" เย่ซิวตอบหน้าตาเฉย
"ฆ่ามัน?!" หานเซียวขมวดคิ้ว "นายคงไม่ได้จะให้ฉันช่วยใช่ไหม? ถึงช่วงนี้เราจะเข้าขากันได้ดี..."
"ถือว่าฉันติดหนี้นายครั้งหนึ่ง" เย่ซิวพูดเสียงจริงจัง
ลำพังตัวเขาตอนนี้ จะไปฆ่าผู้มีพลังพิเศษระดับเกือบ F+ ยังตึงมือเกินไป
ต้องมีตัวช่วย
หานเซียวแววตาไหววูบ ก่อนจะพยักหน้า "ตกลง นายพูดเองนะ"
ภายใน "ร้านค้า" จางกั๋วเหว่ยมองแผ่นหลังของเย่ซิวพลางครุ่นคิด เดาตัวตนของอีกฝ่าย
ลูกน้องคนหนึ่งข้างๆ ทำท่าปาดคอส่งสัญญาณถาม
จางกั๋วเหว่ยส่ายหน้า "ไม่ต้อง ในเมื่อเขามาค้าขายกับเราดีๆ เราก็อย่าไปยุ่งย่าม"
หลักๆ คือเขาประเมินฝีมือเย่ซิวกับหานเซียวไม่ออก เลยไม่กล้าเสี่ยง
อีกอย่าง... ก็เห็นแก่หน้าลูกสาวด้วยแหละมั้ง
...
◉◉◉◉◉
[จบแล้ว]